บทที่ 28 ลูกน้อง
ซ่างกวนหย่าเองก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย โชคดีที่ฉินเทียนไม่ได้คิดจะฆ่านาง มิเช่นนั้นนางคงมีจุดจบไม่ต่างจากเฮยหลง
ฉินเทียนมองไปยังัทองทั้งสองตัวแล้วกล่าวว่า "พวกเ้าเต็มใจจะตามข้าไปเฝ้าประตูที่ยอดเขาฉางเจี้ยนหรือไม่?"
ัทองทั้งสองเหลือบมองศพของเฮยหลงที่กองอยู่บนพื้น แล้วจะมีใครกล้าปฏิเสธเล่า ัทั้งสองขานรับพร้อมกัน "ข้าเต็มใจ!"
หลังจากนั้นฉินเทียนจึงเก็บศพของเฮยหลงไป โดยคิดว่าเมื่อกลับไปจะสามารถนำมาใช้เตรียมการอาบยาได้อีกระลอก
เมื่อจัดการกับยอดฝีมือเหล่านี้เสร็จสิ้น ฉินเทียนก็เดินไปยังต้นไม้โบราณซึ่งเป็ที่เติบโตของผลิญญาศักดิ์สิทธิ์ และรอคอยอย่างเงียบ ๆ
ฉินเทียนััได้ว่าต้นไม้โบราณต้นนี้มีจิตสำนึกเช่นกัน เขาใช้กระบี่เซิงสื่อตบลงบนลำต้นสองครั้งแล้วกล่าวว่า "ต่อไปนี้เ้าต้องมาเป็ลูกน้องข้า"
ต้นไม้โบราณแสร้งทำเป็ตาย ไม่มีการตอบสนองใด ๆ ครั้นฉินเทียนทำท่าจะฟันกระบี่ลงไป ต้นไม้โบราณจึงรีบส่งกระแสจิตขอชีวิตทันที
ในที่สุดต้นไม้โบราณก็ตกลงที่จะตามฉินเทียนไป ซึ่งชื่อจริงของมันคือต้นิญญาศักดิ์สิทธิ์
ฉินเทียนเฝ้ารอจนถึงดึกสงัด ในที่สุดผลิญญาศักดิ์สิทธิ์ก็ครบกำหนดหนึ่งหมื่นปี กลายเป็ผลิญญาระดับจักรพรรดิขั้นต่ำ
หลังจากเก็บผลิญญาศักดิ์สิทธิ์แล้ว ฉินเทียนก็นำัสองตัวและต้นไม้หนึ่งต้นจากไป
เมื่อออกจากป่าเสินอิ๋น ฉินเทียนจึงเรียกรถม้าาาอสูรมา แล้วพาอันเมี่ยวหลิงขึ้นไปนั่งด้านใน ส่วนัสองตัวกับต้นไม้ได้แปลงกายเป็มนุษย์เดินตามหลังมา
ภายในรถม้า
ฉินเทียนยิ้มแล้วกล่าวว่า "ต่อไปพวกเราจะปั้นลูกน้องระดับจักรพรรดิขึ้นมากลุ่มหนึ่ง ถึงตอนนั้นเพียงเ้าออกคำสั่งคำเดียว ก็จะกวาดล้างขุมกำลังของศัตรูของเ้าให้ราบคาบได้ทันที"
ลูกน้องระดับจักรพรรดิกลุ่มหนึ่งงั้นหรือ? อันเมี่ยวหลิงไม่รู้จะพูดอย่างไรดี มีเพียงคนที่เคยเลื่อนระดับสู่ระดับจักรพรรดิเช่นนางเท่านั้นที่รู้ว่า การบรรลุระดับจักรพรรดิยากลำบากเพียงใด
แต่นางไม่ได้พูดออกไป เพราะเกรงว่าจะทำลายความมั่นใจของฉินเทียน เพียงแค่ฉินเทียนมีความคิดเช่นนี้ นางก็รู้สึกตื้นตันใจมากแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ นางจึงเอนกายพิงไหล่ของฉินเทียนโดยไม่รู้ตัว ส่วนฉินเทียนก็วางมือลงบนไหล่ของอันเมี่ยวหลิงแล้วตบเบา ๆ
ยามดึกสงัด ท้องฟ้ายิ่งมืดมิด มือของฉินเทียนก็เริ่มซุกซน สุดท้ายนางจึงได้แต่เขินอายและหยิกเอวของเขาเพื่อเป็การเตือน เนื่องจากด้านหลังยังมีัสองตัวและต้นไม้ตามมา นางจึงไม่กล้าพูดว่า ‘อย่าขยับสุ่มสี่สุ่มห้า’ ‘ท่านอาจารย์ท่านล่วงเกินแล้ว’ หรือคำพูดทำนองนั้น
วันต่อมา ฉินเทียนพาัสองตัวและต้นไม้กลับมายังยอดเขาฉางเจี้ยน
ทันทีที่เข้าสู่สำนัก ซวีิก็ปรากฏตัวขึ้น เพราะเขาััได้ถึงกลิ่นอายของระดับปราชญ์สามท่าน ซึ่งในจำนวนนั้นมีสองท่านที่แข็งแกร่งกว่าเขา
เมื่อเขาเห็นัสองตัวและต้นไม้ก็ใอย่างยิ่ง นึกว่ายอดอสูรระดับปราชญ์บุกโจมตีคุนหลุนของเขาอีกครั้ง
เขาะโว่า "ฉินเทียน! ข้าจะต้านพวกมันไว้เอง เ้ารีบไปเรียกศิษย์น้องเจียงออกมาช่วยเร็ว!"
