ขณะที่อันหลินกำลังทะลวงขั้นเข้าสู่กายแห่งมรรคขั้นเก้า พลังประหลาดบางอย่างก็ไปกระตุ้นพลังภายในร่างกายของต้าไป๋เข้า
จากนั้น ต้าไป๋ก็รู้สึกถึงความเ็ปปานจะขาดใจจากภายในร่างกาย
‘พับผ่าสิ อันหลินเ้าทำอะไรข้า!’
ต้าไป๋ตวาดในใจไม่หยุด เสียดายที่มันพูดไม่ได้ ทำได้แค่เห่า ‘โฮ่ง’ ไม่กี่ที
พายุหมุนปราณลูกใหญ่ก่อตัวกลางอากาศ จากนั้นก็หลั่งไหลเข้ามาในร่างกายของต้าไป๋อย่างป่าเถื่อน
ต้าไป๋น้ำตารื้นชื้น มันไม่เคยเ็ปขนาดนี้มาก่อน
ภายในความเ็ปเช่นนี้ การเตะของจางเฉินแลดูอ่อนโยนขึ้นมาทันที
พลังชีวิตจำนวนมหาศาลรวมตัวในร่างกายของต้าไป๋หลอมเป็หนึ่งเดียวกับพลังจิตของสรรพสิ่งที่หลั่งไหลเข้ามา
พลังที่สองเริ่มหลอมรวมกัน เชื่อมต่อกัน สุดท้ายกลายเป็ขุมพลังสัตว์ส่องแสงสีทองระยิบระยับ
ในชั่ววินาทีนั้นต้าไป่เริ่มััได้ว่าในร่างกายของมันมีพละกำลังและพลังชีวิตมหาศาล
ความเ็ปค่อยๆ จางหายไป มันลุกขึ้นมา ดวงตาคู่นั้นเป็ประกายแวววาว
อันหลินเองก็ลุกขึ้นมาอย่างเหงื่อที่เปียกโชก ขยับตัวยืดเส้นยืดสายอุทานว่า “ทะลวงขั้นครั้งนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ!”
“นั่นสิ ข้าเจ็บจะตายแล้ว!” เสียงหนึ่งพูดอย่างคล้อยตาม
อันหลินได้ฟัง ก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง “นั่นสิเจ็บจะตายแล้ว!”
เพียงชั่วพริบตา เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ...
“คุณพระ ใครคุยกับข้าน่ะ!”
อันหลินขนลุกขนชัน มีคนเข้าใกล้ตัวเองอย่างไม่มีสุ้มไม่มีเสียงได้อย่างไรยอดฝีมือระดับหล่อเลี้ยงิญญาหรือ!
“ตรงนี้ ข้าอยู่นี่!” เสียงดังขึ้นข้างกายเขาอีกครั้ง
อันหลินกวาดสายตามองรอบๆ อย่างหวาดกลัว มีคนที่ไหนกัน “บัดซบ เจอผีงั้นเหรอ”
“ข้าอยู่ตรงนี้ เ้าดูถูกสุนัขหรือไง โฮ่ง!”
อันหลินชะงักไป ก้มหน้ามองลงไป พบว่าต้าไป๋กำลังมองตัวเองอย่างมีชีวิตชีวากระดิกหาง แลบลิ้น
“ต้าไป๋?” อันหลินลองถามหยั่งเชิง
“ข้าเอง โฮ่ง!” ต้าไป๋ยกมุมปากขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มมีเลศนัย
ใครจะไปรู้ว่าอันหลินรู้สึกได้อย่างไรว่ารอยยิ้มของต้าไป๋นั้นมีเลศนัย อย่างไรเสียก็คือมีเลศนัยแบบที่สมจริงมาก
“ต้าไป๋ เ้าพูดภาษามนุษย์ได้ เ้ากลายเป็ภูตแล้ว!”อันหลินไม่อาจสงบจิตสงบใจได้ สุดท้ายก็ะโลั่นขึ้นมา
“ถุย เป็ภูตบ้าบออะไรกันข้าทะลวงขั้นเข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงิญญาต่างหาก!” ต้าไป๋พูดเชิงเหยียดหยาม
ประโยคนี้น่าตะลึงยิ่งกว่าต้าไป๋ยอมรับว่าตัวเองเป็ภูตแล้วเสียอีกอันหลินได้ฟังก็ยืนเหม่อกับที่ทันที
ล้อกันเล่นหรือเปล่า!
