บทที่ 30 คุณอาฟู่มาช่วยแล้ว
คนอื่น ๆ ต่างเริ่มลังเลใจ ไม่รู้ว่าควรจะเข้าข้างฝ่ายไหนดี
ถึงแม้ว่าเื่ที่เจียวม่านหนิงกับฟู่อวิ๋นจือเป็ชู้กันจะไม่ถูกต้อง แต่หลีเกอก็ไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่พูดเพราะเธอก็ยังไปผับบาร์แล้วก็เข้าโรงแรมกับผู้ชาย
ในตอนนั้นจอใหญ่ที่ปิดเงียบมานานก็สว่างขึ้นอีกครั้ง
ภาพวิดีโอเป็ภาพในขณะที่หลีเกอกำลังเดินไปจับสามีและชู้ในโรงแรม แต่เสียงพูดเป็ของฟู่อวิ๋นจือและเจียวม่านหนิง
เจียวม่านหนิงพูดว่า “รอให้ถึงวันเกิดของหัวหน้าแผนกเธอก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นฉันจะมอมเหล้าเธอให้เมาแล้วหาคนส่งเธอไปโรงแรม ยังไงเธอก็ดิ้นไม่หลุดแน่ ดูสิว่าจะยังมีหน้าอยู่ที่บริษัทฟู่อีกหรือเปล่า?”
ฟู่อวิ๋นจือชมว่า “ที่รัก คุณนี่ฉลาดจริง ๆ วางแผนได้ละเอียดรอบคอบขนาดนี้ ผมโชคดีจริง ๆ ที่มีคุณ!”
“ใช่แล้ว ฉันก็เพราะฉันรอให้พวกคุณหย่ากันอยู่!”
“...”
ไฟล์เสียงสั้น ๆ เพียงไม่กี่ประโยคทุกคนฟังแล้วก็ต้องตะลึงตาค้าง
เจียวม่านหนิงก็ใเช่นกัน เธอไม่คิดว่าหลีเกอจะอัดเสียงไว้ แบบนี้ทำให้เธอเสียเปรียบมากกว่าวิดีโอพวกนั้นเสียอีก
“นี่ไม่ใช่เื่จริง เสียงนี้ต้องถูกตัดต่อแน่!”เจียวม่านหนิงพูดอย่างร้อนรน “ฉัน ฉันจะพูดแบบนั้นได้ยังไง? ฉันไม่ได้พูด!”
“ผู้จัดการเจียวคุณคิดว่าพวกเราโง่หรือไง คุณนี่แย่มากเลยนะแย่งสามีเธอยังไม่พอ ยังคิดจะทำลายชื่อเสียงเธออีก”
“ใช่แล้ว ฉันว่ารูปพวกนี้ต่างหากที่ตัดต่อมา!”
“หลีเกอกำลังใส่ร้ายฉัน เธอใส่ร้ายฉัน!” ไม่ว่าเจียวม่านหนิงจะอธิบายยังไง ทุกคนก็ไม่เชื่อเธอแล้ว
เจียวม่านหนิงโกรธแทบจะเป็บ้า
เธอคิดว่าตัวเองฉลาดเหนือคนอื่นมาตลอด แต่กลับไม่คิดว่าจะพลาดท่าเสียทีให้กับหลีเกอ!
เจียวม่านหนิงหันไปเห็นหลีเกอยิ้มเยาะเย้ย เธอทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าใส่หลีเกอทันที
“หลีเกอ นังคนสารเลว!”
เธอพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เล็บข่วนโดนตัวหลีเกอ หลีเกอที่สวมรองเท้าส้นสูงพอดี ถอยหลังไปเซและข้อเท้าพลิก จนเธอย่นคิ้วด้วยความเ็ป แต่ก็มีคนมาประคองเอวเธอไว้ได้ทัน
กลิ่นหอมเย็นที่ปลายจมูกทำให้ทั้งตัวของเธอแข็งทื่อ เมื่อหันหน้ากลับไปก็เห็นเป็ฟู่ซือเหยียน ไม่รู้ว่าเขามาั้แ่เมื่อไหร่ เขาคนนี้ประคองเธอไว้ เธอเลยไม่ล้มลงไป
“คุณอา…ประธานฟู่” หลีเกอรีบเปลี่ยนคำพูดและถอยห่างจากเขา
รอบข้างมีแต่คน ถ้าพวกเขาเห็นเข้าก็คงไม่ดี จะต้องมีข่าวลืออีกแน่ ๆ
ฟู่ซือเหยียนดึงมือกลับอย่างใจเย็นราวกับไม่เคยสนใจหลีเกอมาก่อน เขาขมวดคิ้วและสีหน้าเคร่งขรึมด้วยสถานการณ์ตรงหน้า
“ทำไมบริษัทถึงวุ่นวายแบบนี้ มีเื่อะไรกัน?”
ทันทีที่เขาพูดจบฝูงชนที่ส่งเสียงดังก็เงียบลง ทุกคนเพิ่งรู้ว่าเ้านายใหญ่มาแล้ว
แปลกจัง ท่านประธานฟู่ไม่ใช่ดูแลแค่บริษัทต่างประเทศหรอกเหรอ? กลับมาจัดการเื่ในประเทศก็ไม่ค่อยมาที่บริษัทไม่ใช่เหรอ?
แต่ทุกคนก็ไม่กล้าถามอะไรมากนัก ต่างก้มหน้าแล้วก็กล่าวทักทาย
“ท่าน ท่านประธานฟู่” เจียวม่านหนิงก็เริ่มตื่นตระหนก เธอไม่คิดว่าฟู่ ซือเหยียนจะกลับมา แถมตัวฟู่ซือเหยียนเองก็เกลียดพนักงานที่ชอบก่อเื่วุ่นวายที่สุด คราวนี้เื่แย่แล้ว
ฟู่ซือเหยียนยืนล้วงกระเป๋าข้างหนึ่ง กวาดสายตามองทุกคนอย่างไม่แยแส แล้วถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เกิดอะไรขึ้น ไม่ทำงานกันหรือไง? ทำไมถึงมายืนอยู่ที่ล็อบบี้กันหมด โดยเฉพาะเธอผู้จัดการเจียว”
เมื่อถูกเอ่ยชื่อเจียวม่านหนิงก็หน้าซีดเผือด
เธอกัดฟันแล้วชี้นิ้วไปที่หลีเกอ “ท่านประธานฟู่คะ หลีเกออ้างว่ามีปัญหาทางเพศ ไม่ยอมให้สามีแตะต้อง แต่กลับไปผับแล้วเข้าโรงแรมกับผู้ชาย แถมยังตัดต่อเสียงมาใส่ร้ายฉันด้วยค่ะ”
“ผู้จัดการเจียว คุณทำเกินไปแล้วนะ!” หลี่เจี๋ยอวี๋อดไม่ได้ที่จะพูดแทน หลีเกอ “คุณเป็ชู้กับสามีของเธอยังไม่พอแต่ยังสมคบคิดกับสามีของ หลีเกอเพื่อใส่ร้ายเธอ คุณยังมีหน้ามาพูดว่าเธอใส่ร้ายคุณอีกงั้นเหรอ? เสียงที่อัดนั่นพวกเราได้ยินกันชัดเจน ไม่มีใครหูหนวกสักหน่อย!”
ฟู่ซือเหยียนขมวดคิ้วเหมือนกำลังตัดสินใจว่าใครพูดถูก แต่ก็เห็นรูปถ่ายที่หล่นอยู่ที่พื้น เพียงแค่มองปราดเดียวก็จำได้ว่าเป็แผ่นหลังของตัวเอง
เขามองไปที่ผู้ช่วยจางที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาตำหนิ
“ผมแน่ใจว่าตอนนั้นไม่มีนักข่าว ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีของแบบนี้ได้” ผู้ช่วยจางพูดเสียงเบา “เดี๋ยวผมจะไปสืบให้ แล้วจะมารายงานให้ท่านประธานทราบครับ”
จู่ ๆ จอ LCD ก็เล่นบทสนทนาระหว่างเจียวม่านหนิงกับฟู่อวิ๋นจือซ้ำอีกครั้ง
ฟู่ซือเหยียนฟังจบแล้วก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น มองไปที่เจียวม่านหนิง “ผู้จัดการเจียว คุณจะอธิบายเื่นี้ยังไง?”
“ปะ…ประธานฟู…คือ…ฉัน”เจียวม่านหนิงพูดตะกุกตะกัก
ในตอนนั้น ผู้จัดการซ่งจากแผนกทรัพยากรบุคคลพยายามเบียดตัวออกมาจากฝูงชน เมื่อเขาเห็นว่าฟู่ซือเหยียนก็อยู่ที่นี่ด้วย “ท่านประธานฟู่ มาที่บริษัทได้ยังไงครับ?”
“มาจัดการธุระนิดหน่อย…มีอะไรหรือเปล่า?”
ผู้จัดการซ่งเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก พูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ว่า “คืออย่างนี้ครับ นักออกแบบที่บริษัทเราไปเชิญมาจากมหาวิทยาลัยด้วยตัวเองนั้น ได้ออกไปแล้ว ผมกำลังตามหาเธออยู่ครับ”
“คุณหมายถึงฉันหรือเปล่าคะ?” หลี่เจี๋ยอวี๋โผล่ออกมา
“คุณหลี่ คุณยังอยู่เหรอครับเนี่ย?” เมื่อเห็นหลี่เจี๋ยอวี๋แล้ว ผู้จัดการซ่งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ยังไม่ไปก็ดีแล้ว ถ้าคุณไม่พอใจเื่สวัสดิการ เรายังคุยกันใหม่ได้นะครับ”
“ฉันพอใจมากเลยแหละค่ะ แต่ผู้จัดการเจียวบอกว่าจะไล่ฉันออก” หลี่เจี๋ยอวี๋ทำหน้าเศร้า “ตอนนั้น หลีเกอมาหาผู้จัดการเจียวที่แผนกวางแผน บอกผู้จัดการเจียวว่าตัวเองไม่ได้รับเงินใต้โต๊ะ แต่ผู้จัดการเจียวไม่เชื่อ”
“ถึงฉันจะเพิ่งมาบริษัทฟู่เป็ครั้งแรก แต่ก็ได้อ่านระเบียบพนักงานแล้ว รู้ว่าทางบริษัทมีกฎอะไรบ้าง ฉันเลยบอกผู้จัดการเจียวว่าหัวหน้าห้ามยุ่งเื่ข้ามแผนก ผู้จัดการเจียวก็โกรธ”
“เจียวม่านหนิง คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ยห๊ะ!” ผู้จัดการซ่งมองเจียวม่านหนิงด้วยความไม่พอใจ “คนในแผนกแปลมีปัญหา ก็ควรเป็ความรับผิดชอบของหัวหน้าแผนกหลิว คุณไปยุ่งอะไรด้วย?”
ผู้จัดการซ่งรู้สึกโกรธมาก
ตอนนี้บริษัทฟู่ยิ่งหาคนยาก ๆ อยู่ กว่าเขาจะได้หลีเจี๋ยอวี๋มา เขาต้องแย่งชิงกับคนจากบริษัทอื่นแทบตาย แต่ในที่สุดก็พาเธอเข้ามาได้
แล้วเจียวม่านหนิงนี่โง่หรือไง ตัวเองเป็ผู้จัดการฝ่ายวางแผน ไม่รู้หรือไงว่านักออกแบบเก่ง ๆ หายากแค่ไหน? ยังจะมาไล่คนอีก!
“พะ...เพราะหัวหน้าแผนกหลิวไม่อยู่ ฉันเลย…” เจียวม่านหนิงตื่นตระหนกมาก เธอพยายามดิ้นรนทำงานในบริษัทฟู่มานาน และกว่าจะได้ตำแหน่งนี้มาไม่ใช่เื่ง่าย เธอจึงไม่อยากโดนไล่ออก
เธอต้องแสดงท่าทางอ่อนน้อมก่อน!
“ฉันผิดเอง ฉันขอโทษด้วยค่ะคุณหลี่เจี๋ยอวี๋” เจียวม่านหนิงขอโทษหลี่
เจี๋ยอวี๋ก่อน แล้วตอนเผชิญหน้ากับฟู่ซือเหยียน เธอก็ยิ่งก้มหัวต่ำลงไปอีก “ท่านประธานฟู่ ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันผิดไปแล้วค่ะ”
“จริง ๆ ก่อนหน้านี้ฉันรู้ว่าฟู่อวิ๋นจือแต่งงานแล้ว ฉันเคยปฏิเสธเขาไปแล้ว แต่เขาก็ยังตามตื๊อฉันตลอด แล้วยังบอกว่าภรรยาของเขาไม่เอาไหน ฉันรู้สึกเหมือนโดนเขาหลอกให้เชื่อทุกอย่าง”
หลีเกอมองเจียวม่านหนิงแสดงละคร ก็อดชื่นชมไม่ได้
ฝีมือการแสดงไม่เลวเลยจริง ๆ
รู้ว่าฟู่ซือเหยียนจะต้องสอบสวน เธอจึงยอมรับผิดแต่โดยดี แถมโยนความผิดให้ฟู่อวิ๋นจืออีก ถ้าหากฟู่อวิ๋นจือที่นอนอยู่โรงพยาบาลได้ยินคำพูดของเจียวม่านหนิง จะรู้สึกยังไงนะ?
“ท่านประธานฟู่คะ ฉันทำงานที่บริษัทฟู่มาหลายปีแล้ว ผลงานที่ผ่านมาคุณก็น่าจะทราบดี” เจียวม่านหนิงร้องไห้จนเครื่องสำอางเลอะหน้าเต็มไปหมด น้ำเสียงสั่นเครือ “ฉันยอมรับการลงโทษทุกอย่างค่ะ”
“ให้ฝ่ายบุคคลไปคำนวณเงินเดือน” ฟู่ซือเหยียนพูดขัดขึ้น สีหน้าเคร่งขรึม
“ท่าน...ท่านประธานฟู่?” เจียวม่านหนิงไม่อยากเชื่อ ที่บริษัทฟู่ไล่เธอก็เพราะเื่แบบนี้เนี่ยนะ? “หลายปีมานี้ ฉันทุ่มเททำงานให้บริษัทอย่างเต็มที่ ท่าน…”
ฟู่ซือเหยียนย้อนถามกลับ “หมายความว่าคนอื่นไม่ได้ทุ่มเททำงานให้บริษัทอย่างเต็มที่หรือไง?”
