“อ้าว! ทำไมล่ะครับ งานเลิกห้าโมงนี่ครับ”
“จะอะไรซะอีกล่ะคะ ถ้าไม่เพราะี้เีไปเบียดกันรอลิฟต์ รอรถไฟฟ้า เลยบอกว่านั่งทำงานต่อดีกว่า ได้งานเพิ่มแล้วไม่เสียอารมณ์ด้วยค่ะ”
ยายบุญมีทำให้หายข้องใจ เพราะคนถูกถามเพียงแค่ยิ้ม แล้วเดินค้อมกายผ่านเขาเข้าไปในบ้าน ไม่นานก็มีเ้าลัคนอนอยู่กับอกแล้ว
“ลัคได้บ้านใหม่หลังใหญ่เชียว นอนตรงนี้นะ หลงกับลอยจะได้ไม่อิจฉาไง แล้วจะได้รู้จักกันไปด้วย”
มัทรีเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็ธรรมชาติ หาได้เสแสร้งแกล้งทำเพื่อสร้างภาพ ให้ผู้บริหารหนุ่มเห็นไม่ สองแขนก็ค่อยๆ ส่งเ้าลัค ซึ่งตัวหนักไม่น้อย ให้ลงไปนอนในคอกสูงเท่าเอว ยายบุญมีเอาหมอนใบเดิมจากในบ้าน ออกมาวางไว้มันนอนหนุน จะได้สบายขึ้นหน่อย
“ลัคกินไก่ย่างคลุกกับอาหารเม็ดนะ รับรองอร่อยแน่ๆ”
พอบอกเ้าลัคแล้ว มัทรีก็รีบกลับเข้าไปในบ้าน ไม่นานก็ได้ถ้วยน้ำกับถ้วยอาหารออกมา กระโปรงที่ใส่เมื่อครู่ ถูกเปลี่ยนเป็กางเกงขาสั้นเสมอเข่า เพราะต้องนั่งขัดสมาธิฉีกไก่ใส่จาน เอาอาหารเม็ดในกระสอบมาคลุกๆ แล้วเอาใส่มือ ส่งเข้าปากเ้าลัคอย่างคนใจเย็น
“ตายจริง”
ยายบุญมียกมือทาบอกด้วยความใ ทำเอาแขกกับหลานสาวถึงกับหันมาหาเป็ตาเดียวกัน และพลอยใไปตามๆ กันด้วย
“มีอะไรครับคุณยาย”
จักรภัทเลิกคิ้วด้วยความสงสัย มัทรีก็คอยฟังอย่างตั้งใจไม่น้อย
“คุณเกียร์มาตั้งนาน ยายลืมหาอะไรมาให้ดื่ม มัวแต่ยุ่งๆ กับดูพ่อมวนประกอบคอกอยู่ รอแป้บนะคะ”
จากนั้น สองหนุ่มสาวก็ต้องถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ไม่เป็ไรครับคุณยาย ไม่ต้องลำบากเลยครับ” แขกหนุ่มยิ้มให้อย่างคนอารมณ์ดี
“ไม่ลำบากสักนิดค่ะ รอแป้บนะคะ พ่อมวนจะเข้ามาล้างมือในบ้านก็ได้นะ เดี๋ยวยายไปหาอะไรมาให้ดื่มก่อน”
ว่าแล้วยายบุญมีก็รีบเข้าบ้านไป ประมวนเสร็จงานประกอบคอกเ้าลัคสักพักแล้ว ก็เดินไปเปิดก๊อกน้ำ ที่ยายบุญมีทำไว้รดผักสวนครัวหน้าบ้าน แทนการเข้าไปด้านใน แล้วก็เลยไปนั่งรอเ้านายอยู่ในรถ อย่างไม่เดือดร้อนใดๆ เพราะชาชินกับงานรอมานานเป็สิบปีแล้ว
“มาแล้วค่ะ น้ำผักกับผลไม้รวม ไม่ใช่ปั่นนะคะ ยายใช้เครื่องแยกกากค่ะ” ยายบุญมียกแก้วขนาดกลาง มีน้ำสีออกส้มส่งให้แขกหนุ่ม
“ขอบพระคุณครับคุณยาย ไม่เห็นต้องลำบากเลยครับ”
เขายกมือไหว้แล้วรับแก้วมายกจิบ เพราะชอบดื่มน้ำผลไม้เวลาท้องว่างอยู่แล้ว ซึ่งแม่จะย้ำเลขาของเขาให้คอยทำให้เวลาอยู่ออฟฟิศเสมอ จะได้วิตามินสูงกว่าท้องอิ่ม
ยายบุญมียกมือรับไหว้แล้วยิ้มอย่างชอบใจ ในความเป็คนนอบน้อมของเขา แม้จะเป็เศรษฐีร้อยล้านพันล้าน หรืออาจจะหมื่นล้าน ก็ไม่ถือตัวแต่อย่างใด
“แล้วพ่อมวนไปไหนล่ะ” เพราะอีกแก้วทำมาเผื่อประมวนด้วย
“คงรอในรถครับ เดี๋ยวผมเอาไปให้ก็ได้ครับ”
“ไม่ต้องเลยค่ะ นั่งดื่มตรงนี้ เดี๋ยวยายออกไปเอง”
ว่าแล้วยายบุญมีก็ยกแก้วเดินไปยังประตูรั้ว ด้วยท่าทีคล่องแคล่ว ผิดกับอายุห้าสิบห้า จักรภัทรมองแล้วยิ้มตาม สักพักก็หันมามองหลานสาวยาย ที่ค่อยๆ จับเ้าลัคให้ลุกขึ้นกินน้ำจากชาม หลังมันอิ่มไก่ย่างกับอาหารเม็ดแล้ว
ชั่วขณะนั้นเขาอยากจะเข้าไปช่วยรวบกลุ่มผมดกดำสลวย มันเงางาม ที่กำลังตกลงมาตามไหล่กับแผ่นหลังให้ไม่น้อย เมื่อเ้าของผมกำลังก้มสนอกสนใจกับสี่ขาผู้น่าสงสาร มากกว่าจะสนใจเขาด้วยซ้ำ คงนุ่มมือไม่น้อย และไม่รู้ทำไมเขาถึงมักแพ้ทางผู้หญิงผมยาวเสมอ โดยเฉพาะผมสีธรรมชาติ ไม่ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็สีอื่น
“ว่าแต่วันนี้คุณเกียร์รีบไปธุระที่ไหนต่อมั้ยคะ” ยายบุญมีเดินกลับมาแล้ว ก็ถามั้แ่อยู่ตรงประตูรั้ว
“มีนัดตอนสองทุ่มครึ่งครับคุณยาย”
“เหรอคะ เย็นนี้จะทำปลาทูต้มมะดันค่ะ ยายจะได้ตักให้เอากลับไปกินบ้าน แทนคำขอบคุณที่ซื้ออะไรมาให้เ้าลัคเยอะแยะ รอแป๊บนะคะ ยัยมัททำไม่นานหรอกค่ะ”
มัทรีเพิ่งเสร็จจากดูแลเ้าลัค ก็รีบเดินค้อมตัวผ่านเขาไปตรงโต๊ะหน้าประตูบ้าน โดยไม่ต้องรอให้ยายบอกซ้ำ จากนั้นก็รีบล้างมือ แล้วสวมผ้ากันเปื้อนทำแกงที่ยายเตรียมเครื่องไว้ให้ทันที เพราะกลัวเขาจะไปไม่ทันนัด หูนั้นก็เงี่ยฟังยายกับเขาคุยกันอยู่หน้าบ้านไปด้วย
“อยากชวนอยู่กินมื้อเย็นด้วยจังเลย เสียดายคุณเกียร์มีนัดแล้ว”
ยายบุญมีหมายความอย่างที่บอกไว้จริงๆ แม้จะยังเดาไม่ออก ว่าทำไมเขาถึงได้วนเวียนมาหาบ่อยครั้ง ว่ามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ระหว่างช่วยเ้าลัคกับอยากเหล่หลานตัวเอง แต่ถ้าให้เดาก็คงจะอย่างแรกมากกว่า ในเมื่อคนระดับเขานั้น สูงส่งเกินกว่าจะมาสนใจพนักงานระดับปลายแถวเป็แน่
“โห! อย่าเลยครับคุณยาย แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้วครับ มาทีไรได้กินของอร่อย แถมยังห่อกลับไปอีกต่างหาก คุณยายให้ผมบ่อยๆ เดี๋ยวผมจะไม่กล้ามาเที่ยวหานะครับ”
