บนโรงเตี๊ยมเหอเฟิง เมื่อได้ยินเสียงเครื่องดนตรีทำจากเส้นไหมและไม้ไผ่[1] ไพเราะเสนาะหู สายลมเย็นสบายโชยพัดใบหน้า ก็พาให้ผ่อนคลายสบายอารมณ์ยิ่งนัก
เซี่ยงอวี่มองดูเสวี่ยสวินผู้สดใสส่องประกายดุจหยกงามตรงหน้า คลี่ยิ้มกว้างเอ่ยคำอย่างเบิกบาน “ครั้งนี้พี่ใหญ่เซี่ยงจะใช้เงินที่ได้มาจากการประลองยุทธ์เลี้ยงอาหารของโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองนี้แก่เ้า คงทำให้ยายหนูสวินพอใจได้กระมัง จริงสิ ว่าแต่เ้าหาข้าเจอได้อย่างไร”
ไม่นานเสี่ยวเอ้อร์ของหอสุราก็ยกอาหารเลิศรสมากมายมาเต็มโต๊ะ เสวี่ยสวินยกจอกสุราขึ้นพร้อมขยิบตายิ้มกล่าว “เพราะสวินเอ๋อร์เชื่อว่า ที่ใดมียุทธจักร ที่นั่นย่อมมีพี่ใหญ่เซี่ยง!”
“ที่จริงข้ารอพวกเ้าอยู่ในหอสุราตลอด คราก่อนรีบร้อนบอกลา ไม่ทันได้ถามว่าวันหลังจะได้พบเจอกันเช่นไร ยังนึกเสียใจอยู่มากทีเดียว”
เซี่ยงอวี่เป็คนรักความถูกต้องมีคุณธรรมน้ำมิตร มาเยือนแคว้นจ้าวครั้งแรกก็ได้รู้จักกับยายหนูสวินและคุณชายจางเอ่อร์ที่มีปณิธานความสนใจตรงกัน จึงเป็ห่วงพะวงถึงคนทั้งสองอยู่ตลอด
“จริงสิ วันนี้ไฉนสหายเอ่อร์ไม่มาด้วยเล่า”
เสวี่ยสวินขยับเข้าใกล้ริมใบหูของเซี่ยงอวี่พลางกระซิบ “ข้าเป็ญาติผู้น้องของคุณชายจางเอ่อร์ ตอนนี้ติดตามเขาเข้าพำนักในวังจ้าวอ๋อง จะออกนอกวังทีไม่ง่ายนัก ข้าเลยแอบหนีออกมาน่ะ!”
“ที่แท้เป็เช่นนี้!” เซี่ยงอวี่อุทานอย่างตกตะลึง เห็นเสวี่ยสวินดูอ่อนแอบอบบาง ทว่าความจริงแล้วใจกล้าเด็ดเดี่ยว มีความคิดเป็ของตัวเองอย่างยิ่ง จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนใจ
ในวิถีขนบธรรมเนียมของสังคมยามนี้ สตรีเช่นนี้มีไม่มาก
เวลานี้เสี่ยวเอ้อร์ยกอาหารเข้ามาอีกรอบ เสวี่ยสวินพลันสังเกตเห็นรอยมีดบนแขนเสี่ยวเอ้อร์ ทั้งเ้าตัวยังดูแปลกหน้า ในใจลอบรู้สึกไม่ชอบมาพากล
ประจวบกับขณะนี้ เซี่ยงอวี่กำลังจะคีบอาหารเข้าปาก เสวี่ยสวินเห็นท่าไม่ดีรีบกดมือเขาไว้ เอ่ยขึ้นเสียงเบา “พี่ใหญ่เซี่ยง อย่ากิน!”
เซี่ยงอวี่พลันชะงัก ถามอย่างแปลกใจ “มีอะไรหรือ”
คิ้วเรียวได้รูปของเสวี่ยสวินมุ่นขมวดเล็กน้อย ภายในใจนึกหวาดหวั่น ก่อนพูดกระซิบ “อาหารนี้น่าจะมีปัญหา...”
นางกล่าวพลางปลดปิ่นเงินจากศีรษะลงมาแตะทดสอบอาหาร เพียงชั่วครู่ ปิ่นเงินนั้นก็กลายเป็สีดำสนิทจริงดังคาด!
เซี่ยงอวี่ตื่นใ กุมกระบี่ในมือพร้อมลุกขึ้นพรวด! ‘ถึงกับกล้าทำกระทำการอุกอาจวางยาพิษกันกลางวันแสกๆ เช่นนี้ ชักจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว!’
ครั้นพวกเสี่ยวเอ้อร์ในโรงเตี๊ยมเหอเฟิงเห็นพวกเขาจับได้แล้วว่าในอาหารมีพิษ ทั้งหมดก็พลันกระชากเสื้อตัวนอกออก คาดไม่ถึงว่าทุกคนต่างแต่งกายด้วยชุดสีดำ
เซี่ยงอวี่ถลึงตาโกรธเกรี้ยว ร้องอุทานออกมา “คนชุดดำอีกแล้ว!”
หัวหน้าคนชุดดำเปี่ยมด้วยไอสังหารอำมหิต ั์ตาฉายรังสีเย็นเยือก “พวกข้าวางแผนมารัดกุมดีแล้ว เ้ารู้ตัวได้อย่างไร”
เสวี่ยสวินยิ้มย่องภูมิใจ “ที่นี่เปลี่ยนคนใหม่ทั้งหมด ซ้ำบนมือพวกเ้าล้วนมีรอยมีด หากใช่เสี่ยวเอ้อร์ตัวจริงจะเป็เช่นนี้ได้อย่างไร อยู่เฉยๆ ยอมให้จับตัวเสียโดยดีเถอะ!”
คนชุดดำเห็นว่าอีกฝ่ายรู้ทันก็พากันกวัดแกว่งกระบี่มุ่งฟันมาทางคนทั้งสอง เพียงชั่วเวลาเดียวภาพฉากในโรงเตี๊ยมเหอเฟิงพลันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
เห็นเพียงเซี่ยงอวี่ชูดาบพกขึ้นในแนวขวาง บุกโจมตีดุเดือดรุนแรง อาศัยพละกำลังแข็งแกร่งเกินคนออกแรงผลัก สกัดแสงดาบเงากระบี่เ่าั้กลับไปได้หมดสิ้นอย่างเหลือเชื่อ!
ต่อมาคนชุดดำพลันหมุนร่าง กระบี่ในมือวาดฟันไปยังส่วนเอวคนทั้งสองรวดเร็วปานสายฟ้า นึกว่าต้องสำเร็จแน่แล้ว ไหนเลยจะคาดคิดว่าเซี่ยงอวี่วรยุทธ์เลิศล้ำ เพียงทะยานร่างเบาๆ ก็ะโมาหยุดอยู่ด้านหลังคนชุดดำ ทั้งยังจัดการศัตรูร่วงลงพื้นไปได้สี่ห้าคน
เซี่ยงอวี่วรยุทธ์สูงส่ง ยามนี้ขนาดพาเสวี่ยสวินไปด้วยยังสามารถขยับดาบจัดการฝ่ายตรงข้ามสิบต่อหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นางที่ติดตามเขาจึงไม่กังวลใจเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่คนชุดดำกำลังพ่ายแพ้ถอยร่นลงเรื่อยๆ จู่ๆ เสวี่ยสวินก็วิงเวียนศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย เวลานี้ค่อยนึกได้ว่าเมื่อครู่ตนดื่มสุราไปนิดหน่อย พลันมองไปยังจอกสุราทันที พูดด้วยเสียงตระหนกลนลาน “แย่แล้ว ในสุรามียาพิษ!”
เวลานี้สัญญาณแห่งอาการโดนยาพิษของเซี่ยงอวี่ก็แสดงออกมาแล้วเช่นกัน กำลังของทั้งคู่เริ่มต้านคนชุดดำไม่ได้ดั่งใจ พวกคนชุดดำซึ่งเดิมถือพ่ายล่าถอยออกไปทุกที กลับได้เปรียบตีตื้นขึ้นมา
คนชุดดำผู้หนึ่งฟันกระบี่ลงมาทางเสวี่ยสวิน ภายใต้สถานการณ์คับขัน เซี่ยงอวี่ยกท่อนแขนขึ้นขวางเบื้องหน้า แม้จะช่วยคนไว้ไม่ให้าเ็ แต่เืสดๆ กลับพุ่งกระฉูดเต็มแขนตน
เสวี่ยสวินใ ดวงหน้างามถอดสี หน้าซีดขาวปานหิมะ “พี่ใหญ่เซี่ยง ท่านเป็อะไรหรือไม่!”
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าตัวข้าเซี่ยงจี๋จะปกป้องเ้าไว้ไม่ได้!”
เซี่ยงอวี่แม้ได้รับาเ็ แต่ก็ยังคงยึดมั่นปกป้องเสวี่ยสวินไว้ด้านหลังตัวเองอย่างแ่า ยามนี้บังเกิดโทสะ เผยท่าทางดุดันน่าเกรงขามต่างไปจากปกติ
คนชุดดำทางนี้พร้อมใจกันยกดาบบุกเข้ามาทางทั้งคู่ เซี่ยงอวี่ไม่มีทางเลือกได้แต่พลิกโยนโต๊ะเก้าอี้ขึ้น วาดเท้าเตะคนชุดดำ
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับคนชุดดำจำนวนมากบุกล้อมเข้ามา แม้เซี่ยงอวี่จะวรยุทธ์แข็งแกร่งเพียงใด แต่เมื่อร่างกายาเ็ จะยืนหยัดต้านไว้ได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว
พริบตานั้น จู่ๆ เงาร่างสูงใหญ่รูปงามร่างหนึ่งพลันกั้นขวางตรงหน้าคนชุดดำ ตามด้วยกระบี่ยาวโบกสะบัดกวัดแกว่ง แสงกระบี่เจิดจ้าบาดตายกพุ่งตรง ปกป้องคนทั้งสองไว้และต่อสู้รับมือคนชุดดำ ต่อมาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องร้องโหยหวนด้วยความเ็ปของชายชุดดำดังขึ้นหลายเสียง
เสวี่ยสวินเห็นเงาร่างอันคุ้นเคยของคนผู้นี้ ในใจพลันตื่นเต้นอย่างหาใดเปรียบ “พี่ชาย! ในที่สุดท่านก็มา…”
นางไร้เรี่ยวแรงยืนหยัดอีกต่อไป คู่ดวงตาบนใบหน้าซีดเผือดดับวูบ หมดสติไปในอ้อมแขนของจางเอ่อร์อย่างวางใจ
เชิงอรรถ
^ เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายและเครื่องเป่าลมไม้