4
ความทรงจำเมื่อพบเธอ 3
พู่กันออกจากห้องสอบด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาปู่
วันนี้ทุกคนในบ้านอยู่ที่บริษัทกันหมด เพราะที่บริษัทจัดงานเปิดตัวสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ เหลือเพียงพู่กันคนเดียว เพราะวันนี้เธอมีสอบตอนเช้า เธอจะไปร่วมงานด้วยในตอนบ่าย แต่เหมือนว่าตอนนี้เธอจะไปไม่ได้แล้ว เธอรู้สึกไม่ค่อยสบาย
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด เพียงครู่เดียวปลายทางก็กดรับ
“ว่าไงลูก สอบเสร็จแล้วหรอ” คุณปู่ถามหลานสาวสุดที่รักอย่างอ่อนโยน
“สอบเสร็จแล้วค่ะ แต่ว่า พู่รู้สึกไม่ค่อยสบาย ตอนนี้คงไปร่วมงานที่บริษัทไม่ได้แล้วค่ะ”
“ไม่สบายหรอ เป็อะไรมากไหมลูก” คุณปู่ถามอย่างเป็ห่วง
“ไม่เป็อะไรมากค่ะ คุณปู่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ นอนพักเดี๋ยวเดียวคงดีขึ้นค่ะ”
“ได้ เมื่อเสร็จงานแล้วปู่จะรีบกลับ”
“ค่ะ” พู่กันกดวางสายจากปู่ของเธอ
“ทำไมปวดแบบนี้นะ คงต้องพักที่ห้องพยาบาลก่อนแล้วละ” พู่กันกำลังจะเดินไปห้องพยาบาลเสียงสั่นของมือถือทำให้เธอหยุดเดินแล้วมองไปที่หน้าจอ
“พี่ภาคิน” พู่กันมองหน้าจอเพียงครู่ก่อนจะกดรับสาย
“สวัสดีค่ะพี่ภีม”
“ปู่บอกว่าเธอไม่สบาย”
“ค่ะ ปวดท้องนิดหน่อยค่ะ”
“ตอนนี้เธออยู่ไหน”
“พู่กำลังจะไปห้องพยาบาลค่ะ”
“อืม เดี๋ยวพี่จะไปหา รอพี่อยู่ที่นั่นนะ” ภาคินกดวางสายทันทีที่พูดจบ
“อ่ะ ว่างซะงั้น ปู่นะปู่ ยังจะส่งพี่ภีมมาอีก เฮ่อ ทำไงละทีนี้ ก็บอกว่าไม่เป็อะไรมากไม่ฟังกันบ้างเลย” เธอบ่นไปเดินไป
ที่ห้องพยาบาลของโรงเรียน ซึ่งตอนนี้ไม่มีเ้าหน้าที่อยู่เลย เนื่องจากเป็่สอบปิดภาคเรียน พู่กันนอนลงที่เตียงกะว่าจะพักสักหน่อยให้อาการปวดท้องดีขึ้นค่อยจะกลับบ้าน เธอนอนขดตัวเอามือกุมที่ท้องจนหลับไป
ภาคินรีบวิ่งมาที่ห้องพยาบาล ทำไมเงียบจัง ไม่มีใครอยู่เลยงั้นหรอ เขาเดินเข้ามาข้างใน ก็เห็นพู่กันนอนหลับอยู่ที่เตียง ใบหน้าซีดเซียว เขาเดินไปหาเธอ เอามือแนะที่หน้าผาก เหมือนจะมีไข้ เขารีบไปดูที่ตู้ยาว่ามียาอะไรบ้าง พู่กันได้ยินเสียง ลืมตาขึ้นมาดูจึงเห็นว่าเป็ภาคิน
“พี่ภีม” ภาคินรีบเดินไปหาเธอ
“เธอเป็ยังไงบ้าง”
“พู่ไม่เป็อะไร พู่แค่ปวดท้องเป็..” เธออ้ำอึ้ง แล้วก้มหน้า ภาคินก็รู้ได้ทันที
“อืม เธอนอนพักก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่เอายามาให้”
ภาคินเดินไปหยิบยาพร้อมกับน้ำมาให้พู่กัน เขายื่นยาให้ เธอรับยาจากเขาแล้วกินทันที
“เธอนอนอีกสักพักก่อนเถอะ” พู่กันล้มตัวลงนอน มองดูภาคินที่กำลังจะเสียบกระติกน้ำร้อน
“ความจริงพู่ไม่ได้เป็อะไรมาก พู่บอกคุณปู่ไปแล้ว คุณปู่ไม่น่ารบกวนพี่เลย” เธอพูดเสียงเบา ภาคินหันหลังกลับมามองเธอ
