เช้าวันถัดมา เหมยซูนั่งดูลายแทง จากนั้นก็เลยว่า “เส้นทางสลับซับซ้อนเกินไป ข้าว่านะเอาค้อนมาทุบกล่องหมายเลข 10 ดีกว่า”
“ทำแบบนั้น หากสินค้าเสียหาย จะว่ายังไงเ้าคะ พวกเราไม่ต้องชดใช้ด้วยการขายของเก่าอีก 10 ชิ้นอย่างนั้นหรือ” หวนเจินกังวล
“นั่นสินะ” เหมยซูกลัวต้องอยู่ร้านนี้ไปจนแก่
ผ่านไปไม่นาน เหรินซวงก็พาชายฉกรรจ์จำนวน 20 คนให้มาช่วยออกตามหากุญแจเปิดกล่องหมายเลข 10
“พากันมาเยอะซะขนาดนี้เลยงั้นหรือ” เหมยซูใ
“คนเยอะ จะได้เจอไวๆ ไงล่ะ” เหรินซวงกล่าว
“ในลายแทงบอกว่าให้พวกเราเดินทางมุ่งหน้าไปทางตะวันตก และให้ไปแถวบริเวณน้ำตก โดยระบุว่ากุญแจอยู่บริเวณนั้น” เหมยซูกล่าว
“มันไม่ระบุเจาะจงว่าอยู่จุดไหนอย่างนั้นหรือ” เหรินซวงสงสัย
เหมยซูส่ายหน้า
“ไหนดูซิ ข้าไม่เชื่อหรอก” เหรินซวงรับลายแทงมาดูเอง
เหมยซูยอมยื่นลายแทงให้
“ข้าว่านะ เ้าไปเอากล่องหมายเลข 10 มา ข้าจะได้ให้ลูกน้องช่วยกันเปิด ข้าว่าง่ายกว่ากันตั้งเยอะ” เหรินซวงไม่อยากเสียเวลา
“ไม่ทันแล้ว ท่านป้าเหวยลู่ได้ส่งลูกน้องมารับกล่องกลับไปแล้ว นางบอกว่าต้องมีกุญแจก่อนถึงจะนำกล่องกลับมาให้ใหม่” เหมยซูกล่าว
“งั้นรีบไปกันเถอะ อย่ามัวเสียเวลาเลย” เหรินซวงใจร้อน
“ท่านจะไปด้วยอย่างนั้นหรือ” เหมยซูสงสัย
“เปล่า! ข้ามีนัดกับคู่หมั้นของข้า” เหรินซวงพูดอวด
“งั้น เชิญตามสบายเถิด” เหมยซูกล่าว
เหรินซวงจึงสั่งลูกน้องให้คอยติดตามซวงเหมยและจือิไปที่บริเวณน้ำตกม่านหมอก
หวนเจินมองไปที่ชายฉกรรจ์ นางรู้สึกระแวงก็เลยกระซิบว่า “ข้าว่ามันแปลกๆ นะเ้าคะ การที่มีชายฉกรรจ์ติดตามพวกเราไปแบบนี้ หากพวกเขาปองร้ายพวกเราจะว่ายังไง”
“เ้าเรียกสามีให้มาคุ้มกันดีกว่า” เหมยซูเสนอ
“ก็ได้เ้าค่ะ” หวนเจินจึงเป่านกหวีดเรียกสามีให้ติดตามมาด้วย
“คิดถึงข้าอย่างนั้นหรือ และนั่นอะไร ทำไมมีผู้ชายเยอะแยะขนาดนี้” ซานชุยใ
“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียสิเ้าคะ พวกเขาจะมาช่วยพวกเราออกตามหากุญแจเปิดกล่องหมายเลข 10 ก็เท่านั้นเอง” หวนเจินอธิบาย
“ข้าจะให้เ้าช่วยคุ้มกันพวกเราน่ะ หากกลุ่มชายฉกรรจ์คิดไม่ซื่อ เ้าจะได้ช่วยจัดการพวกเขาให้หลาบจำไงล่ะ” เหมยซูกล่าว
“งั้นไปกันเถอะ ข้าพร้อมแล้ว” ซานชุยจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนแตะต้องฮูหยินของเขาได้
