“เมื่อเช้าพวกแกได้รู้กฎเหล็กสามข้อของARPD ไปแล้ว” คลอเดียยืนอยู่หน้ากระดานสีขาวโพลนขนาดใหญ่หน้าห้อง โดยมีชายหญิงนับร้อยนั่งตาตั้งตัวเกร็ง “ต่อไปก็คือเื่พื้นฐานที่เ้าหน้าที่ ARPDต้องรู้…นั่นก็คือ ข้อมูลพื้นฐานของศัตรู พวกริงเกอร์ [Ringer] ตั้งใจฟังให้ดี”
“พวกแกบางคนอาจรู้มาก่อนแล้วว่าริงเกอร์นั้น รูปลักษณ์ภายนอกก็เหมือนกับมนุษย์ทั่วไปทุกประการ แต่พวกเขาจะมีพลังเวทมนตร์จากแหวนมนตราที่สวมใส่ โดยปกติ ริงเกอร์หนึ่งคนมีแหวนมนตราเพียงหนึ่งวง และมีรูปแบบพลังเวทมนตร์แตกต่างกันไปในแต่ละคน เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษา พวกเราแบ่งริงเกอร์ออกเป็ห้าประเภทตามพลังที่ ซึ่งพลังนั้นสังเกตได้จากนิ้วที่สวมใส่แหวน”
“ประเภทแรก ริงเกอร์ที่มีแหวนมนตรานิ้วโป้ง หรือ ‘แหวนกายา’เป็ริงเกอร์ประเภทที่มีพลังร่างกายเหนืุ์ เช่น พลังกล้ามเนื้อ การรักษาแผลอ่อน ๆ และเพิ่มศักยภาพประสาทัั ในบางรายงาน กล่าวว่า ริงเกอร์ที่มีสติปัญญาสูงเนื่องจากแหวนกายาเหมือนกัน ถึงแม้ริงเกอร์แหวนกายาไม่ใช่ประเภทที่น่ากลัว แต่ไม่ควรประมาทโดยเด็ดขาด”
“ต่อไป ริงเกอร์ที่สวมแหวนมนตราที่นิ้วชี้ หรือ ‘แหวนบัญชา’ มีพลังในการควบคุมธาตุ ไม่ว่าจะเป็ไฟ น้ำ ลม ดิน ทราย น้ำแข็ง สายฟ้า หรือแม้แต่สังเคราะห์สสารได้ เรียกว่าเป็ประเภทที่รับมือได้ยากพอตัว”
“ริงเกอร์ที่สวมแหวนมนตรานิ้วกลาง หรือ ‘แหวนศาสตรา’เป็ริงเกอร์ที่สามารถเรียกอาวุธมนตราที่เราเรียกว่า‘ศาสตรา’จากแหวนได้ ศาสตราทั่วไปของริงเกอร์เหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ดาบยาว ดาบใหญ่ มีดสั้น ปืนสั้น สนับมือ ค้อนใหญ่ โดยศาสตราแต่ละชิ้นมีความสามารถแตกต่างกันไป เช่น บางชิ้นมีพลังทะลุทะลวงสูง บางชิ้นสร้างคลื่นกระแทก บางชิ้นมีพิษหรือบางชิ้นทำให้เืไหลไม่หยุด ริงเกอร์เหล่านี้เป็พวกที่รับมือได้ยาก ในบางรายที่มีการฝึกฝนจนใช้ศาสตราได้อย่างช่ำชอง ก็เป็ปัญหาไม่น้อย”
“ริงเกอร์ที่สวมแหวนนิ้วนาง หรือ ‘แหวนอสุรา’เ้าพวกนี้มีพลังสัตว์ป่า ทำให้มีทักษะพื้นฐานของสัตว์ที่สิงสถิตในแหวนนั้น เช่น ถ้าเป็ค้างคาว ก็สามารถบินได้ หูไว สร้างคลื่นโซนิคทำลายล้าง ถ้าเป็งู ก็จะมีความว่องไว ประสาทรับกลิ่นดี ตรวจจับคลื่นความร้อนและมีต่อมพิษที่ซ่อนอยู่ในตัว ถึงแม้ว่าพลังสัตว์ป่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่ความสามารถพื้นฐานของริงเกอร์ประเภทนี้คือมีร่างกายแข็งแรงเหนืุ์[Wild Strength]มีพลังฟื้นฟูร่างกายที่เหลือเชื่อที่เรียกว่าพงไพรรักษา[Wild Healing]และกระหายเื [Blood Thirst]ถ้าหากจะให้พูดตามตรง ริงเกอร์ประเภทนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้มากนัก แต่ในบางกรณี ก็อันตรายมาก”
“สุดท้าย ริงเกอร์แหวนนิ้วก้อย หรือ ‘แหวนเทวา’อาจเรียกได้ว่าเป็ประเภทที่รับมือยากที่สุด เพราะริงเกอร์ประเภทนี้ิญญาศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเราเรียกว่า ‘กาเดี้ยน [Guradian]’ ที่สามารถทั้งร่วมต่อสู้พร้อมกับริงเกอร์ มอบพลังกายให้ริงเกอร์ เวทมนตร์หรือแม้แต่อาวุธ ทักษะพื้นฐานของพวกนี้คือ จิตัั [Holy sense] ที่มอบประสาทััรับรู้พิเศษ เช่น เห็นอนาคตใกล้ ๆ อ่านใจคนได้ ััจิตมุ่งร้ายได้”
“ทั้งหมดนี้คือเื่พื้นฐานของศัตรูของพวกเรา วิธีจำรูปแบบพลังของริงเกอร์ง่าย ๆ ไล่จากนิ้วโป้งไปยังนิ้วก้อย ก็คือ กายา บัญชา ศาสตรา อสุรา และเทวา”
“แล้ว…ปกติริงเกอร์สวมแหวนมนตราไว้ที่มือข้างซ้ายหรือขวาหรอครับ?” หนึ่งในนักเรียนเตรียมถามคลอเดีย
“ข้างไหนก็ไม่สำคัญ เพราะมีรายงานว่าจำนวนริงเกอร์ที่สวมใส่แหวนมนตราซ้ายและขวานั้นพอ ๆ กัน …เออ จริงสิ…” คลอเดียนึกอะไรบางอย่างออก “ถ้าพบริงเกอร์ที่สวมแหวนอสุราข้างซ้าย ดวงตาสีแดงเื…ห้ามต่อสู้โดยเด็ดขาด ให้รีบหนีให้ไวที่สุด มันมีพลังขนาดที่ว่าพวกแกหนึ่งพันคนก็ไม่อาจต่อกรกับมันได้”
“เพราะมันคือ ‘เนสริงเกอร์[Nest Ringer]’… ผู้แหวนมนตราที่มีิญญาผู้พิทักษ์แห่งเนส[Nest Protector]มีเ้าหน้าที่ไม่กี่คนในโลกนี้ที่เผชิญหน้ากับเนสริงเกอร์แล้วรอดกลับมา… ไม่สิ…ถ้าพูดให้ถูกละก็…ส่วนใหญ่”
“ไม่เหลือแม้แต่ซากศพกลับมาด้วยซ้ำ…”
“แต่ก็นะ…ในบรรดาริงเกอร์กว่าล้านตนบนโลก มีเพียง 13 ตนเท่านั้นที่เป็เนสริงเกอร์ ฉะนั้นถ้าแกไม่ได้ดวงกุดจริง ๆ ไม่มีทางไปกระทบไหล่กับพวกมันหรอก”
บรรยากาศในห้องบรรยายอึมครึมไปถนัดตาเมื่อเธอเริ่มพูดถึงเนสริงเกอร์ ไม่ต้องบอกทุกคนก็ต่างรู้ดีถึงความโหดร้ายของเนสริงเกอร์ นี่เป็ชื่อที่สร้างความหวาดผวาแก่มนุษย์อย่างมาก เพราะทุกครั้งที่เนสริงเกอร์ปรากฎตัวและออกอาละวาด มนุษย์ไม่ต่ำกว่าพันคนเสียชีวิต และเมืองมนุษย์ทั้งเมืองก็ถูกพังราบเป็หน้ากลอง
“เ้าหน้าที่ ARPD มีภารกิจหลักคือ จับกุมหรือสังหารริงเกอร์ที่พบในสังคมมนุษย์ ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้ พวกแกจะต้องมีพลังเพื่อจะต่อกรกับพวกมันเสียก่อน” คลอเดียพูดต่อ พลางกดรีโมทคอนโทรลทำให้โปรเจคเตอร์เหนือหัวฉายภาพแหวนสีเงินที่มีอัญมณีสีแดงราวเม็ดทับทิมฝังอยู่กลางวง “นี่คือริงเกียร์ อุปกรณ์ที่จะกลายเป็อวัยวะชิ้นสำคัญของพวกแกในไม่ช้า”
