หลี่ลู่เอินกับหลี่ลู่เสียนสองคนพี่น้องเดินหาโรงค้าสัตว์จากการบอกทางของชาวบ้านอยู่นานราวสองเค่อเห็นจะได้ ทั้งสองคนเดินหลงทางวนไปมาอยู่พักหนึ่ง แต่ในที่สุดทั้งสองคนก็สามารถมาถึงที่หมายมาได้ สองพี่น้องถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นโรงค้าสัตว์ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าตนเอง
โดยไม่รอช้าหลี่ลู่เอินรีบจับจูงแขนพี่ชายของนางให้เดินตามนางเข้าไปด้านในในทันที ทั้งสองเดินผ่านประตูไม้ขนาดใหญ่ที่แลดูเก่าแก่อยู่สักหน่อย สิ่งแรกที่ทั้งสองเห็นเมื่อเดินเข้ามาด้านใน คือคอกสัตว์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็คอกม้าที่มีอยู่มากมายหลากหลายสายพันธุ์คอกวัว คอกหมู หรือแม้แต่คอกเป็ดคอกไก่ที่นี่ก็มีขายเช่นเดียวกัน ที่ด้านหน้าคอกของสัตว์ต่างมีคนคอยนั่งเฝ้าพวกมันอยู่ หลี่ลู่เอินเดาว่าคงเป็เหล่าบรรดาพ่อค้าที่นำพวกมันมาขายที่นี่กระมัง
โรงค้าสัตว์แห่งนี้เป็ทั้งสถานที่รับซื้อสัตว์และขายสัตว์ออกไป เป็สถานที่ที่เปิดให้บริการกับเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่สนใจที่จะทำการค้าขายสัตว์ต่างๆ มาเช่าสถานที่และทำการซื้อขายกันที่นี่
ชาวบ้านชาวเมืองหาก้าขายสัตว์เลี้ยงของตนหรือว่าซื้อสัตว์พวกนี้กลับไปก็สามารถมาใช้บริการที่นี่เพียงที่เดียว เพราะภายในเมืองแห่งนี้มีโรงค้าสัตว์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หลี่ลู่เอินเห็นเกวียนคันใหม่เอี่ยมจอดเรียงรายกันอยู่ที่ลานกว้างอย่างหนาแน่น มีั้แ่เกวียนที่ดูเรียบง่ายธรรมดาไปจนถึงเกวียนที่ถูกตกแต่งจนแลดูหรูหรางดงามบ่งบอกฐานะของผู้ใช้
หลี่ลู่เอินเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าคอกวัวคอกหนึ่งซึ่งนางได้เดินสำรวจดูจนแน่ใจแล้วว่าคอกวัวคอกนี้ถูกเ้าของของมันดูแลเอาใจใส่เป็อย่างดี นางสังเกตจากขี้วัวภายในคอกที่ถูกเก็บกวาดเสียจนสะอาด วัวภายในคอกก็แลดูสะอาดหมดจดและยังแข็งแรงสุขภาพดีอีกด้วย
สิ่งเหล่านี้สามารถบอกได้ว่าเ้าของของมันมีความใส่ใจต่อพวกมันมากกว่าจะมองว่ามันเป็เพียงสัตว์เลี้ยงที่รอเวลาที่จะถูกขายออกเพียงเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากวัวคอกอื่นๆ ที่เต็มไปด้วยขี้วัวกองพะเนินจนจะท่วมขาวัวอยู่รอมร่อเเล้ว
“ท่านลุง! ข้าอยากได้วัวที่แข็งแรงสักตัวไม่ทราบว่าท่านลุงขายอย่างไรหรือเ้าคะ”
ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าท่านลุงหันมองเด็กน้อยสองคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าตัวใหม่เอี่ยมก็นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย โดยปกติแล้วผู้ที่จะมาหาซื้อสัตว์จำพวกนี้จะต้องเป็เหล่าชายฉกรรจ์เสียมากกว่า ตัวเขาเองทำอาชีพค้าขายอยู่ที่นี่มานานเพิ่งจะเคยเห็นเด็กมาถามหาซื้อวัวควายเป็ครั้งแรก ถึงแม้จะมีความสงสัยและแปลกใจแต่ก็ยังตอบออกไปตามหน้าที่ เขาคงไม่โชคร้ายถึงขนาดโดนเด็กสองคนนี้กลั่นแกล้งหรอกกระมัง
