คาริส บากหน้ากลับไปหยั่งูเาขยะเพื่อขี่เมกาโน่ หนีจากเมืองนี้อีกครั้ง แต่ทว่า ที่นั่นกลับปรากฏ มีเหล่าหนอนขยะจำนวนมากเตรียมรุมประชาทัณฑ์เขาอยู่ โดยเฉพาะเหล่าชง หัวหน้าของพวกมัน เพราะคาริส ช่วยอธีเซีย หลบหนีเงื้อมมือของพวกมัน
" เฮ้ย คาริส ในที่สุดนายก็มา ว่าไงรสชาติของแม่นั่นเป็ยังไงบ้าง ชั้นรู้นะว่าแกมีอะไรกับหล่อนแล้ว " เหล่าชงกล่าวแล้วชกหมัดอันทรงพลังออกไป ท่ามกลางเสียงเฮ ของเหล่าหนอนขยะ
คาริส โดนชกแล้วชกอีก จนล้มหน้าคว่ำ เพราะเขาไม่คิดจะตอบโต้ เหล่าชงที่เขานับถือเป็สหายคนหนึ่ง
" ชั้นผิดเอง ถ้านายอยากระบายความโกรธแค้นละก็เอามาลงที่ชั้นได้เลย " คาริสกล่าว ดังนั้นเขาจึงถูกชก แล้วถูกนำไปขึงพืดให้ตากแสงอาทิตย์ ในยามกลางวันจนกว่าจะตาย ก่อนเหล่าหนอนขยะจะแยกย้ายกันหลบหนี
ราวๆบ่ายโมง คาริสที่โดนจับตากแดด เริ่มรุ้สึกไม่ค่อยดี เขากำลังจะตายเพราะขาดน้ำ จู่ๆเมกาโน่ ก็วิ่งนำ ม้ายูนิคอร์นตัวหนึ่งที่มีอัศวินสาวคนหนึ่งขี่อยู่มาทาง คาริส เธอคือ อธีเซีย นั่นเอง
" คาริส ไม่นะ " อธีเซีย ร้องไห้แล้วรีบตัดเชือกที่ขึงพรืด คาริสไว้ พร้อมกอดเขาในอ้อมกอด
คาริสไม่เคยได้กลิ่นหอมปานดอกไม้นี้จากกายสาวคนใดเลย จึงเริ่มรู้สึกตัว
" น..น้ำ "คาริสพูดอย่างอ่อนแรง
" ด..ได้ " อธีเซีย ยกกระติกน้ำขึ้นมาแล้วอมน้ำไว้ในปากของเธอ แล้วป้อนคาริสผ่านทางปาก แล้วพูดด้วยความอายว่า
" นี่นะ มันเป็เฟิร์สคิส ของชั้นเลย "
หลังจากนั้น อธีเซีย ก็พาคาริสที่อ่อนแรงกลับบ้าน และที่นั่น มีจอมเวทย์สายรักษาอยู่เราคน พวกเขาต่างเป็ฮันเตอร์แรงค์ A ที่ประจำอยู่ที่คฤหาสต์นี้ เพื่อท่านดยุคจะเจ็บป่วย
" กรุณา ช่วย คาริสด้วยเถอะ ค่ะ " อธีเซีย พูดด้วยน้ำตา ทำให้เหล่าจอมเวทย์ใจอ่อน แล้วใช้เอ็กตร้าสกิล ทำการรักษา คาริสเป็การด่วน จนคาริสค่อยๆฟื้นขึ้นมา แต่หลังจากได้ดื่มน้ำอีกครั้งเขาก็นอนหลับไป เพราะในน้ำมียานอนหลับผสมอยู่
เช้าวันต่อมา...ดยุคเทียมร์ ผู้เป็พ่อของ อธีเซีย ได้มาปลุก คาริสด้วยตัวของเขาเอง
" เ้าได้ทำลายความบริสุทธิ์ของอธีเซีย ลูกสาวข้า มีโทษสมควรตายด้วยการถูกห้าม้าแยกร่าง " ดยุคเทียมร์กล่าว แล้วกล่าวต่อ
" แต่ทว่า ลูกสาวข้า หลงรักเ้าหัวปักหัวปำ ดังนั้นข้าจะให้เ้าทำคุณไถ่โทษ ด้วยการติดตามเหล่าฮันเตอร์ ไปทำภารกิจ ะเิรังแมลงสาป "
คาริสยิ่งฟังก็ยิ่ง งง ตัวเขาที่ไม่รู้ว่าได้ทำอะไรเอาไว้ รู้เพียงแต่ว่า อธีเซีย เป็ผู้รับเคราะห์รายที่ 9 กลับต้องถูกส่งไปหยั่งรังแมลงสาปที่มีแมลงสาปขนาดั์ตัวใหญ่เท่าคนอาศัยอยู่ เพื่อทำภารกิจที่แทบจะเป็ไปไม่ได้
" ดูนี่ " ดยุคเทียมร์ ส่งสิ่งนึงให้ คาริส มันคือะเิฮาตรอน
" หา!!! นี่มันะเิฮาตรอนที่ประเทศไทยผลิตขึ้นนี่นา " คาริสะโด้วยความใ
" ถูกต้องแล้ว นี่คือะเิฮาตรอน ข้าคงไม่ต้องพูดที่ความร้ายแรงของมันที่มีพลังทำลายมากกว่านิวเคลียร์ 300 เท่าหรอกนะ " ดยุคเทียมร์กล่าว
คาริสได้แต่ภาวนา ว่าตัวเองจะยังรอด หลังจากเสร็จภารกิจนี้ และกลับไปหาพ่อโดยปลอดภัย
และแล้วคืนนั้น คาริส ก็นอนฝันร้ายทั้งคืน ก่อนที่จะเช้า...
เช้าของวันที่สาม...เหล่าฮันเตอร์ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ โดยการนำของ จอร์จ เซโนแลนด์ อาบราตรอน โดยมีดยุค เทียมร์มาส่งถึงหน้าบ้าน
คาริสได้แต่ร้องประท้วง เพราะเขาไม่อยากไป จนโดนจับอุดปากและมัดมือ ก่อนถูกลากขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปหยั่งูเาไฟอิเดเรีย ที่อยู่ของพวกแมลงสาปกินคน
30 นาทีต่อมา...ทีมเฉพาะกิจ จำนวน 11 นาย และจอร์จ ได้มาถึง ูเาไฟอิเดเรีย
จอร์จมองดู นาฬิกาตัวเอง ก่อนจะฮาวออกมา และสั่งให้ทุกคนะโลงไป โดยไม่ลืม หยิบ ะเิฮาตรอนไปด้วย
ทุกคนเริ่มโดลงไปเรื่อยๆจนเหลือคาริสเป็คนสุดท้าย
" จะโดด ไม่โดด ถ้าช้าเดี๋ยวแม่ถีบลงไปเลยนะ " จอร์จ กล่าว
คาริสมองออกไปจากความสูงเหนือพื้น 5000เมตร แล้วรู้สึกหนาวจนแทบจะปวดฉี่ขึ้นมาเดี๋ยวนั้น ก่อนถูกถีบลงไป...
" ม่ายยยยยยยยยยยย " คาริสร้องะโ ก่อนร่มชูชีพจะกางอัตโนมัติก่อนถึงพื้น
จอร์จที่เหาะลงมาด้วยเวทย์บินลงมาเหยียบพื้นด้วยความห้าวหาญ และมองไปหยั่ง ฝูงแมลงสาปที่เริ่มออกมาต้อนรับพวกเขาด้วยการเปิดฉากโจมตี
" แบ่งเป็ทีม ทีมละ 6คน ส่วนคาริสมากับชั้น " จอร์จกล่าวก่อนใช้พลังตัดเชือกที่มัดมือคาริส
แล้วเหล่าฮันเตอร์ ก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน
จอร์จ ะโ ตบพวกแมลงสาปที่ตัวใหญ่เท่าคนทีเดียวตายตัวแล้วตัวเล่า สมแล้วที่เป็ฮันเตอร์คลาส S ที่ดยุคเทียมร์จ้างมา ในไม่ช้าพวกเขาทั้ง7คนรวมคาริสด้วย ก็บุกเข้าไปในรังแมลงสาปได้
และในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงส่วนลึกสุดของรังแมลงสาป และกำลังจะตั้งเวลาะเิของะเิฮาตรอน แต่อยู่ๆ โทรจิตของ ทีมเฉพาะกิจอีก 6คนที่อยู่ภายนอกถ้ำก็ขาดหายไป
" พวกนั้นแอบอู้งานอีกแล้ว เดี๋ยวชั้นไปตามเอง "จอร์จ กล่าว แต่ยังไม่ทันเดิน ก็มีของสิ่งหนึ่งพุ่งมาหาเขา มันคือหัวของเพื่อนร่วมงานเขาเอง และการปรากฏกายของสัตว์ประหลาดลึกลับ นาม ฮัมรอน าาของเหล่าแมลงสาป
" ก..แก " จอร์จ ะโ แต่เพียงไม่กี่วินาที หัวของเพื่อนร่วมงานอีก 6 คนก็ขาดกระเด็นโดยที่จอร์จไม่สามารถช่วยอะไรได้ แม้แต่คาริสเองก็ตัวสั่นงันงก
" น..หนี หนีไปคาริส " นั่นคือคำพูดประโยคสุดท้ายของจอร์จที่ พูดกับคาริส ก่อนคาริสจะสลบไป
ติ้ง ติ้ง ติ้ง...นานเท่าไหร่ไม่รู้ คาริสค่อยๆฟื้นขึ้นมา เขายืนอยู่เหนือหัวของาาแมลงสาปที่ตายแล้ว และะเิฮาตรอนกำลังนับถอยหลัง เหลือเพียง 3 นาที ตอนนั้นเองที่วิทยุ ของเฮลิคอปเตอร์ ได้วิทยุมาบอกว่ามารออยู่ตรงที่นัดพบหน้าถ้ำแล้ว ให้รีบมา
คาริสรีบทิ้งหัว ฮัมรอน าาแมลงสาปแล้วรีบเผ่นออกไป
.
.
.
คาริสรีบขึ้นเฮลิคอปเตอร์ แล้วสั่งให้รีบบินหนีออกไปโดยด่วน
นักบินแม้จะงงกับคำสั่งของคาริส แต่ก็ปฏิบัติตาม เพราะเชื่อในฝีมือของเหล่าฮันเตอร์ที่มาด้วยกัน
หลังจากบินขึ้นไปไม่นาน ก็มีเสียง ะเิดังกัมปนาท เสียงดังไปกว่า 300 กิโล
ตูมมมม!!! เสียงดังราวนรกอเวจีโผล่ขึ้นมาบนโลก ภายในเวลาเพียง 30 วินาที ทุกสิ่งที่อยู่ในระยะ 500กิโลเมตร ต่างราบพณาสูณ
นักบินได้แต่ตัวสั่นและ พยายามบังคับเครื่องบิน ให้รอดจากเปลวไฟของะเิฮาตรอนที่แผ่พุ่งออกมา แต่แล้วความเร็วของ เครื่องบิน ก็หนีไม่พ้นอสูรกายตนนี้
ไฟได้กลืนกินตัวเครื่องของเฮลิคอปเตอร์ ก่อนมันจะหมุนควงสว่าน และตกลงไปในทะเล ที่อยู่ไม่ไกลจากูเาไฟอิเดเรีย
คาริส ได้แต่เกาะเข็มขัดนิรภัยก่อนที่จะสลบไป ภาพที่เขาจำได้ คือ นักบิน ของเฮลิคอปเตอร์สวดถึงพระเ้า ก่อนที่ไฟจะเผาทุกสิ่งในเฮลิคอปเตอร์ มันคือปฏิบัติการฆ่าตัวตายชัดๆ
และแล้วทุกอย่างก็สลายหายไปเหลือไว้แต่เพียงความมืดของนรกอเวจี...
************************************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป