“แทนที่คุณจะเรียกลูกไฟออกมาทีละลูก ทำไมไม่เรียกออกมาทีละสอง สาม สี่ลูกไปเลย แบบนั้นมันจะสามารถรับมือกับศัตรูจำนวนมากได้ดีกว่าไม่ใช่หรอ” เต้เอ่ยถามขึ้นขณะที่กวดขันให้แต้วฝึกฝนใช้พลังของตัวเอง
“พูดมันก็ง่ายน่ะสิ แต่ทำน่ะมันยาก แค่ลูกเดียวฉันก็ต้องใช้สมาธิเกือบทั้งหมดในการตั้งจิตบังคับแล้ว แบบนี้จะไปเรียกออกมาหลายๆลูกได้ยังไง เคยเขียนหนังสือสองมือพร้อมกันไหมล่ะ? มันก็คล้ายแบบนั้นแหละ ทำไม่ได้” แต้วเอ่ยบอก
“ทำไมจะทำไม่ได้ ไอ้การเขียนหนังสือสองมือพร้อมกันน่ะ ผมเองก็เคยเห็นคนทำได้มาแล้ว ผมว่ามันไม่ใช่ทำไม่ได้แต่คุณน่ะี้เีและไม่พยายามจะฝึกมากกว่า…คุณต้องทำให้ได้ อย่างน้อยก็ต้องปกป้องดูแลตัวเองให้ได้ในระดับหนึ่ง ขืนยังอ่อนปวกเปียกแบบนี้ เกิดถูกไอ้ตัวเล็กพวกนั้นทุบตายขึ้นมาตอนผมเผลอ เงินสองล้านของผมก็ปลิวหนีไปน่ะสิ” เต้เอ่ย
ได้ยินประโยคใน่ท้ายของเต้ แต้วก็ถึงกลับส่งสายตามองค้อนมาใส่อย่างรู้สึกไม่ชอบใจ “อะไรก็เงิน” แต้วบ่นอุบ
นั่งมองดูแต้วพยายามฝึกบังคับลูกไฟอยู่อีกพักใหญ่ เต้ก็เอ่ยถามขึ้นมา “ระดับนักผจญภัยของคุณเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับไหนแล้ว?”
“8” แต้วเอ่ยตอบ
“ก็ไม่แย่นี่ นี่เป็ครั้งแลกที่เข้าสู่เกทใช่ไหมล่ะ? เลื่อนจาก 1 มาถึงระดับที่ 8 ได้ในครั้งเดียวแบบนี้ ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้นะ ดูอย่างผมสิ ค้างอยู่แค่ 5 ตั้งหลายปี….จะว่าไปแล้วระดับนักผจญภัยเลเวล 8 เนี่ย ร่างกายของคุณก็น่าพัฒนาจนแข็งแรงขึ้นมาเหนือกว่าคนทั่วไปสองถึงสามเท่าแล้วนี่ ใช่ไหม? รู้สึกอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย ผมถามจริงๆเลย?” เต้เอ่ย
มองค้อนใส่เต้ก่อนวูบหนึ่ง จากนั้นแต้วจึงเปิดปากตอบอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก “ก็รู้ ร่างกายของฉันเองทำไมจะไม่รู้”
“จริง?” เต้ถามซ้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ก็มีแรงมากขึ้น เหนื่อยยากขึ้น อย่างความสามารถของฉันเนี่ย ปกติใช้ไม่นานก็เหนื่อยแล้ว แต่่หลายวันมานี้มันก็ใช้ได้มากขึ้น เหนื่อยยากขึ้น พอใจยัง” แต้วเอ่ย
“ออ..ดูเหมือนรู้ดีนี่ ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่าขีดความสามารถเพิ่มขึ้น อะไรหลายอย่างที่เคยทำไม่ได้ มันก็อาจจะทำได้ขึ้นมาน่ะ ไอ้การฝึกอย่างที่ผมบอกไปก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะอย่างนั้นอย่ามาบอกว่าทำไม่ได้ มีแต่ต้องทำให้ได้เท่านั้น ถ้าไม่อยากถูกไอ้พวกตัวเล็กนั่นใช้หินทุบจนตายก็ฝึกต่อไป” เต้เอ่ย
หยุดยืนมุ่นคิ้วใช้สายตามองค้อนใส่เต้อยู่พักหนึ่ง เมื่อได้ยินเต้แค่นเสียงเอ่ยบอกว่า “ต่อให้มองอย่างนั้นผมก็ไม่อ่อนข้อให้หรอก” แต้วจึงทำได้แต่ต้องจำใจฝืนฝึกต่อ
ในโลกแห่งความเป็จริงนั้นฝึกโหดให้กับแต้ว ส่วนในโลกแห่งยุทธจักร เต้ก็ฝึกโหดเพื่อปรับสภาพให้คุ้นชินกับสภาพพลังที่เพิ่มพูนขึ้น เวลาดำเนินผ่านไปในลักษณะนี้อีกนับอาทิตย์
“คุณ..ฉันทำได้แล้ว ทำได้แล้ว เรียกลูกไฟออกมาได้สามลูกแล้ว เห็นไหม” แต้วเอ่ยอย่างรู้สึกยินดีที่ผลแห่งการฝึกของตัวเองสัมฤทธิ์ผล
เต้หัวเราะอย่างพึงพอใจ “ผมคิดว่าคุณต้องเป็นักผจญภัยแถวหน้าได้อย่างแน่นอน ความสามารถของคุณที่สามารถควบคุมไฟได้อย่างใจนึกเองก็ถือว่าเป็หนึ่งในความสามารถที่ทรงพลังมากๆนะรู้หรือเปล่า” เต้เอ่ย เมื่อเหลือบมองยังแต้วที่กำลังดีใจอย่างออกนอกหน้าอยู่พักหนึ่ง เต้ก็เอ่ยต่อ “แต่ผมว่าหลังจากนี้คุณอย่าเข้าสู่เกทอีกจะดีกว่า ผมไม่เห็นความจำเป็ที่คุณจะต้องเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงแบบนี้เลย”
“ก็นั่นสินะ” แต้วเอ่ยอย่างรู้สึกเห็นด้วย
“คุณเองตอนนี้ก็เริ่มคุ้นชินกับความสามารถของตัวเองขึ้นมากแล้ว…ผมคิดว่าพรุ่งนี้เราน่าจะเริ่มออกสำรวจเส้นทางเพื่อกลับไปยังแคมป์ ถ้าทุกอย่างราบรื่น อีกไม่นานพวกเราคงสามารถที่จะคลำทางออกจากเกทกลับสู่โลกภายนอกได้” เต้เอ่ย
“แล้วถ้าเจอไอ้ก็อบลินฝูงนั้นอีกล่ะ พวกเราจะทำยังไง?” แต้วเอ่ยถาม
เหลือบมองดูแต้วอย่างคิดประเมินวูบหนึ่ง เต้ก็เปิดปากเอ่ยขึ้น “จำที่ผมสอนได้หรือเปล่า”
แต้วผงกศีรษะรับ “ตั้งสติ ประเมินสถานการณ์ ห้ามลนลาน”
“อืม ด้วยขีดความสามารถของคุณ ไอ้ตัวเล็กพวกนั้นมันทำอะไรคุณไม่ได้ง่ายๆหรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเกราะโอริคัลคุมที่คุณใส่อยู่เลย…แต่ถ้าสถานการณ์ไม่สู้ดีหรือคุณรับมือไม่ไหวจริงๆก็ให้รีบร้องบอก ผมจะผละจากไอ้ตัวใหญ่มาพาคุณหนีเพื่อกลับไปตั้งหลักใหม่ทันที ยังไงเราก็ต้องลองดู ส่วนจะไหวหรือไม่ไหวก็เป็อีกกรณีหนึ่ง ..อย่างนั้นวันนี้ก็พอแค่นี้เถอะ พักเอาแรง พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางเพื่อหาหนทางกลับไปแคมป์กัน" เต้บอก
รุ่งเช้าของวันถัดมา หลังจากเคลื่อนตัวออกไปสำรวจนอกเขตปลอดภัยที่ทำแผนที่ไว้อย่างระมัดระวัง สุดท้ายแล้วใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมง เต้ก็สามารถที่จะคลำทางกลับมายังแคมป์ของตนที่อยู่ในสภาพเละเทะไม่เป็ชิ้นดีได้
