“ลั่วจิ่วเอ๋อร์อย่างนั้นหรือ ฟังดูไม่เลว แต่ข้าอยากเห็นว่านางหน้าตาเป็อย่างไร!”
อวิ๋นฉี่ยิ้มแฝงนัย แม่เล้าจะไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนี้ได้อย่างไรนางจึงยิ้มตอบแล้วรีบพูดว่า “คุณชาย้าให้ข้าเรียกแม่นางจิ่วเอ๋อร์มาใช่ไหมเ้าคะ”
ผ่านไปครู่หนึ่ง แม่เล้าก็พาหญิงสาวผู้นั้นเข้ามาเมื่อจิ่วเอ๋อร์มาถึงก็ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทาย กระทั่งรินสุราหรือเอ่ยพูดสักประโยค
เห็นดังนี้อวิ๋นจวาก็ขมวดคิ้วด้วยท่าทีไม่พอใจ
“อะไรกันหรือจะต้องให้คุณชายอย่างข้าร้องขอให้เ้าถอดผ้าคลุมหน้าออก”
แม่เล้าที่อยู่ข้างๆ เริ่มเหงื่อตกด้วยความกังวล แต่จิ่วเอ๋อร์กลับไม่ตระหนกสักนิดนางหยิบจอกสุราขึ้นมาดื่มจนหมดรวดเดียว การกระทำนี้ทำให้อวิ๋นจวาพึงพอใจอย่างมาก เขายื่นมือออกมาหมายจะถอดผ้าคลุมหน้าให้นางแต่ฝั่งนั้นกลับยกมือขึ้นมาขวาง
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”
ลั่วจิ่วเอ๋อร์กล่าว “ก่อนหน้านี้ข้าทำข้อตกลงกับท่านแม่แล้วว่าหากผู้ใด้าให้ข้าถอดผ้าคลุมจะต้องพาข้าออกไปจากที่นี่ก่อน”
อวิ๋นจวาเริ่มลังเล แต่อวิ๋นฉี่ที่อยู่ข้างๆ กลับพูดว่า “ก็แค่จ่ายค่าไถ่ตัวเล็กๆน้อยๆ ไม่ทำให้น้องจวาของข้าลำบากหรอก”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ คุณชายจวาเป็ถึงคุณชายของคฤหาสน์อวิ๋นหลานซานแค่เงินค่าไถ่เล็กน้อยคงไม่ทำให้คุณชายลำบากหรอกเ้าค่ะ!” แม่เล้าพลันพูดแทรกขึ้นมา
นางก้มลงไปกระซิบข้างหูชายหนุ่ม “คุณชาย ลั่วจิ่วเอ๋อร์ผู้นี้เพิ่งมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เป็ครั้งแรกที่นางออกมาปรากฏตัวในิเยวี่ยฟาง หญิงสาวผู้นี้ไม่เพียงงดงามราวเทพธิดา นางยังเป็หญิงพรหมจารีอีกด้วย หากท่านไถ่ตัวนางออกไปแล้วพาไปอยู่ที่คฤหาสน์ไม่ว่าอยากจะทำสิ่งใด ท่านก็ทำได้ตามใจปรารถนา คิดว่าอย่างไรบ้างเ้าคะ”
คำพูดที่แฝงนัยหยาบโลน รวมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์ทำให้ความลังเลในใจอวิ๋นจวาหายวับไป ตอนนี้ในสายตาของเขานอกจากลั่วจิ่วเอ๋อร์แล้วก็ไม่มีสิ่งอื่นอีก
จากนั้นก็คงจินตนาการได้ อวิ๋นจวาตัดสินใจไถ่ตัวแม่นางจิ่วเอ๋อร์ออกไปตามคาด