ฉินเทียนส่ายหัวแล้วกล่าวว่า "ท่านบรรพชนอย่าตื่นตูมไปเลย นี่คือลูกน้องสามคนที่ข้าเพิ่งรับเข้ามาที่ยอดเขาฉางเจี้ยน"
ลูกน้องระดับปราชญ์? ซวีิรู้สึกว่าข้อมูลนี้ไม่สมจริงเอาเสียเลย เขามองไปยังัสองตัวและต้นไม้
รอจนทั้งสามต่างส่งยิ้มที่เป็มิตรให้ ซวีิจึงค่อยเชื่ออย่างเสียไม่ได้ จากนั้นก็เตือนฉินเทียนให้ดูแลพวกเขาให้ดีก่อนจะจากไป
หลังออกจากยอดเขาฉางเจี้ยน ซวีิก็ไปหาม่อเวิ่นเทียนเพื่อเล่าเื่นี้ พร้อมกับรอดูสีหน้าใของอีกฝ่าย
นอกจากความใแล้ว ม่อเวิ่นเทียนยังกล่าวด้วยความยินดีว่า "มีระดับปราชญ์มากมายขนาดนี้ ต่อไปสำนักคุนหลุนของข้าจะเป็ขุมกำลังอันดับหนึ่งของตงโจวอย่างแท้จริง"
ฉินเทียนพาัสองตัวและต้นไม้ไปยังหอกระบี่ิญญา ให้พวกเขาจัดแจงที่พักอาศัยกันเอง เพื่อความสะดวก เขาจึงตั้งชื่อให้ัทั้งสองว่า ‘หลงอี’ และ ‘หลงเอ้อร์’ เพื่อให้จำได้ง่ายขึ้น
จากนั้นเขาก็นำเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิขั้นกลางสองเล่มออกมาให้พวกเขาฝึกฝน ในเมื่อรับพวกเขามาแล้ว ก็ควรจะให้รางวัลที่เหมาะสมบ้าง
พอจัดการที่พักให้เรียบร้อย ฉินเทียนก็พาอันเมี่ยวหลิงกลับไปยังหอฉางเจี้ยน
ขณะนั้นม่อเวิ่นเทียนก็มาถึง "ได้ยินว่าเ้ารับยอดฝีมือระดับปราชญ์มาสามคนงั้นหรือ?"
ฉินเทียนพยักหน้า
"ถ้าอย่างนั้น ข้าจำเป็ต้องไปเยี่ยมเยียนพวกเขาหรือไม่?" ม่อเวิ่นเทียนถามอย่างระมัดระวัง
"จะไปเยี่ยมพวกเขาทำไม? นี่เป็เพียงลูกน้องที่ข้ารับมาเท่านั้น"
"ลูก... ลูกน้อง" ม่อเวิ่นเทียนถึงกับมึนงง
"ต่อไปหากต้องสู้รบก็ไปหาพวกเขาได้ ส่วนเื่อื่นก็ช่างมันเถอะ!"
ม่อเวิ่นเทียนพยักหน้าตามสัญชาตญาณ จากนั้นจึงพูดคุยกับอันเมี่ยวหลิงอีกสองสามประโยคแล้วเตรียมตัวจากไป
ในตอนนั้นเอง ฉินเทียนได้นำเคล็ดมหาแสงสว่างไร้ประมาณฉบับสมบูรณ์ออกมามอบให้ม่อเวิ่นเทียน "ท่านเอาเคล็ดวิชานี้ไปฝึกซะ ส่วนคนอื่น ๆ ท่านก็จัดการตามที่เห็นสมควรเถอะ"
ม่อเวิ่นเทียนรับเคล็ดวิชามาดู แล้วสีหน้าก็แข็งค้าง ร่างกายหยุดนิ่ง สายตาจ้องมองเคล็ดมหาแสงสว่างไร้ประมาณตาไม่กะพริบ
ฉินเทียนกล่าวว่า "ถ้าอยากดู ก็เอากลับไปดูที่ยอดเขาของท่าน ไม่มีใครแย่งท่านหรอก"
ม่อเวิ่นเทียนได้สติกลับมา แล้วกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า "ขอบคุณศิษย์น้องที่มอบให้ ข้าจะทำให้สำนักคุนหลุนรุ่งเรือง และเป็แรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดให้แก่เ้า"
หลังจากม่อเวิ่นเทียนจากไป ฉินเทียนก็เตรียมตัวกลั่นยา เขาอ่านตำรับยาอย่างละเอียดหลายรอบ
จากนั้นจึงจำลองขั้นตอนในหัวอีกหลายครั้ง เขาจะพลาดไม่ได้ เพราะวัตถุดิบหลักในการกลั่นยาเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่าย ๆ
เมื่อมั่นใจว่าชำนาญแล้ว เขาจึงเริ่มกลั่นยา โดยเริ่มจากการจุดไฟ ตามด้วยการใส่ยาและปรับยา ซึ่งเป็ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
หากยาไม่ถูกปรับ ยาเม็ดก็ยากจะสำเร็จ หากมี่ขาดตอน ก็ไม่อาจได้ยามา
ฉินเทียนรวมจิตและลมหายใจให้เป็หนึ่งเดียว ดำเนินการสกัดเอาแต่ส่วนที่เป็แก่นแท้ออกมาทีละขั้นตอน
เมื่อขั้นตอนแรกสิ้นสุดลง เขาเริ่มควบคุมเปลวไฟและค่ายกลบนเตาหลอม เพื่อให้แก่นแท้เ่าั้หลอมรวมกัน เมื่อหลอมรวมกันดีแล้ว จึงเริ่มปิดเตา
สุดท้ายคือการควบคุมระดับไฟเพื่อให้ยาค่อย ๆ ควบแน่น ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลานานที่สุด เนื่องจากยาที่กลั่นเป็ระดับจักรพรรดิขั้นต่ำ การควบแน่นจึงเป็ไปอย่างช้า ๆ
อันเมี่ยวหลิงคอยเฝ้าอยู่ข้างกายฉินเทียน เนื่องจากเกรงว่าจะมีใครมารบกวน ต่อมาเ้าจิ้งจอกน้อยไป๋เสี่ยวหรูก็ตามมาด้วย
ฉินเทียนใช้เวลาในการกลั่นยาครั้งนี้ถึงสามวัน ในที่สุดเตาหลอมก็หยุดสั่นะเื เขาเองก็เหนื่อยล้าอย่างยิ่ง เพราะต้องใช้สมาธิขั้นสูงสุดติดต่อกันถึงสามวัน
เขาสะบัดมือวูบหนึ่ง ฝาเตาก็ปลิวเปิดออก จากนั้นยาเสริมระดับปราชญ์ระดับจักรพรรดิขั้นต่ำสามเม็ดก็พุ่งออกมา
เมื่อยาพุ่งออกมาก็เตรียมจะหนี แต่ฉินเทียนได้วางค่ายกลไว้รอบเตาหลอมเรียบร้อยแล้ว ยาเสริมระดับปราชญ์จึงเป็เพียงปลาในไห
ชายหนุ่มผนึกยาแต่ละเม็ดและเก็บไว้
ก่อนจะมอบให้อันเมี่ยวหลิงหนึ่งเม็ดเพื่อให้นางใช้ในการทะลวงระดับ การทะลวงระดับครั้งนี้เป็การข้ามระดับใหญ่ ซึ่งตัวเขาเองก็จะได้รับรางวัลด้วย
หลังจากอันเมี่ยวหลิงจากไป ไป๋เสี่ยวหรูก็มองฉินเทียนด้วยสายตาว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ฉินเทียนจึงหยิบยาออกมาเม็ดหนึ่งแล้วถามว่า "อยากได้ไหม?"
ไป๋เสี่ยวหรูพยักหน้าถี่ ๆ "อยากได้!"
"เรียกข้าว่านายท่าน!" ฉินเทียนกล่าวด้วยความนึกสนุก
ไป๋เสี่ยวหรูตกอยู่ในความลังเล แต่สุดท้ายนางก็ก้มหน้าลงแล้วเรียกเบา ๆ ว่า "นายท่าน!"
"กลับร่างมนุษย์" ฉินเทียนสั่ง
"ท่านคิดจะทำอะไร?" เ้าจิ้งจอกน้อยไป๋เสี่ยวหรูมีสีหน้าระแวดระวัง
"รีบเปลี่ยนเร็ว!" ฉินเทียนเร่ง
ไป๋เสี่ยวหรูคิดทบทวนแล้วจึงยอมเปลี่ยนร่าง เพราะในเมื่อเรียกนายท่านไปแล้ว หากยังไม่ได้ยาอีกก็น่าเสียดายเกินไป
ทันใดนั้น หญิงงามล่มเมืองก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าฉินเทียนอีกครั้ง
ฉินเทียนเผยความนึกสนุกออกมา "เอาหางออกมาด้วย"
ไป๋เสี่ยวหรูมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม ไม่นึกเลยว่าเขาจะมีรสนิยมเช่นนี้ จากนั้นหางฟูฟ่องเจ็ดหางก็งอกออกมาจากด้านหลังของนาง
ใบหน้าของนางแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย แล้วกล่าวว่า "รีบส่งยาให้ข้าได้แล้ว"
ฉินเทียนยัดยาเสริมระดับนักปราชญ์เข้าปากนางทันที
เมื่อไป๋เสี่ยวหรูััได้ถึงพลังยาที่ะเิขึ้นในร่างกาย นางจึงรีบนั่งขัดสมาธิเพื่อทะลวงเข้าสู่ระดับกึ่งปราชญ์ขั้นสาม