“ไม่รบกวน พี่ว่างพอดี” เขาหลบสายตาเธอ ความจริงเขามีนัดกับกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อติวหนังสือกันที่ห้องสมุด พอปู่โทรมาเขาก็รีบออกมาทันที
“พู่กะจะบอกพี่ตอนที่พี่บอกจะมา แต่พี่วางไปก่อน” เธอก้มหน้ารู้สึกผิด ภาคินเดินมาหาเธอที่เตียง สบตาเธอ
“พี่บอกว่าพี่ว่างพอดี เธอไม่ได้รบกวนพี่ เชื่อได้หรือยัง” พู่กันพยักหน้าตอบภาคิน
“อ้อ ขอบคุณค่ะ” ภาคินเดินไปหยิบถุงน้ำร้อนแล้วเทน้ำใส่ จากนั้นเอาผ้ามาพันถุงน้ำร้อนแล้วเดินมาที่เตียง
“นอนหงาย” พู่กันยังคงนิ่ง เขาใช้สายตาเป็คำสั่งอีกครั้ง ทำให้เธอต้องรีบพลิกตัวจากท่าตะแคงเป็นอนหงายตามที่เขาสั่ง จากนั้นเขาก็เอาถุงน้ำร้อนวางลงที่หน้าท้องของเธอ
“หลับตา พักสักหน่อยเถอะ” เธอทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย สักพักลมหายใจก็สม่ำเสมอ ภาคินยังนั่งอยู่ข้างเตียง เมื่อเห็นว่าเธอหลับไปแล้วจึงเดินออกมาโทรศัพท์ หาปู่
“ครับปู่ ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว ให้เธอหลับสักหน่อย พอเธอตื่นเดี๋ยวผมจะพาไปส่งที่บ้านครับ”
“อืม อยู่เป็เพื่อนน้องก่อนนะ ที่นี่น่าจะเสร็จดึกๆ”
“ครับ” ภาคินวางสายจากปู่แล้วเดินกลับมาที่เตียง มองใบหน้าเรียวที่ตอนนี้ซีดหน่อยๆ อย่างเป็ห่วง เธอต้องปวดทุกครั้งเลยงั้นหรอ ภาคินถามคำถามนั้นอยู่ในใจ
2ชั่วโมงต่อมา
พู่กันรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นก็เห็นว่าภาคินหลับอยู่ข้างๆ เธอ
“ขอบคุณนะคะพี่ภาคิน” เธอแอบขอบคุณเขาในใจ ตอนนี้เธอรับรู้ได้ถึงหัวใจของตัวเอง ว่ามันเต้นไม่เป็จังหวะ เอาซะเลย เธอระบายยิ้มออกมา ภาคินเริ่มรู้สึกตัวเมื่อััได้ถึงการขยับตัวของคนบนเตียง เขาเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นว่าเธอตื่นแล้ว
“ตื่นแล้วหรอ”
“ค่ะ”
“เป็ไงบ้าง รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม”
“ตอนนี้ไม่ปวดท้องแล้วค่ะ”
ภาคินเอามือแตะที่หน้าผากของเธอ ทำเอาพู่กันสะดุ้งเล็กน้อยแล้วก้มหน้าซ่อนแววตาที่หวั่นไหวนั้นเอาไว้
“อืม ไม่มีไข้แล้วนิ งั้นเรากลับกันเถอะ”
“ค่ะ”
รถยนต์คันหรูขับออกจากรั้วโรงเรียนมุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ พอขับมาได้ไม่ไกลมากนักสายตาคมมองเห็นผู้คนเดินตลาดด้านซ้ายมือที่เป็ทางผ่านระหว่างกลับบ้าน เมื่อนึกอะไรขึ้นได้จึงตีไฟจอดรถที่ด้านหน้า
“พี่ลงไปซื้อกับข้าวแป๊บนึงนะ เธอรอพี่ในรถก่อน”
“ค่ะ” พู่กันมองภาคินเดินลงจากรถตรงเข้าไปที่ตลาดที่มีผู้คนกำลังเดินพลุกพล่าน ภาคินใช้เวลาในการเดินเลือกซื้อของไม่นานก็เดินออกมา พู่กันเห็นภาคินถือถุงอาหารในมือสองสามอย่าง
“พี่ภาคินจะซื้อกับข้าวไปฝากใครนะเยอะแยะจัง” พู่กันคิดในใจ
ภาคินเปิดประตูรถเก็บของที่ซื้อมาไว้ด้านหลังก่อนจะเดินมาเปิดประตูฝั่งคนขับ
“รอพี่นานไหม?”
