หลี่ต้าเฉวียนมองหลี่เอ้อร์โก่วด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยาม“หลี่เอ้อร์โก่วบอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่านายกำลังคิดเรื่องไม่ดีอะไรอยู่”
หลี่เอ้อร์โก่วเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นคนขี้เกียจตัวพ่อแต่ตอนนี้กลับอยากจะไปช่วยคนด้วยกัน เขาจะเชื่อได้อย่างไรหลี่เอ้อร์โก่วเป็นคนดีขนาดนั้นเชียว
หลี่เอ้อร์โก่วรีบเชิดอกขึ้นพลางทำท่าทางราวกับเป็นผู้ผดุงคุณธรรม “หลี่ต้าเฉวียนนายดูถูกใครน่ะ ฉันหลี่ฟู่กุ้ยได้กลับตัวกลับใจเป็นคนใหม่แล้ว และอีกอย่างตอนนี้ฉันชื่อหลี่ฟู่กุ้ยต่างหาก! หลี่ฟู่กุ้ย!”
“หึ!” หลี่ต้าเฉวียนพ่นลมหายใจอย่างดูแคลน
เซียวหยวนหมิงกล่าว“ตอนนี้การช่วยคนสำคัญกว่า รีบไปกันเถอะ!”
หลี่เอ้อร์โก่วเห็นว่าพวกเขาเดินไปกันหมดแล้วจึงรีบทิ้งไม้ในมือและตามไปทันที
ในบรรดายุวชนหญิงของหมู่บ้านนอกจากซูเจียวเจียวแล้ว ก็มีโจวเม่ยที่สวยที่สุด
อย่างไรเสียเขาไม่มีทางยอมทิ้งโจวเม่ยไว้เบื้องหลังเป็นอันขาด!
อันที่จริงหลังจากได้เห็นเซียวหยวนหมิงแต่งงานกับซูเจียวเจียวแล้วชีวิตของเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะริษยาและอิจฉาในใจเขาเองก็อยากแต่งงานกับยุวชนหญิงสักคนมาเป็นภรรยา
เขาไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดจะจีบโจวเม่ยแต่โจวเม่ยไม่เคยสนใจเขาเลยต่างหาก หากเธออารมณ์ดีก็จะสนใจเขาบ้างหากอารมณ์ไม่ดีก็จะไม่ชายตามองเขาเลย
ตอนนี้มีโอกาสดีเช่นนี้เขาย่อมต้องตามไปด้วยอยู่แล้ว
ในใจเขายิ่งรู้สึกโชคดีที่เมื่อครู่เขาได้ตามไปขนไม้ลงจากเขาจึงได้รับโอกาสดีเช่นนี้ไม่เช่นนั้นเซียวหยวนหมิงก็จะเรียกแค่หลี่ต้าเฉวียนไปคนเดียวซึ่งก็จะทำให้หลี่ต้าเฉวียนได้ประโยชน์ไปทั้งหมดไม่ใช่หรือ
หากหลี่ต้าเฉวียนแสดงความสามารถต่อหน้าโจวเม่ยได้ดีจนโจวเม่ยหลงรักหลี่ต้าเฉวียนแล้ว เขาก็จะไม่มีโอกาสเลยใช่ไหม
เซียวหยวนหมิงมองออกถึงความคิดของหลี่เอ้อร์โก่วก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงเดินนำไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ
เมื่อถึงบริเวณเนินลาดหลี่เอ้อร์โก่วก็รีบปีนลงไปอย่างกระตือรือร้น พลางตะโกนไปด้วย“ยุวชนโจว ยุวชนโจว…”
ส่วนหลี่ต้าเฉวียนก็ชะโงกหน้าลงไปมอง“ทำไมไม่เห็นยุวชนโจวเลย หรือว่าเธอปีนขึ้นมาเองแล้วก็จากไปแล้ว”
เซียวหยวนหมิงส่ายหน้าอย่างจริงจัง“ไม่รู้สิ อาจจะปีนขึ้นมาเองแล้วจากไปแล้วก็ได้ งั้นเรากลับกันเถอะ”
หลี่เอ้อร์โก่วเห็นดังนั้นก็รีบตะโกน“พวกนายอย่าเพิ่งไปนะ ถ้าเกิดยุวชนโจวกลิ้งลงไปข้างล่างจะทำยังไงอย่างน้อยก็ลงไปช่วยกันหาหน่อยสิ”
“หลี่เอ้อร์โก่ว ยุวชนโจวต้องไม่อยู่ข้างล่างนี้แน่ๆนายตะโกนตั้งนานก็ไม่มีใครตอบกลับเลย” หลี่ต้าเฉวียนกล่าว
เซียวหยวนหมิงกล่าว“ถ้านายหาตรงนี้ ฉันกับต้าเฉวียนจะกลับไปแบกไม้ก่อนดีไหม”
หลี่เอ้อร์โก่วกลอกตาไปมาพลางจ้องมองรองเท้าหนังสำหรับผู้หญิงที่ตกอยู่บนพื้น และใช้ร่างกายบังรองเท้าไว้จากนั้นก็ตะโกนขึ้นไปหาเซียวหยวนหมิงและหลี่ต้าเฉวียนที่อยู่ข้างบนว่า“ได้สิ งั้นพวกนายสองคนกลับไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะหาคนต่อ”
เมื่อมองเห็นเงาร่างของเซียวหยวนหมิงและหลี่ต้าเฉวียนที่เดินจากไปหลี่เอ้อร์โก่วก็รีบก้มลงหยิบรองเท้าบนพื้นขึ้นมาดูอย่างละเอียดรองเท้าคู่นี้ต้องเป็นของโจวเม่ยที่ทำหล่นไว้แน่ๆ!
