“ไอ้ก้อน! มึงจะวิ่งไปไหนของมึงวะ! นั่นมันรถขนส่งสัตว์นะเว้ย ไม่ใช่รถขายไอติมวอลล์!”
เสียงะโแหบแห้งของ 'จ๊อด' ชายหนุ่มร่างผอมใส่เสื้อลายดอกไม้ฮาวายสีฟ้าครามเสียงดังแทรกเสียงเครื่องยนต์รถกระบะเก่าๆ ที่กำลังสตาร์ทติดเครื่องอยู่ข้างตลาดสดเทศบาล จ๊อดวิ่งสับเกียร์หมาตามเพื่อนสนิท 'ก้อนเมฆ' หนุ่มหน้าตาดีแต่แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังระดับวิกฤตชีวิต
ก้อนเมฆในชุดเสื้อยืดสีขาวเปื้อนคราบน้ำมันและกางเกงเจเจขาสั้น ไม่ได้หันกลับไปตอบเพื่อนรักแม้แต่น้อย สายตาของเขามองตรงไปยังท้ายรถกระบะปิ๊กอัพที่มีกรงเหล็กครอบอยู่ ข้างในนั้นมีหมูขุนตัวอ้วนกลมป๊อก ผิวสีชมพูฉ่ำน้ำ กำลังยืนทำตาปริบๆ สบตากับก้อนเมฆอย่างน่าสงสาร
และที่สำคัญที่สุด... บนหัวของหมูตัวนั้น มีตัวเลขสีแดงขนาดใหญ่เท่ากำปั้นลอยเด่นอยู่กลางอากาศ!
[แจ้งเตือนระบบคำสาปด่วนพิเศษ!] เป้าหมาย: หมูขุนพันธุ์ลาร์จไวท์ (เพศผู้, ชื่อชั่วคราว: เ้าอู๊ด) ระยะเวลาถอยหลังก่อนถูกเชือด: 00:01:45 นาที สถานะบทลงโทษ: หากเป้าหมายสิ้นอายุขัย หัวใจของคุณจะหยุดเต้นตามทันที!]
“แม่มึงเอ๊ย! ยอดตัวเลขเหลือนาทีครึ่ง! ถ้ากูช้ากว่านี้ หัวใจกูได้วายตายตามหมูแน่!” ก้อนเมฆบ่นพึมพำ เหงื่อเม็ดโตไหลซึมเต็มแผ่นหลัง
“มึงพูดเื่อะไรของมึงวะก้อน! หัวใจมึงจะวายเพราะหมูเนี่ยนะ? มึงอินกับลัทธิมังสวิรัติั้แ่เมื่อไหร่!” จ๊อดวิ่งมาตีคู่ พลางหอบแฮ่กๆ “แล้วนั่นมึงถืออะไรในมือวะนั่น?”
“ทัพพีตักแกงป้าสาย!” ก้อนเมฆตอบชะโงกหน้า
“เอาไปทำเหี้ยอะไร!”
“เอาไปงัดล็อคกรง!”
“กูว่ามึงไปงัดสมองตัวเองก่อนเลยไอ้ควาย!” จ๊อดร้องเสียงหลง แต่ด้วยความเป็เพื่อนแท้ (หรือความอยากรู้เื่ชาวบ้าน) มันก็วิ่งตามก้อนเมฆไปติดๆ
รถกระบะของลุงเดช เ้าของแผงเนื้อหมูรายใหญ่ กำลังจะเคลื่อนตัวออกจากฟุตบาท ลุงเดชในชุดเอี๊ยมพลาสติกเปื้อนเืกำลังหมุนพวงมาลัยเตรียมออกสู่ถนนใหญ่ แต่ว่าในวินาทีนั้นเอง...
“เอื้อออออออออออ!”
เสียงพุ่งทะยานของก้อนเมฆดังขึ้น เขาใช้ทักษะนักะโไกลสมัยมัธยมต้น พุ่งตัวสไลด์ไปกับพื้นปูนเข้าใต้ท้องรถกระบะอย่างจัง ก่อนจะเอื้อมมือไปตะปบที่สลักกรงท้ายรถ แล้วเอาทัพพีตักแกงงัดเข้าอย่างแรง!
แกร๊ก! ก๊อก!
“เฮ้ย! ไอ้เด็กเวรนั่นทำอะไรวะ!” ลุงเดชเบรกรถจนหัวคลอน มองผ่านกระจกข้างเห็นเด็กหนุ่มสองคนกำลังวุ่นวายอยู่ท้ายรถ
“จ๊อด! อุ้มมัน!” ก้อนเมฆะโสั่งเสียงดังลั่น
“อุ้มพ่อมึงดิ! หมูตัวนี้หนักร้อยกว่ากิโลนะไอ้ก้อน! กูหนักสี่สิบห้ากิโล ถ้ากูอุ้มกูโดนหมูทับไส้ไหลพอดี!” จ๊อดโวยวาย แต่ก็รีบเข้าไปช่วยดันตูดหมูออกจากกรง
หมูขุนตัวโตสะดุ้งสุดตัวเมื่อประตูเปิด มันส่งเสียง “อู๊ดดดด!” ลั่นตลาด ก้อนเมฆไม่รอช้า เข้าไปล็อคคอหมูเหมือนนักมวยโอลิมปิก พยายามฉุดลากตัวมันลงมาจากท้ายรถ ท่ามกลางสายตาแตกตื่นของแม่ค้าขายผักและชาวบ้านที่มาเดินตลาด
“หยุดนะเว้ยไอ้เด็กเวร! นั่นหมูกูนะโว๊ย!” ลุงเดชเปิดประตูรถ ถือมีดสับหัวหมูเล่มโตเดินดุ่มๆ เข้ามาหาด้วยสีหน้าเครียดแค้น
“ลุง! ผมขอซื้อ! ผมมีเงิน!” ก้อนเมฆรีบะโ มือหนึ่งล็อคคอหมู อีกมือหนึ่งยัดแบงค์ร้อยเหี่ยวๆ สามใบใส่กระเป๋าเสื้อของลุงเดช “สามร้อยบาท! ขาดตัว! ถือว่าช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์!”
“สามร้อยบ้านมึงดิ! หมูตัวนี้กูซื้อมาแปดพัน!” ลุงเดชเงื้อมีด
“จ๊อด! จ่ายส่วนที่เหลือ!” ก้อนเมฆหันไปสั่งเพื่อน
“กูมีอยู่สิบสองบาทกับแสตมป์เซเว่นอีกสี่ดวง!” จ๊อดะโตอบพร้อมทำหน้าตาซื่อบริสุทธิ์
“ช่างแม่ง! เผ่นก่อน!” ก้อนเมฆตบตูดหมูอย่างแรง “ไปเร็วอู๊ด! วิ่งสู้ชีวิต!”
ภาพที่ปรากฏบนถนนสายหลักของอำเภอในเย็นวันนั้น คือภาพเด็กหนุ่มสองคน คนหนึ่งแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากหนังสยองขวัญ อีกคนใส่เสื้อฮาวาย กำลังวิ่งลากตูดหมูขุนตัวโตผอมแห้งแรงน้อย วิ่งผ่านสี่แยกไฟแดง โดยมีลุงเดชถือมีดสับหมูวิ่งไล่ตามหลังมาพร้อมเสียงด่าลอยมาตามลม
“อู๊ดดดด! อู๊ดดดด!” หมูขุนส่งเสียงร้องลั่น ผู้คนบนถนนตื่นตระหนก รถเก๋งเบรกกันหัวคลอน
“ไอ้ก้อน! กูถามจริงๆ มึงเอาหมูมาทำไม! มึงจะเอาไปทำหมูกระทะกินเหรอวะ!” จ๊อดวิ่งหอบจนหน้าเขียว
“กินพ่อมึงดิ! กูเอามาเพื่อช่วยชีวิตมัน!” ก้อนเมฆปาดเหงื่อพลางมองตัวเลขบนหัวหมู
00:00:15... 00:00:14... 00:00:13...
ตัวเลขถอยหลังเข้าใกล้ความตายขึ้นเรื่อยๆ หัวใจของก้อนเมฆเริ่มกระตุกเกร็ง ความรู้สึกเหมือนมีมือปริศนามาบีบขั้วหัวใจเริ่มทำงาน นี่คือสัญญาณเตือนของคำสาป!
“แม่งเอ๊ย! ไม่ทันแล้ว! ต้องปล่อยมันในที่ปลอดภัยเดี๋ยวนี้!” ก้อนเมฆหันซ้ายหันขวาอย่างลุกลี้ลุกลน
ข้างหน้าของเขามีกำแพงสูงรั้วเหล็กขนาดใหญ่ ข้างในมีพื้นที่กว้างขวาง มีหลังคาทรงสูง และที่สำคัญ... มีหมูตัวอื่นๆ ยืนแออัดส่งเสียงร้องกระจายอยู่เต็มไปหมด!
“ตรงนั้นไง!” ก้อนเมฆชี้นิ้วพร้อมดวงตาแวววาว “มึงดูตรงนั้นดิจ๊อด! มีเพื่อนหมูเต็มเลย! ปลอดภัยแน่นอน! ธรรมชาติต่างจังหวัดสุดๆ!”
“เออว่ะ! หมูเยอะมาก! ์ของหมูชัดๆ!” จ๊อดเห็นดีเห็นงามตามเพื่อน
ก้อนเมฆใช้แรงฮึดสุดท้าย อุ้มตูดเ้าอู๊ดะโข้ามรั้วต่ำๆ ด้านข้าง แล้วยัดตัวเ้าอู๊ดเข้าไปในช่องประตูเหล็กที่เปิดแง้มไว้ ก่อนจะดันตูดมันเข้าไปข้างในอย่างสุดกำลัง!
ปึ้ง!
หมูขุนถูลู่ถูกังเข้าไปข้างในกรงเหล็กขนาดใหญ่เรียบร้อย!
ทันทีที่เท้าทั้งสี่ของเ้าอู๊ดััพื้นด้านในกรง ตัวเลขสีแดงบนหัวของมันก็เปลี่ยนเป็สีเขียว พร้อมกับเสียงเอฟเฟกต์สุดสดใสที่ดังขึ้นในหัวของก้อนเมฆคนเดียว
[ติ๊ด! ภารกิจสำเร็จอย่างงดงาม!] คุณได้ช่วยชีวิต 'เ้าอู๊ด' ให้พ้นจากเงื้อมมือของมีดสับหมูลุงเดชได้ทันเวลา ได้รับแต้มชีวิตสะสม: +50 แต้ม สถานะคำสาป: ขยายเวลาชีวิตของก้อนเมฆออกไปอีก 7 วัน]
“ฟู่uuuuu! รอดแล้วกู!” ก้อนเมฆทรุดตัวลงนั่งยองๆ หน้าประตูรั้ว หัวใจที่เคยกระตุกเกร็งกลับมาเต้นเป็ปกติ เขาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความฟินระดับสิบ
“โห ไอ้ก้อน มึงนี่ใจบุญเหมือนกันนะเนี่ย” จ๊อดเอามือทบเข่า หอบแฮ่กๆ อยู่ข้างๆ “มึงดูดิ เ้าอู๊ดมันเข้ากลุ่มกับเพื่อนๆ แล้ว เดินเข้าไปข้างในนั่นใหญ่เลย”
“เออดิ กูมันคนดีอยู่แล้ว” ก้อนเมฆยิ้มแป้นอย่างภูมิใจ พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ “เห็นไหมล่ะ การช่วยชีวิตสัตว์มันทำให้จิตใจเราสงบ... ปล่อยมันในที่ที่มันสมควรอยู่ มีเพื่อนฝูงคอยดูแล ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์”
แต่ว่า... ยามเย็นที่แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ไฟสปอร์ตไลท์ดวงใหญ่หน้าอาคารก็สว่างวาบขึ้น
พร้อมกับการปรากฏของป้ายไฟนีออนขนาดใหญ่ั์ที่ตั้งอยู่เหนือประตูทางเข้า ซึ่งก้อนเมฆไม่ได้สังเกตเห็นั้แ่แรกเพราะมัวแต่วิ่งสู้ชีวิต...
“...ไอ้ก้อน” จ๊อดพูดยังไม่ทันจบคำ เสียงดนตรีคลาสสิกเบาๆ ก็ดังมาจากลำโพงโรงงาน พร้อมเสียงเครื่องจักรกลหนักเริ่มทำงาน ครืนนนน... ฉึก! ฉึก!
“หือ?” ก้อนเมฆค่อยๆ เลื่อนสายตาลงมาจากป้าย บริษัท ไทยเจริญแปรรูปสัตว์ จำกัด — โรงงานเชือดและแปรรูปเนื้อหมูมาตรฐานส่งออก
“โรงงานเชือดหมู... ที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลาง...” จ๊อดอ่านข้อความบนป้ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มึง... มึงอุ้มหมูหนีจากแผงตลาด เพื่อเอามาปล่อยในโรงงานเชือดแปรรูปเนี่ยนะไอ้ก้อน?!”
“เวรแล้ว?” ก้อนเมฆตาค้าง พร้อมพึมพำ
ภายในกรงเหล็ก เ้าอู๊ดหมูขุนที่เพิ่งโดนยัดเข้ามา เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าซองคิวเข้าไลน์เชือด มันหันหลังกลับมาสบตากับก้อนเมฆผ่านช่องรั้วเหล็ก
แววตาของเ้าอู๊ดไร้ซึ่งความชื่นชมหรือตื้นตันใจ มีเพียงความว่างเปล่าและอารมณ์เอือมระอาขั้นสูงสุด ถ้ามันพูดเป็ภาษาคนได้มันคงพูดว่า
"ไอ้ควาย...!"มึงอุ้มกูวิ่งหนีข้ามอำเภอ เสียเืเสียเนื้อ เสียเงินสามร้อย เพื่อเอากูมาส่งเข้าคิวเชือดคิวที่หนึ่งเนี่ยนะ? แต้มมึงได้แล้วมึงก็เผ่นไปเลยสิไอ้เวร! อย่ามายืนทำหน้าซื่อแถวนี้!”
ก้อนเมฆยืนจ้องตาหมูอยู่นานประมาณสิบวินาที
“เอาน่าอู๊ด...” ก้อนเมฆพูดเสียงเรียบ พลางเอามือแตะไหล่จ๊อด “อย่างน้อยมึงก็ตายพร้อมเพื่อนเป็ร้อยตัว ไม่เหงาแน่นอน... กูไปละ แต้มกูเข้าแล้ว”
“มึงแม่งโคตรเหี้ยเลยไอ้ก้อนนนนน!” จ๊อดะโลั่นก่อนจะะโถีบตูดก้อนเมฆเต็มแรง จนก้อนเมฆล้มกลิ้งไปกับพื้น ท่ามกลางเสียง “อู๊ดดดด!” ของเ้าหมูขุนที่ด่าส่งท้ายมาจากในโรงงาน