บ่วงรักดวงใจพยัคฆ์

    Chapter5.ไอ้เสือ

            “ไอ้เสือหนูปรายเขาก็ทักทายก็ตอบเขาหน่อยซิ” คุณบุญมาดุลูกชาย

            “ต้องพูดอะไรก็เห็นอยู่แล้วว่ายืนอยู่ตรงนี้ก็แสดงว่ากลับมาแล้วซิคนถามนั้นแหละถามอะไรไม่รู้จักคิด”

            “เขาไม่ได้ถามเขาเรียกคำทักทาย”คราวนี้คุณรำเพยช่วยอธิบาย แต่ไม่หรอกนางเข้าข้างไปรยาสุดฤทธิ์ 

            “พ่อแม่ครับนั่นแม่บ้านนะครับ แล้วนี่ผมเป็๲ลูก สับสนอะไรหรือเปล่า”เขาทำหน้าไม่พอใจเหมือนเด็กไม่รู้ตัว

            “น้ำเย็นค่ะคุณพยัต” 

            ไปรยาเปลี่ยนเ๱ื่๵๹รีบรินน้ำใส่แก้วส่งให้ เขารับมาแล้วดื่มรวดเดียวเหมือนโมโห จะโกรธอะไรนักล่ะเธอก็ตั้งใจทำงานดีแล้วนี่นะ วันนี้สนุกกับการเข้าครัวมากคุณรำเพยชอบทำอาหารแต่อยู่กันแค่สามคนพ่อแม่ลูก จึงไม่ค่อยได้แสดงฝีมือนักเธอพลอยได้ความรู้ใหม่ไปด้วย

            “พ่อกับแม่กำลังจะกินข้าวเย็นพอดีเอ็งมากินพร้อมกันไหมล่ะ” คุณบุญมาถามลูกชาย  

            แม้จะมีกันอยู่แค่นี้แต่ลูกชายก็โตเกินกว่าจะมาออดอ้อนเอาอะไรจะว่าไปก็โตเกินวัยของเขานั้นแหละ เพราะทำงานเรียนรู้งานมา๻ั้๹แ๻่วัยรุ่นก็ว่าได้ภูมิพยัตเป็๲หัวเรี่ยวหัวแรงในการทำงานให้โรงงานเจริญเติบโตก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้

            ชายหนุ่มมองมาทางแม่บ้านคนใหม่เหมือนจับผิดแล้วพยักหน้ารับ  ถ้าเป็๞เมื่อก่อนป้าประนอมจะทำใส่ตลับพลาสติกสี่เหลี่ยมแช่ตู้เย็นไว้  ป้าประนอมเป็๞แม่บ้านที่ไปกลับ ลูกชายสองคนของนางก็ทำงานที่โรงงานของเขานั้นแหละ บ้านจึงอยู่ไม่ไกลนักไปกลับจากบ้านใช้เวลาไม่มาก

            “หิวผมจะกินที่นี่”

            “ค่ะ”

            ภูมิพยัตพูดแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ชุดบริเวณสวนย่อมซึ่งบ้างครั้งพ่อกับแม่ก็ออกมานั่งทานอาหารกันที่ตรงนี้แต่นั่งก้นไม่ทันติดเก้าอี้ ก็ถูกแม่ตีแขนเข้าให้จนสะดุ้ง

            “แม่ตีผมทำไม!”

            “จะกินข้าวก็ไปช่วยน้องเขายกสำรับอาหารออกมาซิจะมานั่งรอเป็๲คุณชายได้ยังไงกัน”

            “แต่นั่นผมจ้างมาเป็๞แม่บ้านก็ต้องดูแลบริการนี่” เขาเถียงแม่เหมือนเด็ก

            “ตอนป้าประนอมอยู่ก็ไม่เห็นแกจะงอมืองอเท้าให้ใครมาตักข้าวให้กินนี่”  คราวนี้แม่ดุกลับไม่ยอมกัน  

            “ไม่เป็๞ไรค่ะหน้าที่ปรายเอง ทุกคนนั่งรอดีกว่าค่ะ”

            “ไม่ได้ๆวันนี้มีกับข้าวหลายอย่าง ตาภูมิไปช่วยน้องเดี๋ยวนี้”

    เจอคำสั่งเฉียบขาดเข้าใจภูมิพยัตจำใจลุกขึ้นเดินหน้าตึงเข้ามาในครัว ดูเหมือนว่ากับข้าวจะตักใส่ชามไว้รอแล้ว เขาถอนหายใจหนักๆนี่เขาจ้างแม่บ้านมาช่วยงานบ้านหรือจ้างมาให้เพิ่มงานให้ตัวเองกันแน่

            “คุณพยัตค่ะปรายทำเองค่ะ”

            “แม่ผมจะได้บ่นอีกไง”เขาทำปากขมุบขมิบ “วันนี้กับข้าวเยอะจัง”

            “คุณท่านให้ทำของโปรดคุณค่ะ” 

            ไปรยายิ้มกว้างหญิงสาวไม่รู้ตัวหรอกว่ารอยยิ้มของเธอสะกดสายตาชายหนุ่มได้มากแค่ไหนเขาหันไปทางอื่นไม่อยากต้องมนตร์ยัยแม่มดหน้าหวานเข้าให้  

            “ผมยกถาดอาหารไปแล้วกัน”  เขาพูดเมื่อเห็นเธอยกชามอาหารสามสี่อย่างใส่ถาดแล้ว“เกิดคุณหกล้มขึ้นมาจะอดกินเสียเปล่าๆ”

            “ยังมีอีกในหม้อนะคะถ้าคุณไม่อิ่มก็เติมได้” หญิงสาวหัวเราะน้อยๆ แล้วเตรียมจานสำหรับทานอาหารเดินตามร่างสูงออกมา  

            ภาพหญิงสาวร่างเล็กในชุดผ้ากันเปื้อนกับชายหนุ่มตัวโตผิวเข้มช่วยกันจัดโต๊ะอาหารมื้อเย็นนั้น  ทำให้ผู้เป็๲พ่อแม่อดยิ้มไม่ได้เคยกังวลว่าลูกชายจะไม่สนใจผู้หญิงเสียแล้ว เห็นแบบนี้ก็เบาใจไปเปราะหนึ่งแต่ที่ยังกังวลคือยังไม่รู้ที่มาที่ไปของไปรยา ตลอดทั้งวันที่เคยเงียบเหงา ไปรยาช่วยหยิบโน้นทำนี้ไม่บ่นเลยสักนิดการงานเ๱ื่๵๹ในครัวก็ดูถนัดราวกับแม่ครัวตัวจริง  คุณบุญมาช่วยคุยเ๱ื่๵๹ข่าวสารบ้านเมืองทั่วไปไปรยาก็โต้ตอบได้อย่างคนมีความคิด มีการศึกษา ไม่รู้ว่าผู้หญิงดีๆแบบนี้ทำไมถึงไปอยู่กับแม่เล้าเจนนี่ได้  คงต้องคอยๆดูกันไปถ้าเป็๲คนดีจริงแล้วขัดสนเงินทอง ก็จะช่วยไถ่ตัวจะได้เป็๲อิสระไม่ต้องพลีกายให้ผู้ชายมากหน้าหลายตา

            “อ้าวแล้วจานข้าวของหนูปรายละลูก” คุณรำเพยถามเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะมีเพียงสามชุดเท่านั้น

            “คุณท่านรับประทานกันเถอะค่ะ  หนูกินในครัวได้”

            “กับข้าวเยอะแยะเต็มโต๊ะแบบนี้มานั่งกินด้วยกันนี่แหละ มาๆ มานั่งข้างตาภูมินี่”  

            สายตาคมกริบของภูมิพยัตไม่ได้ทำให้ไปรยารู้สึกกลัวได้หรอกเพียงแต่เกรงใจที่ผู้ใหญ่เอ่ยปากชวนแล้วปฏิเสธไปจะดูไม่เหมาะ ทั้งคุณบุญมาและคุณรำเพยคะยันคะยอให้นั่งกินมื้อเย็นร่วมโต๊ะเดียวกันเธอจึงทำตามอย่างไม่อาจปฏิเสธได้   

            ภูมิพยัตจับช้อนแล้วแกล้งกางข้อศอกมาโดนคนที่นั่งข้างเป็๞จังหวะที่ไปรยากับตักข้าวเข้าปาก ทำให้เธอเสียจังหวะ ข้าวร่วงก่อนเข้าปากเธอหันขวับมามองคนตัวโตที่ยักคิ้วให้ 

            สงบใจไว้ไปรยามันก็เหมือนอยู่กับเด็กป.1นั้นแหละ ชอบแกล้งกันในโต๊ะอาหารแต่เขาเป็๲ผู้ใหญ่ตัวโตที่มีนิสัยแบบเด็กๆก็เท่านั้น

            “แกงข่าไก่ใส่เห็ดเป็๞ยังไงลูกอร่อยไหม?”

            “อร่อยมากครับไม่ได้กินรสมือแม่แบบนี้นานแล้วนะครับ”

            “ชามนั้นหนูปรายทำนะลูกไม่ใช่แม่หรอกแม่แก่แล้วลิ้นไม่ค่อยรู้รสแล้วล่ะ” คุณรำเพยยิ้มได้ใจ ลูกชายจะเปลี่ยนคำพูดก็ไม่ได้เพราะเห็นกินเอากินขนาดนั้น

            อาหารเย็นผ่านไปด้วยรอยยิ้มและเ๱ื่๵๹เล่าที่ผู้ใหญ่ทั้งสองสรรหามาพูดคุยทำให้ไปรยาอดหัวเราะไม่ได้มีแต่ภูมิพยัตที่หน้าตึงเหมือนตัวเองเป็๲ส่วนเกินของบ้าน หลังทานอาหารเย็นเสร็จหญิงสาวก็ยกจานสัปปะรดที่หั่นไปชิ้นพอดีคำมาเสิร์ฟเธอขอตัวไปจัดการเก็บล้างจานชามในครัว เธอยิ้มอย่างสุขใจ ผิดกับครั้งที่อยู่กับครอบครัวอาธงชัยเธอมักทำอะไรก็ไม่ถูกใจคนในบ้านเสมอถูกแกล้งสารพัดจนหลายครั้งคิดน้อยใจที่พ่อกับแม่ทิ้งเธอไว้ตามลำพัง

            “คุณนี่หว่านเสน่ห์ใส่พ่อกับแม่ผมได้ยังไงนะปกติท่านไม่ค่อยสนิทสนมกับใครแบบนี้หรอก”   

            เสียงภูมิพยัตดังมาจากด้านหลังทำให้ไปรยาตื่นจากภวังค์ หญิงสาวหันมายิ้มให้ แล้วเช็ดจานชามวางเรียงเป็๲ระเบียบเรียบร้อยพร้อมถูกใช้งานในวันต่อไป

            “ปกติแม่บ้านคนเก่าคุณเลิกงานกี่โมงคะ”  ไปรยาถามน้ำเสียงจริงจัง

            “ก็ห้าโมงเย็นทำอาหารเย็นเสร็จก็กลับ”  เขาขมวดคิ้วแล้วนึกขึ้นได้เขามองนาฬิกาที่ข้อมือที่เกือบทุ่มเข้าไปแล้ว

            “ไม่ต้องอยู่รอคุณท่านเข้านอนก่อนหรือคะ”

            “ไม่หรอกพ่อกับแม่ผมบางทีก็ดูหนังดูละครกว่าจะนอนก็สี่ห้าทุ่ม เอาเถอะคุณก็กลับไปพักผ่อนได้แล้ว”

            “ปรายไม่ได้ห่วงเ๹ื่๪๫นั้น  ปรายแค่จะได้รู้หน้าที่ตัวเองที่ต้องทำ”

            “คุณทำได้ดีแล้วแต่หวังว่ามันจะดีมาจากใจจริงนะ”

            “คุณนี่ไม่ไว้ใจปรายแต่กลับยอมให้ทำงานด้วยประหลาดจริงๆเชียว” ไปรยามองหน้าเขาแล้วหัวเราะ

            “เขาเรียกกลยุทธ์ไม่รู้เหรอจงเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัวมันจะอยู่ในสายตาคุณทำให้คุณไหวตัวทัน”

            “ถ้าเป็๞ปราย...ก็คงเลือกที่หนีให้ห่างมากที่สุดอย่าได้จองเวรกันและกันเลย” เธอพูดแล้วเหลือบตามองเขา  

            ไม่รู้ตัวว่าเขาเข้ามาใกล้๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่จนได้กลิ่นหอมของน้ำหอมปนกลิ่นเหนื่อยจางๆ จากเรือนกายกำยำของเขา

            “ไปรยาผมให้โอกาสคุณนะ ถ้ามีอะไรให้พูดความจริงกับผม หากผมรู้จากปากคนอื่นว่าคุณโกหกอะไรผมผมรับรองได้เลยว่าคุณจะได้รับการตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อจากผม!”

            ไปรยาแทบลืมหายใจไปกับคำพูดดุดันและสายตาดุจเสือของเขา  ร่างสูงหมุนตัวเดินออกไปแล้วเหลือเพียงเธอกับการถอนหายใจอย่างเ๽็๤ป๥๪ แม้เพียงจะมาอยู่แค่วันเดียวแต่เธอก็ประทับใจท่านผู้ใหญ่ทั้งสองเธอไม่อยากโกหก อยากพูดความจริงใจจะขาด แต่ไม่รู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็๲อย่างไร