“คุณเซี่ยคะ วันนี้มีงานเปิดตัวคอนโดใหม่ ทางคุณจางส่งการ์ดเชิญมาด้วยนะคะ” เลขาคนสนิท อีกทั้งยังเป็คนจัดการตารางงานทุกอย่างให้กับสาวสวยวัย 23 ปีคนนี้ เธอเป็หญิงแกร่งเพราะสร้างเนื้อสร้างตัวมาั้แ่อายุยังน้อย ใครบอกว่าเรียบจบแค่ชั้นมัธยมต้นแล้วจะประสบความสำเร็จไม่ได้ เธอเป็อีกคนที่แสดงให้เห็นแล้วว่าหากมีความพยายามและตั้งใจ ถึงอย่างไรก็จะต้องไปถึงฝั่งฝันเข้าสักวัน
“อืม กี่โมงนะ” เซี่ยซูมี่ใช้มือคลึงขมับ เพราะ่นี้เธอเร่งทำงานให้เสร็จ เพื่อที่จะได้ส่งออกให้ทันตามกำหนด จึงพักผ่อนไม่ค่อยเป็เวลา หากไม่เหนื่อยเสียั้แ่ตอนนี้ คงได้เกษียณอายุตอนแก่แน่ๆ เธอไม่อยากจะเป็คนที่อายุ 50 ปีแล้วยังต้องต่อสู้ดิ้นรนชีวิตอีก ไม่คาดหวังว่าจะมีลูกหลานเอาไว้เลี้ยงดูตอนแก่ เพราะถ้าหากมีเงินก็ไม่จำเป็ต้องมีคนดูแล ให้เงินดูแลตัวเองง่ายที่สุดแล้ว มีเงินเสียอย่างทำอะไรก็ง่ายไปหมด
“งานเริ่ม 14.00 น.ค่ะ แต่อาจจะไปสายกว่านั้นได้นิดหน่อย” เลขาเผื่อเวลาให้เ้านายได้มีเวลาส่วนตัว เพราะเธอเข้าประชุมั้แ่เช้า เพิ่งจะได้กินมื้อกลางวันตอน 13.00 น.
“เตรียมเสื้อผ้าแล้วใช่ไหม ถ้างั้นก็เรียกช่างเข้ามาเลย” เซี่ยซูมี่ไม่คิดที่จะเสียเวลาแต่งหน้าทำผมเอง เพราะเวลาของเธอมีค่ามากกว่านั้น สู้นั่งสวยๆ ให้ช่างมารุมใช้เวลาเพียงไม่นานก็เสร็จ เธอมีช่างประจำตัว ที่ไม่ว่าจะไปงานเล็กงานใหญ่แค่ไหนช่างคนนี้ก็เอาอยู่
“เรียบร้อยแล้วค่ะ คุณจะพักสายตาก่อนสักครึ่งชั่วโมงไหมคะ ยังพอมีเวลา” เลขาเป็ห่วงเ้านาย แม้ว่าตัวเธอเองจะพักผ่อนไม่ต่างจากเ้านาย แต่เธอไม่ได้แบกรับภาระทั้งหมดเอาไว้บนบ่า เพียงแค่ทำตามหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายเท่านั้น จึงไม่ถือว่าทำงานหนักอะไร ต่างจากเ้านายคนสวยที่จะต้องคิดแผนงานด้วยตัวเองทั้งหมด ทำให้เวลาพักผ่อนที่มีอันน้อยนิดนั้นกลับน้อยลงไปอีก
“ไม่ต้องหรอก กลับมาค่อยพักทีเดียว วันนี้เทคิวที่เหลือทั้งหมดให้ด้วยนะ แล้วก็จองร้านสปาด้วย” เซี่ยซูมี่กล่าว เวลาที่เธอเหนื่อยจากงาน ร้านสปาคือที่แรกที่เธอเลือก หญิงสาวไม่คิดที่จะไปร้านเพื่อดื่ม เพราะสำหรับเธอแล้วมันคือการฆ่าตัวเองทางอ้อม แม้จะไม่เห็นผลเร็วในตอนนี้ แต่แน่นอนว่ามันมีผลระยะยาวอย่างแน่นอน
“ได้ค่ะ” เลขารับคำ เพราะหากเ้านายพูดแล้วต้องเป็คำไหนคำนั้น มี่แรก ๆ ที่เธอเข้ามาทำงานั้แ่บุกเบิกด้วยกันกับเ้านาย แล้วแสดงความคิดเห็นออกไปหลังจากที่เธอตัดสินใจแล้ว นอกจากที่เ้านายคนสวยจะไม่ทำตามคำแนะนำแล้ว เธอยังยกเลิกงานจากนั้นก็ให้พนักงานคนอื่นรับผิดชอบ โดยให้เหตุผลว่าในเมื่อบอกแล้วทำไม่ได้ก็คิดว่าไม่น่าจะเหมาะกับงานนี้ั้แ่แรก ั้แ่นั้นเป็ต้นมาเลขาสาวไม่เคยขัดคำสั่งของเ้านายอีกเลย เป็เวลากว่า 5 ปีแล้วที่ทั้งคู่ต่างยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา
เมื่อรับคำเรียบร้อยแล้ว ก็ไปเชิญช่างประจำคนสนิทเข้ามาจัดการดูแลเ้านายต่อ ส่วนเลขาคนสนิทนั้นก็ทำหน้าที่ยกเลิกประชุมรายย่อยอีก 2 ราย โดยให้เหตุผลว่าเ้านายมีงานสำคัญด่วนเข้ามา ซึ่งทางลูกค้ารายย่อยเองแม้จะไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่ก็ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะแสดงความไม่พอใจได้ จึงได้แต่รับทราบและหาเวลาเป็่อื่นแทน หรือพูดง่ายๆ ว่าหากเป็เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น มักจะมีกลิ่นไม่ดีลอยมา นั่นหมายถึงพวกเขาอาจจะต้องหาช่องทางอื่นเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ ไม่ช้าก็เร็วต้องถูกสลัดทิ้งอย่างแน่นอน
“สวยมากเลยค่ะคุณเซี่ย” ช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองเอ่ยขึ้น เธอไม่ได้เยินยอเกินจริง เพราะหญิงสาวมากความสามารถที่อยู่ตรงหน้านี้สวยไม่มีที่ติ ตัวเธอเองแทบจะไม่ได้ลงเครื่องสำอางที่หนักหน้าเลยสักนิด เน้นไปทางงานผิวเพื่อโชว์ความสวยของผิวจริงมากกว่า
“ขอบคุณค่ะ” เซี่ยซูมี่ยิ้มบางให้ช่างแต่งหน้าทำผม ใช้งานกันจนรู้ใจไม่ต้องพูดอะไรมาก เพียงแค่ให้ดูชุดที่จะไปช่างแต่งหน้าก็รังสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังถูกใจเ้าของใบหน้าเป็อย่างยิ่ง เพราะเธอไม่ชอบอะไรที่มันหนักหน้ามากจนเกินไป มันดูปลอม สำหรับเธอแล้วทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริง แม้ว่าความจริงจะทำให้เ็ป คนเราไม่สามารถที่จะอยู่ในโลกของตัวเองได้ตลอดเวลา เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่จะอยู่กับเราได้นานที่สุดก็คือความจริง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่ขอตัวก่อนนะคะ” ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมเอื้อมมือไปรับซองหนาบนโต๊ะ จากนั้นก็รีบออกจากห้องไป เพราะจะได้ให้เ้าของใบหน้าที่พวกเธอแต่งในวันนี้นั้นได้แต่งตัว
เซี่ยซูมี่มองหน้าตัวเองบนกระจกใบใหญ่ ภายในห้องทำงานของเธอจะมีห้องสำหรับแต่งตัวไปงานพวกนี้อยู่แล้ว เพราะมันจะสะดวกกว่าการที่เธอจะกลับคอนโดเพื่อแต่งหน้า เสียเวลาตั้งเท่าไหร่ เอาเวลาที่เสียไปนั้นทำงานยังจะดีเสียกว่า ผู้หญิงคนนี้เมื่อก่อนเธอเคยอดมื้อกินมื้อ ตอนเด็ก ๆ เคยแม้กระทั่งคุ้ยขยะเพื่อหาเศษอาหาร หรือแม้แต่กระทั่งทำตัวเป็ขอทานเพื่อหาเงินไปโรงเรียน เธอใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอด พ่อกับแม่แยกทางกันและทิ้งเธอไว้ในห้องเช่าเล็ก ๆ ห้องหนึ่งอย่างไม่ไยดี ตอนนั้นจำได้ว่าตัวเองอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น เธอต้องหนีออกจากห้องเช่าเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า ด้วยคิดว่าพ่อกับแม่ไปทำงานอีกเดี๋ยวคงกลับมา แต่รอแล้วรอเล่าพ่อกับแม่ก็ยังไม่กลับมา จวบจนข้าวสารในถังหมด น้ำก็ไม่มีจะดื่มกิน เ้าของห้องเช่ามาทวงถาม เมื่อได้คำตอบว่าเธอไม่มีเงินพวกเขาขู่ว่าจะแจ้งทางตำรวจ แล้วจะส่งเธอไปยังมูลนิธิสำหรับเด็กเพื่อให้เอาไปดูแลต่อไป
เธอเองยังมีความหวังว่าพ่อแม่จะกลับมา แต่แล้วความหวังก็พังทลายเมื่อทางมูลนิธิจะมารับตัวเธอไปจริง ๆ เด็กหญิงต้องหนีหัวซุกหัวซุน กว่าจะเอาตัวรอดและมีวันนี้ได้ แต่เมื่อประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ บุคคลที่เธอเฝ้ารอพวกเขามาทั้งชีวิตกลับโผล่หน้ามาอย่างไม่ได้นัดหมาย หญิงสาวหัวเราะให้กับโชคชะตาของตัวเองเมื่อนึกถึงมัน จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อกลับมาเป็คนเดิม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ขออนุญาตค่ะ” เลขาคนสนิทเห็นว่าช่างแต่งหน้าทำผมออกไปสักพักแล้ว แต่เ้านายคนสวยของเธอยังไม่ออกมาเลยจึงได้ทำการเคาะเรียก
“อืม” เซี่ยซูมี่รับปากในลำคอ จากนั้นก็เปิดประตูออกไปด้วยท่าทีที่สง่างาม เธอบอกตัวเองอยู่เสมอว่าต้องมั่นใจในตัวเอง แม้ในวันที่อ่อนแอมากที่สุดก็ตาม ทุกอย่างจะถูกแสดงออกมาทางใบหน้า เธอจึงพยายามทำสีหน้าให้เรียบเฉยและเป็ปกติที่สุด เพื่อปกปิดาแภายในใจเอาไว้
“วันนี้คุณสวยมากเลยค่ะ” เลขามองเ้านายั้แ่หัวจรดเท้า เธอเป็คนที่ดูแลตัวเองดีเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้รูปร่างของเ้านายคนสวยดูดีราวกับนางแบบมืออาชีพก็ไม่ปาน
“ฉันจะเอารถไปเอง เธอไม่ต้องไปส่ง กลับบ้านไปพักผ่อนได้ เสร็จจากงานฉันจะไปที่ร้านสปาต่อเอง” เซี่ยซูมี่สั่งงานเลขา ตัวเธอเองยังเหนื่อยสายตัวแทบขาด แล้วเลขาที่รูปร่างบอบบางคนนี้จะไปเหลืออะไร เธอเป็คนชอบออกกำลังกายจึงให้ร่างกายแข็งแรง แต่แม่เลขาคนเก่งกลับเป็โรคกลัวการออกกำลังกาย จึงมักจะป่วยเสียงขึ้นจมูกบ่อย ๆ วันนี้ก็เช่นกัน
“ค่ะ ถ้างั้นก็เจอกันพรุ่งนี้นะคะ คุณมีประชุมกับผู้ถือหุ้นตอน 10.00 น.” เลขาคนเก่งพยักเข้าใจ ดีเหมือนกันเธอจะได้มีเวลาไปซื้อของเข้าบ้าน เพราะรู้สึกว่าของจะเกลี้ยงตู้เย็นเธอแล้ว
เซี่ยซูมี่รับกุญแจรถมา จากนั้นก็ตรงไปยังลานจอดรถชั้นพิเศษ และขับไปยังสถานที่จัดงานที่เซต GPS เอาไว้เรียบร้อยแล้ว เธอเป็คนไม่จำเส้นทาง โดยปกติแล้วจะมีเลขาเป็คนจัดการพาไป แต่วันนี้เลขาเหมือนจะป่วยจึงจำเป็ต้องฉายเดี่ยว อาจจะด้วยเส้นทางที่เธอไม่คุ้นเคย หรืออาจจะเพราะไม่ค่อยได้ขับรถเท่าไหร่ก็ไม่ทราบได้ แต่รู้สึกว่าเหมือนถนนข้างหน้าจะมีฝุ่นขาวลอยคลุ้ง ทำให้เธอมองเส้นทางไม่ชัดดังเดิม อีกทั้งยังคล้ายว่ามีแรงเหวี่ยงหรือแรงดึงดูดบางอย่างกระชากเธอออก ซึ่งความรู้สึกของเธอในตอนนั้นเหมือนถูกดึงเข้าไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย
“มาแล้วหรือผู้ถูกเลือก” เซี่ยซูมี่มองไปตามเสียง แม้จะยังงงอยู่บ้างว่าออกมาจากรถได้อย่างไร และมาที่นี่ได้อย่างไร ข้างหน้าของเธอนั้นไม่มีอะไรเลย นอกจากพื้นที่โล่งสีขาวสบายตา
“ที่นี่ที่ไหนคะ แล้วฉันมาที่นี่ได้ยังไง?” เซี่ยซูมี่พูดขึ้น เธอยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เพราะมันค่อนข้างที่จะน่าเหลือเชื่อ
“ที่นี่คือรอยเชื่อมต่อที่จะพาเ้าไปยังโลกอดีตที่เ้าจากมา เ้าเป็คนอ้อนวอนขอให้ตัวเองได้กลับไปแก้ไขอดีตที่เคยทำผิดพลาด คำขอของเ้ารอนานมาถึง 2000 ปีแล้ว และตอนนี้ก็กำลังจะได้กลับไปตามคำขอนั้น” เซี่ยซูมี่พยายามที่จะใช้สายตาเพ่งมองว่าต้นเสียงมาจากที่ไหน แต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากหมอกจางๆ เพียงเท่านั้น
“ฉันน่ะหรือคะที่ร้องขอ” เซี่ยซูมี่ถามขึ้นอีกครั้ง เธอไปร้องขออะไรพวกนั้นั้แ่เมื่อไหร่กัน เพราะเซี่ยซูมี่คนนี้ไม่เคยนึกเสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไป
“เป็ร่างเดิมของเ้าเมื่อชาติปางก่อน เอาล่ะไม่ต้องมากพิธีเราออกเดินทางกันเถอะ”
“เดี๋ยวก่อนสิคะ แล้วร่างของฉันตอนนี้ละคะ” เซี่ยซูมี่ยังคงเป็ห่วงร่างเดิม เพราะเธอกำลังอยู่ในจุดที่ประสบความสำเร็จสูงสุด แล้วจะให้ทิ้งไปได้อย่างไรกัน
“หมดเวลาบนโลกนี้แล้ว ในทุก ๆ 2000 ปีเท่านั้นที่พื้นพิภพจะถูกเปิดออกเพื่อให้โอกาสคนดีได้กลับไปแก้ไข และเ้าก็เป็ผู้ที่ถูกเลือกจากดวงจิตที่บริสุทธิ์”
“หมายความว่าฉันตายจากโลกนี้ไปแล้วหรือคะ” เซี่ยซูมี่ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เธอได้ยิน ช่างไม่ยุติธรรมกับเธอเอาเสียเลย ผ่านมาตั้งสองพันกว่าปีแล้ว ทำไมถึงเพิ่งจะมาทำตามคำขอ แล้วพรากชีวิตของเธอไปในวันที่กำลังประสบความสำเร็จนี่น่ะหรือ
“ไม่ต้องห่วงหรอก ข้ามีพรวิเศษให้เ้า 3 ข้อ” คล้ายว่าผู้ลึกลับจะได้ยินในสิ่งที่เธอกำลังคิด
“อะไรหรือคะ” เซี่ยซูมี่ถามขึ้น นึกปลอบใจตัวเองว่ายังดีกว่าที่ไม่ได้อะไรติดตัวไปเลย ไหนๆ ก็ตายไปแล้ว ยังโชคดีที่ได้โอกาสไปเกิดใหม่
“ข้อที่ 1 ข้าวของที่เ้าหามาในชาตินี้ จะถูกเก็บอยู่ในมิติ หากว่าเ้า้าใช้เมื่อไหร่ก็แค่นึกถึงมัน
ข้อที่ 2 เ้าจะมีความสามารถพิเศษติดตัวไป
ข้อที่ 3 ข้าให้เ้าเป็ผู้ขอ”
สิ้นเสียงนั้นเซี่ยซูมี่ก็กลับมาคิดกับตัวเองว่าเธอจะขออะไร เพราะแค่เธอได้ทุกอย่างที่ตัวเองหามาในชาตินี้ติดตัวไปด้วยก็นับว่าดีมากแล้ว แม้ว่าจะเปิดเผยกับใครไม่ได้ก็ตาม
“ถ้าเช่นนั้นก็ขอให้เจอคนที่รักฉันจริง ไม่ต้องถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวลำพังเหมือนในชาตินี้อีก” เซี่ยซูมี่หลับตาอธิฐาน ภายใต้หน้ากากที่เป็คนเข้มแข็ง แต่เธอเองก็ยังคงโหยหาความรักอยู่เช่นกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอกลัวการอยู่คนเดียว จึงเอางานเป็เพื่อน เหนื่อยก็แค่หลับไปจะได้ไม่ต้องคิดอะไร
“เ้าได้คำขอนั้น จำเอาไว้ว่าห้ามเปิดเผยเื่นี้กับใครเด็ดขาด หากมีคนล่วงรู้พรทั้งหมดของเ้าจะถูกยกเลิกทันที จงใช้ชีวิตที่เหลือของเ้าต่อจากนี้ให้มีความสุข ดังเช่นที่เ้าไม่เคยพบเจอมาก่อน ขอให้โชคดี”