ตงหลีชิงชิงเองก็รู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนพลังงานของพลังงานแห่งฟ้าดินแหงนหน้าเล็กน้อย กล่าวว่า “อสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวนั้นเริ่มคลอดแล้วนี่คือโอกาสลงมือ”
“ซู่!”
เมื่อพูดจบ การเคลื่อนไหวของฝีเท้าของตงหลีชิงชิงก็เริ่งความเร็วยิ่งขึ้นเพียบชั่วพริบตาก็หายไปจากข้างกายของตู้เซ่าฝู่
“รอข้าด้วย”
เมื่อคิดว่าในอีกไม่ช้ากำลังจะต้องต่อสู้กับอสูรโคเพลิงหมอกชาดที่เตรียมจะบรรลุขั้นพญาอสูร ตู้เซ่าฝู่ก็รู้สึกตื่นเต้นทว่าไม่รอช้ารีบตามหญิงสาวที่นำหน้าไปในทันที
หลังจากผ่านไปไม่นานตู้เซ่าฝู่ก็เห็นยอดเขาที่อยู่ไกลๆ โดยที่วิสัยทัศน์พร่ามัวมองเห็นได้เลือนรางบริเวณรอบๆ มียอดเขาหินเล็กๆ หลายสิบก้อนเกาะกันเป็นกลุ่ม
เมื่อตั้งใจสังเกตอย่างละเอียดยอดเขารอบๆ มีสีทมิฬแกมสีชาด หรือคือสีแดงปนดำเสมือนสีเหล็กขึ้นสนิมแลดูแล้วให้ความรู้สึกขรึมน่าเกรงขามและเงียบสงบ
บนยอดเขายังมีหมองจางๆปกคลุม บริเวณรอบๆ เห็นหน้าผาหินที่สูงชันเป็นสีทมิฬแกมชาด ดูแล้ววังเวงน่าขนลุก
“หรือว่าคือที่ตรงนั้น?”
สายตาของตู้เซ่าฝู่จับจ้องไปที่ยอดเขาสูงใหญ่ที่สุดถูกปกคลุมด้วยหมอกขมุกขมัวที่รอบๆ ยอดเขายักษ์มีก้อนหินยักษ์มีแดงเข้มจำนวนมาก ทั้งยังมีปากทางถ้ำขนาดใหญ่ที่สูงสิบกว่าจั้งขณะนี้ที่จุดนั้นมีคลื่นพลังงานแห่งฟ้าดินคุกรุ่นซึ่งจุดกำเนิดแห่งพลังอยู่ด้านในถ้ำแห่งนั้น
“เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ระวังตัวให้มาก หากเดี๋ยวอสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวนั้นไล่ตามข้าเจ้าก็เข้าไปข้างในรังของอสูรโคเพลิงหมอกชาดที่อยู่ในถ้ำฉกโสมวิญญาณเพลิงชาดมาให้ข้าจากนั้นหลบไปอยู่ที่พวกเราพักแรมกันเมื่อคืน ไม่ต้องเป็นห่วงข้าข้ามีวิธีหนีเอาตัวรอด แล้วเดี๋ยวข้าจะตามไปหาเจ้า”
เมื่อตงหลีชิงชิงพูดจบ เท้าของนางก็เริ่มขยับถีบส่งร่างพุ่งไปไกลเพียงชั่วพริบตาร่างบางๆ ของนางก็ไปถึงปากทางเข้าถ้ำแล้วขยับเท้าอีกเพียงไม่กี่ก้าวร่างก็หายวับเข้าไปในถ้ำแล้ว
วันเวลาค่อยๆผ่านไป แม้ว่าจะผ่านไปได้ไม่นาน ทว่าบรรยากาศในตอนนี้ทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้ทุกเสี้ยววินาทีทำให้ตู้เซ่าฝู่รู้สึกราวกับว่ากาลเวลาอันสั้นผ่านไปเป็นแรมปี ในใจรู้สึกเป็นห่วงตงหลีชิงชิงอยู่ตลอดเวลา
“คงไม่เป็นไรหรอกกระมังนะสตรีนางนี้ออกจะแข็งแกร่งขนาดนั้น” ตู้เซ่าฝู่จ้องมองไปด้านหน้าตาแทบไม่กะพริบลุ้นอย่างตื่นเต้นจังหวะหัวใจเต้นไม่เหมือนปกติ อสูรโคเพลิงหมอกชาดที่เตรียมบรรลุขั้นพญาอสูรต้องมีพละกำลังที่แข็งแกร่งน่ากลัวอย่างแน่นอน
“มอ!”