“วัวตัวผู้ราคาตัวละ15ตำลึงเงิน ตัวเมีย18ตำลึงเงิน พวกเ้าอยากได้วัวตัวผู้หรือตัวเมียกันล่ะ วัวข้าแข็งแรงสู้งานหนักทุกตัวแน่นอน ลองเลือกดูเองก็แล้วกัน”
จบคำพูดของคนขายหลี่ลู่เอินก็ถึงกับต้องย่นหัวคิ้วด้วยความคิดหนักในทันที นั่นน่ะสินางต้องซื้อวัวตัวผู้หรือวัวตัวเมียกันล่ะ นางเองก็ไม่ได้มีความรู้ทางด้านนี้แต่ในความรู้สึกของนางนั้นะโบอกกับนางว่า การซื้อวัวตัวเมียนั้นมันสามารถออกลูกแพร่พันธุ์ได้
หากนางซื้อวัวตัวเมียกลับไปนั่นย่อมเป็การสร้างกำไรได้ในอนาคตซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่านางจะไม่มีทางขาดทุนอย่างแน่นอน และในวันข้างหน้านางยังสามารถกลับมาเพื่อซื้อวัวตัวผู้ได้อีก ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ นางอาจจะสร้างคอกขนาดใหญ่เพื่อเลี้ยงพวกมัน ถึงยังไงการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับนางได้อีกทางหนึ่ง หากว่าการทำสบู่ของนางไม่ประสบผลสำเร็จ นางก็ยังมีรายได้จากตรงนี้รองรับ ถึงยังไงการเลี้ยงสัตว์ก็ไม่ใช่งานยาก พอคิดมาถึงตรงนี้นางจึงตัดสินใจที่จะซื้อวัวตัวเมียตัวหนึ่งที่นางตัดสินจากสายตาของนางเองว่ามันแลดูแข็งแรงสมบูรณ์มากที่สุดภายในคอกนี้แล้ว
นางจึงชี้ไปที่วัวตัวนั้นด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ซึ่งเป็บุคลิกของนักธุรกิจที่ติดตัวนางมาโดยธรรมชาติั้แ่ชาติก่อน และนั่นทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นเกิดความยำเกรงในรัศมีที่นางเปล่งออกมาโดยที่ตัวนางเองไม่ได้รู้สึกตัวแม้แต่น้อย พ่อค้าวัวรู้สึกราวกับว่าตัวเขากำลังพูดคุยอยู่กับคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ก็ไม่ปาน
เมื่อเลือกซื้อวัวได้แล้วนางก็เดินไปเลือกซื้อเกวียนต่อเพื่อที่จะได้ให้พ่อค้าทำการติดตั้งให้ นางเลือกซื้อเกวียนที่แลดูเรียบง่ายมาคันหนึ่งในราคา 3ตำลึงเงิน พ่อค้าขายวัวเห็นว่านางได้เกวียนมาแล้ว เขาจึงได้จูงวัวของเขาเข้ามาติดตั้งเข้ากับเกวียน เวลาผ่านไปไม่ถึงกนึ่งเคยรถวัวเทียมเกวียนของนางก็เป็อันเสร็จเรียบร้อย หลี่ลู่เอินยืนชื่นชมรถเทียมเกวียนคันแรกของครอบครัวตนอยู่นานหลายอึดใจด้วยความรู้สึกปลื้มปิติ โดยเฉพาะหลี่ลู่เสียนเขาเพ่งมองไปที่รถวัวเทียมเกวียนที่เพิ่งถูกติดตั้งเสร็จด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาไม่เคยนึกฝันมาก่อนเลยว่าในชีวิตนี้ว่าครอบครัวของเขาจะสามารถซื้อวัวที่มีราคาแพงมากขนาดนี้ได้ จนมาวันนี้ความคิดของเด็กชายได้เปลี่ยนไปแล้ว และผู้ที่เปลี่ยนความคิดของเขาก็คือน้องสาวที่กำลังยืนยิ้มอยู่เบื้องหน้ารถเทียมเกวียนด้วยใบหน้าที่แสดงถึงความภาคภูมิใจ เหตุเพราะั้แ่น้องสาวของเขาฟื้นจากไข้มาคราวนี้หลายๆ อย่างภายในครอบครัวก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เด็กชายเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นว่าต่อไปชีวิตความเป็อยู่ของครอบครัวของเขาจะต้องดีขึ้นกว่าเดิมไปอีก และจะดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ในอนาคตอย่างแน่นอน