เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดผ่าฟากฟ้าสว่างวาบ เงาดำของมือสังหารวูบไหว ดาบสีดำทมิฬในมือของมันแทงตรงเข้ามาดุจลำแสงมรณะ เป้าหมายคือคอหอยของกู่เจี้ยนหุนในพริบตา!
‘ความเร็วไม่เลว ทว่าทางดาบตรงทื่อเกินไป!’ กู่เจี้ยนหุนคิดในใจอย่างใจเย็น
เขาก้าวเบี่ยงเท้าขวาเฉียงไปด้านข้างเพียงครึ่งคืบ ปลายดาบดำเฉียดผ่านรอยขาดของคอเสื้อไปอย่างหวุดหวิด ลมคมดาบกรีดผิวแก้มจนรู้สึกแสบแปลบ กู่เจี้ยนหุนไม่รอช้า พลิกข้อมือขวาที่ถือไม้ฟืนเหลี่ยมหนาขึ้นมาสวนกลับทันควัน
ปึ้ง!
ไม้ฟืนฟาดกระแทกเข้าที่ข้อมือของมือสังหารอย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้ดาบดำเบนออกจากวิถีเดิม มือสังหารหน้ากากโลหิตดวงตาหดแคบลง มันคาดไม่ถึงว่าชายขี้โรคท้ายตลาดจักมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่รวดเร็วปานนี้ มันรีบดึงดาบกลับ สะบัดข้อมือฟาดฟันเป็แนวขวางในทันที
ฟับ! ฟับ! ฟับ!
คมดาบวาดผ่านความมืดสามเพลงรวด ประกายดาบสีดำฉีกฝ่าละอองฝนที่สาดซัดเข้ามาทางประตู กู่เจี้ยนหุนก้าวถอยหลังตามจังหวะ ขยับไม้ฟืนในมือตั้งรับและปัดป้อง
เคร้ง! เคร้ง! ตึ้ง!
เสียงไม้เนื้อแข็งปะทะเหล็กกล้าดังกึกก้อง สะท้านแก้วหู ทุกครั้งที่ศาสตราปะทะกัน แรงสั่นะเืทำให้อาคารไม้ไผ่สั่นคลอน เศษฝุ่นบนหลังคาฟางร่วงกราวลงมา กู่เจี้ยนหุนรู้สึกได้ถึงความเ็ปที่ฝ่ามือ ร่างกายอันผอมแห้งของอาเฉินเริ่มมีอาการสั่นระริก ลมปราณในร่างยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะรองรับการปะทะหนักหน่วงติดต่อกันได้นาน
‘ชักช้าไม่ได้ ร่างกายนี้จักพังทลายก่อน ต้องเผด็จศึกในกระบวนท่าเดียว!’
มือสังหารเหยียดยิ้มใต้หน้ากากผ้าสีโลหิต มันจับความอ่อนแอของคู่ต่อสู้ได้ "ร่างกายอันน่าสมเพชของเ้า... จงรับดาบนี้ของข้าไปเสีย! ดาบสะบั้นวารี!"
มันรวบรวมลมปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายดาบ ตัวดาบดำทมิฬพลันส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายพรายกระซิบ มันะโทะยานตัวขึ้นสูง สองมือจับด้ามดาบแน่น ฟาดฟันลงมาดุจขุนเขาถล่มทลาย หวังจะผ่าทั้งไม้ฟืนและร่างของกู่เจี้ยนหุนให้ขาดสะบั้น
โฮก! เสียงลมพายุก่อตัวตามแรงดาบ ดุดันยิ่งนัก
กู่เจี้ยนหุนไม่ถอยหนี ั์ตาสีชาดเปล่งประกายดุดันลึกล้ำ เจตจำนงกระบี่ในส่วนลึกของดวงจิตหมุนคว้าง เขาไม่ได้ใช้ลมปราณเข้าหักหาญ ทว่าเลือกที่จะ 'ยืมแรงบดขยี้แรง' เขาตั้งไม้ฟืนเฉียงสี่สิบห้าองศา รับมุมดาบที่กำลังฟาดลงมา
เคร้งงง!
คมดาบสไลด์ครูดไปตามผิวไม้ฟืน เกิดประกายไฟแลบวาบท่ามกลางความมืด แรงกดดันอันมหาศาลบีบให้เข่าขวาของกู่เจี้ยนหุนทรุดลงกระแทกพื้นเรือนจนไม้กระดานหักแตก ทว่าสายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ดวงตาของศัตรู
"เสร็จข้าละ!" มือสังหารตวาด กดเน้นดาบลงหวังบดขยี้ให้แหลกราญ
"ผู้ที่จบสิ้น... คือเ้าต่างหาก" กู่เจี้ยนหุนเอ่ยเสียงเรียบ ต่ำลึก
ฟึ่บ!
กู่เจี้ยนหุนปล่อยมือซ้ายออกจากไม้ฟืน ขยับนิ้วชี้และนิ้วกลางรวบเข้าหากันดุจดรรชนีกระบี่ พุ่งแทงสวนขึ้นไปใต้รักแร้ของมือสังหาร ซึ่งเป็จุดบอดในยามที่มันง้างวงแขนฟาดดาบลงมาอย่างสุดกำลัง ตัวดรรชนีแฝงไปด้วยเศษเสี้ยวเจตจำนงกระบี่ที่คมกริบที่สุด
ฉึกลงลึก!
"อ๊ากกกก!"
มือสังหารร้องลั่นโหยหวน ดรรชนีกระบี่แทงทะลุเส้นชีพจรหลักใต้รักแร้ขวา ลมปราณที่กำลังโคจรอยู่พังทลายย้อนกลับไปทำลายอวัยวะภายใน ดาบดำทมิฬหลุดมือตกลงกระแทกพื้น เสียงดัง แคร้ง
กู่เจี้ยนหุนไม่ยอมหยุดมือ เขาพลิกตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ขยับเท้าเตะดาบดำที่พื้นลอยขึ้นมาอยู่ในมือขวา แทนที่ไม้ฟืนที่หักเป็สองท่อนไปแล้ว
สวบ!
คมดาบสีดำสนิทเสียบทะลุกลางอกของมือสังหารหน้ากากโลหิตอย่างแม่นยำและเยือกเย็น ปลายดาบทะลุออกไปทางแผ่นหลัง เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนฝาผนังไม้ไผ่และใบหน้าซูบตอบของกู่เจี้ยนหุน
"กะ... แก..." มือสังหารตาเหลือกค้าง ร่างกายสั่นกระตุก เืทะลักออกจากปากและจมูกไม่หยุด กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้องสลับกับกลิ่นอายดินชื้นจากสายฝน
"กลับไปบอกยมบาลเถิด ว่าวันหน้าวันหลังอย่าได้คิดรับงานจากหอโอสถร้อยคุณธรรมอีก" กู่เจี้ยนหุนกระชากดาบกลับช้า ๆ
ฟึ่บ... ตึ้ง!
ร่างของมือสังหารล้มคว่ำลงไปนอนแหมะบนพื้นเรือนจมกองโลหิต ดวงตาเบิกโพลงไร้ซึ่งร่องรอยแห่งชีวิต พายุฝนภายนอกยังคงตกกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ลมพัดพาละอองน้ำเข้ามาช่วยชะล้างคราบเืบนตัวใบดาบดำทมิฬ
ภายในห้องนอน เสียงปลดกลอนประตูดังขึ้นเบา ๆ
เจ้ิและเสี่ยวหลินค่อย ๆ แย้มประตูออกมาดู ใบหน้าของพวกนางซีดเผือดเมื่อเห็นศพที่นอนจมกองเือยู่กลางบ้าน ทว่าเมื่อเห็นสามียังคงยืนตระหง่านอยู่อย่างปลอดภัย ความหวาดกลัวก็มลายหายไปสิ้น เสี่ยวหลินวิ่งพรวดเข้ามาหา กอดเอวหนาของเขาไว้แน่น ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความโล่งอกแกมห่วงใย
"ท่านพี่... ท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่ ข้ากลัวเหลือเกิน ข้ากลัวว่าจะต้องสูญเสียท่านไปอีกแล้ว" นางสะอื้นไห้ ใบหน้าซุกเข้ากับแผ่นอกที่ยังคงหอบหายใจถี่ของเขา
กู่เจี้ยนหุนลดดาบในมือลง โอบแขนซ้ายรอบไหล่บางของเสี่ยวหลินเบา ๆ ภาษากายที่เต็มไปด้วยการปกป้องและเอาใจใส่ทำให้นางค่อย ๆ สงบลง เจ้ิเดินเข้ามาใกล้ สายตาของนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเทิดทูน ความเข้าใจผิดในอดีตที่เคยคิดว่าสามีเป็คนขี้แพ้ไร้ค่า บัดนี้ถูกลบเลือนไปจนสิ้นเหลือเพียงความรักและภักดี
"ข้าไม่เป็ไร... สุนัขรับใช้เพียงตัวเดียว ทำอันใดข้าไม่ได้หรอก" เขากล่าวเสียงนุ่มนวลพลางซับน้ำตาให้เสี่ยวหลิน แววตาที่ประสานกันเต็มไปด้วยเคมีแห่งความผูกพันที่เริ่มลึกซึ้งยิ่งขึ้นทีละน้อย
ในห้วงจิติญญา กระแสอุ่นพลุ่งพล่านะเิออกทันที
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: "ดับชีพผู้ล่าด้วยศัสตราของศัตรู"][ผลลัพธ์: ทลายคอขวดเส้นชีพจรหยิน เร่งความเร็วการผลัดเปลี่ยนไขกระดูก][เวลาที่ต้องรอเพื่อเลื่อนขั้นถัดไป: สิ้นสุดลงทันที][ระบบวิถีกระบี่ขยายขอบเขต: ขั้นที่ 1 (ใหญ่) - ระดับ 1 (ย่อย) - ขีดที่ 2 (ตื่นรู้)]
ครืนนนน!
กระแสพลังอันมหาศาละเิออกจากส่วนลึกของร่างกายอาเฉิน กระดูกและเส้นเอ็นส่งเสียงลั่นกรอบแกรบดุจเสียงปะทัด ผิวพรรณที่เคยหมองคล้ำและซีดเซียวพลันปรากฏเมือกสีดำกลิ่นเหม็นคาวไหลซึมออกมาจากรูขุมขน มันคือการชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกายเพื่อรองรับวรยุทธ์ที่แท้จริง!
กู่เจี้ยนหุนกำหมัดแน่น ััได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิมถึงสามเท่า! ร่างกายนี้พร้อมแล้ว... พร้อมสำหรับศึกใหญ่ที่กำลังจะตามมา
"เจ้ิ เสี่ยวหลิน พวกเ้ารีบไปจัดหีบห่อสิ่งของที่จำเป็เสีย" กู่เจี้ยนหุนหันไปสั่งการ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรี "หอโอสถร้อยคุณธรรมส่งคนมาฆ่าล้างครัวเราเช่นนี้ แสดงว่าพวกมันไม่คิดจะให้เรามีชีวิตรอด คืนนี้เราจะย้ายออกจากสลัมแห่งนี้กัน"
"แล้วเราจะไปตั้งหลักที่ใดกันหรือท่านพี่" เจ้ิถามด้วยความกังวลใจ
"ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมไล่ล่า... ข้าก็จะเดินเข้าหาพวกมันเอง" กู่เจี้ยนหุนเหยียดยิ้มเ็า จับด้ามดาบดำทมิฬแน่น "เราจะไปตั้งหลักที่ใจกลางเมือง... ตรงข้ามกับหอโอสถร้อยคุณธรรมนั่นแหละ!"