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่กำลังกังวลทันใดนั้นด้านหน้าภายในถ้ำก็มีเสียงแผดเสียงคำรามดังสนั่นก้องกังวานขึ้นมาพลังเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าคำรามดังก้องไปทั่วหมู่เขาตรงนั้นก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนจนทำให้หินที่อยู่บนยอดเขาสั่นจนกระเด็นกลิ้งลงมาจากยอดเกิดเสียงสะท้อนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายครั้งเป็นเสียงร้องของอสูรร้ายที่กำลังเกรี้ยวกราดดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ
“ตึงโครม!”
ภายในเวลาอันสั้น ทั้งยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหมอกจึงมัวหมองก็เขย่าขึ้นมาทั้งยอดหินที่ปากทางเข้าถ้ำถูกกระทบกระเทือนจนเกิดเสียง ‘โครมคราม’ และกลิ้งตกลงมาจำนวนมาก พื้นดินบนภูเขาสั่นไหวราวกับเกิดแผ่นดินไหว!
“ซู่!”
ขณะที่มีก้อนหินจำนวนมากกลิ้งกระเด็นออกจากบริเวณปากทางเข้าถ้ำตู้เซ่าฝู่ก็สะดุ้งตื่นเต้นขึ้นไปอีกทันใดนั้นก็มีร่างสีเขียวแวบกระโดดออกจากในถ้ำพุ่งทะยานขึ้นฟ้า นางก็คือตงหลีชิงชิงที่เพิ่งกระโจนเข้าถ้ำไปก่อนหน้า
“โครม!”
ด้านหลังตงหลีชิงชิงมีแสงเงาสีแดงเข้มพุ่งตามจากนั้นมันก็เผยร่างยักษ์ตัวจริงปรากฏแก่สายตาของตู้เซ่าฝู่
พลังปราณอานุภาพน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายทั่วฟ้าทำให้คนที่สัมผัสรู้สึกหายใจติดขัด พลังปราณในร่างไหลเวียนไม่สะดวก!
ตู้เซ่าฝู่แหงนหน้ามองสิ่งมีชีวิตร่างยักษ์ที่ปรากฏร่างอยู่บนฟ้าตกใจตะลึงจนสีหน้าเปลี่ยน
ร่างยักษ์นั้นมองดูคร่าวๆเห็นว่ามันคือโคยักษ์ขนาดใหญ่หลายสิบจั้งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอีกเป็นเท่าตัวร่างทั้งร่างมีผิวกายสีแดงทมิฬ เห็นเปลวเพลิงอ่อนๆ สีดำจางๆ แผ่ออกมาจากร่างรอบกายมีอักษรยันต์เคลื่อนไหวจำนวนมาก
อสูรโคยืนสี่ขาเหาะแสดงตัวตระหง่านอยู่บนฟ้ามีเปลวเพลิงสีดำจางๆ ลุกโชนบางๆ อยู่ตลอด ไม่ขาดหัวมีเขาคู่ลักษณะเป็นครึ่งท่อนของพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวมีอักษรยันต์ส่องประกายระยิบระยับ รัศมีพลังที่แผ่ออกมาน่าสยดสยอง
“นี่ก็คืออสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวนั้นอย่างงั้นหรือ?”
มองไปที่ร่างยักษ์ที่ลอยอยู่บนฟ้า ตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ว่าแม้อสูรตนนี้จะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าในช่วงที่สมบูรณ์รุ่งเรืองที่สุดทว่าก็มีพลังที่น่าสยดสยองมากเหลือเกิน หากเป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณทั่วมาเผชิญหน้าตรงๆกับอสูรยักษ์ตนนี้ เกรงว่าจะตกใจกลัวจนขาอ่อน
“มอ!”
เมื่ออสูรโคเพลิงหมอกชาดปรากฏตัวมันคำรามสนั่นดั่งฟ้าผ่าอีกครั้ง เมื่อคลื่นพลังเสียงแผ่กระจายออกมาร่างยักษ์ของมันทำให้พลังงานแห่งฟ้าดินบริเวณนั้นเกิดคลื่นแทรกยุ่งเหยิง อักษรยันต์เปล่งแสงบนร่างมันมีเปลวเพลิงกำลังเผาระอุอยู่ร่างของมันพุ่งเข้าใส่ตงหลีชิงชิงลักษณะเหมือนลูกอุกกาบาตยักษ์พุ่งใส่ท่าทางเกรี้ยวกราดราวกับแค้นนางมาก
หลังจากที่อสูรโคเพลิงหมอกชาดกระโจนใส่คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่ออกมาราวกับเกิดพายุปะทุขึ้นบริเวณนั้น ตงหลีชิงชิงขมวดคิ้วเล็กน้อยทันใดนั้นใต้เท้าของนางมีแสงสีเขียวพุ่งสาดออกมา จากนั้นร่างของนางก็ถอยไปไกลราวกับว่านางไม่กล้าไปปะทะกับมันตรงๆ ขณะเดียวกันนางก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง “ตู้เซ่าฝู่ รีบหนีเร็ว……”
เพียงแต่ตงหลีชิงชิงยังไม่ทันพูดจบ อสูรโคเพลิงหมอกชาดร่างยักษ์ก็ไล่ตามมาแล้วบนเขาของมันมีอักขระยันต์เปล่งแสงจากนั้นเปลี่ยนสภาพกลายเป็นพลังลำแสงยักษ์พุ่งออกไป
ตงหลีชิงชิงไม่มีโอกาสได้พูดต่อสีหน้าเคร่งขรึม มือเรียวบางสองข้างกวัดแกว่งร่ายพลังด้วยฝ่ามือเกิดเป็นธนูในกำมือ ขณะที่ดึงสายเตรียมยิงธนูก็มีอักขระยันต์ปรากฏแผ่คลื่นพลังออกมาปริมาณมากจากนั้นก็ปรากฏเป็นศรพลังอักขระยันต์ก็พุ่งออกไปปะทะกับพลังลำแสงจากเขาของ อสูรโคเพลิงหมอกชาดที่พุ่งเข้ามาหา
“ปึง!”
พลังงานสองพลังปะทะกันอย่างแรงเกิดเสียงระเบิดดังขึ้นบนฟ้า ก่อให้เกิดเป็นคลื่นพลังแผ่กระจายพัดแรงห้อมล้อมปกคลุมทั่วฟ้าราวกับว่าชั้นบรรยากาศถูกกระทบจนจะเปิดออกได้!
“ตึงๆ!”
พลังปะทะที่รุนแรงถึงเพียงนี้ทำให้ตงหลีชิงชิงกระเด็นเซถอยหลังขณะที่ยังลอยอยู่บนฟ้าเห็นได้ชัดว่าพลังของนางต่ำกว่าอีกฝ่าย
“โครม!”
อสูรโคเพลิงหมอกชาดคำรามเสียงดังอีกครั้งและพุ่งเข้าใส่ตงหลีชิงชิงอย่างโมโหเดือดดาล
ตงหลีชิงชิงสีหน้าเคร่งขรึมจำเป็นต้องประมือต่อสู้กับอสูรยักษ์ตนนั้นนางไม่รอช้ารีบสร้างศรพลังอักขระยันต์ขึ้นมาอีกครั้ง
“ให้ข้าหนี น่าจะเป็นการเตือนให้ข้าเข้าไปชิงโสมวิญญาณเพลิงชาดละมั้ง อสูรโคเพลิงหมอกชาดเป็นอสูรที่ใกล้บรรลุขั้นพญาอสูรเชียวนะต้องมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมากแน่นางเลยไม่สามารถพูดแสดงออกตรงๆ”
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่มองดูการต่อสู้บนฟ้าอย่างตะลึงตาโตเขาเพิ่งจะรู้ว่าที่แท้พละกำลังของตงหลีชิงชิงจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ อายุของตงหลีชิงชิงพอๆกับตนแท้ๆ ทว่าพละกำลังกลับมีมากถึงขนาดนี้ สิ่งนี้กระทบจิตใจตู้เซ่าฝู่เล็กน้อยพละกำลังของตนคงมีไม่เพียงพอจริงๆ
“ไปชิงโสมวิญญาณเพลิงชาด”
ตู้เซ่าฝู่จำได้ที่ตงหลีชิงชิงบอกไว้ก่อนหน้าให้เคลื่อนตัวลอดผ่านร่องก้อนหินอย่างระมัดระวัง พยายามหลบหลีกระยะสายตาของอสูรโคเพลิงหมอกชาด
“ตึงโครม!”
