ลิขิตเลือด พันธการหลานสาว

    EP. 45: บทเรียนแห่งการควบคุม

    ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องโถงใต้ดินที่ใช้เป็นลานประลอง บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวังเมื่อครู่ได้มลายหายไปสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดและความหวาดหวั่นที่จับต้องได้ เหตุการณ์ที่คาอินเกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะพลังเสน่ห์ของเอลาร่าได้ทิ้งรอยแผลลึกไว้ในใจของคนทั้งสาม

     

    แสงจากโคมไฟคริสตัลที่แขวนอยู่บนเพดานสูงยังคงส่องลงมาอย่างสม่ำเสมอ แต่กลับทำให้เงาของทั้งสามคนดูยาวเหยียดและบิดเบี้ยวไปตามพื้นหินอ่อนสีเทา ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในจิตใจของพวกเขา กลิ่นหอมของดอกกุหลาบและจัสมินที่อิซาเบลล่าจุดไว้เพื่อสร้างบรรยากาศในการฝึกพลังซัคคิวบัสยังคงลอยอยู่ในอากาศ แต่ตอนนี้กลิ่นหอมนั้นกลับทำให้รู้สึกหนักอึ้งและเศร้าหมอง

     

    เอลาร่ายังคงยืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของอิซาเบลล่า แขนของนางที่โอบรอบไหล่เธออย่างป้องกันให้ความอบอุ่นและความปลอดภัย แต่ก็ไม่อาจขจัดความหวาดกลัวที่แทรกซึมเข้าไปในหัวใจของเด็กสาวได้ ภาพดวงตาสีแดงฉานที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายของคาอินยังคงติดตาเธอไม่หาย มันไม่ใช่สายตาของ "ท่านลุง" ที่เธอรู้จักและผูกพัน แต่เป็นสายตาของนักล่าที่มองเหยื่อ สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดิบและความหิวกระหายที่ไม่อาจควบคุมได้

     

    ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจของเธอ แต่มันไม่ใช่ความกลัวที่มีต่อคาอิน เพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอ มันเป็นความกลัวที่มีต่อ "พลัง" ของตัวเอง พลังที่สามารถเปลี่ยนคนที่เธอรักให้กลายเป็นสัตว์ป่าได้ในชั่วพริบตา พลังที่เธอไม่รู้จักและไม่เข้าใจ พลังที่อาจจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอห่วงใยได้โดยไม่ตั้งใจ

     

    คาอินยืนหันหลังให้กับทุกคน หลังที่กว้างและแข็งแกร่งของเขาตึงเครียดจนเห็นกล้ามเนื้อนูนชัดเจนผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำที่เขาสวมอยู่ เขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ข้อมือและแขนของเขาสั่นเล็กน้อยด้วยความพยายามควบคุมตัวเอง ความรู้สึกผิดและรังเกียจตัวเองถาโถมเข้ามาในใจอย่างรุนแรง เขาเกือบจะทำร้ายเอลาร่า หลานสาวเพียงคนเดียวที่เขามี คนที่เขาสาบานว่าจะปกป้องด้วยชีวิต แต่กลับเกือบจะกลายเป็นคนที่ทำร้ายเธอเอง

     

    เขาละอายใจจนไม่กล้าหันกลับไปสบตาเธอ กำแพงน้ำแข็งที่เขาใช้เวลาหลายศตวรรษสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องหัวใจของตัวเอง เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาใกล้และไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวดอีก บัดนี้มันได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เอลาร่าได้เดินเข้ามาในหัวใจของเขาโดยที่เขาไม่รู้ตัว และตอนนี้เขากลับกลายเป็นอันตรายต่อเธอเสียเอง

     

    ความทรงจำเก่าๆ ที่เขาพยายามฝังลึกไว้เริ่มผุดขึ้นมา ความทรงจำของคนที่เขาเคยรักและเคยทำร้ายไปโดยไม่ตั้งใจ ความทรงจำของเลือดที่เปื้อนมือของเขา ของเสียงกรีดร้องที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขาแม้จะผ่านไปหลายร้อยปีแล้ว เขาคิดว่าเขาได้เรียนรู้ที่จะควบคุมตัวเองแล้ว คิดว่าเขาจะไม่ทำผิดพลาดแบบนั้นอีก แต่วันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังคงเป็นสัตว์ร้ายที่อันตรายอยู่ภายใต้หน้ากากของความเป็นสุภาพบุรุษ