ในเมื่อรองเท้าของโจวเม่ยยังอยู่ที่นี่โจวเม่ยก็ต้องตกลงไปข้างล่างไม่ผิดแน่!
ถ้าเขาปีนลงไปแล้วเจอโจวเม่ยคนเดียวละก็เธอต้องประทับใจในตัวเขามากแน่ๆ!
บางทีด้วยความซาบซึ้งเธออาจจะยอมมอบกายให้เขาเลยก็ได้!
หลี่เอ้อร์โก่วคิดยิ่งก็ยิ่งตื่นเต้นยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข เขาออกแรงค้นหาไปทั่วและในที่สุดก็เห็นร่องรอยการล้มในพุ่มไม้ด้านล่างและดูเหมือนว่าจะมีร่างหนึ่งนอนอยู่ข้างใน
“ยุวชนโจว!”
หลี่เอ้อร์โก่วแสดงสีหน้าตื่นเต้นเขาปีนลงไปอย่างรวดเร็ว และก็พบโจวเม่ยที่สลบไปในพุ่มไม้จริงๆ
โจวเม่ยมีใบหน้าซีดเผือดดวงตาปิดสนิท ผมเปียเส้นหนึ่งหลุดลุ่ยและกระจายไปบนใบหน้า ภายใต้ขนตายาวงอนดวงตาคู่หนึ่งปิดสนิท ดูน่าสงสารราวกับดอกไม้อ่อนแอที่ถูกย่ำยีทำให้หัวใจของหลี่เอ้อร์โก่วเต้นรัวเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสายตาของหลี่เอ้อร์โก่วตกลงบนหน้าอกของโจวเม่ย เขาก็ยิ่งหายใจถี่ขึ้น
เพราะเสื้อบริเวณหน้าอกของโจวเม่ยขาดจากการที่เธอร่วงลงมาถูกกิ่งไม้ทำให้เผยให้เห็นผิวสีขาวบริสุทธิ์บริเวณหน้าอก
หลี่เอ้อร์โก่วไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนเขาอดทนไม่ไหว รู้สึกร้อนที่จมูกราวกับมีของเหลวกำลังไหลออกมา
เขาเอื้อมมือไปแตะจมูกจึงพบว่าเป็นเลือดกำเดา
หลี่เอ้อร์โก่วใช้มือป้ายเลือดกำเดาเช็ดออกอย่างลวกๆแต่สายตาของเขาก็ยังคงจ้องมองไปที่ผิวสีขาวบริสุทธิ์นั้นอย่างไม่ละสายตา
ไหนๆยุวชนโจวสลบไปแล้ว ถ้าเขาเผลอแตะต้องเธอสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกใช่ไหม
เพราะเขาก็กำลังจะช่วยเธอไม่ใช่หรือ
ดังนั้นเมื่อหลี่เอ้อร์โก่วอุ้มโจวเม่ยขึ้นมามือของเขาก็ ‘บังเอิญ’ ไปแตะต้องบริเวณที่อ่อนนุ่มนั้นหลายครั้ง
เมื่อเห็นว่าโจวเม่ยยังไม่มีท่าทีที่จะฟื้นเขาจึงใช้มือข้างหนึ่งจับไปที่บริเวณนั้นโดยตรง
โจวเม่ยค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมา แต่สมองของเธอยังคงมึนงงและไม่รู้สึกตัวดี เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นทำให้หลี่เอ้อร์โก่วตกใจจนรีบปล่อยมือและทรุดตัวลงนั่งข้างๆด้วยท่าทางที่แสดงความรู้สึกผิดที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา
“ยุวชน… ยุวชนโจว คุณ คุณ คุณฟื้นแล้วหรือ”
ด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัวหลี่เอ้อร์โก่วถึงกับพูดติดอ่าง
