ชายายอดพิษ พิชิตใจอ๋องมัจจุราช [นิยายแปล]

    บทที่ 46 คนรู้จักจากหมู่บ้านเป่ยเหอ (เปิดฟรีวันที่ 7 มกราคม 2569)

    หลัวซื่อบิดผ้าเช็ดหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “ใช่แล้ว ขอพระชายาโปรดอย่าถือสาข้า ขอช่วยตรวจชีพจรให้พี่เสิ่นด้วยเถิด”

    จี้หมัวมัวได้ยินดังนั้นพลันหัวเราะเย็นชา “เสิ่นซื่อเคารพพระชายาหลิงอ๋องเสมอ ปฏิบัติตามทุกอย่าง พระชายาหลิงอ๋องก็ใจกว้าง บริหารจวนอย่างรอบคอบ เหตุใดต้องวางแผนร้ายต่อท่านกับลูกในครรภ์ ถ้าคำพูดของท่านไปถึงหูพระชายาหลิงอ๋อง เกรงว่าจะไม่ง่ายที่จะจบเรื่องนี้”

    เสิ่นซื่อไม่กล้าโต้เถียงกับจี้หมัวมัว ได้แต่กล่าวว่า “พระชายา เราอาศัยอยู่ในจวนอ๋องด้วยกัน หากช่วยเหลือกันย่อมดีที่สุด พระชายาวันนี้โปรดช่วยข้า ข้าจักจดจำบุญคุณตลอดไป”

    แม้ว่าจะกล่าวเช่นนั้น แต่ซูอิ่นเย่ว์ก็หาใช่ผู้ใจบุญโดยปราศจากเงื่อนไข

    ชาติที่แล้วตอนเป็นหมอ นางอดหลับอดนอนรักษาผู้ป่วยคนหนึ่งจนหายดี แต่ผู้ป่วยคนนั้นกลับไม่มีจิตสำนึกบุญคุณใดๆ เพื่อจะขู่กรรโชกนาง เขาถึงกับฟ้องร้องต่อศาล กล่าวหาว่านางทำการผ่าตัดผิดพลาดและเรียกร้องเงินชดเชยมหาศาล

    ต่อมานางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองและชนะคดี แต่ก็ทำให้นางตระหนักได้ว่า เมื่อเผชิญหน้ากับเงินทองและสิ่งล่อใจบางอย่าง บางคนไม่มีทางรักษาความดีได้ พวกเขาสามารถเปลี่ยนท่าทีได้ในพริบตา

    หลังจากนั้น นางก็ไม่ได้เป็นหมออีก กลับทุ่มเทให้กับการวิจัยทางการแพทย์ในห้องทดลองแทน

    หลัวซื่อและเสิ่นซื่อเป็นคนโลเล ซูอิ่นเย่ว์ยิ่งไม่คิดช่วยพวกนางเพื่อไม่ให้เดือดร้อนตัวเอง

    “ซื่อจื่อน่าจะตื่นแล้ว ข้าต้องไปเปลี่ยนยา ทั้งสองคนตามสบายเถอะ” ซูอิ่นเย่ว์ไม่อยากเสียเวลาโต้ตอบ จึงลุกขึ้นแล้วจากไป

    ทั้งสองคนไม่พอใจนัก แต่ก็ไม่กล้าสร้างเรื่องที่เรือนชูอวิ๋น จึงได้แต่ปล่อยผ่าน

    ซูอิ่นเย่ว์กลับไปยังห้องหลัก พอดีกับที่ฉู่จี้เฟิงตื่นขึ้นมา นางหยิบล่วมยาเหมือนเช่นทุกครั้งที่เคยทำ นั่งลงที่ข้างเตียง

    ฉู่จี้เฟิงเพิ่งตื่น ยังมีอารมณ์หงุดหงิดตอนตื่นนอน สีหน้าบึ้งตึง

    “มีคนมาที่เรือนชูอวิ๋นหรือ”

    เหมือนจะไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว

    ซูอิ่นเย่ว์พยักหน้า มือทั้งสองไม่ได้หยุดลง กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

    ฉู่จี้เฟิงขมวดคิ้ว “ตอนนี้เจ้าใจกล้านักนะ กล้าตัดสินใจเอง ถึงขั้นยกทองให้เขาเชียวหรือ”

    ซูอิ่นเย่ว์กล่าว “หากข้าไม่ให้ซูเจี้ยนจิ่นได้ลิ้มรสความหวานเสียก่อน จะลองหยั่งเชิงเขาได้อย่างไร”

    “หมายความว่าอย่างไร” ฉู่จี้เฟิงเลิกคิ้ว

    “ข้าให้ซูเจี้ยนจิ่นช่วยตามหาจุ้ยเหรินหง และยังบอกว่าจะให้รางวัล เขารับคำอย่างดีใจ ดูเหมือนจะไม่รู้ว่าจุ้ยเหรินหงคืออะไร”

    ฉู่จี้เฟิงเหลือบตามองนาง “เหตุใดจู่ๆ เจ้าถึงคิดตรวจสอบเรื่องนี้”

    “ข้าถูกวางยาและถูกใช้เป็นเครื่องมือ จะให้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหรือไร” ซูอิ่นเย่ว์เม้มปาก “ข้าลืมเรื่องนี้ไม่ลง คนผู้นั้นทำร้ายข้าได้ครั้งหนึ่ง ก็ย่อมมีครั้งที่สอง หากไม่ลากตัวออกมา ข้าไม่อาจวางใจ”

    ยิ่งไปกว่านั้น นางต้องแก้แค้นแทนเจ้าของร่างเดิม

    ฉู่จี้เฟิงเห็นด้วยกับคำพูดของนาง ฮึดฮัดเล็กน้อย “แต่ซูเจี้ยนจิ่นเป็นจิ้งจอกเฒ่า เจ้ากลับเลิกสงสัยเขาง่ายดายเช่นนี้หรือ”

    ซูอิ่นเย่ว์ส่ายหน้า “แน่นอนว่าไม่ ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหลังจากเข้าพิธีแต่งงาน ข้าก็ถูกส่งไปที่เรือนชูอวิ๋น ตอนนั้นก็มีสาวใช้ตัวน้อยนำอาหารมาให้ ข้าหิวมาก จึงกินหมดในสองสามคำ”

    ฉู่จี้เฟิงจ้องเขม็ง “เช่นนั้นเจ้าหมายความว่า คนที่คิดจะทำร้ายข้าอยู่ในจวนอ๋อง?”

    “มีความเป็นไปได้สูง” ซูอิ่นเย่ว์กล่าว “ท่านมีนิสัยไม่ดี มีศัตรูอยู่ทุกที่ จะน่าแปลกอะไร”

    ฉู่จี้เฟิงกระตุกมุมปาก จากนั้นเรียกฉางอู๋อิ่งเข้ามา สั่งให้เขาไปตรวจสอบว่าใครเป็นคนนำอาหารมาให้ในวันนั้น

    เมื่อซูอิ่นเย่ว์ทายาเสร็จ ฉางอู๋อิ่งก็กลับมา

    “ซื่อจื่อ ในวันนั้นสาวใช้ที่นำอาหารมาชื่อชุนเอ๋อร์ นางทำงานในห้องครัว แต่วันรุ่งขึ้นก็มีคนพบว่านางตกบ่อน้ำและจมน้ำตายแล้ว เนื่องจากเป็นเพียงสาวใช้ที่ตาย คนในจวนจึงรีบจัดการศพอย่างลวกๆ โดยไม่มีคนนอกรู้” ฉางอู๋อิ่งกล่าว

    กับผลลัพธ์นี้ ฉู่จี้เฟิงไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ

    คืนแต่งงานคืนนั้น คนผู้นั้นคงอยากมาดูว่ายาที่ให้ไปออกฤทธิ์หรือไม่ ใครจะรู้ว่าฉางอู๋อิ่งพบเจอมือสังหารเข้าเสียก่อน สวีชิงหย่วนจึงสามารถปีนเข้าไปในเรือนชูอวิ๋น และปลุกเขาตื่นขึ้นมาได้

    ช่างเป็นเคราะห์กรรมโดยแท้

    ตอนนี้เมื่อสืบพบแล้วว่า คนที่วางยาอยู่ในจวนอ๋อง ก็จัดการได้ง่ายขึ้น

     

    นอกจวนหลิงอ๋อง มีบุรุษผู้หนึ่งเดินวนเวียนอยู่แถวนั้นตลอด

    ชายผู้นั้นดูเหมือนมีการศึกษา รูปลักษณ์ไม่โดดเด่น การแต่งกายก็ไม่สะดุดตา

    ทันใดนั้น เขาเห็นสตรีที่สวมอาภรณ์หรูหราเดินออกมาจากด้านใน สาวใช้พยุงนางขึ้นรถม้า ดวงตาของเขาสว่างวาบ รีบวิ่งเข้าไปทันที

    “เย่ว์เอ๋อร์!” ชายหนุ่มร้องเรียก

    เขาดูซอมซ่อ พุ่งเข้าหาฉู่จิ้งเสียนกะทันหัน ทำให้นางตกใจจนเกือบตกจากแท่นเหยียบรถม้า

    “ขอทานที่ไหนกัน!” ฉู่จิ้งเสียนกล่าวอย่างขุ่นเคือง

    ชายหนุ่มมองใบหน้าของนางชัดๆ แล้วพลันรู้สึกผิดหวัง รีบประสานมือกล่าวว่า “บ่าวจำผิดคน หวังว่าแม่นางจะให้อภัย”

    ฉู่จิ้งเสียนแค่นเสียง หันตัวกลับคิดจะขึ้นรถม้า ทันใดนั้นก็นึกถึงคำที่เขาเพิ่งตะโกนออกมา