จักรภัทรหมายความอย่างที่บอกไว้เช่นกัน เพราะรู้สึกเกรงใจยายไม่น้อย และเกรงใจอีกคน ที่ต้องรีบทำแกงเพื่อตักให้เขาด้วย ครั้นจะบอกว่าไม่เอา ก็ดูจะน่าเกลียด อีกอย่างยายก็มีน้ำใจและอยากให้จริงๆ เขาถึงปฏิเสธไม่ได้
ราวสี่สิบนาที มัทรีก็หิ้วถุงที่ด้านในมีกล่องพลาสติกใส่แกงร้อนๆ ออกมาตรงโต๊ะหน้าบ้านแล้ว จักรภัทรเลยรีบขอตัวกลับ เพราะกลัวจะไปไม่ทันนัดสาวสวย ซึ่งเป็หนึ่งในรายชื่อของเขา
ซึ่งเอาเข้าจริงๆ หัวใจกลับเหมือนไม่อยากจะไปซะอย่างนั้น มันอยากจะคอยมองเ้าของใบหน้าขาว สวยใส อยู่ร่ำไป แต่ไม่ว่ายังไง เขาก็บังคับสองเท้าให้ก้าวออกจากบ้านหลังน้อยได้ในที่สุด
“ถ้าอาหารหมด หรือถึงวันต้องพาเ้าลัคไปหาหมอ ช่วยโทรบอกผมด้วยนะครับมัท ผมอาจจะลืม” เขาหันมาสั่งเสียงนุ่ม ขณะประมวนยืนเปิดประตูรออยู่แล้ว
“ค่ะ”
มัทรีรับคำพร้อมใบหน้าเจือไปอย่างนั้น ก็ใครเลยจะกล้ารบกวนเ้านายใหญ่ ด้วยเื่เล็กน้อย เพียงแค่พาหมาจรจัดาเ็ไปหาหมอได้ แต่ก็คงไม่ดีถ้าจะปฏิเสธั้แ่ตอนนี้
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เดี๋ยวยายจะวานสองบ้านนี้ให้พาไปก็ได้ ลำพังเอาอาหารกับทิ้งเงินไว้เป็ค่ายาเ้าลัค ก็มากพอแล้วค่ะ ขอบคุณแทนมันด้วยนะคะ ขอให้เจริญๆ นะคะพ่อคุณ อุตส่าห์มีเมตตากับสัตว์ผู้ยากไร้ ถือว่ามันมีบุญแล้วก็ลัคกี้สมชื่อค่ะ”
“มัทต่างหากครับที่ช่วยมันก่อน ผมแค่ตามมาทีหลังเท่านั้น ยังไงก็อย่าลืมโทรเตือนผมนะครับคุณยาย มัทด้วย ผมยินดีมาช่วยครับ”
“ค่ะ”
มัทรีรับคำอีกครั้ง แล้วยกมือไหว้เขา ก่อนจะยื่นถุงแกงส่งให้ เมื่อเขาเข้าไปนั่งในรถแล้ว และยกมือไหว้อีกคำรบด้วยท่าทีนอบน้อม รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไป สองยายหลานก็ยืนมองตามสักครู่ มีสายตาของเพื่อนบ้านใกล้เคียง คอยแอบชำเลืองมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นไปตามๆ กัน
“ไปกินข้าวกันดีกว่ามัท ยายหิวแล้ว”
ยายบุญมีรู้ดี ว่ากลายเป็เป้าให้เพื่อนบ้านมอง แล้วเอาไปซุบซิบต่างๆ นานา แต่จะทำยังไง ในเมื่อห้ามปากคนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือใช้ชีวิตต่อไป แบบไม่สนใจใครมากเท่านั้น
อันที่จริงยายก็จะคบกับแค่สองบ้านอยู่ติดกันซ้ายขวา เพราะนิสัยดีหน่อย ที่เหลือได้กินก็ว่าดี พอไม่ได้ก็นินทาไม่จบสิ้น ยายเลยไม่สนใจมากนัก
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