“คุณ..เงียบๆ ช้าๆ อย่าส่งเสียง” เต้เอ่ยเสียงเบา
“พวกมันกระจายตัวเข้ายึดแคมป์ของเราไว้แบบนี้…มันก็มีความเป็ไปได้สูงว่าทีมช่วยเหลือยังคงไม่ถูกส่งเข้ามา…ที่แปลกก็คือจนป่านนี้แล้วทำไมทีมช่วยเหลือยังไม่ถูกส่งเข้ามาอีก นี่มันก็หลายอาทิตย์เข้าไปแล้วนะ…เอ๊ะ..บางทีทีมช่วยเหลืออาจจะถูกส่งเข้ามาแล้วก็ได้ แต่เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าพวกเราตั้งแคมป์อยู่ตรงๆไหนก็เลยหาไม่เจอ…อย่างนั้นก็ไม่ความว่าไอ้นักผจญภัยที่ชื่อป้องนั่นยังไม่ได้หนีออกไปจากเกท?” เต้นึกคิดประเมินถึงสถานการณ์กับตัวเอง
“คุณ…คิดอะไรอยู่” แต้วที่ด้านข้างซึ่งเห็นว่าเต้เงียบไปเอ่ยถามขึ้น
“ผมกำลังประเมินความเสี่ยง” เต้ตอบ
“ความเสี่ยงอะไรอีก? ก็ไหนว่าเราจะมาเอากระเป๋าของคุณที่อยู่ในเต้นท์ไง ทำไมไม่ลงมือสักที” แต้วเอ่ยถาม พูดตามตรงแล้ว การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ทำให้แต้วแทบจะลืมไปแล้วว่าเต้นั้นคือนักผจญภัยระดับ F ไม่ต่างจากตน เนื่องเพราะขีดความสามารถที่เต้แสดงออกมาให้เห็นตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน ทำให้แต้วในตอนนี้เกิดความเชื่อมั่นในตัวของเต้อย่างมาก
“ผมไม่ได้เก่งขนาดนั้นนะคุณ ลืมไปแล้วหรือยังไงว่าผมก็แรงค์ F จะให้ผมโดดเข้าไปควงหอกจิ้มพวกมันให้เรียบแบบรึไง? นั่น เห็นไอ้ตัวใหญ่นั่นรึเปล่า กล้ามมันเป็มัดๆเลย ต่อให้แทงหอกโดนมันได้ ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะแทงมันเข้าไหม” เต้เอ่ยบ่น “คุณน่ะรออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวผมจะเข้าไปคนเดียว” เต้เอ่ยจบก็ตัดสินใจหน่วงใช้พลังปราณเพื่อเสริมความสามารถในการเคลื่อนไหวให้กับตัวเอง จากนั้นจึงะโผ่านดงไม้ออกไปอย่างคล่องแคล่วปราดเปรียว
“อะไรของเขากันนะ..เมื่อกี้พึ่งจะพูดบอกแท้ๆว่าไม่อยากะโเข้าไปกลางวง นี่พูดยังไม่ทันขาดคำเลย” แต้วบ่นอุบ
แน่นอนว่าที่เต้เลือกจะะโเข้าไปดื้อๆแบบนี้เนื่องเพราะรู้ดีว่ามันไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว อย่างน้อยหากสามารถอาศัยความคล่องแคล่วของตนเพื่อพุ่งตรงเข้าไปและรีบทะยานเข้าไปภายในเต้นท์ที่พัก บางทีตนอาจจะสามารถหยิบฉวยสิ่งที่้าและทะยานออกกลับมาโดยไม่ต้องต่อสู้เลยด้วยซ้ำ หากแต่เป็เื่น่าเสียดายสำหรับเต้ การคิดประเมินกับความเป็จริงนั้นแตกต่าง ทันทีที่เต้ะโร่อนตัวลงมายังบริเวณค่าย เหล่าก็อบลินตัวเล็กต่างก็ส่งเสียงร้องเพื่อเตือนภัยให้กับผองเพื่อน
เห็นอย่างนั้น เต้ก็ไม่รอช้ารีบพุ่งทะยานเข้าไปยังเต้นท์ที่พักเพื่อหมายจะหยิบฉวยเอากระเป๋าเดินทางซึ่งบรรจุข้าวของเครื่องใช้ของตนที่ถูกทิ้งเอาไว้ ในที่นี้รวมถึงแผนที่และเข็มทิศนำทางซึ่งจะสามารถช่วยให้ตนหลบหนีออกจากเกทแห่งนี้ได้ด้วย
ระหว่างทางที่เต้พุ่งเข้าหาเต้นท์ซึ่งขาดวิ่น ก็ปรากฎก็อบลินตัวเล็กหลายตัวที่อยู่ใกล้พุ่งกระโจนเข้ามาหาเต้อย่างดุร้าย หากแต่ก็อบบลินตัวเล็กเ่าั้ก็หลายเป็เหยื่อยเส้นสังเวยให้กับเต้ที่ควงหวกตวัดเฉยพร้อมกับที่ต่อยชกกำปั้นออกไปจนเครื่องในหลุดร่วงดวงตาปูดโปน
หมุนควงหอกเบิกทางจนกลายเป็เส้นทางแห่งเืเนื้อสายหนึ่ง ใช้เวลาไม่นาน เต้ก็สามารถที่จะบรรลุถึงกระโจมที่พักซึ่งตอนนี้เนื้อผ้าบางส่วนขาดวิ่นจนดูไม่ได้ เมื่อมุดเข้าไปยังภายในกระโจมนั้น เต้ก็ต้องพบเข้ากับความสิ้นหวังเนื่องเพราะกระเป๋าสัมภาระของตนเองซึ่งคิดว่าจะเสี่ยงชีวิตเข้ามาหยิบฉวยกลับไม่ได้อยู่ในสภาพที่ควรจะเป็ หากแต่กลับอยู่ในสภาพที่ข้าวของภายในถูกรื้อค้นจะแหลกเละ
กวาดสายตาเพื่อมองดูสิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่ภายในวูบหนึ่ง พริบตาต่อมาดวงตาของเต้ก็เปล่งประกายขึ้นเนื่องเพราะสังเกตเห็นถึงแผนที่ของเกทแห่งนี้ซึ่งวางกระจายอยู่บนพื้น รู้ได้อย่างนั้นเต้ก็ถลันออกไปคว้าเอาแผนที่ไว้อย่างยินดี “อย่างน้อยก็ไม่ได้กลับไปมือเปล่าวะ” เต้นึกคิด
ทันทีที่บรรลุเป้าหมายของภารกิจครั้งนี้ เต้ก็รีบมุดออกจากกระโจมผ่านทางรอยขาดของกระโจม พริบตาต่อมาหลังจากที่เต้สามารถจะมุดออกมาจากรอยขาดของกระโจมได้แล้ว พื้นดินรอบบริเวณก็สั่นะเืเลือนลั่น พร้อมกับที่เงาร่างใหญ่ทมึนที่ปรากฎขวางทางหนีของเต้ไว้
“!” ตระหนักรู้ได้อย่างนั้น ยังไม่ทันที่เต้จะได้ตัดสินเคลื่อนไหวทำอะไร เงาร่างใหญ่สายนึ้นก็หวดท่อนไม้ใหญ่ในมือกวาดเข้ามาใส่เต้
ถึงแม้จะยังไม่มั่นใจว่าขีดความสามารถของตัวเองในตอนนี้จะสามารถล้มก็อบลินร่างั์ที่อยู่ตรงหน้าได้หรือเปล่า หากแต่ด้วยพลังปราณของตนที่เพิ่มพูนสูงขึ้นกว่าสี่เท่าหลังจากที่สามารถเลื่อนระดับปราณยุทธขึ้นสู่ขีดขั้นสร้างแก่นลมปราณได้สำเร็จ เต้ย่อมไม่เชื่อว่าตนจะถูกอีกฝ่ายหวดจนตายได้ในครั้งเดียว
ััรู้ได้ถึงการโจมตีที่กวาดเข้ามาใส่ เต้ก็ดีดตัวะโตีลังกาหลบ พร้อมกันนั้นชั่วขณะที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เต้ก็ดีดพลังดัชนีซึ่งรีดเร้นจากปราณยุทธของตนเข้าใส่ใบหน้าของก็อบลินร่างใหญ่นั้น
