ตอนที่ 16 เล่ม 1 ข้าพร้อมที่จะใช้ทักษะเหล่านี้ในการปกป้องและช่วยเหลือผู้คน
"เหว่ยเหลียง ห้องนี้จะทดสอบความสามารถของเ้าในการหลบหลีกและเอาตัวรอดจากกับดักที่ซับซ้อน เ้าไม่เพียงต้องใช้ความเร็วและความคล่องตัว แต่ยังต้องมีสติและการวิเคราะห์ที่ดีในการเอาชนะกับดักเหล่านี้" อาจารย์หยางกล่าว
เหว่ยเหลียงพยักหน้าและเริ่มต้นการฝึกฝน เขามุ่งสมาธิและเริ่มก้าวเดินอย่างระมัดระวังเข้าสู่ทางเดินคดเคี้ยว
ในขั้นแรก เหว่ยเหลียงต้องเผชิญกับกับดักทางกายภาพ เช่น หลุมพรางที่ซ่อนอยู่ใต้พื้น พื้นที่เหยียบแล้วจะยุบลง ทำให้เขาต้องใช้ความคล่องตัวและความเร็วในการะโข้าม หรือใช้วิชากายหยกเย็นในการสร้างเกราะปราณเพื่อป้องกันตนเอง
ขณะที่เหว่ยเหลียงก้าวเดินไปตามทางเดิน เขาได้ยินเสียงคลิกเบาๆ และรู้สึกถึงพื้นใต้เท้าที่เริ่มยุบลง เขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ะโขึ้นและใช้วิชากายหยกเย็นในการสร้างเกราะปราณที่แข็งแกร่งพอที่จะป้องกันตนเองจากการตกลงไปในหลุมพราง
เหว่ยเหลียงเรียนรู้ที่จะระมัดระวังและฟังเสียงรอบตัว รวมถึงใช้ความสามารถในการััถึงการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อม เขาเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำในการหลบหลีกกับดัก
หลังจากผ่านกับดักทางกายภาพ เหว่ยเหลียงต้องเผชิญกับกับดักที่เกิดจากภาพลวงตา เช่น ทางเดินที่ดูเหมือนจะปลอดภัยแต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยกับดัก หรือกำแพงที่ดูเหมือนแข็งแรงแต่สามารถทะลุผ่านได้
ขณะที่เหว่ยเหลียงเดินต่อไป เขาเห็นทางเดินที่ดูเหมือนจะปลอดภัย แต่เมื่อเขาก้าวเข้าไปใกล้ เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณรอบตัว เขาหยุดและใช้สมาธิในการแยกแยะภาพลวงตา พบว่าทางเดินนั้นเต็มไปด้วยกับดักที่มองไม่เห็น
เหว่ยเหลียงเรียนรู้ที่จะใช้สมาธิและวิชากายหยกเย็นในการแยกแยะความจริงและภาพลวงตา เขาใช้พลังปราณในการตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบตัว ทำให้เขาสามารถหลบหลีกกับดักที่ซ่อนอยู่ได้
หลังจากฝึกฝนอย่างเข้มข้นและเผชิญกับกับดักที่หลากหลาย เหว่ยเหลียงสามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดได้ เขารู้สึกถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาทักษะในการหลบหลีกกับดักและการป้องกันตนเอง
"การฝึกฝนในห้องนี้ทำให้ข้าเรียนรู้และเติบโตมาก ข้าได้พัฒนาความสามารถในการหลบหลีกและการแยกแยะภาพลวงตา ข้าพร้อมที่จะใช้ทักษะเหล่านี้ในการเผชิญกับอุปสรรคในอนาคต" เหว่ยเหลียงกล่าวกับตัวเองด้วยความมั่นใจ
การฝึกฝนในห้องหลบหลีกกับดักทำให้เหว่ยเหลียงมีความมั่นใจและมีทักษะในการเผชิญกับอุปสรรคที่ซับซ้อน เขาเรียนรู้ที่จะใช้สมาธิและความสามารถในการแยกแยะภาพลวงตา รวมถึงการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำในการหลบหลีกกับดัก
การฝึกฝนในห้องนี้เสริมสร้างความมั่นใจและความสามารถในการรับมือกับอุปสรรคที่ยากลำบาก ทำให้เขามีความพร้อมในการเผชิญกับศัตรูและกับดักในอนาคต
ห้องต่อสู้กับศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตาเป็ห้องสุดท้ายที่เหว่ยเหลียงเข้าไปฝึกฝนในศูนย์ฝึกฝนการก่อตัวค่ายกลรูปแบบอาร์เรย์ภาพลวงตาลอยฟ้า ห้องนี้ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับสนามรบที่เต็มไปด้วยศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตา มีสภาพแวดล้อมที่หลากหลายและซับซ้อน เพื่อทดสอบและพัฒนาทักษะการต่อสู้ของผู้ฝึกตน
พื้นห้องเป็หินแข็งที่มีรอยแตกร้าว บ่งบอกถึงการต่อสู้ที่ดุเดือดในอดีต ผนังห้องมีภาพวาดของศัตรูและสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ บรรยากาศในห้องนี้มีความเข้มข้นและเต็มไปด้วยพลังปราณที่ซับซ้อน แสงที่ส่องผ่านหน้าต่างเล็กๆ ทำให้ห้องนี้ดูมืดสลัวและน่าขนลุก
เมื่อเหว่ยเหลียงก้าวเข้ามาในห้องต่อสู้กับศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตา อาจารย์หยางได้อธิบายเกี่ยวกับการฝึกฝนในห้องนี้
"เหว่ยเหลียง ห้องนี้จะทดสอบความสามารถของเ้าในการต่อสู้กับศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตา เ้าจะต้องใช้ทั้งทักษะการต่อสู้และการแยกแยะภาพลวงตาเพื่อเอาชนะศัตรูเหล่านี้" อาจารย์หยางกล่าว
เหว่ยเหลียงพยักหน้าและเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกฝน เขาเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบตัวและมุ่งสมาธิไปที่การใช้พลังปราณในการตรวจจับภาพลวงตา
ทันทีที่เหว่ยเหลียงเริ่มต้นการฝึกฝน ศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตาก็ปรากฏตัวขึ้นรอบๆ เขา ศัตรูเหล่านี้มีลักษณะเหมือนจริงมาก ทั้งรูปร่างและการเคลื่อนไหว ศัตรูบางตัวมีอาวุธที่อันตราย และบางตัวมีพลังปราณที่แข็งแกร่ง
ขณะที่เหว่ยเหลียงต่อสู้กับศัตรู เขาต้องใช้วิชากระบี่อัสนีกัมปนาทในการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและการโจมตีที่ทรงพลัง เขาใช้วิชากายหยกเย็นในการสร้างเกราะปราณเพื่อป้องกันการโจมตีและเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย
เหว่ยเหลียงต้องเผชิญกับศัตรูที่หลากหลาย ทั้งนักรบที่มีทักษะการต่อสู้สูงและสัตว์อสูรที่ทรงพลัง เขาต้องใช้ทักษะในการวิเคราะห์และแยกแยะว่าศัตรูตัวใดเป็ภาพลวงตาและตัวใดเป็ศัตรูจริง
เหว่ยเหลียงใช้กระบี่กิเลนอัสนีในการโจมตีศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตา พลังสายฟ้าที่ประจุอยู่ในกระบี่ช่วยเพิ่มความรุนแรงในการโจมตี ทำให้ศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตาไม่สามารถต้านทานได้
เหว่ยเหลียงใช้สมาธิและพลังปราณในการแยกแยะความจริงและภาพลวงตา เขารู้สึกถึงพลังปราณที่ซับซ้อนรอบตัวและสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของพลังปราณได้อย่างแม่นยำ ทำให้เขาสามารถหลบหลีกและโจมตีศัตรูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใน่ท้ายของการฝึกฝน ศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตาเริ่มมีความซับซ้อนและแข็งแกร่งมากขึ้น เหว่ยเหลียงต้องเผชิญกับหัวหน้าภาพลวงตาที่มีพลังปราณแข็งแกร่งและทักษะการต่อสู้ที่สูงส่ง หัวหน้าภาพลวงตานี้สามารถสร้างภาพลวงตาที่ซับซ้อนได้ ทำให้เหว่ยเหลียงต้องใช้ทักษะในการแยกแยะและต่อสู้ในระดับที่สูงขึ้น
ตูม!
หัวหน้าภาพลวงตาโจมตีเหว่ยเหลียงด้วยพลังปราณที่ทรงพลัง ทำให้เกิดการะเิและเสียงดังก้องไปทั่วห้อง เหว่ยเหลียงต้องใช้วิชากายหยกเย็นในการสร้างเกราะปราณที่แข็งแกร่งพอที่จะป้องกันการโจมตีเหล่านี้ และใช้วิชากระบี่อัสนีกัมปนาทในการโจมตีอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
เหว่ยเหลียงต้องใช้กลยุทธ์และการวิเคราะห์ในการเอาชนะหัวหน้าภาพลวงตา เขาใช้พลังปราณในการตรวจจับจุดอ่อนและการเคลื่อนไหวของศัตรู และใช้กระบี่กิเลนอัสนีในการโจมตีจุดที่ศัตรูไม่สามารถป้องกันได้
หลังจากการต่อสู้ที่ดุเดือดและยาวนาน เหว่ยเหลียงสามารถเอาชนะศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตาทั้งหมดได้ เขารู้สึกถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาทักษะการต่อสู้ของตนเอง
"การฝึกฝนในห้องนี้ทำให้ข้าเรียนรู้และเติบโตมาก ข้าได้พัฒนาความสามารถในการต่อสู้และการแยกแยะภาพลวงตา ข้าพร้อมที่จะใช้ทักษะเหล่านี้ในการเผชิญกับศัตรูในอนาคต" เหว่ยเหลียงกล่าวกับตัวเองด้วยความมั่นใจ
การฝึกฝนในห้องต่อสู้กับศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตาทำให้เหว่ยเหลียงมีความมั่นใจและมีทักษะในการต่อสู้ที่สูงขึ้น เขาเรียนรู้ที่จะใช้สมาธิและพลังปราณในการแยกแยะความจริงและภาพลวงตา รวมถึงการใช้กลยุทธ์และความสามารถในการเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่ง
การฝึกฝนในห้องนี้เสริมสร้างความมั่นใจและความสามารถในการรับมือกับอุปสรรคที่ยากลำบาก ทำให้เขามีความพร้อมในการเผชิญกับศัตรูและกับดักในอนาคต
หลังจากการฝึกฝนในห้องฝึกฝนเฉพาะทางทั้งสามห้อง เหว่ยเหลียงรู้สึกถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาทักษะของตนเอง เขาสามารถควบคุมพลังปราณได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสามารถในการหลบหลีกกับดักและต่อสู้กับศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตาอย่างมั่นใจ
การควบคุมพลังปราณ: เหว่ยเหลียงสามารถสร้างเกราะปราณที่แข็งแกร่งและมีความมั่นคงในการใช้พลังปราณเพื่อป้องกันและโจมตี
การหลบหลีกกับดัก: เหว่ยเหลียงสามารถหลบหลีกกับดักที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
การต่อสู้กับศัตรูที่เกิดจากภาพลวงตา: เหว่ยเหลียงมีความสามารถในการแยกแยะภาพลวงตาและใช้กลยุทธ์ในการต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง
การฝึกฝนในห้องฝึกฝนเฉพาะทางทำให้เหว่ยเหลียงมีความมั่นใจและมีทักษะในการต่อสู้ที่สูงขึ้น เขาเรียนรู้ที่จะใช้สมาธิและพลังปราณในการแยกแยะความจริงและภาพลวงตา รวมถึงการใช้กลยุทธ์และความสามารถในการเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่ง
การฝึกฝนในห้องนี้เสริมสร้างความมั่นใจและความสามารถในการรับมือกับอุปสรรคที่ยากลำบาก ทำให้เขามีความพร้อมในการเผชิญกับศัตรูและกับดักในอนาคต
"ข้าได้เรียนรู้และเติบโตมากจากการฝึกฝนในห้องฝึกฝนเฉพาะทางนี้ ข้าพร้อมที่จะใช้ทักษะเหล่านี้ในการปกป้องและช่วยเหลือผู้คน" เหว่ยเหลียงกล่าวด้วยความมั่นใจ