มีเสียงระเบิดสะเทือนบนฟ้าดังอยู่ไม่ขาดสายในที่สุดตู้เซ่าฝู่ก็เข้ามาใกล้ถ้ำยักษ์ได้แล้ว จากนั้นจึงส่งพลังปราณไปที่ฝ่าเท้าเคลื่อนที่อย่างพลิ้วไหวผ่านเข้าไปปานสายฟ้าแลบพยายามเคลื่อนไหวให้ได้ไวที่สุดเพื่อที่จะรีบชิงโสมวิญญาณเพลิงชาดที่อสูรโคเพลิงหมอกชาดคุ้มครอง
ภายในถ้ำยักษ์บริเวณรอบๆ ล้วนแต่คือหินผาที่หนาแข็ง มีคลื่นพลังน่าตกใจแผ่ออกมาเขาสัมผัสได้ถึงพลังของยาวิเศษ ตู้เซ่าฝู่เดาว่าน่าจะเป็นพลังที่มาจากโสมวิญญาณเพลิงชาดนั้น
ตู้เซ่าฝู่ไม่มีเวลามานั่งสังเกตถ้ำโดยละเอียดทำเพียงรีบวิ่งเข้าไปในถ้ำ หลังจากวิ่งเข้าไปไม่นานพบว่าพื้นที่ในถ้ำแคบลงจากนั้นทางเดินก็สว่างปลอดโปร่งขึ้นมาในทันใด ตู้เซ่าฝู่ใช้คลื่นพลังจิตสัมผัสได้ว่ามีคลื่นพลังของยาวิเศษเข้มข้นมากไหลเวียนอยู่
ตู้เซ่าฝู่มองเห็นคลื่นพลังงานจากวิเศษเป็นครั้งแรกที่เห็นมาจากร่องหิน
ตู้เซ่าฝู่จ้องมองไปที่รองหินนั้นไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดมีพลังของยาวิเศษคุกรุ่นมาจากร่องหินซึ่งมันถูกปกคลุมด้วยหญ้าสีเขียวทั้งต้นสองต้นสีเขียวของมันเข้มดั่งสีหยก บนต้นของมันมีประกายแสงระยิบระยับ ลำต้นของมันสูงเพียงประมาณครึ่งศอกปกคลุมด้วยหมอกพลังหนา ใช้จมูกดมก็รู้สึกหอมน่าเย้ายวนใจ
“นี่คือโสมวิญญาณเพลิงชาดอย่างนั้นหรือ เหตุใดจึงมีสองต้นที่เหมือนกัน”
นัยน์ตาของตู้เซ่าฝู่เป็นประกายอาจเพราะหลังจากที่เขาฝึกวิชาลมปราณอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองก็รับประทานยาวิเศษจนติดเป็นนิสัยเมื่อเห็นยาวิเศษก็เกิดความรู้สึกอยากโซ้ยมันขึ้นมาในทันใด อยากจะดึงโสมวิญญาณเพลิงชาดออกมากินลงท้องไปเลยในใจคิดว่าหากได้พลังจากมันมาระดับฌานของเขาน่าจะสูงขึ้นไม่น้อย
“ดึงออกมาก่อนค่อยว่ากัน”
ตู้เซ่าฝู่ปาดน้ำลายที่มุมปากจากนั้นก็พุ่งเข้าหาร่องหินที่มียาวิเศษตรงนั้นไป ในสายตาของเขามีเพียงแต่ยาวิเศษ
ตู้เซ่าฝู่ก้าวใหญ่ไปไม่กี่ก้าวก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ารองหินผาแล้วเขาใช้สองมือออกแรงดึงลำต้นหญ้าที่ยื่นเหนือผาออกมาจากร่องหินสองต้นนั้นมีแสงพลุ่งพล่านจ้าจนแสบตา ทันใดนั้นโสมวิเศษสองต้นก็ถูกตู้เซ่าฝู่ดึงออกมาแล้ว
โสมวิเศษสองต้นนั้นทั้งชิ้นเป็นสีชาดแกมทมิฬมีแสงสีดำเข้มสาดออกมา งดงามเหมือนหินอัญมณีล้ำค่าทั้งต้นของมันมีแสงบริสุทธิ์ดั่งแสงเทพ มีลมปราณที่สดชื่นน่าตื่นตาตื่นใจแผ่ออกมาเป็นพลังงานที่แข็งแกร่งไม่น้อยหน้าไปกว่าพลับผลทอง
“นี่ก็คือโสมวิญญาณเพลิงชาด อยู่ในมือข้าแล้ว”
ตู้เซ่าฝู่ดีใจ แทบอดไม่ได้ที่จะหยิบโสมวิญญาณเพลิงชาดสองต้นนี้มากินเขารีบนำมันไปเก็บในเสื้อและเตรียมจะหนีไปให้รวดเร็วที่สุด
“มอ!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามดังขึ้นมาจากในถ้ำเกิดเสียง ‘ซ่าๆ’ ดังขึ้นสนั่นถ้ำ
ตู้เซ่าฝู่ตกตะลึงจากนั้นรีบหันหน้าไปมอง ก็พบว่ามีอสูรโคเพลิงหมอกชาดขนาดหลายจั้งตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมันปรากฏตัวกั้นทางออกถ้ำ คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากตัวมัน
“แย่แล้ว อสูรโคเพลิงหมอกชาดกลับมาแล้ว!”