     

    อิซาเบลล่าเป็นคนเดียวที่ยังคงสติไว้ได้ นางลูบหลังเอลาร่าเบาๆ เพื่อปลอบโยน มือที่อบอุ่นของนางเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ และอ่อนโยน ส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยและความเข้าใจให้กับเด็กสาว ขณะเดียวกันก็จับจ้องไปที่แผ่นหลังอันแข็งแกร่งแต่โดดเดี่ยวของคาอินด้วยสายตาที่ซับซ้อน นางเข้าใจความรู้สึกของคนทั้งสองเป็นอย่างดี ในฐานะลูกครึ่งซัคคิวบัส นางคุ้นเคยกับพลังแห่งเสน่ห์และการถูกครอบงำด้วยแรงปรารถนา นางรู้ดีว่ามันรู้สึกอย่างไรเมื่อพลังนั้นเอาชนะเหตุผลและสติ

     

    แต่สำหรับเอลาร่าและคาอิน นี่คือประสบการณ์ครั้งแรกที่รุนแรงและน่าสะพรึงกลัว พวกเขาไม่เคยเผชิญกับพลังในระดับนี้มาก่อน ไม่เคยรู้ว่ามันสามารถครอบงำจิตใจและร่างกายได้อย่างสมบูรณ์ขนาดนี้ นางเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของเอลาร่า และเห็นความรู้สึกผิดที่กำลังกัดกินคาอิน นางรู้ว่าถ้าปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป มันจะทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสามคนได้

     

    "มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า คาอิน" อิซาเบลล่าพูดขึ้น เสียงของนางเต็มไปด้วยความเข้าใจและความอ่อนโยน ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดลง "และก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้าด้วย เอลาร่า" นางหันมาพูดกับเด็กสาวในอ้อมแขน "มันคือธรรมชาติของพลัง พลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับอันตรายที่ใหญ่ยิ่ง สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การกล่าวโทษตัวเอง แต่คือการเรียนรู้และก้าวข้ามมันไปให้ได้"

     

    นางหยุดพักและมองไปยังคาอินที่ยังคงหันหลังให้ "ข้าเคยผ่านสิ่งนี้มาแล้ว คาอิน เมื่อพลังของข้าตื่นขึ้นครั้งแรก ข้าก็เกือบจะฆ่าคนที่ข้ารักเหมือนกัน ข้าใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะเรียนรู้ที่จะควบคุมมันได้ แต่เจ้าไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้น เพราะเจ้ามีพวกเราคอยช่วยเหลือ"

     

    คำพูดของอิซาเบลล่าเหมือนแสงสว่างที่ส่องเข้ามาในความมืดมิด มันช่วยดึงสติของคนทั้งสองให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ทำให้พวกเขาตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้สิ่งใหม่

     

    คาอินค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับพวกเขา การเคลื่อนไหวของเขาช้าและระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเกินไปจะทำให้เขาสูญเสียการควบคุมอีกครั้ง แม้แววตาของเขาจะยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ฉายออกมา ใบหน้าที่เคยดูเย็นชาและไร้อารมณ์ตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความตั้งใจจริง

     

    "นางพูดถูก" เขากล่าวเสียงเรียบ แต่มีความหนักแน่นแฝงอยู่ "เราไม่มีเวลามาจมอยู่กับความรู้สึกผิด การฝึกต้องดำเนินต่อไป แต่เราต้องเปลี่ยนวิธี เราต้องเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้และทำให้มันไม่เกิดขึ้นอีก"

     

    "เปลี่ยนวิธียังไงคะ?" เอลาร่าถามเสียงสั่น ดวงตาสีเขียวมรกตที่มีประกายสีทองและสีนิลระยิบระยับของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความอยากรู้ปนกัน เธอยังคงรู้สึกถึงพลังที่คุกรุ่นอยู่ภายในตัว พลังที่ทรงพลังแต่อันตราย พลังที่เธอไม่รู้จะควบคุมอย่างไร

     

