ตอนที่ 6
เมื่อลงจากรถไฟแล้ว จึงได้มองหาทางที่จะเดินทางเข้าไปในหมู่บ้าน เพราะว่าไม่รู้ว่ะจะเข้าไปในหมู่บ้านอันอันได้อย่างไร แต่เมื่อกำลังมองหาทางอยู่นั้นกับได้เจอกับผู้หญิงสองคนที่อยู่บนรถไฟ และกำลังพยายามที่จะแบกกระเป๋าหลายใบอยู่สงสัยจะย้ายบ้านมาที่หมู่บ้านชนบทแห่งนี้อย่างแน่นอน จึงไม่ได้คิดที่จะสนใจอีก เพราะด้วยทั้งสองคนเป็คนที่น่ารำคาญไม่น้อย เสียงดังน่ารำคาญมาก
และยังมีผู้ชายอีกสองคนที่ซื้อซาลาเปาก็ลงที่สถานีนี้เหมือนกัน หรือว่าพวกเขาก็เป็ยุวปัญญาชนที่ต้องมาทำงานที่ชนบทเหมือนกับเธอหรือเปล่านะ แต่ขออย่างเดียวอย่าได้อยู่หมู่บ้านเดียวกับผู้หญิงทั้งสองคนนั้นเลย เพราะถ้าเป็อย่างนั้น คงจะน่ารำคาญไม่น้อย
"ลุงคะ ฉัน้าไปที่หมู่บ้านอันอัน ต้องไปอย่างไรหรือคะ" เมื่อมองเห็นลุงที่ดูแล้วท่าทางใจดีจึงได้เข้าไปถามทันที
"ตอนนี้ไม่มีเกวียนรับจ้างแล้ว คงต้องเดินเข้าไป ชั่วโมงหนึ่งก็ถึงแล้ว แต่ถ้าไม่สามารถเดินเข้าไปได้หรือเดินไม่ไหว ต้องไปหาเกวียนรับจ้างเอา"
ตอบออกไปพร้อมทั้งมองเด็กสาวที่เข้ามาถามว่าจะไปที่หมู่บ้านทำไมกันนะ จะว่ามีญาติอยู่ที่นั่นก็ไม่น่าจะใช่ เพราะเขาไม่คุ้นหน้าเลยสักนิดเดียว
"อย่างนั้นหรือคะ แล้วต้องเดินไปทางไหนคะ"
"หนูไปทำไมที่หมูบ้านอันอันกันล่ะ" ไม่ได้ตอบทันที แต่ถามกลับมาแทน
"หนูเป็ยุวปัญญาชนที่ถูกส่งมาทำงานหน่วยผลิตที่หมู่บ้านนี้ค่ะ" ซีฟางหรูตอบออกไป
"อย่างนั้นหรือ ลุงเองก็เป็คนจากหมู่บ้านอันอันเหมือนกัน ลุงชื่อลุงโจว เดี๋ยวเดินกลับไปที่หมู่บ้านพร้อมกันก็ได้" เมื่อได้รู้จุดประสงค์ จึงได้บอกเด็กสาวอย่างใจดี
"ได้ค่ะ อย่างนั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ หนูชื่อซีฟางหรูค่ะ"
"ลุงครับ พวกเราสองคนขอเดินไปด้วยนะครับ ผมห่าวอู๋จวิน ส่วนนี่เพื่อนผม หลี่ไห่เฉียงครับ" ทั้งสองคนที่ได้ยินบทสนทนา จึงได้รีบพูดออกมาทัยที
"เป็ยุวปัญญาชนเหมือนกันหรือ"
"ใช่แล้วครับ"
"หนูเองก็ขอไปด้วยเหมือนกันค่ะ หนูหวังลี่ซือค่ะ"
แต่เหมือนคำขอของเธอจะไม่เป็อย่างที่้า เพราะสิ่งที่เธอหวังเอาไว้ไม่เป็ความจริงเลยสักนิดเดียว
"ลุงค่ะ พวกเราสองคนไปด้วยเหมือนกันค่ะ ฉันเลี่ยงรุ่ยฮวา ส่วนเพื่อนของฉัน โยวจินลี่ค่ะ"
"โอ้ มียุวปัญญาชนมาช่วยงานหลายคนเลย แต่หนูสองคนแน่ใจนะว่าจะเดินเข้าหมู่บ้านไปไหว เพราะของพวกหนูสองคนเยอะมากเลย ลุงว่าหาเช่าเกวียนกลับกันไปไม่ดีกว่าหรือ ถ้าของเยอะอย่างนี้คงจะแบกไปไม่หมดหรอกนะ" เขามองเด็กสาวที่คนของมาเยอะมาก คงจะเดินกลับหมู่บ้านไม่ถึงอย่างแน่นอน จึงได้พูดขึ้นมา
"แล้วค่าจ้างแพงหรือเปล่าคะ"
"น่าจะสองหยวนน่ะ"
"อย่างนั้นพวกเธอจะไปด้วยหรือเปล่า จะได้ช่วยกันหารค่าเช่าเกวียนรับจ้าง" ในเมื่อต้องจ้างเกวียนแล้ว ถ้าไปหลายคนก็จาสามารถจ่างค่าจ้างในราคาถูกไปด้วย
"ไปค่ะ/ไปครับ"