ภายในเวลาอันสั้น ตู้เซ่าฝู่ก็ได้สติกลับมาเขาตกใจกลัวจนรู้สึกใจสั่น
ทว่าหลังจากที่ตู้เซ่าฝู่มองอสูรโคเพลิงหมอกชาดร่างยักษ์ที่ปรากฏต่อหน้าอย่างตะลึงงงงวยจู่ๆ ก็รู้สึกว่ามันแม้จะมีลมปราณที่ร้ายกาจแผ่ออกมาจากร่างเป็นลมปราณที่น่ากลัวน่าสยดสยองทว่าเห็นได้ชัดว่าเป็นลมปราณที่ไม่เหมือนกับอสูรที่พบข้างนอกเมื่อสักครู่
ลมปราณของตัวที่อยู่ด้านนอกสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าแข็งแกร่งกว่ามากอสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวนี้แม้จะแข็งแกร่ง ทว่ามีด้านที่อ่อนแออยู่
“มอ!”
มีเสียงอสูรอีกตัวหนึ่งดังขึ้นมาเป็นเสียงเล็กๆ คล้ายกับเสียงทารกร้องเรียกโหยหาน้ำนมเสียงทุ้มนุ่มของสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งเกิดใหม่ทำให้รู้สึกแอบปลื้มปีติในใจลึกๆ
เมื่อตู้เซ่าฝู่ได้ยินเสียงก็หันหน้าไปมองด้านหลังอสูรโคเพลิงหมอกชาดร่างยักษ์ขนาดหลายจั้งไกลๆ มีอสูรโคเพลิงหมอกชาดที่เพิ่งลืมตาดูโลกแสดงตัวให้ตู้เซ่าฝู่ได้เห็นท่าทางของมันเห็นได้ชัดว่าเพิ่งคลอดออกมา แค่ยืนยังยืนขาสั่นทรงตัวไม่มั่นคงดวงตาของมันมองอย่างสะลึมละลือ มันร้องเรียกหาแม่ให้ป้อนอาหารให้มัน
“โห…………แย่แล้ว ไม่ได้มีอสูรโคเพลิงหมอกชาดแค่ตัวเดียวมีตัวยักษ์สองตัว!”
จู่ๆ ตู้เซ่าฝู่ก็เข้าใจอสูรโคเพลิงหมอกชาดที่ต่อสู้กับตงหลีชิงชิงอยู่กับอสูรโคเพลิงหมอกชาดที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาในตอนนี้ไม่ใช่ตัวเดียวกันอย่างแน่นอนในถ้ำนี้มีอสูรโคเพลิงหมอกชาดตัวยักษ์ถึงสองตัว
และตู้เซ่าฝู่ก็เพิ่งจะเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าที่ตงหลีชิงชิงตะโกนเตือนไม่ได้เรียกให้ตนเข้าไปชิงโสมวิญญาณเพลิงชาดในถ้ำทว่าคือการเรียกให้ตนหนีไปจริงๆ ตอนนั้นเพราะตื่นเต้นจึงรีบร้อนไปหน่อยเลยตัดสินใจที่จะพุ่งเข้ามาแทน