    คาอินเดินเข้ามาใกล้ขึ้น แต่ยังคงระยะห่างที่ปลอดภัย เขาไม่อยากเสี่ยงให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดิมอีก "จากนี้ไป การฝึกของเจ้าจะไม่ใช่แค่การป้องกันตัวอีกต่อไป" เขาประกาศเสียงหนักแน่น ดวงตาสีนิลเข้มของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น "แต่มันคือการเรียนรู้ที่จะ 'ควบคุม' พลังเสน่ห์ของเจ้า พลังของซัคคิวบัสที่หลับใหลอยู่ในตัวเจ้า เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะเปิดและปิดมันได้ตามใจนึก เหมือนกับการหายใจ"

     

    เขาหยุดพักและมองเธอด้วยความจริงจัง "พลังที่ควบคุมไม่ได้คือภัยพิบัติ แต่พลังที่ควบคุมได้คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะเป็นนายของพลังนั้น ไม่ใช่ทาสของมัน"

     

    อิซาเบลล่าเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าที่งดงามของนาง "น่าสนุกดีนี่ แล้วจะให้ฉันช่วยอะไรล่ะ ท่านแวมไพร์ผู้ยิ่งใหญ่?" นางถามด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า แต่แววตาจริงจัง นางเข้าใจดีว่าสิ่งที่พวกเขากำลังจะทำนั้นไม่ใช่เรื่องเล่น มันคือการฝึกฝนที่อาจจะเป็นเรื่องชีวิตและความตาย

     

    "เจ้าจะเป็นอาจารย์ร่วมกับข้า" คาอินตอบอย่างไม่ลังเล "ไม่มีใครรู้จักพลังของซัคคิวบัสดีไปกว่าเจ้าอีกแล้ว เจ้ามีประสบการณ์ในการควบคุมมัน และเจ้าเข้าใจถึงอันตรายของมัน" เขาหันมาทางเอลาร่า ใบหน้าของเขาเข้มงวดแต่เต็มไปด้วยความรัก "บททดสอบของเจ้าคือ ต้องใช้พลังเสน่ห์ยั่วยวนพวกเราทั้งสองคนให้ 'หวั่นไหว' แต่ต้องไม่มากเกินไปจนทำให้พวกเรา 'คลุ้มคลั่ง' เจ้าต้องหาจุดสมดุลให้เจอ"

     

    เขาเดินไปมาในห้องอย่างช้าๆ ขณะที่อธิบายต่อ "มันเหมือนกับการเล่นดนตรี เจ้าต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเล่นเสียงดัง เมื่อไหร่ควรเล่นเสียงเบา เมื่อไหร่ควรหยุด การใช้พลังเสน่ห์ก็เช่นเดียวกัน เจ้าต้องรู้จักขีดจำกัดของคนที่อยู่ตรงหน้า และต้องรู้จักขีดจำกัดของตัวเองด้วย"

     

    เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าที่งดงามของเธอซีดลงเล็กน้อย "ให้ ให้หนูยั่วท่านทั้งสองคนเหรอคะ?" แก้มของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาทันที แค่คิดก็ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำแล้ว เธอไม่เคยคิดว่าจะต้องใช้พลังแบบนั้นกับคนที่เธอรู้จักและใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคาอินที่เธอมองเป็นเหมือนครอบครัว

     

    "ถูกต้อง" อิซาเบลล่ายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ดวงตาสีอำพันของนางเปล่งประกายด้วยความสนุกสนาน นางเดินเข้ามาโอบไหล่เอลาร่าจากด้านหลัง การเคลื่อนไหวของนางเต็มไปด้วยความเย้ายวนและสง่างาม กระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงแหบพร่า "ไม่ต้องกลัวไปหรอก เด็กน้อย เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะสอน 'เคล็ดลับ' ให้เอง" นางจงใจเป่าลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอของเอลาร่า ทำให้เด็กสาวสะดุ้งเล็กน้อย ผิวหนังที่บอบบางของเธอเกิดอาการขนลุกซู่

     

    "การยั่วยวนไม่ใช่เรื่องยาก" อิซาเบลล่าอธิบายต่อ มือของนางเลื่อนไปตามแขนของเอลาร่าอย่างเบาๆ "มันเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อน เจ้าต้องรู้จักใช้สายตา ใช้เสียง ใช้การเคลื่อนไหวของร่างกาย และที่สำคัญที่สุด เจ้าต้องรู้จักใช้พลังภายในให้พอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป"

     

    คาอินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เขาไม่ชอบวิธีที่อิซาเบลล่าสัมผัสเอลาร่าแบบนั้น "นี่คือการฝึก อิซาเบลล่า ไม่ใช่เวลามาเล่นสนุกของเจ้า" เสียงของเขาเย็นชาและเต็มไปด้วยการเตือน

     

    "แหม ใครว่าฉันเล่นสนุกกันล่ะ?" อิซาเบลล่าหันไปยิ้มยั่ว ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยความซุกซน "การสาธิตที่ดีคือการสอนที่ดีที่สุดไม่ใช่หรือไง? เด็กคนนี้ต้องเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี" ว่าแล้วนางก็หันกลับมาหาเอลาร่า จับคางของเด็กสาวให้เงยขึ้นสบตากับนาง "ดูให้ดีนะ เอลาร่า การควบคุมพลังมันเป็นแบบนี้"

     

    สิ้นคำพูดนั้น ออร่าที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้แผ่ออกมาจากตัวของอิซาเบลล่า มันไม่ใช่พลังที่กดดันหรือน่ากลัวเหมือนที่เอลาร่าปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่ แต่เป็นพลังที่เชื้อเชิญและดึงดูดอย่างน่าประหลาด เหมือนกับสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านในวันที่อากาศดี กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ราตรีลอยมาแตะจมูก ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและเคลิบเคลิ้มไปพร้อมกัน ดวงตาของอิซาเบลล่าดูเหมือนจะลึกและมีเสน่ห์ขึ้นกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า ราวกับมีจักรวาลทั้งใบซ่อนอยู่ในนั้น

     

    บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที แสงจากโคมไฟคริสตัลดูนุ่มนวลขึ้น เสียงของลมที่พัดผ่านช่องระบายอากาศฟังดูเหมือนเพลงกล่อมเด็ก แม้แต่อุณหภูมิในห้องก็ดูอบอุ่นขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบและน่าดึงดูดใจ

     

    "เห็นไหม?" นางกระซิบ เสียงของนางหวานและเย้ายวนจนทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น "ฉันแค่ 'เปิด' มันออกมานิดหน่อย พอให้รู้สึกดี พอให้ใจเต้น แต่ไม่มากพอที่จะทำให้เสียการควบคุม มันเหมือนกับการปรับแสงไฟ เจ้าสามารถทำให้มันสว่างจ้าหรือหรี่ลงได้ตามที่ต้องการ" นางค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เอลาร่า ราวกับจะมอบจุมพิตให้ ลมหายใจอุ่นๆ ของนางพัดโชยมาถูกใบหน้าของเด็กสาว

     

    เอลาร่าถึงกับลืมหายใจ เธอจ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มของอิซาเบลล่าอย่างไม่วางตา ร่างกายของเธอร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หัวใจเต้นแรงจนเกือบจะกระโดดออกมาจากอก เธอรู้สึกเหมือนถูกสะกดด้วยเวทมนตร์ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวดูเบลอไป มีเพียงใบหน้าของอิซาเบลล่าเท่านั้นที่ชัดเจน

     

    แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็สัมผัสได้ถึงการควบคุมที่ประณีตของอิซาเบลล่า พลังนั้นแข็งแกร่งแต่ไม่ครอบงำ เย้ายวนแต่ไม่บังคับ มันเหมือนกับการเชิญชวนที่สุภาพ ไม่ใช่การบีบบังคับ

     

    "พอได้แล้ว!" คาอินตวาดเสียงดัง เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้องจนเทียนที่จุดอยู่สั่นไหว เขาปรากฏตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสองในชั่วพริบตาและผลักอิซาเบลล่าออกห่าง การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและแม่นยำ แต่ก็ระมัดระวังไม่ให้ทำร้ายใคร "ข้าบอกแล้วไงว่านี่คือการฝึก!"

