ทุ่งดงยาในแถบริมฝั่งทะเลสาบ
อย่างไรซะสองคนนั้นก็คงกลับบ้านได้ไม่เร็วอย่างที่บอกไว้หรอกองค์เมืองกับทายาทมาทั้งทีต้องอยู่ต้อนรับกันนานโข ครั้งก่อนกลับกันมาเกือบตะวันตกดินแล้วเื่อะไรข้าจะรอไปเก็บต้นยาพร้อมกับเ้าให้เสียเวลาล่ะกษณะอีกอย่างนี่ก็เพิ่งเที่ยงวัน เวลายังเหลืออีกนานกว่าแม่บันจะตื่น
ดาวกระหยิ่มยิ้มย่องกับความคิดของตนพลางเงยหน้ามองตะวันดวงจ้าเหนือหัว แล้วเหลียวซ้ายแลขวาไปทั่วบริเวณที่บัดนี้ไร้ซึ่งผู้คนจนแทบไม่เชื่อสายตา
แย่จัง! ไม่มีใครแถวนี้เลย คงอยู่ตลาดกลางกันหมด
กระนั้นกลับไม่รู้สึกนึกกลัวสิ่งใด เห็นเป็โอกาสดีได้เลือกเก็บต้นยาตามชอบใจ
ทุ่งโล่งพื้นราบ ต้นไม้น้อยใหญ่ชูช่ออวดกิ่งก้านไสวสูงขนาดเอวบ้าง หน้าอกบ้างปกคลุมไปทั่วถัดไปเป็ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาอยู่รอบริมทะเลสาบ ขณะที่หญิงสาวเก็บต้นยาอย่างเพลิดเพลินก็พลันปรากฏประกายแสงประหลาดจนต้องเงยหน้ามอง
"ถึงแดดจะแรงแต่ก็ไม่น่าทำให้สะท้อนเป็แววได้ขนาดนี้เอ..หรือข้าตาฟาด!" ดาวพยายามหาเหตุผลให้ตัวเอง ก่อนก้มลงคัดเลือกต้นยาต่อ
แวบวับ!! แวบวับ!! ประกายลำแสงเจิดจ้าขึ้นมาอีกเป็ระรอกคราวนี้แน่ใจว่าตนไม่ได้ตาฟาดแน่นอน และด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงต้องลามือจากต้นยาตรงหน้าเพื่อไปพิสูจน์ความจริงให้กระจ่าง
ริมทะเลสาบช่างเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวชอุ่มน้ำใสนิ่งแลเห็นฝูงปลาแหวกว่ายตามประสาน่าเอ็นดู ดาวพยายามมองหาสิ่งผิดปกติเมื่อครู่แต่ก็ต้องผิดหวัง
"ไม่เห็นมีอะไรเลยแปลกจริง" คนที่คิดว่าตัวเองไม่น่าจะตาฝาดซ้ำซากค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งมองดูฝูงปลาในน้ำใส"ข้าไม่ได้มารบกวนพวกเ้านะ ว่ายน้ำกันตามสบายเถอะ"
พูดล้อเล่นกับฝูงปลาเสียอย่างนั้น พลางใช้สองมือยันเข่าช่วยลุกยืนครั้นพอหันขวับไปกลับต้องผวาสุดขีดเมื่อมีกลุ่มควันประหลาดเป็ประกายสีเงินสีทองรวมตัวกันคล้ายมนุษย์ผู้ชายแก่ชราตรงเข้าผลักตนเต็มแรงเสียงหวีดร้องที่ไม่มีใครได้ยินพร้อมๆ กับร่างเล็กที่ตกน้ำไปไม่เป็ท่า
สองเท้าพยายามยันพื้นดินแต่จนแล้วจนรอดกลับเสียแรง
แถวนี้น้ำไม่ลึกนี่นา ทำไมไม่ถึงสักที
สำนึกของการเอาชีวิตรอดส่งผลให้ตะเกียดตะกายสุดกำลังแต่ดูเหมือนว่ามีเกรียวน้ำขนาดมหึมาพันธนาการรอบตัวไว้หนาแน่น เนิ่นนานกับการสู้ต้านกำลังเกรียวน้ำจนหมดแรง
ความมืดมิดราวรัตติกาลพันหมื่นปีเข้าครอบคลุมไปทั่ว..ช่างเนิ่นนาน..แสนนาน..
เปลือกตาหนักอึ้งเริ่มค่อยๆปรือขึ้นอย่างเชื่องช้า
‘ดาว!’
เสียงคุ้นจัง “กษณะ”
‘ดาว!’
เสียงนี้ยิ่งคุ้นใหญ่ “แม่บัน”
เกิดอะไรขึ้น! เ้าของเปลือกตาอ่อนล้าปรือขึ้นจนมองเห็นทุกอย่างแจ่มชัด
"แม่บัน..กษณะ"
"เ้าเป็อย่างไรบ้าง รู้สึกเจ็บตรงไหนบ้าง"แม่บันส่งคำถามมาเป็คนแรก
ดาวรู้สึกอบอุ่นหัวใจจนห้ามน้ำตาเอ่อคลอไว้ไม่ได้ปากขยับหมุบหมิบขอโทษมารดาที่ไม่ยอมเชื่อฟัง ดื้อรั้นออกไปข้างนอกคนเดียวจนเกิดเื่
แม่บันรีบส่ายหน้า ใครจะซ้ำเติมได้ลงคอ..แค่นี้หัวใจคนเป็แม่ก็แทบแตกสลายเป็เสี่ยงๆอยู่แล้ว
"ไม่เป็ไรลูก ไม่เป็ไรแม่อยู่ใกล้ๆ แล้ว"
"จิบน้ำอุ่นๆ หน่อยดีไหม ข้าจะไปเอามาให้"กษณะถามด้วยเสียงแ่เบา แต่บุหงาก็รู้งานเป็ฝ่ายลุกไปรินน้ำสมุนไพรอุ่นๆ มาให้ แต่กลับไร้ซึ่งการยินดียินร้ายจากหญิงสาวราวกับคนเลื่อนลอย
เกิดอะไรขึ้นนะ
"ม้าสีหมอกพาเ้ากลับมาในสภาพมอมแมมเชียวล่ะ"กษณะพูดราวกับล่วงรู้ความคิด พลางช่วยยกถ้วยน้ำในมือเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ใส่ใจเหมือนว่าม้าสีหมอกพาเพียงร่างของนางกลับมา ส่วนจิตใจเล่า..ไปอยู่แห่งใดกัน
"เกิดอะไรขึ้นลูก" แม่บันถามด้วยความเป็ห่วงดาวนิ่งมองชั่วอึดใจ
"แม่ ข้า..."
ทุกสายตาต่างจับจ้องรอฟัง ดาวกรอกตามองคนทั้งสามอย่างมึนงงสุดขีดเพราะตัวเองยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วจะตอบคำถามได้อย่างไร แต่ถ้าไม่พูดอะไรเลยยิ่งจะทำให้ทุกคนเป็ห่วง
"ข้า..ข้าตกน้ำ ข้า..ตกลงไปในทะเลสาบ" ดาวผ่อนลมหายใจยาวก่อนพยายามกลืนความบีบคั้นที่ก่อตัวเป็ก้อนแข็งๆในลำคอให้ลงไป "ข้าเก็บต้นยาเพลินไปหน่อย ที่ริมทะเลสาบมีต้นยาแปลกๆ มากมายข้ามัวแต่คิดจะเก็บอย่างเดียวเลยไม่ทันระวัง" แม่บันกับกษณะประสานสายตากันพร้อมเพรียงอย่างพยายามจะเชื่อคำ
แปลก! คนที่เริงร่าสนุกสนานกับการแหวกว่ายสายน้ำเป็นานสองนานกลับจมน้ำดำดิ่งไม่เป็ท่าอย่างนั้นหรือ
"บุหงาข้าอยากได้ผ้าชุบน้ำเย็น"ดาวร้องขอกับบุหงา ก่อนหันมาทางแม่บัน "ข้าเหนียวตัวน่ะแม่" จู่ๆ เหงื่อเม็ดใหญ่ก็ประดังกันผุดขึ้นมาเมื่อภาพความทรงจำบางส่วนมันแล่นเข้ามาในสมอง
ชายชราผู้แก่เฒ่าในรูปกลุ่มควันประหลาดประกายสีเงินสีทอง...
แม่บันแม้จะร้อนใจเพราะอยากรู้ความจริงแค่ไหนก็ไม่อยากปริปากซักความคนกำลังตื่นกลัวในตอนนี้ "เ้าพักผ่อนเถอะจะได้ดีขึ้นเดี๋ยวแม่เช็ดตัวให้เอง"
กษณะเห็นดีด้วยจึงช่วยจัดท่าให้นอนสบายขึ้น
ดาวปิดเปลือกตาเมื่อหัวถึงหมอนขณะเดียวกับที่บุหงานำผ้าชุบน้ำมาให้แม่บันรีบเช็ดตามใบหน้าไล่เรื่อยมายังลำแขนจนถึงมือน้อยๆ
“รับของของเ้าไป..ดาราราย..” น้ำเสียงเรืองอำนาจเอ่ยชัด
'ไม่ใช่นะ ไม่ใช่ของข้า'
“เอ๊ะ! แหวนนี่” บุหงาชะโงกหน้ามาดูถึงกับตาโต
"สวยจังเลยแม่นายหญิงข้าไม่เคยเห็นนายน้อยทำเครื่องประดับได้งามจับตาอย่างนี้เลยขนาดว่าสวยที่สุดของที่สุดยังไม่ได้ครึ่งของแหวนวงนี้"
“อย่างนั้นรึ” กษณะเองก็มีอาการไม่ต่างจากบุหงา “ไปเอามาจากไหนช่างของเรายังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย” แม่บันตัวชาวาบและนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะผ่อนสีหน้าเป็เรียบเฉยราวกับไม่สามารถบ่งบอกอารมณ์ใดได้ ก็เกือบครึ่งค่อนชีวิตที่ตนเคยอยู่ในราชสถานเมื่อสมัยแรกรุ่นมีหรือจะดูไม่ออกว่าเครื่องประดับแบบนี้คืออะไร
“หากใช่ชะตานี้ก็เป็ของเ้าแล้วนะ ดาว”
“ใช่อะไรแม่” กษณะเร้าถามอย่างคนที่รู้สึกแปลกใจกับอะไรบางอย่างเพราะสิ่งที่เห็น ณ ตอนนี้ทำให้ใจเต้นโครมครามราวกับว่าจะมีสิ่งที่น่าอัศจรรย์เกิดขึ้น
แม่บันระบายลมหายใจแ่เบาค่อยๆ เบือนหน้านิ่งมาตอบ “ของสำคัญของศิลานคร อยู่กับน้องเ้าแล้ว”