“ริงเกียร์[Ringear] เป็ยุทโธปกรณ์มนตราที่สร้างมาจากริงก้อน แร่สังเคราะห์ราคาแพงที่สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอัลตร้าไวโอเลตให้กลายเป็พลังมนตราได้” เธออธิบาย “หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ริงเกียร์คือของก๊อปแหวนมนตราของพวกริงเกอร์นั่นแหละ หน่วยที่เราใช้วัดระดับพลังงานมนตรานั้นคือ ริงกะ[Ringa] ริงเกียร์หนึ่งวงมักเก็บพลังงานระดับที่ปลอดภัยอยู่ที่100 ริงกะเท่ากับพลังมนตราที่ริงเกอร์ธรรมดา 1 ตนมี”
“ถึงแม้จะมีระดับพลังมนตราพอ ๆ กัน แต่การไหลของมนตราเพื่อดึงเวทมนตร์ออกมาใช้นั้น ริงเกียร์เทียบกับแหวนมนตราของริงเกอร์ไม่ติดเลย ปัญหาของพวกเรา ARPD จึงไม่ใช่ว่ามีพลังมนตราที่น้อยกว่า ศักยภาพการดึงพลังมนตรามาใช้จากริงเกียร์ได้ห่วยแตกกว่าพวกริงเกอร์ จึงต้องอาศัยการฝึกร่างกายและการควบคุมริงเกียร์จนเชี่ยวชาญ จึงสามารถต่อสู้กับริงเกอร์ได้อย่างสูสี”
“ริงเกียร์จะมอบพลังให้กับผู้สวมใส่ตามนิ้วที่สวมไว้ หากสวมที่นิ้วโป้ง ก็จะมีพลังคล้ายกับแหวนกายา นั่นคือเพิ่มพละกำลังกล้ามเนื้อ ความทนทานของร่างกายและการฟื้นฟูอ่อน ๆ ริงเกียร์นิ้วโป้งจึงสำคัญมากสำหรับริงยูสเซอร์ เพราะเปรียบเสมือนเสื้อเกราะของพวกแก”
“หากสวมริงเกียร์ที่นิ้วชี้ ก็จะมีพลังในการควบคุมสสารอ่อน ๆ หรือควบคุมตัวแปรทางฟิสิกส์ต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิ แรงโน้มถ่วง ความต่างศักย์ไฟฟ้า ถึงแม้ริงเกียร์ที่สวมใส่นิ้วชี้จะดูไร้ประโยชน์สำหรับการจัดการริงเกอร์เพราะมันทำได้อย่างมากก็แค่สร้างโอกาสและก่อกวนศัตรู แต่บางคนสามารถควบคุมการไหลของพลังมนตราของริงเกียร์ และเข้าใจธรรมชาติของสสารเป็อย่างดี ก็สามารถควบคุมธาตุได้ไม่ต่างจากริงเกอร์ ซึ่งหาได้ยากในหมู่ริงยูสเซอร์ ริงเกียร์นิ้วชี้จึงเปรียบเสมือนอาวุธเสริมของนักรบที่ช่วยให้ได้เปรียบในการต่อสู้”
“ถ้าริงเกียร์นิ้วโป้งเปรียบเสมือนเสื้อเกราะ ริงเกียร์นิ้วชี้เปรียบเสมือนอาวุธเสริม ริงเกียร์นิ้วกลางก็เปรียบเสมือนอาวุธหลัก ซึ่งสำคัญที่สุดสำหรับต่อสู้ริงเกอร์ เนื่องจากริงเกอร์ทุกตนมีเกราะเวทมนตร์ที่เรียกว่า การ์ดน่า [Guardna]ปกคลุมทั่วร่าง ที่ทำให้อาวุธไร้มนตราเจาะไม่เข้า ดังนั้นจึงเป็หน้าที่ของริงเกียร์นิ้วกลางที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาวุธ เพิ่มอำนาจทะลุทะลวง ทำให้อาวุธในมือสามารถสร้างาแกับริงเกอร์ได้ และอาวุธที่ใช้ร่วมกับริงเกียร์นิ้วกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็อาวุธที่มีแร่ริงก้อนผสมในอาวุธด้วย ยิ่งมี %ริงก้อน[%Ringon]ในอาวุธสูง อาวุธนั้นก็ยิ่งมีรับพลังมนตราจากแหวนได้มาก พลังทำลายก็จะเท่าทวีขึ้นไป แต่ยิ่งมี %ริงก้อนมาก ก็ยิ่งทำให้อาวุธชิ้นนั้นหนักมากตามไปด้วย”
“ปัจจุบัน พวกเรายังไม่อาจเข้าใจกลไกการทำงานของแหวนมนตราได้ทั้งหมด ริงเกียร์จึงสามารถสวมได้แค่นิ้วโป้ง นิ้วชี้และนิ้วกลางเท่านั้น แต่การควบคุมพลังมนตราของริงเกียร์นั้น ไม่ใช่มนุษย์ทุกคนจะสามารถทำได้ และถูกประมาณการว่าในบรรดาประชากรทั้งหมด มีเพียงแค่ 0.05% เท่านั้นที่สามารถเป็ริงยูสเซอร์ได้ ซึ่งประชากรบนโลกมีทั้งหมดประมาณ1,000 ล้านคน คนที่เป็ริงยูสเซอร์อย่างพวกเธอจึงมีประมาณ 5แสนคน”
มีเสียงฮือฮากับการสอนของเธอดังขึ้น เพราะนักเรียนในห้องต่างรู้สึกว่าตัวเองได้กลายเป็คนที่วิเศษวิโสกว่ามนุษย์ทั่วไป
“หึหึ ดีใจหรอ? ที่เป็ 0.01% น่ะ” เธอหัวเราะ “พวกแกรู้ไหม ว่าศัตรูของพวกแก…ริงเกอร์ มีจำนวนเท่าไหร่ในประชากรมนุษย์…”
“0.1%ของประชากร หรือ ประมาณ 1 ล้านตน”
“ถึงประชากรมนุษย์ที่ร่างกายเข้ากับเวทมนตร์ได้และเหมาะสมจะเป็ริงยูสเซอร์นั้นมี0.05% ก็จริง แต่คนที่สมัครใจเข้ากรมตำรวจต่อต้านริงเกอร์ มีเพียงแค่หนึ่งในสี่ของคนพวกนั้น… นั่นหมายความว่า ถ้าพวกแกตั้งใจจะกวาดล้างริงเกอร์ให้หมดไปจากโลกแล้วล่ะก็…” เธอเว้นวรรค “พวกแกแต่ละคนต้องฆ่าให้ได้ริงเกอร์ 8 ตน”
นักเรียนในห้องต่างดูเฉยเมย และไม่ได้ใอะไรกับประโยคที่เธอพูด
“หึหึ…เข้าใจแล้ว…พวกแกคงยังไม่เข้าใจถึงความน่ากลัวของริงเกอร์สินะ” เธอถอนหายใจ “รู้อะไรไหม โดยเฉลี่ยแล้ว ริงยูสเซอร์อย่างเ้าหน้าที่ ARPD และหน่วยจู่โจมริงเกอร์ [ARSF: Anti-Ringer Strike Force] สามารถฆ่าริงเกอร์ได้กี่ตนในหนึ่ง่ชีวิต…”
“…4 ตน…”
“ในขณะที่หนึ่ง่ชีวิตของริงเกอร์นั้นสังหารริงยูสเซอร์ไป…”
“…17 คน…”
ชายหญิงร้อยกว่าชีวิตต่างชะงัก เพราะหากที่คลอเดียพูดมาเป็ความจริง ความแตกต่างระหว่างเป้าหมายที่ตั้งไว้กับสิ่งที่ทำได้จริงนั้นมีมากจนเกินไป เพราะริงยูสเซอร์1 คน จะต้องฆ่าริงเกอร์ให้ได้8 ตน ในขณะที่ความเป็จริง กลับทำได้เพียงแค่ 4 คน มิหนำซ้ำ ยังถูกฆ่ามากกว่าถึงสี่เท่าเสียอีก
ตึง!
“พวกแกในตอนนี้ เป็แค่ผักปลาสำหรับริงเกอร์จริง ๆ นั่นแหละ” เธอวางกระเป๋าโลหะใบใหญ่ เมื่อเธอเปิดออก ภายในเต็มไปด้วยริงเกียร์จำนวนมากบรรจุอยู่ “ชีวิตของริงยูสเซอร์นั้นสำคัญ… ดังนั้นอคาเดมี่จึงถูกก่อตั้งเพื่อฝึกฝนให้เ้าหน้าที่หน้าใหม่อย่างพวกแกพร้อมรับมือกับริงเกอร์…”
“พวกเราไม่พอใจกับตัวเลข 1 ต่อ 4 สักนิด!” เธอเอ่ย “ถ้าให้พูดตามตรง รู้สึกอัปยศตัวเองด้วยซ้ำ ที่ถูกเข่นฆ่ามากกว่า!”
“ดังนั้นฉันและครูฝึกที่นี่จะสอนวิธีการใช้ริงเกียร์ให้ เพื่อที่อนาคต พวกแกจะได้นำพลังนี้ไปช่วยเหลือคนอื่น” คลอเดียพูด “พวกแกจะได้รับริงเกียร์ประจำตัวคนละสามวงสำหรับนิ้วโป้ง นิ้วชี้และนิ้วกลาง ทุกคนตั้งแถว แล้วออกมารับกล่องริงเกียร์ที่มีป้ายชื่อตรงกับพวกแกที่ทางเราเตรียมไว้ให้แต่ละคนล่วงหน้าแล้ว แต่ละกล่องมีริงเกียร์อยู่ 3 วง สำหรับนิ้วโป้ง นิ้วชี้และนิ้วกลางของแต่ละคน”
“ริงเกียร์ทำมาจากวัสดุอ่อน สามารถปรับตามขนาดนิ้วได้พอสมควร ดังนั้นไม่มีปัญหาเื่หลวมหรืออะไรสักเท่าไหร่ ถ้าแกไม่ได้น้ำหนักขึ้นฮวบฮาบหลังจากเข้า ARPD น่ะนะ…และก็ไม่ต้องห่วง ริงเกียร์ทุกวงนั้นเหมือนกัน ไม่ว่าวงเล็กหรือวงใหญ่ก็มีพลังมนตราเท่ากัน แต่มันจะมีพลังมากหรือน้อยนั้น ขึ้นกับความสามารถของผู้ใช้ว่าสามารถดึงพลังออกมาได้แค่ไหน พลังของริงเกียร์นั้นขึ้นกับนิ้วที่สวม ต่อให้แกสลับริงเกียร์ที่เดิมสวมที่นิ้วชี้ เปลี่ยนมาใส่นิ้วกลางแทนที่จะเป็ริงเกียร์ที่ปกติสวมที่นิ้วกลาง ก็จะได้พลังริงเกียร์นิ้วกลางเหมือนกัน”
“ั้แ่วินาทีนี้ ริงเกียร์ทั้งสามวงเป็สมบัติของพวกแกแล้ว”
นักเรียนแต่ละคนต่างทยอยเดินต่อแถว รวมถึงวีโอเลตและเลเวียร์ก็ด้วย แม้ว่าทุกคนจะตระหนักกับภาระอันหนักอึ้งที่ตนเองต้องแบกรับหลังจากได้รับริงเกียร์แล้ว แต่ก็อดตื่นเต้นที่จะมีริงเกียร์ไว้ในไม่ได้ เพราะแหวนนี้จะมอบพลังเหนืุ์ให้กับพวกเขา ทำให้พวกเขาสามารถใช้เวทมนตร์ที่คนอื่นไม่อาจใช้ได้ ไม่นานนักหนุ่มสาวก็กลับเข้าไปนั่งที่พร้อมกับริงเกียร์สามวงในมือ พวกเขาขัดเงามันราวกับสมบัติล้ำค่าของตนเอง
“พี่เลเวียร์คะ…” วีโอเลต สาวน้อยผมสีลูกนัทกระตุกชายเสื้อพี่ชายของเธอระหว่างเดินกลับเข้าที่
“อะไรหรอวี?”
“…” เธอนิ่งไปสักพักพลางมองชะเง้อไปที่มุมห้องด้านซ้ายอย่างครุ่นคิด แล้วส่ายหน้า “เปล่าค่ะ…”
เลเวียร์หัวเราะอย่างสับสน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
“พวกแกทุกคนได้ริงเกียร์กันหมดแล้วใช่ไหม?” คลอเดียถาม หญิงสาวกวาดสายตามองนักเรียนภายในห้องที่ต่างได้รับริงเกียร์กันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว “ทีนี้ก็จับกลุ่ม 5 คนตามใจชอบได้เลย และจากนี้ไปทุกคาบ พวกแกห้าคนนี้จะต้องอยู่กลุ่มเดียวกันไปจนกว่าจะจบการศึกษาในอีกหกเดือนข้างหน้า”
“เลือกดี ๆ ล่ะ…”