“ท่านน้าจริงๆ แล้วที่ข้ามาหาท่าน นอกจากมาเอาชุดที่สั่งตัดแล้ว ข้ามีเื่จะรบกวนท่านน้าด้วย”
“ว่ามาเลย เ้าไม่ต้องเกรงใจข้าหรอก” ในเมื่อฮุ่ยเหมยช่วยเธอไว้ตั้งหลายอย่าง เื่ที่ฮุ่ยเหมย้าให้เธอช่วย จึงไม่ใช่เื่หนักหนาอะไร
“ข้าอยากได้ที่นอนที่หนานุ่มมากๆ สี่หลัง เดี๋ยวข้าวาดขนาดให้ดูเ้าค่ะ แล้วก็หมอน ผ้าห่มนวมหนาๆ ด้วย เอาแบบเป็ชุด สีเดียวกัน สี่สี ท่านน้าจะหาให้ข้าได้หรือไม่ อีกหนึ่งอาทิตย์ข้าต้องใช้”
“เดี๋ยวข้าจัดการให้ อีกหนึ่งอาทิตย์เ้ามารับได้เลย”
ฮุ่ยเหมยกล่าวขอบคุณท่านน้าซื่อเหนียง พร้อมกับรับชุดที่สั่งไว้จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว ก็พาเสี่ยวหยางเดินทางไปทางร้านหนังสือ
“เสี่ยวหยาง เ้าอยากเรียนหนังสือหรือไม่ ถ้าอยากเรียนพี่จะให้เ้าไปโรงเรียน” เสี่ยวหยางตะลึงมองพี่รอง เขาหูฝาดไปหรือเปล่า อย่างเขาหรือจะได้มีโอกาสไปโรงเรียน
“ข้าอยากเรียนขอรับ แต่ข้าจะเรียนได้จริงหรือขอรับพี่รอง” เสี่ยวหยาง ขอบตาเริ่มแดง มองพี่รองด้วยสายตาสับสน
“บ้านเราไม่ลำบากเื่เงินแล้ว เ้าก็น่าจะเห็นว่าเรามีเงินเยอะมากแค่ไหน ทำไมจะส่งเ้าไปเรียนไม่ได้ ยิ่งถ้าถามพี่ใหญ่รับรองว่าเขาต้องสนับสนุนให้เ้าไปเรียนแน่นอน” ฮุ่ยเหมยยืนยันว่าน้องชายสามารถไปโรงเรียนได้
“ฮือๆ ฮือๆ” เสี่ยวหยางนั่งลงไป เอามือปิดหน้าร้องให้ไม่หยุด ฮุ่ยเหมยถึงกับต้องก้มตัวลง ดึงเอาน้องชายมากอดพร้อมกับโยกตัวเบาๆ
“ฮือๆ ข้าดีใจมากขอรับ ข้าจะได้ไปโรงเรียนแล้ว ข้าจะได้ไปเรียนหนังสือจริงๆ” เสี่ยวหยางร้องให้ออกมาด้วยความดีใจ กอดตอบฮุ่ยเหมยแน่น
คนเดินผ่านไปมาเห็นพี่สาวน้องชายกอดกันกลม ส่วนน้องชายน้ำตาไหลพราก เพราะดีใจที่จะได้เรียนหนังสือ ต่างก็ยิ้มอย่างเอ็นดู
“ต่อไปเ้าต้องตั้งใจเรียนนะ งั้นตอนนี้เราไปร้านหนังสือกันเถอะ พี่จะซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้เรียนหนังสือให้เ้า” ฮุ่ยเหมยดันน้องชายออก ดึงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาให้น้องชายด้วยรอยยิ้ม
พร้อมกับจูงมือกันเข้าไปในร้านหนังสือ ซื้อสิ่งที่้าเสร็จแล้ว พากันไปรอเกวียนท่านลุงหลี่ตรงบริเวณที่นัดกันไว้
เมื่อท่านลุงหลี่กับพี่หยุ่นอี้มาถึงจุดนัดหมาย เวลานี้เป็เวลาเลยบ่ายไปนิดหน่อย ฮุ่ยเหมยก็เลยพาทุกคนไปกินอาหารที่เหลาอาหาร
พี่หยุ่นอี้อิดออดไม่อยากไป
แต่เพราะมีท่านลุงหลี่ไปด้วยทุกคนจึงเข้าไปกินอาหารพร้อมกัน หลังจากกินอิ่ม ฮุ่ยเหมยขอความเห็นจากท่านลุงหลี่ว่า อยากได้รถม้าท่านลุงหลี่สามารถพาพี่หยุ่นอี้ไปซื้อที่ไหนได้
“เ้าไม่ต้องห่วง ข้าจะพาพวกเ้าไปเอง ดีที่พวกเ้าจะมีรถม้า แพงหน่อย แต่ไปไหนมาไหนจะได้สะดวกสบาย ดีกว่าเกวียนวัวของข้าอีกนะ”
ท่านลุงหลี่พาไปถึงที่ค้าสัตว์ที่มีทั้งวัว ล่อ ลา ม้า แล้วเกวียนมีทุกแบบ รถม้ามีทั้งแบบธรรมดาไปถึงรถม้าที่สวยงาม มีรองรับทุกความ้าจริงๆ
ท่านลุงหลี่ฝากเกวียนวัวตรงที่รับฝาก แล้วพาทุกคนเดินเข้าไปดูแต่ละคอก จนเจอม้าที่ทุกคนถูกใจ ท่านลุงหลี่ก็บอกว่าคอกนี้สะอาด ม้าก็มีแต่ตัวแข็งแรง ทุกคนก็เลยตัดสินใจว่าเอาตัวนี้
พวกเราเลือกรถม้าขนาดกลางที่ไม่ดูหรูหรา แต่ไม่ธรรมดาเกินไป เมื่อเลือกได้แล้วก็ได้รถเทียมม้าของครอบครัว ส่วนเสี่ยวหยางไม่สนใจอะไรยืนยิ้มมือก็ลูบม้าไปมาอยู่ตรงนั้น
ขั้นต่อไปคือให้พี่หยุ่นอี้หัดขับรถม้า โดยคอกม้าที่เราซื้อม้าจะมีคนสอนบังคับรถม้าให้ฟรี พี่หยุ่นอี้หัดประมาณหนึ่งชั่วยามก็เริ่มคล่อง
ฮุ่ยเหมยจึงจ่ายค่าม้าและค่ารถม้าไปทั้งหมด 35 ตำลึงทอง ซึ่งถือว่าแพงมาก ตอนนี้ทั้งพี่หยุ่นอี้และเสี่ยวหยางเห่อรถม้านี้มาก
พี่หยุ่นอี้นั่งบังคับม้านอกรถม้า เสี่ยวหยางก็ไปนั่งดูม้าด้านนอกด้วย ฮุ่ยเหมยจึงเป็คนเดียวที่นั่งอยู่ด้านในรถม้า กับข้าวของไม่กี่อย่าง มีห่อผ้าใส่ชุดที่รับจากร้านผ้าของท่านน้าซื่อเหนียง กับข้าวของเตรียมเรียนหนังสือของเสี่ยวหยางเท่านั้น
โดยตอนนี้มีเกวียนวัวของท่านลุงหลี่อยู่ข้างหน้า พี่หยุ่นอี้บังคับรถม้าตามไปช้าๆ จนถึงหมู่บ้าน ท่านลุงหลี่ถึงแยกตัวกลับบ้านไป