เห็นว่าอีกฝ่ายส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับที่ผงะถอยหลังไป เต้ซึ่งพึ่งจะหมุนพลิกตัวกลับลงมาสู่พื้นก็เสือกแทงหอกในมือออกไปเข้าใส่่กลางลำตัวของก็อบลินร่างใหญ่นั้น “! พลังดัชชีของเราทำอะไรมันไม่ได้ยังพอว่า แต่การที่หอกที่เราแทงอย่างเต็มกำลังกลับไม่สามารถจะทะลุผิวชั้นกล้ามเนื้อของมันเข้าไปได้ลึกนี่…” รู้ได้อย่างนั้นเต้ก็ตัดสินใจได้ในทันทีว่าจะล่าถอยจากไปในลักษณะนี้
ออกแรงเพื่อถอนดึงปลายหอกออกมาจากร่างของก็อบลินตัวใหญ่เสร็จ เต้ก็หมุนพลิกตัวใช้วิชาตัวเบาวิชาหลบหนีเข้าหาดงไม้ซึ่งแต้วหลบซ่อนตัวอยู่ในทันที แต่มีหรือที่อีกฝ่ายซึ่งถูกตนแทงเข้าใส่หนึ่งหอกและอยู่ในอารมณ์โกรธจะปล่อยให้ตนหลบหนีรอดไปได้ง่ายๆ
ได้ยินถึงเสียงร้องคำรามอย่างโกรธแค้นที่ไล่หลังมา เต้ก็รีบสบัดควงหอกในมือเพื่อจัดการกับกลุ่มก็อบลินตัวเล็กที่ดาหน้าเข้ามากระโจนใส่ตน
“แมร่ง ไอ้พวกห่านี่มันไม่กลัวตายกันเลยรึยังไงวะ?” เต้นึกคิดกับตัวเอง
ระหว่างที่เต้กำลังหลบหนีจากก็อบลินร่างั์และฝ่าวงล้อมของก็อบลินตัวเล็กที่ดาหน้ากันเข้ามาขวางทาง แต้วที่หลบซ่อนตัวอยู่ก็ออกมาจากดงไม้ พร้อมกับที่หน่วงใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อสร้างลูกบอลไฟซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กเข้าโจมตีใส่กลุ่มก็อบลินเพื่อช่วยเหลือเต้ที่กำลังทะยานวิ่งหลบหนีมา
ทะยานวิ่งเข้ามาเข้าหาแต้วที่กำลังหน่วงใช้ความสามารถอยู่เสร็จ เต้ก็ชะลอความเร็วลงเพื่อก้มลงช้องเอาร่างของแต้วไว้จากนั้นจึงออกแรงวิ่งหลบหนีต่อ
“คุณ..มันยังตามมาอยู่…เลย ใกล้เข้ามาแล้วด้วย” แต้วเอ่ยบอก
“ระวังจะกัดลิ้นตัวเอง” เต้เอ่ยเตือน ในใจก็นึกคิด “บ้าเอ้ย..แมร่งจะตามไปถึงไหนวะ”
เห็นว่าก็อบลินตัวใหญ่ยังคงวิ่งะโตามติดมา แต้วที่ถูกอุ้มอยู่ก็พยายามฝืนใช้พลังของตัวเองสร้างลูกไฟขึ้นมายิ่งใส่ก็อบลินตัวใหญ่นั้น
“ไม่จริงน่า..มันไม่เป็อะไรเลยหรอ” แต้วเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เต้ซึ่งได้ยินแบบนั้นก็หันหลังกลับไปมอง “ดี อย่างน้อยก็ช่วยชะลอมันลงได้”
อุ้มแต้ววิ่งหลบหนีก็อบลินร่างใหญ่ซึ่งส่งเสียงคำรามอย่างโกรธแค้นอยู่พักใหญ่ เต้ก็พบว่าอยู่ๆก็ปรากฎเงาร่างมากมายกระโจนข้ามศีรษะของตนเข้าไปประจัญหน้ากับก็อบลินร่างใหญ่นั้น เห็นอย่างนั้นเต้ก็หยุดฝีเท้าลงพร้อมกับที่หันหลังกลับไปมอง
เมื่อพบว่าเงาร่างสามสายที่ะโทะยานข้ามศีรษะของตนไปนั้นคืุ์ที่น่าจะเป็นักผจญภัย เต้ก็เอ่ยเสียงเบากับตัวเองออกมา “ทีมช่วยเหลือ?”
