หนิงเหอทำหน้าที่จัดตารางเวลาการทำงานให้หลิงอี้ได้ดีไม่ว่าหลิงอี้มีปัญหาในเื่ข้อตกลงในการทำงาน หนิงเหอจะคอยแก้ปัญหาพูดคุยต่อรองแทนหลิงอี้ให้เหตุผลกับลูกค้าข้อแม้ใดๆ ที่หลิงอี้ไม่สะดวกใจที่จะทำฉันจะต้องหาวิธีหลีกเลี่ยงให้เขาได้เสมอทำให้หลิงอี้พอใจการทำงานของหนิงเหออยู่ไม่น้อย พูดชมหนิงเหอให้พี่สาวฟังอยู่บ่อยครั้ง
หลิงฟานค่อยโล่งใจที่น้องชายพอใจการทำงานของเด็กปั้นของเธอ หลิงอี้เป็คนค่อนข้างละเอียด ใส่ใจกับผลงานของเขาทุกชิ้นหนิงเหอช่วยเขาได้มาก ลดความกดดันในเื่ข้อตกลงในการพรีเซนต์ผลงาน ตอนนี้เวลาที่รับงาน ทำให้เขารู้สึกสบายใจและสร้างผลงานออกมาได้อย่างดีเยี่ยม
หากหนิงเหอทำได้ดีแบบนี้ไปเรื่อยๆหลิงฟานคงวางใจและกล้าพอที่จะตัดสินใจวางมือ หลายปีมานี้หลิงฟานอดทนคิดหาทางออกให้ตัวเองมาโดยตลอดที่ผ่านมาเธอทำเพื่อมาม๊ากับน้องชายไม่เคยได้ทำในสิ่งที่ตัวเอง้า หลิงฟานทำหน้าที่ดูแลน้องชายอย่างสุดกำลังไม่เคยเอ่ยปากบ่นสักคำ“ใกล้ถึงเวลาที่เธอต้องเลือกทางเดินชีวิต......ทำตามหัวใจตัวเองเสียที”
หลิงฟานย้อนนึกถึงคนที่เธอรัก เกาหยางชายหนุ่มที่คบกันมาั้แ่สมัยเรียนชั้นม.ปลายเขาและเธอรักกันมากคบหาดูใจกันมาอย่างยาวนาน เคยให้สัญญากันไว้ว่าพอเรียนจบมหาวิทยาลัยจะเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศด้วยกัน สุดท้ายหลิงฟานกลายเป็คนผิดคำสัญญาเธอไปต่างประเทศกับเขาไม่ได้!! หลิงฟานตัดสินใจบอกเลิกกับเกาหยางเพราะไม่อยากให้เขาต้องรอโดยไม่มีจุดหมายปลายทางหลิงฟานไม่สามารถละทิ้งครอบครัวไปได้ ทั้งที่ตัวหลิงฟานเองก็เ็ปกับการบอกเลิกในครั้งนั้นส่วนเกาหายางก็เสียใจมากเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จำใจจากหลิงฟานไปเรียนต่อต่างประเทศ
่เวลานั้น !! หลิงอี้พึ่งเริ่มมีชื่อเสียง มาม๊าต้องดูแลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังตกอยู่ในภาวะขาดทุนที่ป๊าทิ้งไว้ทำให้หลิงฟานจำเป็ต้องเข้ามาเป็ผู้จัดการส่วนตัวให้น้องชายตามคำสั่งของมาม๊าหลิงฟานไม่สามารถเลือกทำตามหัวใจตัวเอง ครอบครัวเรามีกันอยู่เพียง 3คนป๊าป่วยด้วยโรคหัวใจจากพวกเราไปั้แ่หลิงอี้อายุ 5ขวบ ตอนนั้นหลิงฟานอายุ 11ปีพอจะรับรู้เื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้น
เมื่อป๊าเสียชีวิตกะทันหันมาม๊าต้องเข้าไปบริหารงานแทนป๊า ไม่มีเวลาจะมาดูแลลูกๆหลิงฟานจึงต้องเป็คนค่อยดูแลน้องชายนับแต่นั้นมา ยังดีที่น้องชายเป็เด็กน่ารักยิ้มง่าย อารมณ์ดี หลิงอี้จึงเปรียบเสมือนของขวัญสำหรับครอบครัวเรา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเกาหยางพยายามติดต่อหลิงฟานอยู่ตลอด ทุกเทศกาล วันเกิด ปีใหม่จะส่งข้อความอวยพรและส่งของขวัญมาให้หลิงฟานไม่เคยขาด เกาหยางมิได้กดดันหลิงฟานว่า้ากลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม เขาขอเพียงให้เรา2คนได้คบหากันอย่างเพื่อนที่ดีพูดคุยกันแบ่งปันเมื่อมีความสุขหรือปรึกษากันในยามมีเื่ทุกข์ใจก็พอ เมื่อเกาหยางเรียนจบเขาก็ตัดสินใจทำงานต่อที่ต่างประเทศเส้นทางระหว่างเธอกับเขาไม่มีทางที่จะกลับมากันหลิงฟานเฝ้าเสียใจว่าเหตุใดเธอกับเขาจึงไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้เหมือนคู่รักคู่อื่น เกาหยางบอกกับหลิงฟานว่าไม่ว่าเธอจะตัดสินใจอย่างไรเขาก็จะรอไม่มีวันเปลี่ยนใจไปจากเธอแน่นอนหลิงฟานคิดหาวิธีให้ตัวเองได้กลับไปใช้ชีวิตในแบบที่เธอ้า สุดท้ายเธอก็หาทางลงให้กับตัวเองได้สำเร็จ
เช้านี้หลิงฟานขับรถไปส่งหลิงอี้ที่โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ “เลิกเรียนแล้วเจี่ยเจี๊ยจะมารับนะ” จะไปที่ไหนเหรอครับ?? “จะไปทำธุรกิจแถวนี้นิดหน่อย” อืม...ครับ ขับรถระวังๆ หน่อยแล้วกันนะครับ(หลิงอี้รู้สึกสงสัยกับท่าทางของพี่สาว สีหน้าเธอดูไม่ค่อยจะสู้ดีเหมือนมีเื่อะไรในใจแต่ไม่ยอมบอก) หลิงฟานพยักหน้ารับน้องชาย แล้วขับรถตรงไปที่บ้านมาม๊า หลิงฟานโทรเช็คกับเลขาของมาม๊า จึงรู้ว่าวันนี้มาม๊าของเธอไม่ได้มีนัดออกไปไหนเมื่อมาถึงหน้าบ้านหลิงฟานจอดรถและเดินตรงเข้าไปที่ห้องรับแขก ถามว่ามาม๊าของเธออยู่ที่ไหนเด็กรับใช้ตอบว่าอยู่ที่สวนหลังบ้าน
หลิงฟานกล่าวคำสวัสดีหญิงสูงวัยที่ยืนรดน้ำต้นไม้รีบหันกลับมาตามเสียง “หลิงฟานวันนี้ว่างมาหามาม๊าเหรอจ๊ะ หลิงอี้ล่ะไม่ได้มาด้วยกันเหรอ” พอเห็นหน้าผู้เป็แม่หลิงฟานรู้ดีว่าสิ่งที่เธอกำลังจะพูดคงเป็การทำร้ายจิตใจมาม๊าที่สุด มาม๊าเลี้ยงลูกๆ ตัวคนเดียวมาโดยลำพังอย่างยากลำบาก มาม๊าทำงานหนักก็เพื่อให้เธอกับน้องชายได้มีชีวิตที่ดี “น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจากตา แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจมาดีแล้วเธอต้องทำให้ได้”
หลิงฟาน : วันนี้น้องมีเรียนศิลปะการต่อสู้หนูไปส่งน้องเสร็จจึงแวะเข้ามาหามาม๊าค่ะ คือ...หนูมีเื่ส่วนตัวอยากคุยกับมาม๊า ยังไม่อยากให้หลิงอี้รู้เื่นี้
มาม๊า: หลิงฟานมีเื่อะไรจะบอกกับมาม๊าก็พูดมาได้เลย (สังเกตเห็นลูกสาวดูสีหน้าไม่ค่อยดี มีเื่อะไรกันนะ)
หลิงฟาน :หนูจะมาขออนุญาตแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ต่างประเทศค่ะ
มาม๊า: อ้อ...เื่นี้เอง(ตอบลูกสาวด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก) ก่อนหน้านี้ที่มาม๊าให้หลิงฟานอยู่ดูแลหลิงอี้เพราะตอนนั้นลูกสาวอายุยังน้อยเกินไป การไปอยู่ต่างประเทศจะประคับประคองชีวิตคู่ได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ไม่มีใครตอบได้ “หากเกาหยางจริงใจรักมั่นคงกับลูกจริงยังไงเขาต้องรอลูกได้เวลาจึงจะเป็เครื่องพิสูจน์ความจริงใจของคนได้ดีที่สุด”
หลิงฟาน : มาม๊าทราบเื่นี้อยู่แล้วทำไมมาม๊าถึงไม่เคยถามหนูสักคำ
มาม๊า : “พอจะรู้มาบ้าง เห็นลูกอยากจะปิดบังมาม๊าก็เลยไม่อยากถาม” หลิงฟานขอบคุณลูกมากที่เสียสละตัวเอง เพื่อมาม๊ากับน้องมาตลอดหลายปีนี้ถึงเวลาที่ลูกควรทำตามหัวใจตัวเองได้แล้ว ส่วนเื่หลิงอี้ไม่ต้องห่วงขอเวลามาม๊าหน่อยมาม๊าจะหาคนมาดูแลน้องแทนลูกเอง
หลิงฟาน : (เหมือนได้ยกูเาออกจากอกไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่ท่านให้เธอผูกติดอยู่กับน้องชายก็เพราะห่วงลูกสาวคนนี้นี้เอง) หนูหาไว้ให้น้องแล้วค่ะ ชื่อว่าหนิงเหอ เด็กคนนี้ทำงานกับหนูมาหลายปีไว้ใจได้ค่ะ หนูให้ทดลองทำงานร่วมกับหลิงอี้มาระยะหนึ่งแล้วหลิงอี้ดูจะพอใจการทำงานของหนิงเหออยู่มาก
มาม๊า: หนิงเหอเป็ใครมาจากไหนไว้ใจได้จริงหรือ??
หลิงฟาน : มาม๊าจำเด็กที่ช่วยพาหลิงอี้ไปส่งที่โรงพยาบาลได้ไหมคะเด็กคนนั้นก็คือหนิงเหอ หนูลองใจเธอมาหลายครั้ง เสนอเงินให้เธอก็ไม่รับหนูเลยให้เธอมาทำงานที่สตูดิโอชีชวนของเรา ระหว่างทำงานหนิงเหอไม่เคยบอกใครเื่ที่เคยช่วยหลิงอี้และไม่เคยถามหาหรือพยายามติดต่อหลิงอี้เลยสักครั้ง หนิงเหอดูเป็เด็กที่รู้ความว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ
มาม๊า : หากเป็เช่นนั้นจริงและหลิงอี้พอใจที่จะทำงานกับเด็กคนนั้นก็ตามใจน้องแล้วกัน (เด็กคนนี้ต้องมีอะไรพิเศษพอตัวปกติหลิงอี้ไม่ใช่คนที่จะพอใจใครง่ายๆ)
หลิงฟานดีใจมากที่มาม๊าเข้าใจเธอยินยอมปล่อยให้เธอได้แต่งงานกับคนที่เธอรัก แถมยังให้หนิงเหอมาเป็ผู้จัดการส่วนตัวให้หลิงอี้ปัญหาต่อไปที่เธอต้องจัดการคือเ้าน้องชายตัวดี ไม่รู้ว่าจะยอมรับหนิงเหอหรือไม่
หลิงฟานมารับหลิงอี้ที่โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้น้องชายฝึกเสร็จกำลังเดินมาเปิดประตูขึ้นมานั่งในรถ “เหนื่อยไหม เหงื่อเต็มตัวเชี่ยว” นิดหน่อยครับ หลิงอี้พี่มีเื่สำคัญจะบอกไว้ถึงบ้านอาบน้ำเสร็จเราค่อยคุยกัน (เจี่ยเจี๊ยไปทำอะไรมาเมื่อเช้ายังดูสีหน้าไม่ค่อยดีแต่ตอนนี้ทำท่าอารมณ์ดีขึ้นมากจนผิดปกติ)
หลิงอี้ฟังพี่ให้ดี!! ต่อไปพี่จะไม่ได้อยู่ดูแลนาย “พี่แล้วจะไปไหนครับ” พี่จะแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ต่างประเทศพี่จะให้หนิงเหอมาทำหน้าที่ทุกอย่างแทนพี่ (ชายหนุ่มใ...เมื่อได้ยินเื่ที่พี่สาวบอก...เขารู้สึกเหมือนกำลังจะถูกทิ้ง)“ผมดูแลตัวเองได้” น้ำเสียงประชดนิดๆ หากแต่ในใจนั้น....กลับน้อยใจที่พี่สาวจะทิ้งเขากับมาม๊าไปกับผู้ชายคนอื่นอย่าพึงโมโหฟังพี่ให้จบก่อน
งานที่นายทำ...นายทำคนเดียวไม่ได้ยังไงก็ต้องมีผู้ช่วยและหนิงเหอก็เป็ตัวเลือกที่ดีสุดในตอนนี้ นายเองก็ทำงานเข้าขากันดีกับหนิงเหอมิใช่เหรอ เจี่ยเจี๊ยไม่เข้าใจผมหรอกผมต้องร่วมกิน ร่วมอยู่ กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ หน้าเธอผมก็ยังไม่เคยเห็นผมไม่ได้สนิทใจกับหนิงเหอขนาดนั้นเธอไม่ได้เป็คนในครอบครัวเรานะ “ใจเย็นๆอย่าพึงโวยวาย เจี่ยเจี๊ยรับรองว่าถ้านายได้เห็นหน้าหนิงเหอ นายต้องไม่ปฏิเสธเธอแน่”