     

    ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นสีนิลเข้ม เขี้ยวของเขายื่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะหดกลับเข้าไป เขากำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณของตัวเองอยู่ การเห็นอิซาเบลล่าเข้าใกล้เอลาร่าแบบนั้นทำให้เขารู้สึกหึงหวงและต้องการปกป้อง

     

    "นี่ก็คือการฝึกยังไงล่ะ!" อิซาเบลล่าสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ นางยืนขึ้นและเผชิญหน้ากับคาอินอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันกำลังแสดงให้เด็กมันดูว่าขีดจำกัดมันอยู่ตรงไหน ว่าการควบคุมที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร หรือว่า แค่เห็นฉันเข้าใกล้ 'ของรักของหวง' ของท่านหน่อยเดียว ก็ทนไม่ไหวแล้วงั้นเหรอ?"

     

    นางยิ้มเย้ยและเดินเข้าไปใกล้คาอินมากขึ้น "หรือว่าท่านกลัวว่าเด็กคนนี้จะเรียนรู้ได้ว่า มีคนอื่นที่สามารถให้ความสุขกับเธอได้ดีกว่าท่าน?"

     

    สงครามสายตาปะทุขึ้นระหว่างแวมไพร์และซัคคิวบัสอีกครั้ง ครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิม ดวงตาสีนิลเข้มของคาอินจ้องมองดวงตาสีอำพันของอิซาเบลล่าอย่างไม่ยอมแพ้ ความตึงเครียดในอากาศหนาแน่นจนเกือบจะจับต้องได้ โดยมีเอลาร่ายืนอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา

     

    แต่ครั้งนี้ เอลาร่าไม่รู้สึกกลัวหรืออึดอัดอีกต่อไป ในทางกลับกัน เธอกลับรู้สึก "ตื่นเต้น" การได้เห็นพลังของอิซาเบลล่าอย่างใกล้ชิดทำให้เธอเข้าใจอะไรบางอย่าง พลังนี้ไม่ใช่คำสาป ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่มันคืออาวุธ คือเครื่องมือ และคือส่วนหนึ่งของตัวเธอที่เธอต้องเรียนรู้ที่จะใช้

     

    การได้เห็นคาอินแสดงความหึงหวงก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นในใจ มันแสดงให้เห็นว่าเขาห่วงใยเธอจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะหน้าที่หรือความรับผิดชอบ แต่เป็นเพราะความรักที่แท้จริง

     

    "หนู หนูจะลองดูค่ะ" เอลาร่าพูดขึ้น เสียงของเธอมั่นใจขึ้นกว่าเดิม ทำลายสงครามเย็นของคนทั้งสอง

     

    ทั้งคาอินและอิซาเบลล่าหันมามองเธอด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้าพูดขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้

     

    เธอหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพยายามนึกถึงความรู้สึกที่อิซาเบลล่ามอบให้เมื่อครู่ ความรู้สึกที่เชื้อเชิญ ดึงดูด และน่าค้นหา เธอไม่ได้พยายามจะ "สร้าง" พลังขึ้นมา แต่เธอพยายามจะ "ปล่อย" สิ่งที่มีอยู่แล้วในตัวเธอออกมา อย่างช้าๆ และนุ่มนวล เหมือนกับการเปิดก๊อกน้ำเบาๆ

     

    เธอนึกถึงความรู้สึกที่มีต่อคนทั้งสองคน ความรักที่มีต่อคาอิน ความหลงใหลที่มีต่ออิซาเบลล่า ความปรารถนาที่จะอยู่ใกล้พวกเขา ความต้องการที่จะให้พวกเขาสนใจเธอ เธอใช้ความรู้สึกเหล่านั้นเป็นตัวกระตุ้นให้พลังภายในตัวเธอค่อยๆ ตื่นขึ้น

     

    กลิ่นหอมหวานของดอกลิลลี่แรกแย้มผสมกับกลิ่นไอดินหลังฝนตกเริ่มแผ่กระจายไปทั่วห้อง มันเป็นกลิ่นที่สดชื่นและบริสุทธิ์ แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความเย้ายวนที่ลึกล้ำอย่างน่าประหลาด กลิ่นนั้นไม่เหมือนกับกลิ่นของอิซาเบลล่าที่ร้อนแรงและเปิดเผย แต่เป็นกลิ่นที่อ่อนโยนและลึกลับ เหมือนกับความลับที่รอคอยการค้นพบ

     