เหมยซูบ่นในใจว่า “ทำไมการตามหากับอีแค่กุญแจดอกเดียวถึงดูอลังการงานสร้างแบบนี้ หากเปิดกล่องหมายเลข 10 มาเป็ไม้จิ้มฟันจะว่ายังไง รู้สึกเหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตนอย่างไรไม่รู้”
และแล้วกลุ่มคนทั้งหมด 23 คนก็เดินทางมาถึงหน้าน้ำตกขนาดใหญ่
“เอาอย่างไรต่อดีล่ะ” ซานชุยกล่าว
“พวกเราจะต้องตามหาปากทางเข้าถ้ำวงกตให้เจอน่ะสิ” เหมยซูกล่าว เพราะลายแทงนี้ได้ระบุว่าเป็ลายแทงถ้ำวงกต
“งั้นพวกเรารีบออกตามหาปากทางถ้ำเร็วเข้า” ซานชุยบอกกับทุกคน
เหมยซูรู้สึกเหนื่อยกว่าผู้อื่นเพราะตนไม่มีวรยุทธ์ นางจึงขอนั่งพักเหนื่อยอยู่หน้าน้ำตก และปล่อยให้คนอื่นๆ ออกตามหาจนทั่วอาณาบริเวณ
ผ่านไปสองชั่วยามก็ยังไม่มีใครสามารถตามหาทางเข้าปากถ้ำวงกตเจอเลยสักคน ดังนั้นทุกคนจึงเดินไปหาเหมยซูที่นั่งกอดเข่าและมองไปที่น้ำตกอย่างสบายอารมณ์
“มันจะไม่กินแรงเพื่อนไปหน่อยหรือ” ซานชุยกล่าวอย่างเอาเื่
“แล้วพวกเ้าหาเจอหรือไม่” เหมยซูกล่าว
ทุกคนพากันส่ายหน้า เพราะพวกเขาได้หาจนทั่วอาณาบริเวณแล้ว แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีปากถ้ำอยู่ตรงจุดไหนเลย
“แล้วเ้านั่งเฉยๆ แบบนี้ เ้าเจอปากถ้ำอย่างนั้นหรือ” ซานชุยกล่าวประชด
“ข้าว่าปากถ้ำนั้นอยู่หลังน้ำตกน่ะสิ ข้าก็เลยนั่งจ้องดู แต่ข้าไร้วรยุทธ์ ข้าก็เลยเดินไปสำรวจหลังม่านน้ำตกนั่นไม่ได้” เหมยซูกล่าว
“งั้น ข้าจะเข้าไปดูให้เองก็แล้วกัน” ซานชุยอาสา
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ซานชุยก็ะโออกมาจากม่านน้ำตก
“เป็ไงบ้าง” เหมยซูรีบถาม
“มีช่องทางเข้าไปจริงๆ พอเดินเข้าไปสักระยะนึง จะเห็นว่าฝั่งซ้ายของผนังถ้ำนั้นมีช่องทางเข้าไป และนั่นน่าจะเป็ช่องทางเข้าถ้ำวงกตตามลายแทง” ซานชุยกล่าว
“งั้นเ้ากับจือิก็พากันเข้าไปสิ” เหมยซูกล่าว
“ในช่องทางที่เข้าไปมันมีทางแยกตั้งมากมาย พวกเราเข้าไปกันหมดนี่แหละ จะได้หาเจอไวๆ” ซานชุยเข้าไปสำรวจคร่าวๆ แล้วก็ออกมา
“งั้นข้ารออยู่ข้างนอกก็แล้วกัน” เหมยซูกล่าว
“ไม่ได้! ข้ากับจือิจะหิ้วเ้าเข้าไปเอง” ซานชุยไม่ยอม
ดังนั้นชายฉกรรจ์จึงช่วยกันนำเชือกสองเส้นมัดติดกับโขดหินภายในถ้ำ ส่วนปลายอีกด้านมัดกับต้นไม้ใหญ่ เพื่อใช้สำหรับเอาไว้ไต่เชือกผ่านม่านน้ำตกเข้าไปในถ้ำ โดยเชือกทั้งสองจะอยู่ในแนวขนานกัน เส้นหนึ่งใช้เหยียบ อีกเส้นที่อยู่ในแนวสูงกว่าจะใช้ในการจับยึด
เมื่อซานชุยมองเห็นว่าชายฉกรรจ์จะต้องเปียกน้ำเข้าไปในถ้ำ ซึ่งเขาคิดแล้วว่ามันอาจทำให้ฝ่ายหญิงเปียกจนเสื้อผ้าแนบเนื้อและมองเห็นทรวดทรงองเอวอย่างชัดเจน ดังนั้นเขาก็เลยว่า “พวกเ้าสองคนรออยู่ข้างนอกนี่แหละ เดี๋ยวข้าและลูกน้องของคุณหนูเหรินซวงจะไต่เชือกเข้าไปเอง”
“ขอบคุณมากนะ” เหมยซูกล่าว
“ระวังตัวด้วยนะเ้าคะพี่เขย” หวนเจินแอบเป็ห่วง
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม หวนเจินก็เลยว่า “ท่านป้าไร้ซึ่งวรยุทธ์ นางจะดั้นด้นนำกุญแจไปซ่อนในถ้ำที่เข้าไปได้ลำบากอย่างนั้นหรือเ้าคะ”
“นั่นสินะ” เหมยซูเห็นด้วย
“อะไรนะเ้าคะ! ท่านเองก็ไม่แน่ใจว่ากุญแจอยู่ในถ้ำอย่างนั้นหรือ” หวนเจินใ
“อย่าเพิ่งโมโหสิ ข้าไม่ได้มีเจตนาแกล้งสามีเ้า แต่เพิ่งคิดออกต่างหาก” เหมยซูแก้ตัว
“แล้วท่านคิดว่าท่านป้าจะนำกุญแจไปซ่อนไว้ที่ไหนหรือเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“ลายแทงนี้เป็ลายแทงตามหาที่ซ่อนของมารต้าเซียน ซึ่งคาดว่าเขาน่าจะอยู่ในถ้ำวงกตที่อยู่หลังม่านน้ำตก และในนี้ได้บอกจุดที่ซ่อนกุญแจเปิดประตูคุกไว้ใต้โขดหินขนาดเล็กที่อยู่ริมลำธารด้วย” เหมยซูเปิดลายแทงดู
“กุญแจคุกนั้นเกี่ยวอะไรกับกุญแจเปิดกล่องหมายเลข 10 ล่ะเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
ท่านป้าเหวยลู่ปรากฏตัวและอธิบายว่า “มารต้าเซียนมาหาข้าที่บ้านเพื่อขอซื้อตะเกียงโบราณ ระหว่างที่นั่งรอข้าเดินไปหยิบตะเกียง เขาได้เหลือบไปเห็นกุญแจที่ตกพื้น เขาเข้าใจผิดคิดว่ากุญแจดอกนั้นเป็ของเขา เขาก็เลยเก็บไปน่ะสิ”
“แล้วทำไมถึงไม่มีใครทักท้วงเขาล่ะเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“เด็กรับใช้ก็เข้าใจผิดคิดว่านั่นคือกุญแจของมารต้าเซียน ก็เลยไม่ได้ว่าอะไร จนข้าหอบตะเกียงโบราณออกมา และมารนั่นก็ชำระค่าสินค้าแล้วจากไป พอข้าสอบถามเด็กรับใช้ว่าเห็นกุญแจของข้ามั้ย พวกเขาก็รายงานให้ข้าฟังว่ามารนั่นเก็บกุญแจไปแล้ว” ท่านป้าอธิบาย
“และเหตุใดท่านไม่ตามหามารนั่นล่ะเ้าคะ” หวนเจินสงสัยอีก
“ข้าไม่รู้ที่อยู่ของมารนั่นน่ะสิ” ท่านป้ากล่าว
“แล้วลายแทงนี่ล่ะเ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“ข้าสอบถามที่อยู่จากพ่อเฒ่าผู้รอบรู้ เขาก็เลยวาดแผนที่นี้ให้” ท่านป้าบอกที่มาที่ไป
“แต่ท่านไม่อยากไปตามหาเอง ท่านก็เลยใช้ให้พวกข้าตามหาใช่มั้ยเ้าคะ” เหมยซูกล่าวอย่างรู้ทัน
“ข้าแก่ปูนนี้แล้ว ยังต้องให้ข้าลำบากตรากตรำอีกอย่างนั้นหรือ” ท่านป้าแก้ตัว