    นางหันกลับมา เปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนโยน “คุณชาย เมื่อครู่เจ้าเรียกเย่ว์เอ๋อร์หรือ”

    ชายหนุ่มลังเล ฉู่จิ้งเสียนพินิจเขาอย่างละเอียด ก่อนถามซ้ำ “หรือว่าเจ้ามาหาพี่สะใภ้ของข้า”

    ชายหนุ่มอดรนทนไม่ไหว รีบกล่าว “ใช่ ใช่แล้ว ไม่ทราบว่าแม่นางช่วยส่งข่าวให้ได้หรือไม่”

    ฉู่จิ้งเสียนมองสำรวจเขา ดูก็รู้ว่าเป็นคนยากจน ที่แท้ก็เป็นพวกเดียวกับซูอิ่นเย่ว์จริงๆ

    นางกลอกตาเล็กน้อย ก่อนกล่าว “ข้าไม่รู้จักฐานะของเจ้า จะให้ส่งข่าวแทนได้อย่างไร”

    “บ่าวชื่อก่วงเหวินเทา มาจากหมู่บ้านเป่ยเหอ” ก่วงเหวินเทาแสดงท่าทีร้อนรน “แม่นาง ข้ามีธุระด่วนต้องพบเย่ว์เอ๋อร์ ขอแม่นางช่วยเหลือด้วย”

    ฉู่จิ้งเสียนกดกลั้นความยินดีในใจ

    เขาเป็นคนหมู่บ้านเป่ยเหอก็แล้วไป แต่ยังเอาแต่เรียกเย่ว์เอ๋อร์ไม่หยุด ฉู่จิ้งเสียนไม่มีทางเชื่อว่าเขากับซูอิ่นเย่ว์ไม่มีความสัมพันธ์ฉันบุรุษสตรี

    ในเมื่อเป็นโอกาสที่ดีเช่นนี้ นางย่อมไม่ปล่อยผ่าน

    “ระยะนี้พี่ชายข้าอยู่บ้านตลอด ต่อให้ข้าส่งข่าว เกรงว่าคงพบพี่สะใภ้ไม่ได้” ฉู่จิ้งเสียนกล่าวอย่างจงใจ

    “ข้ามาหาเย่ว์เอ๋อร์อย่างเปิดเผย เหตุใดจึงพบไม่ได้” ก่วงเหวินเทาสังเกตเห็นความไม่ชอบมาพากลของประโยคนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไป “หรือเป็นจริงดังที่ผู้อื่นว่า สามีของเย่ว์เอ๋อร์เป็นมัจจุราช ทารุณนางจนย่ำแย่! หากข้ารู้เช่นนี้แต่แรก ข้าคงไม่ปล่อยให้นางกลับเมืองหลวงเพื่อแต่งงาน”

    “เฮ้อ น่าสงสารพี่สะใภ้ที่ทั้งงดงามและอ่อนโยน” ฉู่จิ้งเสียนแสร้งถอนหายใจ “ข้าไม่อาจขัดพี่ชายได้ แต่ก็ไม่อาจทนไม่ช่วยพี่สะใภ้เช่นกัน งั้นเอาเช่นนี้เถิด เจ้าให้ที่อยู่ไว้ หากพี่สะใภ้ออกไปข้างนอก ข้าจะให้คนแจ้งข่าวเจ้า เพียงแต่เรื่องนี้...เจ้าต้องปิดปากให้สนิท อย่าให้ข้าถูกพี่ชายตำหนิ”

    ก่วงเหวินเทารีบพยักหน้า “ขอบคุณแม่นางมาก”

    หลังจากคนออกไป ฉู่จิ้งเสียนใช้ผ้าเช็ดชุดของตน คิดว่าตนยืนคุยใกล้ชิดกับก่วงเหวินเทาอยู่ครู่หนึ่ง จนเหมือนจะติดกลิ่นความยากจนของเขาไปด้วย

    “พอแล้ว กลับไปอาบน้ำเถอะ” ฉู่จิ้งเสียนหมดอารมณ์ออกไปข้างนอก

    ชุนเหมย สาวใช้ที่ติดตามนางเอ่ยถาม “คุณหนูไม่ถูกกับซูอิ่นเย่ว์มิใช่หรือ เหตุใดยังช่วยนาง”

    “เจ้าโง่หรือ” ฉู่จิ้งเสียนแค่นเสียง “คนที่ชื่อก่วงเหวินเทานั่น ดูก็รู้ว่าเคยมีใจให้ซูอิ่นเย่ว์ที่หมู่บ้านเป่ยเหอ พี่ชายข้าผู้สามารถครอบครองทุกสิ่ง แต่ถ้าภรรยาในบ้านคิดนอกใจ เขาห้ามได้หรือ”

    คล้ายกับเรื่องชายายอดพิษ พิชิตใจอ๋องมัจจุราช [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน