“คุณหนู!!!!” จินเมี่ยวร้องเรียกตู้ฟางซินเมื่อเห็นคุณหนูของนางตกเรือลอยตามน้ำไป นางจึงก้าวเท้าขึ้นไปบนขอบเรือกำลังจะโดดลงแม่น้ำแต่กลับถูกป้ากวางกอดเอวไว้แน่นจากทางด้านหลัง
“หยุดเรือก่อน!!” ป้ากวางตวาดลั่นเรือและเรียกหาสามีดังลั่น “ตาแก่เม่าหยุดเรือเดี๋ยวนี้!!!”
“ทำมิได้!!!! รออีกหนึ่งจิบชา!!” ลุงเม่าะโออกมาและบังคับเรือขึ้นไปทางต้นน้ำเรื่อยๆ มุ่งหน้ายังโขดหิน จินเมี่ยวยื้อยุดกับป้ากวางอยู่ครู่เมื่อคิดว่าป้ากวางไม่ยอมปล่อยแน่จึงะโเสียงดังขึ้นอย่างร้อนรน
“อาหลง!!! คุณหนูตกเรือ!!!”
บ่าวชายสกุลตู้ทั้งหมดหยุดการใช้ดาบปัดป้องลูกธนูทันทีพร้อมทั้งกระโจนลงแม่น้ำไปทั้งหมด
ตุ้ม!!!!! ตุ้ม!!!!! ทุกคนต่างดำผุดดำว่ายในผืนน้ำแคบๆ ด้วยสีหน้าหวั่นวิตกจนเรือบรรทุกสินค้าของลุงเม่าลอยห่างออกไปหยุดตรงโขดหินในระยะหนึ่งลี้(500เมตร) จินเมี่ยวแอบมองไปยังกลุ่มโจรที่ควบม้าห่างออกไปแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ท่านป้ากวางปล่อยข้าก่อนเ้าค่ะ” จินเมี่ยวบอกกับท่านป้า
“ให้บ่าวชายของเ้าตามหาคุณหนูให้พบเถิดแล้วค่อยไปดูนาง แม่น้ำสายนี้ไม่ลึกนักนางคงอยู่ไม่ไกลลำเรือหรอก”
“แต่คุณหนูของข้ายังมิได้ออกเรือนจะให้บ่าวชายจับต้องนางได้อย่างไรเล่าเ้าคะ?”
“เ้าว่ายน้ำเป็รึ?”
จินเมี่ยวหน้าม่อยลง “ไม่เ้าค่ะ” นางปฏิเสธพร้อมกับมีสีหน้าหวั่นวิตก
“มันจะเป็เพียงการช่วยชีวิตเท่านั้นเ้าอย่าได้วิตกไป ยามนี้เ้าควรนึกถึงว่าหากช่วยนางขึ้นมาแล้วจะรักษานางอย่างไรต่างหากเล่า..มาเถอะ” ป้ากวางจูงแขนจินเมี่ยวไปเตรียมชุดเสื้อผ้าและของเตรียมช่วยเหลือคนตกน้ำ
----+-----------
“พวกเ้าก็ลงไปช่วยหาคุณหนูตู้เถอะ” ลุงเม่าออกมาสั่งการลูกน้องในเรือ “ข้าจะวนเรือกลับไปตรงที่ๆนางตกเมื่อครู่”
“หากเราคนใดคนหนึ่งช่วยนางขึ้นมาได้ เราจะได้เป็สามีนางเลยหรือไม่ลุงเม่า55555” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยถาม แแล้วพวกเขาก็หัวเราะ”55555/55555/55555”
“อย่าหวังสูง” ลุงเม่าส่ายหน้า “หากพวกเ้าคิดว่าจะหลบคมดาบของบ่าวชายสกุลตู้ที่ติดตามมาด้วยได้ข้าจะก้มลงคำนับพวกเ้าให้ดู” ลุงเม่าเดินกลับไปที่หัวเรือโดยที่ไม่ได้สนใจลูกเรือที่นั่งหน้าเหวอกันสักคน
“หากข้าเจอตัวนางข้าจะจับแค่ชายเสื้อแล้วลากนางเข้าฝั่ง”/ “ข้าจะเอาขอนไม้ไปด้วยเผื่อให้นางเกาะ” / “ข้าจะะโบอกนะถ้าเจอ” ฯลฯ
----------++++++------
แนวเขตชายแดนไม่ห่างจากจุดพักม้าของโจรป่าในทิศทางตรงกันข้ามบนร่องเขา
“ข้าไม่เข้าใจว่าพวกมันจะยิงธนูใส่เรือขนส่งสินค้าทำไมในเมื่อพวกมันก็ลงไปปล้นในน้ำไม่ได้อยู่แล้ว” ต้าลิ่วคังพูดขึ้นและเหลือบมองผู้สั่งการด้านข้างในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ทำทีเป็นั่งตกปลา
“พวกมันก็ยิงอยู่เป็ประจำ ข้าไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดตาย กลุ่มโจรป่าวันนี้มีไม่ถึงยี่สิบคนด้วยซ้ำเ้าจะบ่นทำไมลิ่วคัง”
“ก็ในเมื่อพวกมันมิได้ก่อเหตุปล้น เหตุใดยามเราคุมตัวองค์หญิงแคว้นชางไปส่งที่เมืองหลวงแล้วเรามิอยู่ที่นั่นนานๆเล่าท่านแม่ทัพ” ต้าลิ่วคังโอดครวญ “ข้าคิดถึงฮูหยินของข้าใจแทบขาดเหตุใดท่านมิเห็นใจทหารผู้จงรักภักดิ์ดีของท่านบ้างเล่าา”
“ฮึ!!” คนเป็แม่ทัพหันหน้าหนีและเก็บคันเบ็ดขึ้นพาดบ่าเดินขึ้นไปทางต้นน้ำ
แม่น้ำสายนี้เป็เส้นทางผ่านออกไปต่างแคว้น เรือสินค้าเข้าออกมากมายหลายลำในหนึ่งวัน แต่มิเคยมีสักครั้งที่โจรป่าจะเข้าปล้น ที่เขาเห็นมีเพียงแค่ยิงธนูข่มขู่กลุ่มพ่อค้าเพื่อให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเส้นทางไปขนส่งสินค้าผ่านทางบกเท่านั้น
“ท่านไม่เข้าใจหรอกว่า ความคิดถึงถึงสตรีที่รักมันเป็เช่นใดเพราะท่านยังมิมีฮูหยิน ลิ่วคังอยากจะรู้นักว่าถ้าวันใดท่านมีสตรีในดวงใจท่านจะโง่งมมากกว่าหรือน้อยกว่าข้า” ต้าลิ่วคังหิ้วถังน้ำไปบ่นไปตามหลัง
“ข้าตกลงรับเ้ามาอยู่ในกองทหารตรวจแนวชายแดนของข้าได้อย่างไรนะลิ่วคัง..พูดมากก็เท่านั้น” เดินหน้าต่อไปไม่สนคนพูดเจื้อยแจ้วด้านหลัง
“หากข้ามิพูดมากท่านคงจะเหงาแย่ ทหารของท่านแต่ละคนหน้านิ่งดุดัน พูดน้อยราวกับอมหอยทากไว้ในปาก มีข้าพูดคนเดียวก็ดีอยู่แล้ว..เอ๊ะ!!” ลิ่วคังบ่นไปเดินไป
“หึ” ท่านแม่ทัพเพียงครางในลำคอไม่สนใจสิ่งใดนอกจากก้าวเดินเพื่อให้ถึงกระท่อมที่สร้างไว้ในร่องลึกของตะเข็บชายแดนพลางนึก ‘ลั่วถงคงมาแล้วกระมัง’ เสียงเงียบด้านหลังเพียงสองจิบชา (6นาที)
“ท่านแม่ทัพแย่แล้วววว!!!!” ลิ่วคังร้องเสียงดังโวยวาย ยังดีที่เขาสองคนเดินออกห่างจากกลุ่มโจรป่ามาไกลมากแล้วอีกทั้งพวกนั้นยังอยู่คนละฟากฝั่งคงจะมิได้ยินเสียงร้อง แม่ทัพหันหน้ามามองนายทหารคนสนิทที่หอบหายใจเหนื่อยอ่อน อีกเพียงหนึ่งเค่อก็จะถึงกระท่อมแล้วก็ให้ถอนหายใจ
“มีสิ่งใดอีก?”
“ข้าพบสตรี!!” ลั่วคังชี้ไปยังทิศทางที่ผ่านมา “แฮ่กๆๆ สตรีๆ”
“สตรีที่ใด?” คิ้วแม่ทัพขมวดเป็ปม ตามแนวเขตชายแดนนี้สตรีที่เขาเคยพบปะก็คงเป็เพียงหัวหน้ากลุ่มโจรป่าที่อยากได้เขาไปเป็สามีเป็หนักหนาจึงพยายามดึงความสนใจก่อเื่อยู่ไม่เว้นวันเพื่ออยากให้เขาไปจับนาง ‘น่าชัง’ เสียจริง
“ข้ามิทราบ…นางนอนอยู่ในน้ำหายใจรวยริน” ลั่วคังดึงแขนเสื้อหัวหน้าตนพัลวัน “ท่านไปช่วยนางเร็วเข้า หากช้านางจะตาย”
ท่านแม่ทัพเดินตามแรงจับจูง “มิใช่ว่าเป็แผนของแม่นางยุนหัวหน้ากลุ่มโจรป่ารึ?”
“มิใช่ๆ แม่นางยุนฟันเหยินข้าจำได้ แต่แม่นางที่นอนอยู่ในน้ำใบหน้าน่ารักฟันมิได้เหยินท่านแม่ทัพต้องไปดู” ลิ่วคังลากแม่ทัพไปถึงจุดเกิดเหตุ และชี้ไปยังพุ่มไม้ “นั่นๆๆ”
“เหตุใดเ้ามิพานางขึ้นมาเล่า!!!”
“ข้ามีฮูหยินแล้ว มีอนุอีกสามท่านจะให้ข้าแตะต้องนางได้อย่างไร?” ลิ่วคังหน้ายุ่ง
“แล้วข้าทำได้รึ?”
“ท่านยังมิมีฮูหยิน ทำได้สิ”
“เ้าบ้า!!! เพียงแค่ช่วยนางขึ้นมาจะเป็อันใดได้ยามนี้เราต้องช่วยชีวิตคนก่อนเ้าโง่!!! ลงไปอุ้มนางขึ้นมา!!!” ท่านแม่ทัพสั่ง
“ไม่ขอรับ!!!!” ลิ่วคังะโเสร็จก็วิ่งหนีไปทันที ทิ้งให้แม่ทัพของตนเองยืนหัวเสียอยู่ตรงจุดเดิม
“ข้าจะปลดเ้าไปเป็คนเลี้ยงม้าเลยคอยดูเถิดเ้าบ้าลิ่วคัง”