บทที่ 74
ภารกิจช่วยเหลือผู้คน
[ ภารกิจความดี ช่วยเหลือชาวเมืองพ้นภัยฤดูหนาว ]
[ ภารกิจความดีช่วยเหลือเหล่าผู้คนภายในเมืองถ้าทำสำเร็จจะได้รับแต้มความดีห้าพัน ]
ภาพเลือนลางภายในหัวปรากฏขึ้น ซูฉีดวงตาเบิกกว้างขึ้น อยู่ๆข้อความพวกนั้นมันก็ปรากฏขึ้นมาอีกแล้ว
ลี่ถังที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารมองหน้าของคุณหนูที่เปลี่ยนไป นางเอียงคอสงสัย “ มีอะไรอย่างนั้นหรือเจ้าคะคุณหนู? ”
“ เหตุใดจึงแสดงใบหน้าเช่นนั้น? ” นางงุนงงว่าเหตุใดคุณหนูของนางจึงแสดงใบหน้าเช่นนั้น อยู่ก็ใบหน้าเปลี่ยนไปราวกับพบเจอเรื่องประหลาด
“ ไม่มีอะไรกินทเถอะ… ”
สองนายบ่าวก้มหน้าก้มตาทานอาหารบนโต๊ะ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันชวนออกไปสำรวจส่วนผักของตน
ในยามนี้สวนผักเต็มไปด้วยพืชผลผลิตมากมาย ผลผลิตที่ได้ออกมาแต่ละครั้งมันก็มีมาก ซูฉีเลือกที่จะแบ่งพวกพืชผักขายให้กับผู้คนรอบๆ
ในยามนี้กองทัพเกราะดำเดินทางมุ่งตรงออกไปจาก ผู้ซื้อรายใหญ่ของนางเองก็หาย
นางจึงเลือกที่จะขายให้พวกเราชาวเมืองที่อยู่ภายใน เหล่าชาวเมืองพวกนี้ไม่ค่อยมีพืชผักกินสักเท่าไหร่ ด้วยสภาพของเมืองแห่งนี้
นางเลือกที่จะขายผักในราคาตลาดทั่วไป เมื่อลองเทียบกับคุณภาพของผักแล้วราคาที่นำเสนอขายมันย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ
เมืองแห่งนี้มีร้านขายผักแต่ร้านขายผักก็ผูกกับเศรษฐีใหญ่ของเมือง เศรษฐีใหญ่ผู้นั้นมีกำลังคนมันสามารถใช้รถม้าไปขนผักมาได้
ทว่ารถม้าที่นำไปคนพักเมื่อคนกลับมาแล้วก็นำผักพวกนั้นมาขายในราคาสูง ซูฉีเห็นว่าคนภายในเมืองไม่มีปัญญาซื้อของเหล่านั้น
นางจึงเลือกที่จะขายภายในราคาธรรมดาทั่วไป เพื่อที่ให้พวกเหล่าชาวเมืองสามารถเอื้อมถึง ซูฉีคิดว่าผลผลิตในสวนแห่งนี้คงจะได้อีกสักประมาณไม่กี่รอบมันก็คงจะเข้าสู่ในช่วงฤดูหนาว
ฤดูหนาวปีนี้ผู้คนกล่าวว่ามันน่าจะหนาวกว่าทุกปี คาดการณ์ได้จากลมหนาวที่พัดผ่านมาในขณะที่ยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาว
ลมหนาวและบรรยากาศในยามราตรีเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ หน้าหนาวในครั้งนี้ที่จะเดินทางมาถึงคงจะเป็นฤดูเหมันต์ที่หนาวจับใจ
ซูฉีได้เตรียมการไว้ส่วนหนึ่งนางรับพวกขนสัตว์เอาไว้ แม้ว่ามันจะมีราคาสูงแต่ว่ามันก็เป็นสิ่งจำเป็นในการทำเครื่องสวมใส่