ต้าไป๋ที่อ่อนแอยิ่งนักทะลวงขั้นเป็ยอดฝีมือระดับหล่อเลี้ยงิญญางั้นหรือ
เมื่อเห็นความใและความสงสัยของอันหลินต้าไป๋ก็พูดว่า “การทะลวงขั้นของเผ่าพันธุ์สัตว์ของเรากับวิธีทะลวงขั้นของมนุษย์อย่างพวกเ้าไม่ค่อยเหมือนกันอย่างไรเสียน่าจะต้องขอบคุณเ้า พันธนาการบางอย่างในตัวข้าถูกทำลายจากนั้นก่อตัวเป็ขุมพลังสัตว์ เข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงิญญาได้สำเร็จ หากก่อตัวเป็ขุมพลังสัตว์แล้วข้าก็จะกลายเป็สัตว์ภูต สามารถพูดภาษาภูตได้”
อันหลินมองต้าไป๋ที่อิ่มอกอิ่มใจในใจก็ผ่อนคลายลง ยอมรับความจริงประการนี้
แม้จะไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรของตัวเองที่ทำให้ต้าไป๋บรรลุเข้าสู่ระดับหล่อเลี้ยงิญญา
แต่มันเปลี่ยนจากสภาพใกล้ตายเป็สุขกายสบายดีเช่นตอนนี้ ก็ทำให้อันหลินรู้สึกปลาบปลื้มใจมากแล้ว
จู่ๆต้าไป๋ก็ะเิพลังอำนาจอันน่าตะลึงออกมาในพริบตา
ต่อมา ร่างของมันก็ขยายอย่างรวดเร็วสุดท้ายกลายเป็สุนัขตัวใหญ่ขนาดหนึ่งจั้ง
“คุณพระ ต้าไป๋สำแดงเดช!” อันหลินตาลุกวาว
ตอนนี้ขนทั่วทั้งตัวของต้าไป๋เป็สีขาวสะดุดตาดูอ่อนนุ่มเรียบลื่นอย่างยิ่ง ดวงตาคู่นั้นสุกใส บวกกับเขี้ยวแหลมคมของมันให้ความรู้สึกทั้งน่าเกรงขามและน่ารักในเวลาเดียวกัน
“หึ แน่นอน” ต้าไป๋กระดิกหางกระหยิ่มยิ้มย่อง พูดต่อว่า “เ้าช่วยข้าไว้ไม่น้อยเลยคราวนี้ข้าจะพาเ้าไปเชือดนักเรียนคนอื่นเอง!”
อันหลินได้ยินก็ดีใจแต่ก็เกิดลังเลในเวลาต่อมา “เหมือนกิจกรรมนี้จะมีกติกาว่าห้ามร่วมมือกันต่อกรศัตรู ข้ากับเ้าเคลื่อนไหวพร้อมกัน มันผิดกฎนะ!”
“อันหลิน เ้าควรจะไปเสริมสติปัญญาหน่อยนะ...กติกากำหนดว่าอนุญาตให้ต่อสู้เพียงลำพังเท่านั้น แต่ข้าเป็หมานี่นา! โฮ่ง!”
ต้าไป๋แลบลิ้น
อันหลินถูกสุนัขดูถูกไอคิวในใจไม่มีความไม่ชอบใจเลยสักนิด กลับหน้าชื่นตาบานเสียอย่างนั้น
เขามองต้าไป๋ราวกับค้นพบดินแดนผืนใหม่พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ต้าไป๋ พาข้าวางมาดและโบยบินที!”
“หึใช้คำศัพท์ได้เยี่ยม ข้าจะพาเ้าบินเดี๋ยวนี้แหละ!” ต้าไป๋หมอบลงกับพื้นแล้วพูดว่า“ขึ้นมาเลย โฮ่ง!”
คุณพระต้าไป๋บินได้จริงเหรอ!
แม้อันหลินจะใอยู่บ้างแต่ก็ะโขึ้นคร่อมร่างกายอันสูงใหญ่ของต้าไป๋โดยไม่ลังเลอยู่ดีลูบขนนุ่มลื่นของมันแล้วพูดยิ้มๆ ว่า “เ้าหมาดื้อไปกันเลย!”
“หมาดื้ออะไรกันข้าคือต้าไป๋ โฮ่ง!” ต้าไป๋เถียง
จู่ๆก็มีพลังแห่งสายลมอันบริสุทธิ์ก่อตัวใต้ร่างของมัน
จากนั้นมันก็เหยียบพายุ เหาะขึ้นฟ้าทันที!
บนเขตแดนเซียนกระบี่มิ่งหยวนมองหนึ่งคนหนึ่งสุนัขที่เหาะเหินเวหา จากนั้นก็เหาะไปไกลขึ้นเรื่อยๆตกอยู่ในภวังค์แห่งความเงียบ
สุดท้ายเขาก็รู้แจ้งจากเื่นี้ พูดอย่างเบิกบานใจว่า “นี่แหละคือชะตาชีวิต!”
เป็ดังที่คาดเมื่อสิ้นประโยคนี้ ความอัดอั้นตันใจของเซียนมิ่งหยวนก็ได้รับการปลดปล่อยจิตใจของเขาก็สงบลง...
เซียนมิ่งหยวนพยักหน้าเบาๆประโยคนี้มันช่างมีประโยชน์จริงๆ สามารถใช้อธิบายทุกเหตุการณ์ที่โชคร้ายได้!
...
บนท้องฟ้าห่างไกล
“ยะฮู้วสุดยอด!”
อันหลินะโอย่างสุขใจนี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความสุขของการเหาะเหิน
ตัวของต้าไป๋ใหญ่โตมโหฬารซ้ำยังมีอุณหภูมิร่างกายอันอบอุ่น ให้ความรู้สึกปลอดภัยกับเขาอย่างยิ่ง
นั่งอยู่บนหลังของต้าไป๋เขารู้สึกว่าโรคกลัวความสูงและโรคกลัวความเร็วของตัวเองได้รับการบำบัดอย่างใหญ่หลวง
กระบี่เหินเวหาอะไรพรรค์นั้นไปตายเสียเถอะ!
ต่อไปเขาจะขี่หมาเหาะเหินเท่านั้น!
อันหลินมีความสุขมากเขากำลังครุ่นคิดแล้วว่าต่อไปจะเลี้ยงสัตว์โบยบินอะไรดี...
จากนั้นเขาก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นในใจ ลูบหัวของต้าไป๋เบาๆ พูดเสียงอ่อนโยนว่า
“ต้าไป๋เ้ามาเป็สัตว์เลี้ยงของข้าดีไหม”
ต้าไป๋“…”
“อันหลินเ้าบ้าไปแล้วหรือ เ้ามาเป็สัตว์เลี้ยงของข้ายังพอว่า โฮ่ง!” ต้าไป๋เห่า
อันหลินได้ยินก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยบ่นอุบอิบว่า “จ้าวหวายหยินโชคดีเสียจริงมีต้าไป๋เป็สัตว์เลี้ยงด้วย”
ต้าไป๋ฉีกยิ้ม“หา อย่างจ้าวหวายหยินคู่ควรจะเป็นายข้าด้วยหรือเขาเป็แค่คนเก็บอึของข้าก็เท่านั้น โฮ่ง!”
“หา”อันหลินทำหน้าตะลึง ดูต้าไป๋พูดเข้าสิ มันทำให้เขาใ
“เ้ารู้จักสำนักสัตว์เทพไหม”ต้าไป๋พูด
อันหลินส่ายหน้า
“สำนักสัตว์เทพเป็สำนักขนาดใหญ่ที่เผ่าพันธุ์สัตว์ของเราก่อตั้งในแคว้นจิ่วโจวสมาชิกในสำนักก็มีเผ่าพันธุ์สัตว์เป็หลัก ในขณะที่สัตว์น้อยยังไม่กลายเป็ขุมพลังสัตว์ส่วนใหญ่แล้วจะมีเ้าหน้าที่ประจำตัว และจ้าวหวายหยิน ก็คือคนดูแลข้าเรียกกันทั่วไปว่าคนเก็บอึ โฮ่ง!”
ราวกับอันหลินได้ยินข้อมูลไม่ธรรมดาบางอย่าง“งั้นคนที่มาเล่าเรียนที่สำนักแห่งนี้ที่จริงแล้วคือ...”
“ถูกต้องข้านี่แหละ! ข้าสนใจสำนักแห่งนี้ จึงให้จ้าวหวายหยินพาข้ามา! ดูจากตอนนี้แล้วได้ประโยชน์ไม่น้อยเลย อย่างน้อยในความบังเอิญข้าก็ก่อตัวเป็ขุมพลังสัตว์ได้สำเร็จ โฮ่ง!”
พูดไปพูดมาต้าไป๋ก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาอีกแล้ว หางสีขาวกระดิกไปมาอย่างสุขอุรา
อันหลินพยักหน้าไม่คิดว่าจ้าวหวายหยินจะเป็เ้าหน้าที่ดูแลประจำตัวต้าไป๋
แต่เขาคิดว่าในใจของต้าไป๋จ้าวหวายหยินไม่ใช่แค่คนเก็บอึอย่างปากมันพูดแน่นอนแต่เห็นจ้าวหวายหยินเป็เหมือนเพื่อนแล้ว
มิเช่นนั้นต้าไป๋คงไม่กระโจนเข้าไปแก้แค้นแทนจ้าวหวายหยินอย่างไม่คิดชีวิตหลังจากที่จ้าวหวายหยินถูกจางเฉินจัดการจนสาหัสปางตายหรอก
“โฮ่ง!ข้าพบลมปราณแล้ว! ตอนนี้ข้าจะให้เ้าได้เห็นความเก่งกาจของข้า”ต้าไป๋พูดอย่างฮึกเหิม
สีหน้าของอันหลินเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีรู้ดีว่าาครั้งต่อไปกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!