“ไม่นานค่ะ”
“กลับกัน”
“ค่ะ” ภาคินขับรถออกจากตลาดได้ไม่นาน โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เป็สายจากปู่ของเขา เขากดรับทันที
“ครับปู่”
“น้องเป็ไงบ้าง” น้ำเสียงที่เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงดังมาจากลำโพงในรถที่ได้ยินกันทั่วทั้งห้องโดยสาร
“ดีขึ้นมากแล้วครับ ผมกำลังพากลับบ้าน” เขาตอบปู่ไปพร้อมหันหน้ามาหาคนที่นั่งข้างๆ
“อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงงานก็น่าจะเสร็จ ยังไงก็อยู่เป็เพื่อนน้องก่อนนะ”
“ครับปู่” หลังจากฟังบทสนทนาของภาคีนกับคุณปู่บดินทร์จบลง ภาคินหันมองพู่กันที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา
“ปวดท้องขึ้นมาอีกแล้วหรอ”
“เปล่าค่ะ”
.....
20 นาที่ต่อมา
รถยนต์วิ่งเข้าจอดที่หน้าบ้าน ภาคินลงจากรถเปิดเอาของที่เขาซื้อมาเดินเข้าบ้าน
“พี่ภีมกำลังจะทำอะไรคะ”
“เธอขึ้นไปอาบน้ำนะ เสร็จแล้วลงมากินข้าว จะได้กินยา” พู่กันมองหน้าภาคิน เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเดินแยกจากเธอไปที่ครัวของบ้าน
“รีบไปสิ” ภาคินเห็นว่าเธอยังคงยืนอยู่ที่เดิมจึงหันมาเอ่ยกับเธออีกครั้ง พู่กันที่ทำท่าทางงงๆ เดินขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำตามที่เขาสั่ง
.....
15นาทีต่อมาหลังจากที่เธออาบน้ำเสร็จก็เดินลงมาข้างล่าง เห็นภาคินกำลังขะมักเขม้นจัดของบนโต๊ะอาหาร
“นี่พี่ภีมทำเองหมดนี่เลยหรอคะ”
“เปล่าสักหน่อย พี่ซื้อมาน่ะ ก็ตอนที่พี่จอดซื้อที่ตลาดไง ดูสิ น่ากินไหม”
“อืม น่ากินทั้งนั้นเลยค่ะ” พู่กันมองจานอาหารที่อยู่บนโต๊ะสองสามอย่าง และยังมีผลไม้ด้วย
“นอกจากจะเก่งแล้วยังเป็พ่อบ้านที่ดีอีกนะเนี่ยพี่ภีม” พู่กันเอ่ยแซวภาคิน เธอเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้เขา แต่กลับเห็นเพียงสีหน้าที่กำลังบึ้งตึงของภาคีนแล้วรีบหุบยิ้มทันที
“เธอพูดอะไรออกไปเนี่ยพู่กัน” พู่กันคิดในใจ
“เอ่อ พู่ พู่ไม่ได้ตั้งใจจะหมายความแบบนั้นนะคะ” เธอโบกมือเป็สัญญาณปฏิเสธคำพูดที่เธอพูดออกไป
“พี่เข้าใจ กินข้าวเถอะ เธอจะได้รีบขึ้นไปพักผ่อน”
“ค่ะ” ทั้งสองนั่งกินข้าวด้วยความเงียบ พู่กันกินข้าวไปก็เหลือบไปมองภาคินอยู่บ่อยๆ