และเมื่อทั้งหมดตกลงที่จะหาเกวียนรับจ้าง เพราะว่าไม่อยากจะเดิน ลุงโจวจึงได้เดินไปหาให้ เพราะเขาเองก็ไม่อยากที่จะเดินกลับเหมือนกัน และผ่านไปไม่นานลุงโจวก็กลับมาพร้อมกับเกวียนวัว ที่ผ่านการใช้งานมานานแล้ว แต่มันคงยังใช้ได้อยู่ ซีฟางหรู มองอย่างกับไม่เคยเห็นมาก่อน อาจจะเป็อย่างนั้นก็ได้ เพราะนี่จะเป็การนั่งเกวียนครั้งแรกในชีวิตของเธอก็ว่าได้
"เด็กๆนี่ลุงหวังเป็คนบังคับเกวียนรับจ้างของหมู่บ้านของเรา ต่อไปถ้าจะเข้าไปในเมืองก็ต้องพึ่งพาลุงหวังคนนี้ พอดีเลย เขามาส่งคนและกำลังจะกลับเข้าหมู่บ้าน เข้าเอาค่าจ้างคนละสองเหมาตกลงหรือเปล่า"
"ได้ครับ / ได้ค่ะ"
หลังจากนั้นทั้งหกคนต่างก็แนะนำตัวเองให้ลุงหวังรู้จัก เพราะอย่างไรแล้วก็คงจะต้องเห็นหน้าเห็นตากันไปอีกนาน เท่าที่ทั้งหกคนจะอยู่ในหมู่บ้านนี้
จากนั้นทุกคนต่างก็ไปที่เกวียน เพื่อที่จะได้กลับไปหมู่บ้าน มีเพียงสองคนที่ไม่รู้ว่าขนอะไรมาเยอะแยะ จนทำให้ยุวชนชายสองคนต้องเข้าไปช่วยยกของขึ้นเกวียน ไม่อย่างนั้นคงได้กลับไปถึงหมู่บ้านช้าอย่างแน่นอน
เมื่อเกวียนถูกบังคับให้ออกเดินทาง ทำให้รู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก เพราะถึงแม้มันจะโยกเยกไปบ้างแต่รวมๆ แล้วก็ให้ความรู้สึกและแปลกใหม่เป็อย่างมาก แต่จะดีกว่านี้มาก ถ้าไม่มีสองคนที่ทำตัวน่ารำคาญ เอาแต่บ่นั้แ่เกวียนเริ่มออกเดินทาง จนเกือบจะถึงหมู่บ้านแล้วก็ยังไม่เลิกที่จะบ่นเสียที ระคายหูเหลือเกิน
"ลุงคะทำไมมันถึงได้โยกเยกอย่างนี้คะ หนูหัวสั่นหัวคลอนไปหมดแล้ว" โยวจินลี่ ที่ตอนนี้แทบจะทนไม่ได้แล้ว นี่เป็การนั่งเกวียนครั้งแรก แต่มันแย่มากๆ
"แม่หนูเพิ่งเคยนั่งเกวียนเป็ครั้งแรกหรือ ถ้าเป็อย่างนั้นต่อไปถ้าได้นั่งบ่อยๆ เดี๋ยวก็ชินไปเองล่ะ"
ลุงหวังคนบังคับเกวียนเป็คนตอบ ไม่ได้โมโหหรือบ่นอะไร เพราะรู้ว่าเป็เด็กที่มาจากในเมืองใหญ่ต้องไม่ชินกับชีวิตในชนบทอย่างนี้แน่นอน คงต้องปรับตัวอีกนาน และอดที่จะสงสารไม่ได้ เพราะต้องจากบ้าน จากครอบครัว ที่คงจะมีชีวิตที่ดีกว่าในชนบทอย่างนี้แน่นอน
"หนูก็หวังจะให้ชินเร็วๆ เหมือนกันค่ะ หนูไม่คิดว่าชีวิตต้องมาลำบากอย่างนี้มาก่อนเลยค่ะ"
โยวจินลี่ ตอนนี้อยากจะกลับบ้านมาก แต่ที่บ้านคงจะไม่ยอม เพราะพี่ชายของเธอต่างก็มีงานทำกันแล้ว มีเพียงเธอคนเดียวที่ตอนนี้ยังว่างงานอยู่ แม้จะไม่อยากมา แต่ก็ไม่สามารถที่จะขัดใครได้ แม้ทุกคนจะรักเธอ แต่ก็ไม่รักเท่ากับพี่ชายที่เป็ผู้ชายอย่างแน่นอน
"ชีวิตชาวไร่ชาวนาก็เป็อย่างนี้ล่ะ แล้วจะทำงานกันไหวหรือเปล่า ถ้าไม่ไหว ได้แต้มงานน้อย คงกินอยู่ลำบากไม่น้อยเลยนะ เพราะส่วนแบ่งอาหารคงจะน้อยตามไปด้วย"
"แล้วที่หมู่บ้านทำอะไรบ้างหรือคะ"
ซีฟางหรู อยากจะรู้ว่าเธอต้องทำงานอะไรบ้าง แม้ไม่รู้ว่าจะทำไหวหรือเปล่า แต่ก็พยายามที่จะทำให้ดีที่สุด
"หลายอย่างเลยนะ มีทั้งข้าว ธัญพืช ข้าวโพด และมัน เป็หลักน่ะ"
"อย่างนี้นี่เอง แล้วเหลืออีกไกลหรือเปล่าคะ"
ซีฟางหรูที่คิดว่านั่งเกวียนจนเมื่อยไปหมดแล้ว จึงได้ถามขึ้น
"ข้างหน้าก็ถึงหมู่บ้านแล้ว เดี๋ยวลุงหวังไปส่งพวกเขาที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านแล้วกัน"
"อืมได้ไม่มีปัญหา"
หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็ลงมายืนอยู่ที่หน้าบ้านของผู้ใหญ่บ้านเรียบร้อย และได้จ่ายค่าเกวียนคนละสองเหมา เมื่อได้เงินแล้วลุงหวังจึงได้จากไป เพราะเื่อื่นล้วนไม่ใช่เื่ของเขาที่จะเข้าไปยุ่ง แต่ลุงโจวยังไม่ได้ไป เพราะไหนๆ ก็มาถึงบ้านของผู้ใหญ่บ้านแล้ว เขาจึงคิดว่าจะช่วยเด็กๆ กลุ่มนี้อีกหน่อยก็แล้วกัน
"ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านหรือเปล่าครับ" เขาะโเรียกทันที
"อยู่ แล้วใครมาเรียกกันล่ะ"
ถามพร้อมทั้งเดินออกมาเปิดประตูรั้วให้ เมื่อเปิดออกมาก็เจอกับชาวบ้านของหมู่บ้านยืนอยู่ พร้อมทั้งคนหนุ่มสาวที่เขาไม่คุ้นหน้าสักเท่าไร และไม่ใช่คนในหมู่บ้านอย่างแน่นอน จึงอดที่จะสงสัยไม่ได้
"มีอะไรหรือเปล่า แล้วพาใครมาด้วยล่ะ" เขาถามพร้อมทำหน้าตาสงสัยออกมา
"พอดีผมจะกลับเข้าหมู่บ้าน แต่เจอเด็กหนุ่มสาวกลุ่มนี้ พวกเขาเป็ยุวปัญญาชนที่จะมาทำงานในหน่วยผลิตของหมู่บ้านของเราครับ"
"โอ้ เข้าใจแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้ไปรับ ลุงไม่รู้วันเวลาแน่นอนที่จะมาถึงกัน ขอบใจมากนะอาโจวที่พาพวกเขามาส่ง อย่างนั้นเข้ามาในบ้านก่อนแล้วกัน"
เขาได้รับหนังสือเื่ที่จะส่งยุวปัญญาชนเข้ามาทำงานหน่วยผลิตในหมู่บ้านแล้ว แม้จะไม่อยากยอมรับ เพราะไม่รู้ว่าจะมาช่วยหรือว่าจะมาเป็ภาระมากกว่ากัน แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะมันเป็ข้อตกลงจากทางการ แล้วดูแต่ละคนสิ จะทำกันไหวหรือเปล่า ดูบอบบางเสียอย่างนั้น
"ไม่เป็ไรครับ / ไม่เป็ไรค่ะ"
"แล้วเดินทางเป็อย่างไรกันบ้าง ลำบากกันมากเลยสินะ คงจะไม่เคยเดินทางไกลอย่านี้มาก่อน"
"เป็อย่างนั้นจริงๆ นั่นล่ะครับ เพราะนี่เป็การเดินทางครั้งแรกของผม"ห่าวอู๋จวิน บอกออกไป
"หนูลำบากมากเลยค่ะ ไม่คิดว่ามันจะลำบากได้เท่านี้มาก่อน " โยวจินลี่ ก็คิดเช่นเดียวกัน
ส่วนคนที่เหลือต่างไม่พูดแต่ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะจะบอกว่าสบายก็คงจะเป็การโกหกเกินไป เพราะคนที่ผ่านโลกมามากแล้วย่อมต้องมองออกอย่างแน่นอน
เมื่อถามสาระทุกข์กันแล้ว ทุกคนต่างก็แนะนำตัวเองให้กับผู้ใหญ่บ้านได้รับรู้ และได้ขึ้นทะเบียนเป็คนของหมู่บ้าน เพราะรายชื่อได้ถูกส่งมาให้เขาก่อนหน้านี้แล้ว เขามองเด็กหนุ่มสาวด้วยความสงสาร ที่ต้องห่างจากครอบครัว โดยไม่รู้ว่าเื่ราวเหล่านี้จะไปจบวันไหน แล้วยังจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวอีกหรือเปล่า
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )