The World : ฝ่าวิกฤต พิชิตโลก

    ตอนที่ 29 โดนล้อมโจมตี (1)

    "อะไร!!""ซะ ซอมบี้บุก!!!!!"

    แกรก
    บุรุษร่างกำยำพลันขมวดคิ้ว เพ่งมองใบหน้าของลูกน้องที่ตอนนี้มีสีหน้าซีดเผือด ดูแล้วน่าสมเพชเป็นอย่างมาก จึงทำให้มันอดไม่ได้ที่จะกระชากปืนจากลูกน้องคนข้างๆแล้วจอไปที่ขมับหัวไอ้คนที่เข้ามารายงาน
    "กะ อีแค่ซอมบี้ไม่กี่ตัว"
    "มึง!! ทำห่าอะไร ไม่ได้เลยหรือไงวะ หา!!"
    แววตาของบุรุษร่างกำยำดูดุดันและแข็งก้าว มองกดดันลูกน้องของตนเองที่ตอนนี้ยืนด้วยความสั่นกลัว
    โดยเฉพาะตอนที่มันถูกหัวหน้าตนเองจ่อปืนเข้าขมับและตะคอกใส่ตอกย้ำถึงความไม่ได้เรื่องของมันนั้น ตัวมันเองก็ม่รู้จะสรรหาแรงใจใดๆมาฮึดสู้และอธิบายต่อ แต่ว่า
    ปัง
    "หะ หัวหน้า แย่แล้ว ตอนนี้ซอมบี้กำลังบุกมาล้อมพวกเราเป็นโขยง"
    เสียงประตูถูกเปิดดังขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่ว่าครั้งนี้เป็นประตูที่อยู่ภายในบ้าน บุรุษร่างผอมเล็ก หน้าเรียว เดินออกมาด้วยคำอธิบายที่ทำให้ทุกๆคนต่างพากันสูดหายใจเข้าปอด
    เฮือก
    "มันมากันเท่าไหร่"
    บุรุษร่างกำยำที่ได้ยินสิ่งที่ลูกน้องอีกคนบอกกล่าว เวลานี้ใบหน้าพลันตึงเครียด แววตาสั่นไหว อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้เริ่มเข้าขั้นวิกฤต
    เพราะคนหลังที่มาบอกถือเป็นมือขวาคนสนิทของมัน อีกทั้งห้องที่มันพึ่งออกมาเป็นห้องมอนิเตอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวต่างๆทั้งนอกและในคฤหาสน์แห่งนี้ หรือจะว่าง่ายๆคือ ห้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดนั้นแหละ
    ดังนั้นสิ่งที่มันพูดออกมาย่อมยืนยันคำพูดของลูกน้องคนแรกที่เข้ามารายงานได้ว่ามันเป็นเรื่องจริง
    "เท่าที่ประเมิน น่าจะไม่ต่ำกว่า ครึ่งพัน"
    สูดดด
    ด้วยจำนวนที่ถูกประเมินเพียงคร่าวๆถูกเอ่ยออกมา ส่งผลให้ทุกคนในที่แห่งนั้นรู้สึกหวาดกลัวจับใจ ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนที่บอกมาอาจจะไม่ใช่จำนวนจริงๆของพวกมันก็ได้ ดีไม่ดีอาจจะมีเป็นพันหรือมากกว่านั้น
    ยิ่งคิดทุกๆคนต่างหน้าซีดเผือด บ้างรู้สึกไร้เรี่ยวแรง บ้างรู้สึกท้อแท้ หรือมีบ้างที่อดจะอุทานออกมาไม่ได้ว่า "ตายแน่"
    "พวกมึงกลัวห่าอะไรกันหา!!"
    "ปืนก็มี ระเบิดก็มี อาวุธที่พวกเรามีนั้นครบมือ"
    "กะอีกแค่ซอมบี้ไม่กี่พันตัว มันทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอกเว้ย"
    เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงความกดดันและน่ายำเกรงถูกเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษร่างกำยำ แม้เขาจะเป็นศัตรูแต่ก็อดชื่นชมไม่ได้ว่า ในสถานการณ์เข้าตาจนขนาดนี้ ยังสามารถประคองสติและปลุกระดมลูกน้องได้อย่างเด็ดขาด แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำที่ยอดเยี่ยม
    "พวกมึงพาพวกมันไปรวมกัน ทิ้งคนไว้ 3 คน หากขัดขืน ฆ่าได้ไม่ต้องสนใจ"
    "ส่วนพวกมึงที่เหลือ เรียกระดมพลและเตรียมอาวุธให้พร้อม! โดยเฉพาะระเบิดมือเอามาเยอะๆ เตรียมฝังพวกห่าซอมบี้นั้นให้ตายให้หมด เข้าใจมั้ย!!"
    "คะ ครับ!!!!!"
    เสียงสั่งการที่ดังขึ้นปลุกให้ทุกๆคนตั้งใจฟังและตอบรับ ไม่เว้นกระทั่งเหล่าสาวๆแและ 2 สามีภรรยาที่ตอนนี้ยอมทำตามแต่โดยดี
    ส่วนลูกน้องของมันเมื่อได้รับคำสั่งต่างเร่งรุดกันอย่างฉับไว วิ่งไปมาเพื่อทำตามหน้าที่ของตนเอง
    แม้พวกมันจะเป็นโจร แต่ก็มีระเบียบไม่น้อย ที่สำคัญหากมองดูความสามารถโดยรวมที่มีัตัวเขาอดที่จะนับถือการอบรมและประสบการณ์ของพวกมันไม่ได้เช่นกัน
    ส่วนพวกเขาต่างถูกพาตัวมารวมกับกลุ่มใหญ่ภายในห้องแห่งหนึ่งในตัวบ้าน ซึ่งเท่าที่สังเกตเห็นพบว่าห้องนี้น่าจะเป็นห้องรับรองแขก แถมมันยังดูโอ่อ่าหรูหราไม่น้อย
    ตามแผนที่เขาวางเอาไว้นั้น คือการทำตัวอ่อนแอ ขี้ขลาด เพื่ออาศัยความเข้าใจของพวกมันพาพวกเขามายังกลุ่มใหญ่ ซึ่งมันจะทำให้เขาประเมินได้ว่ามีกี่คนที่เขาจะต้องช่วยเหลือ จากนั้นรอจนพวกมันชะล่าใจเขาจะลอบสังหารพวกมันทีละคนอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
    แม้เขาจะกลัวว่าแผนที่วางไว้อาจจะผิดพลาด อนึ่งคือ เหล่าสาวๆที่มากลับเขา หากยามที่พวกเขาถูกจับไป เกิดพวกมันหื่นกามเกินจะทนจริงๆ สุดท้ายอาจจะลากพวกเธอทั้ง 4 ไปซัมติงก็ได้
    ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องระมัดระวังและกระทำการณ์ตามแผนที่วางไว้อย่างรอบคอบ เพราะหากจวนตัวจริงๆเขาคงจะต้องลงมือเด็ดขาดอย่างไม่มีทางเลือก
    ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยฆ่าคน ทว่าหากมองกลับกันถ้าเขาไม่ฆ่าสุดท้ายเขาก็จะถูกฆ่าเอง สัจธรรมเช่นนี้ตัวเขาพอเข้าใจดีแถมยังรู้สึกว่ามันสมควรแล้วที่เขาจะต้องลงมือ

    แต่ด้วยสถานการณ์ทับซ้อนที่เกิดขึ้นจากการบุกของซอมบี้ครึ่งพัน ส่งผลให้แผนการของพวกมันต้องเปลี่ยนไป จนต้องละทิ้งบางสิ่งเพื่อเลือกสิ่งที่สำคัญกว่าก่อน
    เพราะหากพวกมันถูกซอมบี้บุกเข้ามาได้สำเร็จจริงๆ ไม่ว่าใครก็ต้องตายทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้สึกแปลกๆด้วยว่า ปกติซอมบี้มันมักจะไม่รวมกลุ่มกันบุก นอกจากพวกมันจะเห็นเหยื่อพร้อมกัน ซึ่งแบบนั้นมีความเป็นไปได้น้อย
    เนื่องจากคฤหาสน์แห่งนี้เป็นดั่งป้อมปราการหย่อมๆ ที่ต่อให้พวกมันพยายามมองหาเหยื่อก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเจอ แถมยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ที่พวกมันครึ่งร้อยจะเจอเหยื่อเดียวกัน
    ดังนั้นความเป็นไปได้เดียวที่เกิดขึ้น น่าจะมีบางสิ่งคอยควบคุมและสิ่งนั้นเขามั่นใจว่าย่อมต้องเป็นพวกมนุษย์กลายพันธุ์ ขั้น 2 ที่มีสติปัญญาแล้วเป็นแน่
    เพราะที่เขามั่นใจเช่นนี้ มันก็มาจากตอนเขาใช้เนตรพิภพส่องไปยังมหาวิทยาลัย เพื่อตามหาน้องสาว และเผอิญเห็นมนุษย์กลายพันธุ์ขั้น 2 ทั้ง 2 ตัว
    ซึ่งขณะนั้น 1 ใน 2 กำลังทำท่าทำทางเสมือนว่า ตัวมันกำลังคอยควบคุมเหล่าซอมบี้ตัวอื่นๆให้เกาะเกี่ยวกันสร้างบันได เพื่อเป็นฐานปีนขึ้นระเบียง
    ยิ่งคิดถึงตอนนั้นเขายังอดรู้สึดหวั่นวิตกไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เมื่อพวกเขามาถึงกลุ่มใหญ่ และรอจนกระทั่งพวกโจรที่เหลือเดินออกไปจนกระทั่งเหลือพวกมันเพียง 3 คนค่อยเฝ้าพวกเขาอยู่นั้น ตัวเขาที่ตัดสินใจได้เด็ดขาดก็เริ่มลงมือทันที
    ฟุบพลัก"ฮะ-" ฟุบพลักฟุบ พลัก
    ด้วยความเร็วในการเคลื่อนไหวลงมือ อีกทั้งความสามารถตััดระยะ ย่อมทำให้เขาสามารถจัดการพวกมันทั้ง 3 คน ได้เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ไม่ถือเป็นเรื่องยากลำบากใดๆแก่เข้าแม้แต่น้อย
    ทว่าด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและผลลัพธ์ที่เห็นๆกันอยู่ ย่อมส่งผลต่อคนอื่นๆที่อยู่ในสถานการณ์ ทำให้พวกเขาและเธอต่างนั่งมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตกใจ
    แต่ละคนต่างหันมามองยังเขาที่ยืนอยู่ด้วยสายตาเหม่อลอย และก็มีบ้างที่มองมาด้วยสายตาหวาดกลัว กระทั่ง 4 สาวเองที่เห็นเหตุการณ์ก็ยังอดที่จะมองเขาด้วยความตื่นตะลึงไม่ได้เช่นกัน
    "สถานการณ์ไม่ค่อยดี ต้องรีบกันแล้ว"
    เขาไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆ กลับรีบเอ่ยและเร่งเดินเข้าหาคนที่ใกล้ที่สุด พร้อมตัดเชือกออก จากนั้นเขาก็เดินตรงไปหาพวกสาวๆและก็ทำเช่นเดียวกัน
    คนอื่นๆที่เห็นแม้จะสงสัยแต่ก็รีบทำตามทันที โดยไม่ลังเล เพราะสถานการณ์ตอนนี้ถือว่าเข้าข้างพวกเขาแล้ว แม้มันจะเสี่ยงแต่หากนั่งเฉยๆสุดท้ายก็ต้องตาย
    ดังนั้นสู้พวกเขาเสี่ยงดูสักตั้ง ไม่แน่อาจจะอยู่รอดปลอดภัยกันทั้งหมดก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความวุ่นวายและเสียงพูดคุยของพวกโจรที่เอ่ยขึ้น
    ทำให้ทุกๆคนในตอนนี้ต่างเข้าใจสถานการณ์กันเป็นอย่างดี ว่าต่อให้พวกเขาหนีจากพวกโจรไปได้ ก็ใช่ว่าพวกเขาจะรอดจากฝูงซอมบี้ครึ่งพันที่ตอนนี้กำลังบุกมาถึงคฤหาสน์แล้วไปได้แน่นอน เพราะเอาเข้าจริงๆตอนนี้รอบๆคฤหาสน์ต่างถูกล้อมไปด้วยฝูงซอมบี้นับไม่ถ้วนแล้ว
    หลังแก้เชือกให้ทุกคนเสร็จ ตัวเขาเดินเข้าหาน้องสาวและบอกบ้างสิ่งให้ฟัง เมื่อเธอและเพื่อนๆได้ยินต่างพากันหน้าซีดเผือดและอดหวั่นวิตกไม่ได้
    เมื่อความจริงที่ว่าในฝูงซอมบี้อาจจะมีซอมบี้ที่แข็งแกร่งและกลายพันธุ์ไปสู่ขั้นใหม่แล้ว ซึ่งหากมี 1 ตัวยังพอทำใจ ทว่าหากมันมีมากกว่านั้นเรื่องแบบนี้คงยากที่พวกเขาทุกๆคนจะหนีรอดไปได้
    แม้ว่าน้องสาวและเพื่อนของเธออีก 2 คน ตอนแรกจะมองเขาด้วยท่าทีผิดหวัง ที่เห็นว่าเขาแสดงออกถึงความขี้ขลาด
    ทว่าพอมาเห็นเขาโชว์เทพเช่นนี้พวกเธอต่างละอายแก่ใจ โดยเฉพาะหยกที่รู้สึกหน้าชาและเสียใจกับความคิดของตัวเองไม่ได้ที่ขนาดพี่แท้ๆตัวเองยังไม่ยอมเชื่อ ซึ่งต่างจากเกรทที่เธอเลือกนิ่งเฉยแทน เสมือนเข้าใจบางสิ่งบางอย่างดี
    ตัวหยกเองอดที่จะมองพี่ชายและเพื่อนสาวข้างๆไม่ได้ ว่าทำไมในสถานการณ์หน้าซิ่วหน้าขวานแบบนั้น ทั้ง 2 จึงยังใจเย็นและคิดแผนการณ์ต่างๆขึ้นมาได้ โดยเฉพาะพี่ชายของเธอที่ตอนนี้แทบจะไม่ต่างจากฮีโร่ในหนังเลย
    "ผมคิดว่าทุกๆคนคงเข้าใจสถานการณ์กันดีแล้ว ตอนนี้ทุกๆอย่างก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณว่าจะเอายังไงต่อดี"
    น้ำเสียงและท่าทางของเขา ทำให้ทุกๆคน ไม่ว่าจะเกรท หยก หรือพ่อและแม่ของเกรทต่างพากันเงียบและรับฟัง
    ทว่าคำพูดประโยคท้ายนั้นกับทำให้ทุกๆคนต่างกระวนกระวาย และเริ่มส่งเสียงดังไม่ต่างจากนกแตกรังแม้แต่น้อย แม้ว่าเสียงจะดังแต่มันก็ไม่มีปัญหาเพระาตอนนี้เสียงปะทะของปืนและระเบิดระหว่างมนุษย์และเหล่าซอมบี้ได้เีริ่มต้นขึ้นแล้ว
    ด้วยเหตุนี้เสียงดังของพวกเขาจึงไม่ได้เป็นจุดสนใจของเหล่าโจรทั้งหลายที่กำลังสาละวนป้องกันคฤหาสน์หลังนี้อยู่
    ส่วนตัวเขาทันทีที่พูดจบก็เดินจับแขนน้องสาวและพาเดินตามตนเองออกมายืนข้างๆห้องทันที เกรทและเพื่อนๆของเธอที่เห็นจึงเดินตามกันมาด้วยอย่างไม่ลังเล
    สำหรับพ่อและแม่ของเกรท เมื่อทั้ง 2 ไม่ถูกพันธนาการ ต่างพากันเข้าหาเกรทและกอดเธอด้วความห่วงใย
    ภายในคฤหาสน์แห่งนี้แต่เดิมก็ถือว่ามีคนอาศัยจำนวนไม่น้อย ซึ่งประกอบไปด้วย ครอบครัวเจ้าของบ้าน 3 คน แม้บ้านและพ่อบ้านรวมๆกัน 8 คน มีนางพยาบาล 2 คน คนขับรถอีก 3 คน ที่อาศัยอยู่ แต่ในวันเกิดเหตุคือช่วงที่ทางเจ้าของบ้านมีแขกเข้ามา ซึ่งแขกเหล่านี้ก็มีจำนวน เกือบ 10 คน ส่งผลให้ตอนนี้จำนวนคนที่อาศัยอยู่ในห้องมีมากวก่า 30 กว่าคน
    แต่ละคนต่างเริ่มจับกลุ่มพูดคุยและตกลงถึงแผนการหนีั มีบ้างที่แบ่งกลุ่มแยกออกมาอย่างชัดเจน ทว่าทุกๆคนกลับยังไม่มีคนใดกล้าขยับออกไปจากนอกห้องนี้เลยแม้แต่คนเดียว
    ทุกๆสายตามักเหล่มองมาทางเขาเสมอ ยิ่งบางคนกระทั่งยืนมองอย่างเปิดเผย ซึ่งความนัยเหล่านี้ทำไมตัวเขาจะไม่รู้ว่าทุกๆคนต้องการอะไร
    ก็เนื่องจากเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา จากการที่เขาแสดงความสามารถที่เกินความคาดหมาย ไม่สิ มันเหนือจิตนาการเกินไปมากกว่า ที่คนๆหนึ่งจะมีระดับความเร็วที่มากมายเช่นนั้น
    "อะแฮ่ม"
    "ผมรู้ว่าทุกคนคิดอะไร ดังนั้นผมจะขอพูดตรงนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น"
    "ผมจะนำทุกคนออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ เพียงแต่ผมจะไม่ขอรับรองชีวิตของพวกคุณทุกคน จำไว้แม้ผมจะเป็นคนนำ แต่พวกคุณก็ต้องลงแรงปกป้องตนเองเช่นกัน หากไม่เสี่ยงที่จะหนี พวกคุณจะตายกันหมด"
    น้ำเสียงและคำพูดที่สื่อออกมาของเขาเป็นอะไรที่เข้าใจได้ง่ายดี ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อทุกคนได้ยินว่าเขาจะช่วยพาหลบหนี ต่างคนก็ต่างอดที่จะยิ้มยินดีไม่ได้ แม้จะกังวลว่าทุกๆคนจะต้องดูแลตนเองก็ตาม
    เพราะเอาเข้าจริงๆ ทุกคนต่างรู้สถานการณ์และคิดไปทางเดียวกันว่า การหนีถือเป็นทางเลือกเดียวที่ดีที่สุดในตอนนี้
    หากพวกเขายังลังเลอยู่ที่เดิมเกิดฝ่ายโจรชนะสุดท้ายผลลัพธ์ก็ยังเป็นพวกเขาที่ย่ำแย่หรือหากซอมบี้ชนะจนบุกฝ่าเข้ามาได้ พวกเขาไม่แคล้วก็ต้องตายกันหมดอยู่ดี สู้เสี่ยงหนีน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

    อีกด้านหนึ่ง
    ปังๆๆๆๆตูม"ห่าลากเอ่ย เยอะชิบหาย"
    พวกโจรร่วม 20 กว่าคน ต่างโหมโจมตีพวกซอมยี้จำนวนมากมายที่กำลังทยอยดาหน้าเข้ามายังคฤหาสน์แห่งนี้
    พวกเขาต่างแบ่างกลุ่มออกเป็น 7 กลุ่มแต่ละกลุ่มประกอบด้วย 3 คนประจำตำแหน่งล้อมรอบคฤหาสน์
    เดิมทีหากพวกเขาไม่ถูกล้อม บุรุษร่างกำยำคงตัดสินใจพากันหนีไปแล้ว ทว่าด้วยจำนวนที่มากขึ้นเรื่อยๆของมัน แม้พวกเขาจะตั้งใจหลบหนีก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆ เผลอตอนหลบหนีด้วยรถ แล้วไม่อาจไปต่อได้ สุดท้ายพวกเขาทุกคนจะถูกล้อมและถูกพวกมันรุมฉีกกระชากจนตาย
    ดังนั้นการตั้งรับจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของพกวเขาในเวลานี้ ทว่าอีกไม่นานสิ่งเหล่านี้จะย้อนกลับมาและความตายที่น่าหวาดกลัวจะโถมเข้าใส่พวกเขาทุกๆคนอย่างไร้ทางออก
    "ยะ แย่แล้วหัวหน้า"
    "ไอ้พวกเชลยกำลังหนี!!!"
    "อะไรนะ พวกมัน!!"

    End