ก่อนที่การประกวดดอกไม้งามประจำปีจะเริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการคุณชายรองของอวิ๋นหลานซานได้ทำการไถ่ตัวหญิงสาวดาวเด่นอย่างลั่วจิ่วเอ๋อร์และพานางกลับไปยังคฤหาสน์นี่ไม่ใช่เื่ที่พบได้บ่อย ข่าวจึงสะพัดไปเหมือนไฟลามป่า ภายในระยะเวลาอันสั้นก็แพร่กระจายไปทั่วทุกตรอกซอกซอยของเมืองหลวง
ในคืนนั้นการประกวดดอกไม้จบลงอย่างรวดเร็ว เพราะดาวเด่นถูกคนไถ่ตัวออกไปแล้วเหยาเยวี่ยเองก็เพียงมาปรากฏตัวตามเวลา หลังจากนั้นก็กลับไปซ่อนตัวและไม่ยอมออกมาอีกเลย
ทุกคนคิดว่าเป็เพราะลั่วจิ่วเอ๋อร์กลบรัศมีของเหยาเยวี่ย ทั้งอีกฝ่ายยังถูกบุตรชายคนรองของตระกูลอวิ๋นเลือกไปนางจึงโกรธจนไม่ยอมออกมา หารู้ไม่ว่าเหยาเยวี่ยตั้งใจให้เื่ราวดำเนินไปเช่นนั้นทว่านางก็ไม่จำเป็ต้องไปอธิบายอะไร
ค่ำคืนนั้นยังมีสาวงามเหลืออยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเทียบกับเหยาเยวี่ยและลั่วจิ่วเอ๋อร์สตรีเ่าั้ก็ไม่อาจเทียบประกายรัศมี ทำให้การประกวดดอกไม้งามประจำปีนี้ไร้ค่าเหลือเกิน
ภายในห้องพัก เหยาเยวี่ยกำลังดื่มน้ำผึ้งที่นางชงเอง แม้สีหน้ายังคงสงบ ทว่าความคิดในหัวกลับหลุดลอยไปไกลและเต็มไปด้วยความสงสัยเด็กสาวที่อยู่ข้างกายยังคงมีสีหน้าบูดบึ้ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่แยแสและดูเหมือนจะผ่อนคลายด้วยซ้ำนางจึงอดกลั้นเอาไม่ไหวแล้วเอ่ยปาก
“ข้าว่านะ วันนี้ท่านกินอะไรผิดไปหรือเปล่าเ้าคะ ท่าทางถึงดูแปลกไป”
“เด็กคนนี้ อยู่ดีๆ ทำไมถึงได้มาว่าข้าล่ะ”
เด็กสาวทำหน้ามุ่ยและพูดว่า “คืนนี้เป็โอกาสที่ดีมากท่านเห็นไหมว่าลั่วจิ่วเอ๋อร์ชิงไปแล้ว ทันทีที่นางเข้ามาที่นี่ก็ถูกคุณชายรองอวิ๋นไถ่ตัวไปไม่กี่วันหลังจากนี้ก็จะเปลี่ยนจากชีวิตที่ต่ำต้อยเป็สูงส่ง แต่ท่านก็ยังมานั่งจิบน้ำผึ้งได้อีก”
เหยาเยวี่ยยิ้มบางและตีมือนาง เอ่ยปลอบใจว่า
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าชีวิตของลั่วจิ่วเอ๋อร์จะเปลี่ยนจากแสนต้อยต่ำเป็สูงส่ง”
“เหตุใดจะไม่ล่ะ ข้าว่าคุณชายอวิ๋นจวาตกหลุมรักนางั้แ่แรกเห็นกลับไปเขาคงจะดูแลนางทุกอย่าง นี่ไม่ดีอย่างนั้นหรือ”
เหยาเยวี่ยส่ายหัวและถอนหายใจ “เ้ายังเด็กนัก หลายๆ เื่มองเพียงผิวเผินไม่สามารถรู้ได้ว่าความจริงเป็อย่างไร”
เด็กสาวเม้มริมฝีปากแน่นพร้อมส่ายหัว “ข้าไม่เข้าใจ!”
เหยาเยวี่ยจิ้มนิ้วลงตรงกลางหน้าผากนาง
“เ้าคงไม่เข้าใจจริงๆ ไม่เข้าใจก็ดีหลังจากนี้หากมีโอกาสข้าจะบอกท่านแม่ ขอให้นางส่งเ้าออกไปจากที่นี่”
เด็กหญิงรีบคว้าแขนของเหยาเยวี่ยก่อนจะสะอื้นไห้ “พี่สาวที่แสนดีท่านอย่างทิ้งข้าเลย นอกจากท่านแล้วข้าก็ไม่มีญาติที่ไหน ไม่มีผู้ใดสนใจข้า…”
เหยาเยวี่ยพูดกับนางด้วยท่าทีข่มใจ “กังวลอะไรข้าไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าไม่้าเ้า”
เด็กสาวเช็ดน้ำตาพร้อมสะอึกสะอื้น
“เอาล่ะๆ เห็นแก่เ้าที่ร้องไห้เหมือนแมวตัวน้อยเช่นนี้ข้าเองก็ทำไปเพื่อประโยชน์ของตัวเ้า เ้าคิดว่าิเยวี่ยฟางเป็ที่ที่ดีหรือ หากไม่ใช่เพราะหมดหนทางหญิงสาวดีๆ ที่ไหนจะมาอยู่ที่นี่ เ้าเป็คนที่ข้าเก็บมาเลี้ยงดู พี่สาวอย่างข้าย่อมไม่อยากให้เ้าอยู่ในสถานที่เช่นนี้นานเกินไป”
เหยาเยวี่ยใช้ผ้าซับน้ำตาให้เด็กสาว ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า “หญิงสาวพึงกระทำตัวให้สะอาดสะอ้านไว้ถือเป็สิ่งดีไม่ใช่เอาแต่คิดจะเปลี่ยนชะตาชีวิตจากต้อยต่ำไปเป็สูงส่ง การมองคนให้ถี่ถ้วนต่างหากจึงจะถูกต้องเข้าใจหรือไม่”
อีกฝ่ายพยักหน้า ไม่รู้ว่านางเข้าใจจริงๆ หรือไม่
หลังจากกล่อมเด็กสาวให้เข้านอนได้แล้ว เหยาเยวี่ยจึงลุกเดินออกจากห้องไปคำพูดของคนที่เพิ่งหลับใหลทำให้ตระหนักได้ว่า พวกนางไม่ควรอยู่ิเยวี่ยฟางอีกต่อไปเดิมทีนางอยากจะใช้่ดึกเช่นนี้ ในตอนที่สาวๆ คนอื่นอยู่ในห้วงนิทรา เข้าไปพูดคุยกับท่านแม่ต่อให้สตรีผู้นี้ไม่ปล่อยนางไป แต่อย่างน้อยก็ต้องให้เด็กสาวได้ออกไปจากที่นี่ได้ไปเจอคนดีๆ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
เมื่อนางเดินมาถึงหน้าห้องท่านแม่ ก็พบว่าแสงเทียนในนั้นยังส่องสว่างเหยาเยวี่ยก้าวไปเคาะประตู ผ่านไปครู่หนึ่งก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับ นางคิดว่าคนในห้องคงเข้านอนแล้วแต่ลืมดับเทียน จึงผลักประตูเข้าไปเบาๆ
“ท่านแม่ หลับแล้วหรือเ้าคะ”
เหยาเยวี่ยก้าวเข้าไปอย่างแ่เบา ภายในห้องเงียบเชียบไม่มีเสียงแม้เพียงนิด
“ท่านแม่” เหยาเยวี่ยเรียกเบาๆ อีกสองสามครั้ง แต่ก็ยังไม่มีคนตอบ
นางจึงเดินไปในห้องชั้นใน พบว่ามีคนนอนอยู่บนเตียง เมื่อเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าเป็เ้าของห้องนั่นเองเหยาเยวี่ยจึงเขย่าตัวนางเบาๆ และเอ่ยว่า
“ท่านแม่ ตื่นก่อนเถิด เยวี่ยเอ๋อร์มีเื่จะคุยด้วยเ้าค่ะ”
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะหลับลึก ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ไม่ยอมตื่นเหยาเยวี่ยเกิดความรู้สึกสงสัย ลองยื่นมือไปอังที่จมูกคนนอนอยู่ ชั่วครู่นางก็สั่นสะท้านไปทั้งกายคนบนเตียงไม่มีลมหายใจแล้ว ท่านแม่เสียชีวิตแล้ว!