เมืองแห่งนี้เป็นเมืองขนาดใหญ่ก็จริงแต่ว่ากำแพงเมืองเองก็ทรุดโทรม เนื่องจากว่ามันมีสงครามเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ภูมิประเทศบริเวณรอบๆก็ไม่มีภูเขาที่คอยบังลมหนาว
นางจึงคิดว่าในครั้งนี้นางเองก็ควรจะทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยก็รับมือกับความหนาวเย็นให้พวกของนางผ่านไปได้ก็
นางมีคนงานที่ทำงานอยู่กับนางประมาณเกือบสิบคน เพราะแบบนั้นก็ต้องเตรียมชุดป้องกันความหนาวเอาไว้
แถมต้องจัดเตรียมเสบียงยังทั้งหมดเอาไว้ให้ผ่านพ้นฤดูหนาวไปได้ นางใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการเตรียมยามนี้ก็เตรียมพวกมันจนเสร็จ
แต่เมื่อไม่กี่ชั่วยามที่ผ่านมา ในขณะที่นางกินข้าวกับมีข้อความปริศนาปรากฏขึ้นในหัว
ซูฉีมั่นใจว่านั่นคือสิ่งที่นางควรจะทำ การที่ระบบร้านค้าความดีปรากฏขึ้นแบบนั้น ย่อมแสดงว่ามันน่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นภายในเมืองแห่งนี้อีก
มันยิ่งทำให้ใบหน้าของซูฉีเต็มไปด้วยความกังวล เดินมาถึงสวนผักตรวจตราพืชผักที่งอกงาม
“ ดีมากดูเหมือนว่าผักของพวกเราในรอบนี้จะมีคุณภาพมากกว่าครั้งก่อนอีก ” ซูฉีมองดูเพียงแค่สายตาก็รู้ได้
ผักของนางที่อยู่ภายในสวนยามนี้มันมีคุณภาพเป็นอย่างมาก คล้ายว่ามันน่าจะเป็นผักที่มีคุณภาพมากกว่าผักที่นางปลูกได้ในรอบที่แล้ว
ทั้งความสดเมื่อนางลองหยิบขึ้นมากินมันก็มีรสชาติที่หวานกว่า ซูฉีคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นเพราะว่ามันน่าจะเป็นพลังของแหวนพฤกษาและวิญญาณพฤกษาโบราณอย่างแน่นอน
“ อย่างนั้นหรือขอรับ แต่เมื่อเทียบกับจำนวนของพวกเราในตอนนี้ การขยายแปลงผักเป็นไม่ได้อย่างที่คุณหนูคาดการณ์เลย ” ฮุ่ยหวงกล่าวอย่างผิดหวัง
เป็นเพราะว่าการขยับขยายสวนผัก มันเติบโตไม่ได้อย่างที่คาดการณ์เอาไว้ เรียนตอนแรกคาดการณ์เอาไว้ว่าจะขยับขยายมันให้ใหญ่โตกว่านี้
แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมางานทุกอย่างยุ่งเป็นอย่างมาก มันเลยทำให้การขยับขยายเชื่องช้า
ยามนี้คนงานภายในสวนมีประมาณแปด สามารถดูแลแปลงผักได้ประมาณสิบห้าแปลงใหญ่ เพียงแค่นี้มันเองก็เต็มความสามารถของพวกเขาแล้ว
“ ข้าเข้าใจในยามนี้งานทุกอย่าง ”
“ การขยับขยายสวนผักเองก็คงจะทำได้เพียงแค่นี้ ”
“ มันเต็มความสามารถของพวกเจ้าแล้ว ” ซูฉีเห็นใจ
“ แล้วถ้าเช่นนั้นจะเอาอย่างไรต่อขอรับ ”
“ นั้นสิน่ะข้าคิดว่าจะหาคนงานเพิ่มแต่คงจะไม่ใช่เร็วๆนี้ ยามนี้ฤดูหนาวกำลังจะมาถึงพวกเราคงจำเป็นจะต้องรอรับฤดูหนาวนี้ก่อน”
“ พวกเราเองก็เตรียมการทั้งหมดเอาไว้ คุณหนูจะกังวลอันใดอีกขอรับ ” ฮุ่ยหวงเป็นคนที่ช่วยจัดเตรียมของหลายอย่าง
ในยามนี้จึงรู้ดีทุกอย่างถูกเตรียมการเอาไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมแซมบ้านให้มิดชิดกว่าเดิม หรืออาหารหรือแม้แต่เครื่องนุ่งห่มเองก็เตรียมเอาไว้ทั้ง
อย่างไรเสียพวกเขาเองก็คงจะผ่านหน้าหนาวนี้ไปได้อย่างแน่นอน
ซูฉีหันไปมองเด็กหนุ่มที่อยู่ภายในเมืองแห่งนี้มาตั้งแต่กำเนิด “ ในปีที่แล้วหนาวมากหรือไม่ ”
“ หนาวขอรับปีที่แล้วมีคนตายจากความหนาวเหน็บและความอดอยากภายในเมืองแห่งนี้ไปประมาณห้าสิบคน ”
“ แต่ในยามนี้ยังไม่เข้าสู่ฤดูหนาวเลย ร่างกายกับสัมผัสได้ถึงความหนาวขนาดนี้ ข้าคาดการณ์ว่าคงจะหนาวกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน ”
ฮุ่ยหวงตั้งแต่เกิดก็อาศัยอยู่ที่เมืองชายแดนแห่งนี้ ยามนี้จึงคาดการณ์สภาพอากาศได้ล่วงหน้า
คนท้องถิ่นร่วงรู้กันหมดว่าปีนี้น่าจะหนาวกว่าปีที่แล้ว แต่ก็ไม่มีผู้ใดรู้ว่ามันจะหนาวมากขนาดไหน
ซูฉีได้ยินเช่นนั้นนางขบคิดในใจ
“ คุณหนูกังวลอันใดอย่างนั้นหรือขอรับ ” ฮุ่ยหวงย้ำถามอย่างสงสัยมองเห็นหน้าของคุนหนูของมันกำลังวิตกกังวลบางอย่าง
“ ไม่มีอันใดข้าเพียงแค่คลิปบางอย่างเท่านั้น ” ซูฉีตอบกลับไปแม้ว่าบนใบหน้าของนางจะไม่คลายความกังวล
คนที่อยู่รอบๆเห็นใบหน้าที่วิตกของ แม้จะรู้เช่นนั้นแต่ก็ไม่สามารถเอ่ยปากถาม พวกมันรู้ดีคุณหนูของมันคงจะไม่ยอมบอก
….
ตกดึก
ซูฉีนั่งอยู่ภายในห้องนอนบรรยากาศด้านนอกนั้นเงียบสงัด ยามราตรีภายในเมืองชายแดนแห่งนี้ทั้งหนาวเหน็บทั้งมืดมิด
ซูฉีนั่งอยู่บนเตียงอันแข็งกระด้างนางเหลือบสายตามองไปด้านหน้า ภายในใจขบคิดหลายๆอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
‘ การที่มันปรากฏเช่นนั้นขึ้นมาแสดงว่าภายในหน้าหนาวที่จะมาถึงต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างแน่นอน ’
‘ ช่วยเหลือผู้คนภายในเมืองให้ผ่านพ้นหน้าหนาวอย่างระลึกมันจะมีอะไรที่ทำร้ายผู้คนได้ก็คงจะเป็นความหนาวเย็นความอดอยาก’
‘ ความหนาวถ้าเกิดว่าเราใช้ความคิดคิดดีดีบางทีอาจจะมีวิธีทางแก้… ’
ซูฉีกำลังขบคิดอย่างหนักเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางคิดว่านางจะสามารถบรรเทาความหนาวเหน็บที่กำลังจะมาถึงในฤดูหนาวในครั้งนี้ได้
แต่นางจำเป็นจะต้องใช้ความคิดสักหน่อย
จบบท