บาเอล Ba`al บางครั้งก็ถูกเรียกว่าแฮดแดด เคยเป็นพระเจ้าผู้ปกครองสูงกว่าเทพตนอื่นๆบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในสรวงสวรรค์ เป็นบุตรแห่งดาโกน Dagon พระเจ้าแห่งเมล็ดพันธุ์ บาเอลเป็นเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ ฝน สายฟ้า ความอุดมสมบูรณ์
แต่เป็นเพราะเขาหลงไหลในอำนาจและพลังด้านมืด ทำให้เขาต้องกลายเป็น 1 ใน 72 ผู้รับใช้จักรพรรดิจอมมารปีศาจ "โซ~โล~มอน"
สายตาที่เย็นชามองกวาดไปทั่วทั้งห้องโถง มันแสดงออกมาเหมือนกับว่า ทุกคนในห้องนี้เป็นเหมือนแมลงสาบให้มันได้เหยียบย่ำ
จอมมารบาเอลยกนิ้วขึ้นมา ชี้ไปทางชางอวิ๋นโดยมีร่างของฟางซินบังอยู่ พลังปราณรอบๆค่อยๆเปร่งแสง รวบรวมมาอัดแน่นอยู่ที่นิ้วของเขา
ฟิ้ว !! เสียงพลังที่แสบแก้วหู วิ่งทะลวงอากาศ เพียงแค่เสี้ยวลมหายใจ ไม่มีใครที่สามารถเห็นเหตุการณ์ได้ทัน
'นี่มันตั้งใจจะฆ่าฟางซินไปพร้อมกับข้าเลยรึ' ชางอวิ๋นเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง
ลูกพลังที่ปลายนิ้วของจอมมาร มันเล็กอย่างมากแต่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ชางอวิ๋นเคยเจอมา
วิ่งทะลวงผ่านอากาศจนมิติบิดเบี้ยว โดยที่ไม่มีใครได้ทันขยับตัวเลยแม้แต่น้อย
ชางอวิ๋นจับสัมผัสได้ทันที รีบโยนร่างของฟางซินออกไปให้พ้นๆทาง แต่ยังเขาไม่ทันได้รวบรวมลมปราณ ลูกพลังของจอมมารก็เข้าปะทะที่แขนของเขาทันที
เปรี้ยงงงงงง !! ชางอวิ๋นพยายามสะบัดลูกพลังนี้ออกไป แต่มันทั้งหนักและรุนแรงอย่างมาก ตัวของเขาจึงถูกลากไปไกลจนเกือบชนกับผนังของกำแพง
พื้นแตกกระจายเป็นทางยาว ก็ยังไม่มีท่าทีว่าพลังของมันจะอ่อนแรงลง
หมัดจ้าวพิภพพพพพพพ ~~ ชางอวิ๋นรับรู้ถึงอันตราย จึงอยากจะปิดฉากให้เร็วที่สุด ตนจะได้รีบหาทางไปรักษาหลินหลิงที่นอนหมดสติอยู่
บูมมมมมมมมมมมม !! เสียงพลังปราณระเบิดซ้อนทับกัน จนวังทั้งวังสั่นสะเทือนไปหมด พลังปราณออร่าบางๆสีดำของชางอวิ๋น ถูกพลังปราณสีแดงของหมัดจ้าวพิภพครอบทับอีกชั้น
ทันทีที่ชางอวิ๋นระเบิดพลัง ลูกพลังของจอมมารบาเอลก็สลายหายไปในทันที
'ม-ม-มันมีพลังปราณ ส-ส-สีแดง' มือของจอมมารสั่นไม่หยุด !!
'พลังปราณที่เท่ากันกับท่าน 'อเมมอน' (Amaimon) ป-ป-เป็นไปได้ยังไงกัน'
นอกจากจะมีตัวตนของจอมมารทั้ง 72 แล้ว ผู้ที่อยู่เหนือพวกมันก็คือ 4 ผู้คุมกฎแดนนรก คอยบัญชาการมารทุกตน ซึ่ง อเมมอน ที่กล่าวถึงเป็น 1 ใน 4 ของผู้คุมกฎแดนนรกนั่นเอง
จอมมารบาเอลเข้าใจผิดไปมากโข คิดว่าชางอวิ๋นนั้น มีระดับห้วงมิติถึงขั้นปฐมเทพ
เป็นเพราะชางอวิ๋นมีออร่าสีแดงซ้อนทับอยู่รอบๆกายแถมอัดแน่นอย่างเข้มข้น ทำให้ร่างกายจอมมารสั่นออกมาจนควบคุมร่างกายไม่ได้
ความรู้สึกเหมือนกำลังมีมัจจุราชจ่อดาบมาที่คอ มันเป็นความรู้สึกที่หนาวเย็นยะเยือก ส่งบรรยากาศมาจากคนที่เหนือกว่ามากๆ จนทำให้สมองสั่งการผิดเพี้ยนไป
ฉึบ !! จอมมารบาเอลได้งอกปีกออกมาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเผ่ามาร มันรีบทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เร็วยิ่งกว่ากระสุนปืนใหญ่ ทะลุหลังคาออกไปไกลภายในเสี้ยวอึดใจ
บาเอลไม่กล้าที่จะต่อกรกับผู้ที่มีพลังเหนือกว่าตนอย่างเทียบไม่ติด หรือเทียบเท่ากับผู้บัญชาการของเขาอย่างแน่นอน เขาจึงเลือกที่จะกลับไปตั้งหลักที่ที่เคยอยู่
"พา~~ลัง~~มังกร~~พิโรธธธ" !!
ชางอวิ๋นปลดปล่อยพลังทันที !! บูมมมมมมมมม เสียงคลื่นพลังของชางอวิ๋นที่มีความเร็วไม่แพ้จอมมาร ทะยานตามหลังไปติดๆ หลังคาถล่มท้องฟ้าทลายอากาศปั่นป่วน
แรงกดดันของพลังทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงต้องระเบิดพลังปราณมาป้องกัน ไม่อย่างนั้นสะเก็ดพลังเพียงแค่เสี้ยวเดียว อาจจะทำให้จิตวิญญาณหายไปโดยไร้ร่องรอย
หลินเฟยที่มีพลังมากกว่า 6 ผู้อาวุโสตระกูลฟาง ก็ลำบากน้อยหน่อย รีบทะยานเข้าไปโคจรพลังมหาเวทย์จักรวาลมาปกคลุมภรรยาและลูกสาวของเขาทั้งคู่
แต่ทว่าฟางซินและฟางตงซือ ลูกชายของเขา ไม่มีแม้แต่พลังปราณจะโคจร ทำให้โดนแรงกดดันของสะเก็ดพลังจนทำให้อวัยวะภายในแตกละเอียด
ผู้อาวุโสทั้ง 6 เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงไม่กล้าที่จะลดการป้องการลงแล้วเข้าไปช่วยผู้นำของตระกูลได้เลยแม้แต่น้อย
คลื่นพลังของชางอวิ๋นอันมหาศาลตามไปติดๆจนเกือบจะถึงตัวของจอมมาร
'ข้าหนีมันไม่ทันรึเนี่ย' จอมมารหันกลับ เปลี่ยนจากการทุ่มพลังทั้งหมดให้กับการหนี มาโคจรอัดพลังปราณทั้งหมด เพื่อซัดคลื่นพลังของชางอวิ๋นแทน
"ตูมมมมมมมมมมมมมมมม" !!
คลื่นพลังของชางอวิ๋นสะบัดทิศทางทะยานออกไปนอกโลก จนไปชนกับดาวเคราะห์ดวงเล็กแต่ด้วยระยะทางที่ห่างไกลมาก
ความรุนแรงลดน้อยลงจึงทำให้ดาวเคราะห์ระเบิดเป็นหลุมยุบไปแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น
จอมมารบาเอลหนีไปได้ แต่มันก็ต้องสูญเสียลูกแก้วในวิถีของมารไป 1 ดวง เพื่อที่จะปกป้องให้ชีวิตของตนเองนั้นอยู่รอดกลับไปมิติของมาร
ยิ่งจอมมารบาเอลได้สัมผัสกับคลื่นพลังปราณของชางอวิ๋นยิ่งปักใจเชื่อว่าชางอวิ๋นอยู่ในชั้นปฐมเทพอย่างแน่นอน
.......................................
"ไอ้พวกโง่ !! ถ้าไม่มีเด็กหนุ่มคนนี้คิดว่าโลกนี้จะต้องย่อยยับไปมากเท่าไรกัน" หลินเฟยชี้ไปทางชางอวิ๋นให้พวกเขาได้สำนึก
"ทำไมถึงไปร่วมมือกับพวกมัน ทั้งๆที่รู้ว่า พวกมันพยายามจะยึดครองโลกมนุษย์มาช้านาน บรรพบุรุษของพวกเจ้าไม่เคยสั่งสอนกันไว้รึอย่างไร"
เมื่อเหตุการณ์เริ่มสงบ ฟางเฟยสบถออกมาดังสนั่นเพื่อหาคนรับผิดชอบ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 10,000 ปีของมวลมนุษย์
เขาไม่สามารถรับผิดชอบอะไรได้เลยแม้เพียงเศษเสี้ยว มันยิ่งใหญ่เกินกว่าขอบเขตของหมู่เกาะสวรรค์. . . . .อย่าว่าแต่หมู่เกาะสวรรค์เลย ต่อให้ทวีปแดนเหนือรวมกันทั้งทวีปก็อาจจะพังพินาศก็เป็นได้
ตามตำนานที่เล่าขาน ทุกๆ 500 ปี เมื่อดวงจันทร์ทั้ง 3 ดวงโคจรประกบกันเป็นหนึ่งเดียว พลังด้านมืดของจักรพรรดิจอมมารปีศาจจะทะยานเข้มแข็งขึ้นมากที่สุด
สามารถส่งจอมมารระดับสูงลงมาสู่โลกมนุษย์ได้เพียง 1 ตนเท่านั้น
ปรากฎการณ์นี้คือสัญญาณของมิติบิดเบี้ยว มันจะทำให้จอมมารบางตัวหลุดมายังมิติของมนุษย์ แต่บรรพบุรุษที่แข็งแกร่งสมัยก่อน ก็สามารถยับยั้งและจัดการมารที่เข้ามายังแดนมนุษย์ได้
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงมันจะมาเพียงแค่ตัวเดียวก็สามารถสังหารมนุษย์ได้หลายแสนคน เหมือนกับว่าวันนั้นเป็นวันสังเวยชีวิตของมนุษย์กันเลยทีเดียว
พวกเขาหาวิธีทรมานต่างๆนาๆ จนมันคายความลับทั้งหมดออกมา ทำให้คนรุ่นหลังต้องศึกษาเตรียมรับมือกับพวกจอมมารทุกๆ 500 ปี
ทุกครั้งเมื่อถึงเวลากำหนด มิติจะบิดเบี้ยวท้องฟ้าจะปั่นปวน กลางวันกลายเป็นกลางคืน กลางคืนจะกลายเป็นกลางวัน
ในบันทึกยังกล่าวอีกว่าเมื่อใดที่พวกมันเข้มแข็งพอหรือได้ครอบครองอุปกรณ์วิเศษจากมังกรบรรพกาล พวกมันจะสามารถยกทัพจอมมารทั้ง 77 ตน มายึดครองมิติของมนุษย์ แต่ก็ไม่มีข้อมูลบอกเวลาที่ชัดเจน
........