“เขา คงโกรธแน่เลย” มีเพียงภาคินที่นั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างตั้งใจ
วันต่อมา ที่โรงพยาบาล
พู่กันตั้งใจจะเอาขนมมาให้ภาคิน เพื่อเป็การไถ่โทษ เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับสิ่งที่เธอพูดออกไปเมื่อวาน ร่างบางในชุดนักเรียนเดินเข้าไปที่โรงอาหารของคณะแพทย์ พู่กันเห็นภาคินกับพี่ชายนินิวกำลังนั่งกินข้าวอยู่ เธอกำลังจะเดินเข้าไปหา แต่แล้วก็ต้องชะงักเท้ากับประโยคสนทนาที่ได้ยิน
“แกจะแต่งงานหลังเรียนจบจริงหรอวะ”
“อืม คุณปู่บอกแบบนั้น”
“เฮ้ยแต่งได้จริงดิ”
“ความจริงฉันก็ไม่อยากแต่ง แต่ว่าความสัมพันธ์ของคุณปู่ทั้งสองเป็เื่ยากที่จะปฏิเสธ”
“อืม ก็จริงว่ะ แล้วแกรักน้องเขาหรือเปล่าวะ”
“เฮ้ย จะเป็ไปได้ไงวะ ฉันเห็นเขามาั้แ่เด็กไม่มีทางมีความรู้สึกแบบนั้นได้หรอก ฉันเห็นเขาเป็แค่น้องสาวคนนึงเท่านั้น”
พู่กันที่ยืนฟังบทสนทนาของทั้งสองคน แทบจะยืนทรงตัวไม่ไหว เมื่อรู้ความจริงจากปากของคนที่เธอตั้งใจจะมาขอโทษ ความจริงเื่ที่เธอรับรู้ในวันนี้ก็ไม่ได้เกินความคาดหมายของเธอนัก แต่ว่าแม้ว่าเธอจะพอรู้อยู่ก่อนแล้วแต่เอาเข้าจริงๆ มันกลับทำให้เธอรู้สึกปวดหนึบตรงที่หัวใจ มือบางกุมที่หน้าอกตัวเอง น้ำตาเริ่มไหลเมื่อไหล่ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีมันก็ได้ไหลอาบแก้มบางไปแล้ว
“นารา” ไนท์กวักมือเรียกให้นาราให้เข้ามานั่งด้วยกัน นักศึกษาแพทย์สาวสวยเดินมานั่งข้างเพื่อน
“เฮ้ยทำไม..” ไนท์ชี้มือไปที่ถาดข้าวของนารา
“อ้อ ลงมาช้าอ่ะ กับข้าวหมด” เธอตอบคำถามของไนท์ ขณะเดียวกันเป็ภาคินที่ตักกับข้าวของเขาให้กับธารา
“ขอบคุณนะภีม” ภาคินยิ้มให้เธอ
พู่กันยืนอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ไม่รู้กว่าจะตั้งสติได้ แล้วเดินถือถุงขนมออกมาทั้งน้ำตา
.....
พู่กันปิดสมุดไดอารี่ลง ภาพความทรงจำทั้งหมดที่ฉายขึ้นอีกครั้งเพื่อตอกย้ำเธอเหมือนว่าเื่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เธอหลับตาแล้วถอนหายใจ เธออุตส่าห์มาเรียนที่นี่ตั้งห้าปี ให้โอกาสเขาตั้งนาน ทำไมเขาไม่แต่งงานกับคนที่เขารัก จะได้จบสิ้นพันธสัญญานี้สักที พู่กันได้แต่ถอนหายใจอีกครั้งและอีกครั้ง อย่างหมดหนทาง ก่อนจะลุกเอาไดอารี่ไปเก็บแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน