ตอนที่หกสิบเอ็ด Favor Economy
Favor Economy เศรษฐกิจแบบบุญคุณหรือความรักความเมตตาเฉพาะบุคคล
ประเทศและดินแดนของเราใช้เศรษฐกิจระบบนี้
ว่าหากเราเจอพระภิกษุมีฤทธิ์กลางป่ากลางเขา
ก็ต้องคุกเข่าขอของดีตอบแทนบางครั้งท่านก็จะเสกลูกอมหรือผ้ายันต์ให้ก่อนที่ท่านจะแสดงอภินิหารเดินกลางแม่น้ำหนีเราไปอีกที
ติสท์จริงๆพับผ่า
ไม่อยากเดินทางกับเราแค่บอกกันดีดีก็ได้
คนที่เจอพวกฤาษีหรือนักบวชกลางป่าเขามักคุกเข่าขอของดีหรือไอเท็มกันตลอด
แต่ท่าทางจะไม่ค่อยมีใครคิดที่จะเรียนวิชาทำความเข้าใจเวทย์อย่างเป็นจริงเป็นจังเลย
ว่าหากพิจารณาดูกันดีดีแล้ว
ดินแดนของเรานั้นคล้ายกับเกาหลีมากที่เน้นการสร้างไอเท็มcraft item มากกว่าที่จะเรียนวิชาเวทย์อย่างจริงจัง
เราใช้ระบบเศรษฐกิจหนี้บุญคุณและความเมตตา
ให้อีกฝ่ายที่มีไอเท็มที่เราต้องการมอบไอเท็มของดีนั้นให้กับเรา
ซึ่งแย่กว่าพวกเกาหลีอีก
อย่างน้อยเกาหลีที่เป็นสายสร้างไอเท็มคราฟท์ของ ก็ยังคิดที่จะสร้างไอเท็มขึ้นมาเอง
การแค่ขอของดีหรือไอเท็มอาคมมาเช่นนี้
ทำให้เราสามารถคำนวณได้คร่าวๆว่าไอเท็มนั้นจะมีจำนวนน้อยมากๆ
เพราะเราไม่ใช่ดินแดนของพระเอกอิเซไคที่เราจะสามารถหาซื้อไอเท็มเวทย์ได้ตามร้านค้า
“ขอบน้ำใจของบาบุกับบาบอนมากพวกเราพยายามสร้างกิจการไปด้วยกันเถอะ “
ผมคิดในใจว่าได้จังหวะผมจะให้บาบูกับบาบอนสร้างพวกกริชอาคมหรือปลอกยาอาคมจำนวนมากกว่านี้ขึ้นมา
ตามแนวเรื่องฮันเตอร์Xฮันเตอร์กล่าวไว้นั่นล่ะ
หากปัญหาที่เจอเป็นแค่เรื่องเงินระดับความยากที่ควรจะได้มาก็คือง่ายที่สุด
แต่อย่างที่เราอยู่ในดินแดนที่ยากจนที่การใช้ควายเหล็กคนก็มองอย่างสงสัยรังเกียจนั้น
ไม่แปลกที่การผลิตอุปกรณ์อาคมของดีต่างๆนั้นจะเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะเสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงินตราจำนวนมาก
เมื่อคนเราขาดซึ่งทรัพยากรต่อให้มีความรู้และมีจิตใจที่ต้องการจะทำ
ก็ไม่สามารถผลิตอุปกรณ์อาคมที่ต้องการได้
นี่ล่ะคือสาเหตุที่นายแบงก์คิดว่าตนเองอยู่เหนือทุกคนในสังคม
เพราะการควบคุมเงินตราได้จะสามารถควบคุมทุกกลไกในสังคมได้
ต่อให้เรามีคนเขียนบทที่ดีมีผุ้กำกับหรือดาราที่ต้องการแสดงภาพยนตร์ แต่หากไม่มีนายทุนออกเงินสร้างให้
ภาพยนตร์ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
เรื่องอุปกรณ์อาคมก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยสำหรับคนทั่วไปที่ต้องหาเช้ากินค่ำแบบบาบูและบาบอน
แต่หากผมสามารถเลี้ยงดูบาบูและบาบอนไม่ต้องลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน
พวกเขาก็จะมีเวลามากขึ้นในการผลิตอุปกรณ์อาคมนั่นเอง
นี่คือสาเหตุที่นักกวีต่างๆแต่ครั้งโบราณต้องได้รับการสนับสนุนจากราชสำนักหรือคหบดี
เพราะหากเขายังต้องดำรงชีวิตตนเองไปด้วยก็ยากนักที่จะสามารถใส่ใจกับงานประพันธ์แต่เพียงอย่างเดียวได้
ศิลปะวิทยาการต่างๆจึงตกอยู่ในมือของชนชั้นสูงเสมอ
เพราะหากคนชั้นต่ำคิดจะทำเท่ากับว่าจะทำให้ครอบครัวยากจนเพราะเสียแรงงานและเสียเวลาเก้าวันเก้าคืนในการปลุกเสกอุปกรณ์อาคม
เวลาเก้าวันเก้าคืนที่เสียไปคือเวลาที่ครอบครัวไม่ได้รายได้จากแรงงงานของบาบุและบาบอนที่ใช้ไปในการทำอุปกรณ์อาคมนั้นๆ
“ต้องการอาหารการกินอะไรขอให้พวกบาบุบาบอนบอกได้เนื้อหมักน้ำผึ้ง ม้วนกัญชา เหล้าฝรั่ง หนังสือภาพแหม่มฝรั่งมีให้บาบูและบาบอนไม่อั้น”
บาบุละบาบอนก็กราบขอบคุณผมอีกครั้งหนึ่ง
ในยุคที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตภาพแหม่มฝรั่งนั้นคือของหายากมากๆ