“คุณๆ พวกเรารอดแล้ว พวกเรารอดแล้ว ทีมช่วยเหลือมาแล้ว” แต้วที่สังเกตเห็นถึงกลุ่มนักผจญภัยจำนวนมากที่ต่างทยอยปรากฎตัวขึ้นรีบเอ่ยบอกเต้
หลังจากที่แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ศัตรู เต้ก็วางร่างของแต้วลงพร้อมกับที่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“คุณแต้ว!.. เฮ้ยเป็คุณแต้วจริงๆด้วย ข่าวดี ข่าวดีว่ะ” หนึ่งในนักผจญภัยที่ยืนยันแล้วว่าผู้หญิงซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าของตนคือแต้ว ลูกสาวเพียงหนึ่งเดียวของมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศไทยเ้าสัวพิสิทธิ์เอ่ยออกมาอย่างรู้สึกดีใจ
แต้วที่ยืนมองอยู่ทำหน้างง “พวกคุณ..?”
“พวกผมเป็นักผจญภัยที่เ้าสัวพิสิทธิ์พ่อของคุณจ้างวานมาให้ค้นหาคุณแล้วช่วยเหลือออกไปครับ…บอกตามตรงว่าหลังจากค้นหามาเกือบสองอาทิตย์ พวกผมนึกว่าจะหมดหวังแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่าคุณแต้วจะยังมีชีวิตอยู่ แถมยังดูไม่เหมือนกับคนที่ประสบภัยอะไรเลย” นักผจญภัยคนดังกล่าวเอ่ย
“พวกคุณรู้ข่าวได้ยังไง ใช่นักผจญภัยระดับ B คนนั้นไหมที่ออกไปแจ้งข่าว?” แต้วรีบเอ่ยถาม
“นักผจญภัยระดับ B ? ไม่นะครับ เท่าที่ผมรู้มา หลังจากที่ทางด้านนอกรู้ว่าเกทที่ทีมของคุณแต้วเข้ามาเกิดการเลื่อนระดับขึ้น พ่อของคุณแต้วก็รีบออกประกาศเพื่อว่าจ้างนักผจญภัยระดับสูงเป็กรณีฉุกเฉินให้เข้ามาทำการค้นหา พวกผมก็เป็หนึ่งในนั้น ตอนนี้ที่ด้านนอกน่ะเป็ข่าวดังไปทั่วแล้วนะครับ” นักผจญภัยคนดังกล่าวเอ่ย
“แสดงว่ายังไม่มีใครออกจากเกทไปเลยใช่ไหมคะ?” แต้วเอ่ยถาม หลังจากที่ได้รับการยืนยันจากอีกฝ่าย แต้วก็เอ่ยขึ้น “สมน้ำหน้า ตายซะได้ก็ดี” แต้วเอ่ยจากนั้นจึงหันกลับมายังเต้ที่กำลังจ้องมองการต่อสู้ระหว่างนักผจญภัยทั้งสามกับก็อบลินร่างั์
“นี่สินะ การต่อสู้ของนักผจญภัยระดับแถวหน้า….แค่แปบเดียวไอ้ตัวใหญ่นั่นก็โชกเืไปทั้งร่างแล้ว” เต้คิด
“นี่คุณ ไม่ดีใจหรือยังไง พวกเรารอดแล้วนะ” แต้วเอ่ยเรียก
“ดีใจสิ” เต้ที่ได้สติกลับมาเอ่ยตอบ “อย่าลืมสัญญานะ” เต้เอ่ยทวงถาม
“โอย คิดแต่เื่เงินหรือยังไงนะ” แต้วเอ่ยบน
“ก็ผมจน” เต้ตอบ
เห็นว่าแต้วเริ่มให้ความสนใจกับการต่อสู้ของกลุ่มนักผจญภัยที่กำลังพันตูอยู่กับก็อบลินร่างั์ นัดก็รีบเอ่ยบอก “ไม่ต้องเป็ห่วงไปหรอกครับ พวกเขาเป็นักผจญภัยระดับ A กันทั้งนั้น แค่นี้ไม่คณามือหรอก”
“อ้อ ถึงว่าล่ะ” เต้คิด
“คุณคือ..” นัดที่เริ่มหันเหความสนใจมายังเต้เอ่ยถามอย่างรู้สึกสงสัย
“ผมเต้ครับ…เป็หนึ่งในลูกทีมของคุณแต้วครั้งนี้” เต้เอ่ยตอบ
นัดได้ยินอย่างนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าที่แต้วรอดมาจนถึงตอนนี้ได้ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเต้อย่างแน่นอน