โจวเม่ยยังคงมองเห็นภาพไม่ชัดนักแต่ก็ยังจำได้ว่าชายตรงหน้าคือหลี่เอ้อร์โก่ว
เธอเอื้อมมือไปหาเขาด้วยเสียงแหบพร่า“ช่วย… ช่วยฉันด้วยค่ะ…”
หลี่เอ้อร์โก่วเห็นว่าเธอฟื้นแล้วและเพียงขอให้เขาช่วยเท่านั้น ไม่ได้พูดถึงเรื่องเมื่อครู่ เขาก็โล่งใจอย่างมากดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
หลี่เอ้อร์โก่วสงบจิตใจลงแล้วรีบพยักหน้า “เข้าใจแล้วๆๆผมจะช่วยคุณขึ้นไปเดี๋ยวนี้”
หลี่เอ้อร์โก่วต้องการจะอุ้มโจวเม่ยขึ้นมาแต่เขารู้สึกว่ามันหนักมาก แม้ว่าเขาจะทำงานทุกวัน แต่ก็ไม่ได้ทำงานหนักมากนักดังนั้นแรงของเขาก็เลยไม่เยอะเท่าไรเขาใช้แรงทั้งหมดอุ้มหญิงสาวขึ้นมาอย่างยากลำบาก และอุ้มเธอไว้แน่นในอ้อมแขน
หลี่เอ้อร์โก่วรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากโชคดีที่ครั้งนี้เขาฉลาดที่แอบบังรองเท้าของโจวเม่ยไว้ไม่อย่างนั้นถ้ามีเซียวหยวนหมิงและหลี่ต้าเฉวียนอยู่ด้วยละก็ เรื่องดีๆแบบวันนี้จะมาถึงเขาได้อย่างไรกัน
เซียวหยวนหมิงแต่งงานกับซูเจียวเจียวไปแล้วส่วนหลี่ต้าเฉวียนก็เป็นพี่น้องที่ดีของเซียวหยวนหมิงเขาต้องอยากให้หลี่ต้าเฉวียนแต่งงานกับโจวเม่ยแน่ๆ
แต่ละคนได้แต่งงานกับยุวชนหญิงเป็นภรรยาเหอะ... ช่างคิด ช่างฝัน ช่างเพ้อเจ้อกันเสียเหลือเกิน
โจวเม่ยยังคงมึนหัวอยู่ตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของหลี่เอ้อร์โก่วยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากอาเจียนมากขึ้นไปอีก
กลิ่นเหงื่อและกลิ่นตัวของหลี่เอ้อร์โก่วทำให้เธอแทบจะอาเจียนออกมาแต่ตอนนี้เธอไม่มีแรง ขาก็เจ็บ จึงทำได้แค่ทนสูดกลิ่นเหม็นฉุนนี้ต่อไป
แต่หลี่เอ้อร์โก่วต้องอุ้มเธอไปด้วยและปีนขึ้นไปด้วยจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางกายได้
โจวเม่ยรู้สึกรังเกียจอย่างที่สุดแต่ก็ไม่มีทางเลือก ตอนนี้ฟ้าใกล้จะมืดแล้วใครจะรู้ว่าจะมีอะไรออกมาจากบนภูเขาในตอนกลางคืนบ้าง…
ก่อนหน้านี้โจวเม่ยเพิ่งจะเจออสรพิษตัวหนึ่งจึงตกใจล้มลงจนสลบไป
ในที่สุดหลี่เอ้อร์โก่วก็ใช้แรงทั้งหมดลากโจวเม่ยขึ้นมาบนทางบนภูเขาได้สำเร็จหลี่เอ้อร์โก่วเหนื่อยจนทรุดลงบนพื้นราวกับสุนัขบ้านตัวหนึ่ง หอบหายใจอย่างหนัก
โจวเม่ยถูกลากขึ้นมาสภาพของเธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าหลี่เอ้อร์โก่วมากนัก หรืออาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