เหยาเยวี่ยทรุดลงบนพื้นด้วยความตื่นตระหนกนางใช้มือปิดปากเพื่อไม่ให้ตนเองกรีดร้องออกมา ไม่นานก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังจะก้าวผ่านบานประตู พลันชะงักดึงขากลับมา
นางเตือนตัวเองในใจว่าให้รักษาท่าทีสงบ หันหลังกลับเข้าไปในห้องแล้วเริ่มค้นโดยรอบ ผ่านไปไม่นานก็เจอกล่องไม้อยู่ใต้ตู้ เมื่อเปิดดูก็พบกับสัญญาการขายตัวนางหยิบออกมาสองฉบับ ซึ่งก็คือสัญญาของนางและเด็กสาวข้างกาย
หลังจากนั้นจึงวางกล่องไม้กลับเข้าที่เดิม ก่อนออกไปก็ปิดประตูให้เรียบร้อยมองไปทั่วบริเวณที่ยังเงียบสงัดเหมือนในตอนแรก แล้วรีบกลับห้องของตนเอง ซ่อนสัญญาการขายตัวที่นำออกมาเป็อย่างดีแล้วค่อยกลับไปนอนบนเตียง ปิดเปลือกตา ทำเป็แกล้งหลับไป
จนเมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่าง เหยาเยวี่ยถึงได้กล้าลืมตา ทว่ายังนอนอยู่บนเตียงไม่กล้าส่งเสียงใดทำเพียงฟังความเคลื่อนไหวด้านนอก
เมื่อคืนเด็กสาวเข้านอนเร็วและตื่นนอนแต่เช้าเมื่อเห็นว่าพี่สาวยังไม่ลุกจากเตียงจึงเดินไปเรียกนาง ในเวลาเดียวกันนั้นก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจากห้องข้างๆตามมาด้วยความโกลาหลวุ่นวาย
สักพักก็มีคนมาเคาะประตู
“แม่นาง เปิดประตูเร็วเข้า เกิดเื่แล้ว เกิดเื่แล้ว!”
เหยาเยวี่ยแสร้งทำเป็ไม่พอใจ นางเปิดม่านและะโออกไปทางประตู
“เหตุใดถึงได้ส่งเสียงดังั้แ่เช้าตรู่เช่นนี้”
“ท่านพี่ เหมือนว่าข้างนอกจะเกิดเื่”
เด็กสาวนำเสื้อคลุมมาสวมให้เหยาเยวี่ยเมื่อทั้งคู่เปิดประตูออกไปก็เห็นเหล่าหญิงสาวยืนอยู่หน้าห้อง สีหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“นี่มันอะไรกัน เหตุใดพวกเ้าถึงวิ่งโร่มาหน้าห้องข้าแต่เช้าเช่นนี้”
พี่สาวคนหนึ่งที่อายุค่อนข้างมากตอบว่า "แม่นางเยวี่ยแย่แล้ว ท่านแม่…ท่านแม่ตายแล้ว!”
ใบหน้าของเหยาเยวี่ยขรึมลง ก่อนจะดุแม่นางคนนั้น
“ยิ่งเวลาผ่านไปความกล้าหาญของพวกเ้าก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ นะเื่แบบนี้ควรเอามาล้อเล่นหรือ หากท่านแม่มาได้ยินต้องฉีกปากพวกเ้าแน่!”
“พี่เยวี่ย พวกเราจะกล้าล้อเล่นได้อย่างไร นี่เื่จริงนางเสียชีวิตอยู่ในห้องตนเอง”
เหยาเยวี่ยตามทุกคนไปยังห้องของแม่เล้าทุกสิ่งทุกอย่างในห้องยังคงเหมือนกับเมื่อคืนไม่มีผิด ดูเหมือนว่าหลังจากที่นางออกไปก็ไม่มีใครเข้ามาอีก
ใบหน้าของคนบนเตียงเป็สีคล้ำ ร่างกายเย็นเฉียบไม่มีไอร้อนหลงเหลือแม้ว่านางจะเคยเห็นภาพนี้แล้วเมื่อคืน แต่การได้มาเห็นอีกครั้งก็ยังทำให้เหยาเยวี่ยตื่นตระหนกได้
“พวก พวกเ้าเหตุใดยังยืนนิ่งอยู่อีก เหตุใดไม่ไปตามคนมา”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ยังคงนิ่งเฉยเพราะพวกนางไม่รู้ว่าควรจะไปตามใครมา
เหยาเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ไปที่ชิงหลิ่วถัง ไปหาผู้ดูแลชิงหลิ่วถัง”
...ยังไม่ทันที่น้ำค้างยามเช้าจะแห้ง ในห้องของฟูเหรินแห่งคฤหาสน์อวิ๋นหลานซานก็มีเสียงพังข้าวของดังขึ้นคนรับใช้กลุ่มหนึ่งยืนก้มหน้าอยู่นอกประตู ไม่กล้าก้าวเข้าไป
สิ่งของในห้องถูกทุบทำลาย แตกออกเป็เสี่ยงๆนางจางใช้มือที่สั่นเทาชี้ไปยังเหล่าคนรับใช้ที่ยืนอยู่นอกประตูแล้วพูดว่า
“ไป ไปตามตัวนังคนนั้นมา ไปเร็วเข้า!ข้าอยากรู้ว่าลูกชายของข้าลุ่มหลงสตรีแบบใด”
ทันทีที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า นางจางก็ได้ยินคนรับใช้ข้างนอกกระซิบกระซาบกันเมื่อถามจนรู้เื่แล้วก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ คุณชายตระกูลอวิ๋นไถ่หญิงสาวจากิเยวี่ยฟางมาเมื่อคืนนี้อีกทั้งยังพากลับมาคฤหาสน์ สำหรับอวิ๋นหลานซานที่ใส่ใจชื่อเสียงมาโดยตลอดนั้นสิ่งนี้ถือเป็เื่ที่ทำให้ขายหน้าอย่างมาก
นางจางจะไม่โกรธได้อย่างไร ที่ผ่านมาถึงบุตรชายจะออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านบ้างนางก็ไม่ได้สนใจแต่คราวนี้ถึงขั้นพาสตรีกลับคฤหาสน์มาด้วย ในเวลานี้ที่ผู้นำตระกูลอวิ๋นไม่อยู่ บุตรชายของนางจึงไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ
ในขณะที่นางจางเอะอะโวยวายเสียงดัง ฝั่งนางอันกลับเงียบสงบ ไม่มีความเคลื่อนไหวใดคุณชายใหญ่อวิ๋น อวิ๋นฉี่กำลังทุบหลังให้มารดาของตนด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
“ว่ามาสิ ที่เรือนฝั่งตะวันออกเสียงดังกันั้แ่เช้า เป็ฝีมือเ้าใช่หรือไม่”
อวิ๋นฉี่เอ่ย “เหตุใดถึงเป็ข้าล่ะน้องจวาตกหลุมรักหญิงสาวคนนั้นและพานางกลับมา แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าเล่า”
นางอันส่งเสียงฮึออกมาเบาๆ แล้วกล่าวว่า
“ข้าเป็ผู้ให้กำเนิดเ้า ในใจเ้าคิดสิ่งใดข้าจะไม่รู้เชียวหรืออวิ๋นจวาเย่อหยิ่งจนติดเป็นิสัย แต่เื่ที่เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงหน้าตาเขาเองก็ยังรู้ขอบเขต หากไม่ใช่ว่าเ้าคอยยั่วยุอยู่ข้างๆ คิดว่าเขาจะพาหญิงโคมแดงแบบนั้นกลับมาง่ายๆหรือ”
อวิ๋นฉี่ไม่ปฏิเสธและยอมรับตรงๆ ว่า “แล้วจะเป็อย่างไรล่ะเ้าเด็กคนนั้นโง่เอง”
นางอันส่ายหน้าเงียบๆ แล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าบิดาของเ้าชอบอะไรในตัวเด็กคนนั้นแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกอย่างนั้นหรือ ไม่มีหัวคิดสักนิด เหตุใดจึงชอบกัน”
อวิ๋นฉี่ยิ้มเยาะ ทั้งยังรู้สึกไม่พอใจ
นางอันกำชับกับบุตรชายว่า “เื่มาถึงขั้นนี้แล้ว เ้าก็อย่าเข้าไปยุ่งอีกเข้าใจหรือไม่”
“ลูกทราบขอรับ!”
—--------------------------------------