“แล้วนี่ท่านมาทำไมเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“ข้าจะมาบอกว่าห้ามเข้าไปในถ้ำวงกต ไม่เช่นนั้นจะถูกขังน่ะสิ” ท่านป้าลืมบอกข้อควรระวัง
“อ้าว! ท่านบอกช้าไปแล้ว ซานชุยและชายฉกรรจ์อีก 20 คน ได้เข้าไปแล้วเ้าค่ะ” หวนเจินใ
“ต้องหากุญแจไปเปิด รีบหาโขดหินขนาดเล็กตามที่เหมยซูบอกเร็วเข้า” ท่านป้ากล่าว
หญิงสามคนจึงช่วยกันตามหาโขดหิน จนกระทั่งเจอโขดหินที่ข้างใต้มีกล่องเก็บกุญแจจริงๆ
“นี่ไงข้าเจอแล้ว” เหมยซูะโบอกทุกคน
หวนเจินอาสาเปิดกล่องก็พบว่าในกล่องนั้นมีกุญแจประมาณ 50 ดอกเห็นจะได้
“กุญแจเยอะซะขนาดนี้ แล้วดอกไหนคือกุญแจของท่านล่ะเ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“ขอข้าค้นดูก่อนนะ นี่ไงเจอแล้ว รูปแบบเหมือนกุญแจที่ใช้เปิดกล่องของเก่าที่ผ่านมาใช่มั้ยล่ะ” ท่านป้าหยิบกุญแจของตนเองให้ดู
“มันแตกต่างจากดอกอื่นมากเลยนะเ้าค่ะ” เหมยซูเปรียบเทียบกับกุญแจดอกอื่นแล้ว มันต่างกันอย่างมาก ว่าแต่ทำไมมารนั่นถึงคิดว่าเป็กุญแจของเขาซะได้
“ตอนนี้พวกเราต้องเข้าไปช่วยสามีข้าก่อนนะเ้าคะ” หวนเจินร้อนใจกลัวสามีถูกขังในคุก
“ที่แท้เ้าก็จำได้แล้วว่าข้าคือสามีของเ้า” ซานชุยเดินเข้ามาได้ยินพอดีที่หวนเจินพูด
“ซานชุย! ข้า…” หวนเจินใสุดขีด
“ทำไมต้องหลอกข้าด้วย ว่าเ้าความจำเสื่อม” ซานชุยไม่เข้าใจ
“ข้าเป็คนห้ามนางบอกเ้าเอง เพื่อปกป้องนางจากศัตรูที่้าควบคุมนางหรือ้าให้นางเข้าร่วมขบวนการล้างสมอง” เหมยซูแก้ตัวให้
“เ้าบอกข้าสักคำก็ได้” ซานชุยรู้สึกน้อยใจที่ฮูหยินไม่ไว้ใจเขา
“อย่าเพิ่งโมโหเลย ว่าแต่เ้าไม่ได้ถูกขังในคุกของมารต้าเซียนอย่างนั้นหรือ” เหมยซูกล่าว
“ข้าหลบกลไกทัน แต่ลูกน้องของเหรินซวงไม่สามารถหลบได้ ก็เลยพากันถูกขังในคุกกันคนละห้อง” ซานชุยกล่าว
“นี่ไงกุญแจเปิดห้องคุก” เหมยซูชี้ไปที่กุญแจจำนวนมากที่อยู่ในกล่อง
“ข้าไปช่วยนะท่านพี่” หวนเจินอยากช่วยสามี
“ไม่!” ซานชุยรีบปฏิเสธ
“ท่านโกรธข้าหรือเ้าคะ” หวนเจินกล่าวเสียงเศร้า
ซานชุยถอนหายใจที่เห็นฮูหยินทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขาก็เลยดึงตัวฮูหยินเข้าไปกอดให้หายคิดถึงพร้อมกับจูบหน้าผากอย่างแ่เบา จากนั้นก็เลยว่า “เ้ารู้มั้ยว่าข้าต้องหักห้ามใจมากแค่ไหนที่ไม่ให้ตนเผลอแสดงความรักต่อเ้า ข้าไม่โกรธเ้าหรอก แต่ข้าไม่อยากให้เ้าเปียกน้ำจนทำให้ชายอื่นเห็นเรือนร่างของเ้า ข้าหวงเ้ามาก เ้ายังไม่เข้าใจข้าอีกงั้นหรือ”
“ข้าขอโทษเ้าค่ะที่หลอกท่าน” หวนเจินรู้สึกผิด
“งั้นเ้าก็คงต้องเข้าไปช่วยพวกเขาเ่าั้คนเดียวแล้วล่ะ” เหมยซูกล่าว
ซานชุยคลายอ้อมกอด จากนั้นเขาก็ยกกล่องบรรจุกุญแจ และะโผ่านม่านน้ำตกเข้าไปในถ้ำ และออกตามหาคุกขังชายฉกรรจ์เ่าั้
“กลายเป็ว่ายิ่งคนเยอะ ซานชุยก็ต้องเสียเวลาตามเปิดประตูคุกหลายห้องสินะ” ท่านป้ากล่าว
“พวกเขาอุตส่าห์มาช่วยนะเ้าค่ะ” หวนเจินคิดว่าพวกเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ
“ว่าแต่มารต้าเซียนอยู่ที่ไหนเ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“คงไปชุมนุมชาวยุทธ์กระมัง เห็นว่าจะมีการประลองชิงจ้าวยุทธภพอะไรนี่แหละ” ท่านป้าได้ยินข่าว
“โชคดีที่เขาไม่อยู่นะเ้าคะ ไม่เช่นนั้นคงรับมือยาก” หวนเจินคิดว่ามารต้าเซียนเป็คนมีวรยุทธ์สูง
“ทำไมเขาต้องสร้างคุกขังคนเยอะแยะด้วยล่ะเ้าคะ” เหมยซูไม่เข้าใจ
“เขา้าบริวารน่ะสิ” ท่านป้ากล่าว
ผ่านไปไม่นาน เหล่าชายฉกรรจ์ก็ค่อยๆ ทยอยไต่เชือกออกมาจากม่านน้ำตก ไม่เพียงเท่านั้นยังมีชาวบ้านที่เก็บหาของป่ากินก็ค่อยๆ ทยอยไต่ไปตามเชือกด้วยเช่นกัน
และแล้วซานชุยก็สามารถช่วยเหลือผู้คนได้เกือบ 50 คน พวกเขาต่างพากันหิวโหยเพราะไม่ได้ทานอะไรมาหลายวันแล้ว
“ข้าไปซื้อซาลาเปามาเลี้ยงพวกเขาเพื่อปะทังชีวิตไปก่อนก็แล้วกัน พวกเขาจะได้มีแรงเดินทางกลับบ้าน” ท่านป้ารู้สึกสงสาร
“ขอบคุณผู้มีคุณที่ช่วยชีวิต” ชาวบ้านกล่าว
“ว่าแต่พวกท่านไปอยู่ในคุกได้อย่างไร” ท่านป้าสงสัย
“มารต้าเซียนโกรธที่พวกข้าบุกรุกมาตรงบริเวณนี้ พวกข้าก็เลยถูกจับเข้าไปในคุก” ชาวบ้านอีกคนอธิบาย
“เ้าหากุญแจเจอแล้วใช่หรือไม่” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งสงสัย
“เจอแล้วเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“พวกข้าจะได้กลับไปรายงานคุณหนู งั้นพวกข้าขอตัว” ชายฉกรรจ์รู้สึกเหนื่อยล้า และคิดว่าพวกตนเสียแรงเปล่า
“ขอบคุณที่มาเป็ภาระ…เอ้ยไม่ใช่ที่มาช่วยนะเ้าคะ” หวนเจินกล่าวยิ้มๆ
และแล้วซานชุยก็สามารถช่วยเหลือชายฉกรรจ์ที่เป็ลูกน้องของคุณหนูเหรินซวง และสามารถช่วยเหลือชาวบ้านที่เก็บฟืนหรือเก็บของป่าได้สำเร็จ แต่ทว่าซานชุยนั้นต้องผ่านม่านน้ำตกหลายครั้ง ทำให้ตัวเขาเปียกเป็เวลานาน พอกลับไปถึงร้านขายของเก่า ซานชุยก็ป่วยด้วยฤทธิ์ไข้
“ขอข้าเช็ดตัวให้สามีก่อนนะเ้าคะ เขาไม่สบายจริงๆ” หวนเจินเป็ห่วงสามีมาก
“เขาหลับอยู่หรือเปล่า” เหมยซูอยากเข้าไปตรวจอาการในฐานะหมอ แต่ไม่้าให้ซานชุยรู้ว่าตนคือหมอเหมยซู
“หลับอยู่เ้าค่ะ” หวนเจินกล่าว
“งั้นข้าขอตรวจอาการเขาก่อน ข้าจะไปต้มสมุนไพรให้ก็แล้วกัน” เหมยซูอยากช่วย
“ท่านไปเปิดกล่องหมายเลข 10 ก่อนก็ได้นะเ้าคะ” หวนเจินรู้ว่าเ้านายอยากรีบขายของเก่าชิ้นสุดท้ายเสียที
“ท่านป้าบอกว่าจะนำกล่องของเก่ามาให้ในวันพรุ่งนี้ อย่าห่วงเลย เ้าไปดูแลสามีเถิด” เหมยซูกล่าว
“เ้าค่ะ” หวนเจินจึงเตรียมอ่างน้ำอุ่น พอกลับไปที่ห้อง ก็ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวให้สามี
ซานชุยจับข้อมือฮูหยินและกล่าวว่า “อย่าทิ้งข้าไปไหนนะหวนเจิน”
“ต่อให้ข้าหนีท่านไป ท่านก็สามารถตามหาข้าเจอไม่ใช่หรือเ้าคะ” หวนเจินกล่าว
“อะแฮ่ม ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ เ้าให้สามีทานอาหารและยาก่อนเถิด จะได้นอนพักผ่อน” เหมยซูยกสำรับอาหารและยาเข้ามาให้
หวนเจินยกถ้วยข้าวต้มและป้อนให้สามีทาน จากนั้นก็ให้เขาดื่มน้ำ ก่อนที่จะให้เขาจิบยาขมจนหมดถ้วย
“เ้าแกล้งข้างั้นหรือซวงเหมย ทำไมยาขมขนาดนี้” ซานชุยกล่าว
“เ้าจะได้หายไวๆ ไง หากภรรยาหนี เ้าไม่มีแรงตามจะว่ายังไง” เหมยซูกล่าว
“นางรักข้า นางไม่มีวันทิ้งข้าหรอก” ซานชุยกล่าว
“ตามสบายนะ ข้าไม่กวนแล้ว” เหมยซูไม่อยากเป็ก้างขวางคอ
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เหมยซูก็เข้าไปในห้องของหวนเจิน นางกะว่าจะเข้าไปตรวจอาการซานชุยให้ แต่พอมองเห็นว่าทั้งคู่นอนกอดกันบนเตียง นางจึงไม่รบกวน เพราะคิดว่าซานชุยคงได้รับไออุ่นมากพอแล้ว และยิ่งได้กำลังใจดี เขาก็คงจะหายป่วยในอีกไม่นาน
เช้าวันรุ่งขึ้น
ซานชุยเอะอะโวยวายั้แ่เช้า “ฮูหยินของข้าอยู่ที่ไหน”
“มีอะไรกันน่ะซานชุย” เหมยซูวิ่งเข้าไปดูในห้องของหวนเจิน
“ข้าตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นหวนเจินแล้ว” ซานชุยตามหาฮูหยินของตนไม่เจอ
“ข้าก็ไม่เห็นนางเหมือนกัน ข้ารอนางมาเปิดกล่องของเก่าหมายเลข 10 ตั้งนานแล้ว นางก็ยังไม่มา” เหมยซูไม่เห็นหวนเจินเช่นกัน
“ข้าจะออกตามหานางเดี๋ยวนี้” ซานชุยรู้สึกร้อนใจกลัวฮูหยินได้รับอันตราย
เหมยซูเหลือบไปเห็นจดหมายวางอยู่บนโต๊ะก็เลยว่า “นั่นจดหมายนี่”
ซานชุยรีบเดินไปหยิบจดหมายและเปิดอ่านทันที ความว่า…