    คาอินและอิซาเบลล่าหันมามองเธอเป็นตาเดียว ทั้งสองสัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบๆ ตัวเด็กสาว มันเป็นพลังที่แตกต่างจากของอิซาเบลล่าโดยสิ้นเชิง พลังของอิซาเบลล่าคือไฟที่ร้อนแรงและเปิดเผย ดึงดูดด้วยความเข้มข้นและความตรงไปตรงมา แต่พลังของเอลาร่าคือสายน้ำที่เงียบสงบ แต่สามารถกัดเซาะหินผาที่แข็งแกร่งที่สุดให้พังทลายลงได้ มันเป็นพลังที่ละเอียดอ่อนแต่ทรงพลัง นุ่มนวลแต่ไม่อ่อนแอ

     

    เอลาร่าค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีเขียวมรกตของเธอดูฉ่ำวาวและมีประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับล้านดวงอยู่ในนั้น ประกายสีทองและสีนิลที่เป็นสัญลักษณ์ของการหลอมรวมระหว่างสายเลือดทั้งสามเต้นระบำอยู่ในดวงตาของเธออย่างสวยงาม เธอยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา แต่ก็แฝงไปด้วยความท้าทายอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มที่บอกว่าเธอรู้ดีว่าตัวเองมีพลังแค่ไหน และเธอกำลังจะใช้มัน

     

    เธอค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาคาอินอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและสง่างามราวกับนางพญา การเคลื่อนไหวของเธอไหลลื่นและเย้ายวน แต่ไม่ใช่แบบที่เปิดเผยหรือหยาบคาย มันเป็นความเย้ายวนที่ละเอียดอ่อนและมีระดับ เหมือนกับการเต้นรำที่สวยงาม

     

    "ท่านลุงคะ" เธอเรียกด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดและออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงของเธอมีเสน่ห์จนทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกลูบไล้ด้วยผ้าไหม "ท่าน หิวน้ำไหมคะ?"

     

    เธอไม่ได้พูดเปล่า แต่ค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองลงหนึ่งเม็ด การเคลื่อนไหวของเธอช้าและเซ็กซี่ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนบริเวณเนินอกและไหปลาร้าที่งดงาม ผิวหนังของเธอเปล่งประกายเบาๆ ในแสงเทียน ทำให้ดูเหมือนมีแสงเรืองรองออกมาจากภายใน มันเป็นการกระทำที่เรียบง่าย แต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแวมไพร์หนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า

     

    คาอินถึงกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขารู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาทันที สัญชาตญาณดิบกำลังร่ำร้องให้เขาพุ่งเข้าไปฝังเขี้ยวลงบนลำคอระหงนั้น ดูดเลือดหวานๆ ที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังบอบบาง แต่เขาก็พยายามสะกดกลั้นมันไว้สุดความสามารถ เขากำหมัดแน่นจนเล็บเข้าไปในฝ่ามือ ใช้ความเจ็บปวดเป็นตัวช่วยให้ตัวเองยังคงมีสติ

     

    "ยังไม่ดีพอ" อิซาเบลล่าพูดแทรกขึ้นมาอย่างขัดใจ แต่ในเสียงของนางก็มีความชื่นชมแฝงอยู่ นางเดินเข้ามาซ้อนหลังเอลาร่าและใช้มือของนางเลื่อนลงไปตามแผ่นหลังของเด็กสาวอย่างเชื่องช้า สัมผัสของนางอุ่นและนุ่มนวล "ถ้าจะยั่ว ก็ต้องยั่วให้ถึงที่สุดสิ" นางกระซิบพลางใช้ปลายนิ้วลากไล้ไปตามขอบกางเกงของเอลาร่า "ทำให้เขาอยาก แต่ไม่ได้ ทำให้เขาทรมาน นั่นแหละคือศิลปะที่แท้จริง"

     

    การสัมผัสของอิซาเบลล่าทำให้เอลาร่าขนลุกซู่ แต่แทนที่จะถอยหนี เธอกลับเรียนรู้และปรับตัวอย่างรวดเร็ว เธอเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่อิซาเบลล่ากำลังสอนให้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการยั่วยวน แต่เป็นเรื่องของการควบคุมและการมีอำนาจ

     

    เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับอิซาเบลล่า ยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าของนางเบาๆ ปลายนิ้วของเธอลื่นไปตามแก้มของอิซาเบลล่าอย่างอ่อนโยน "เหมือนที่ท่าน กำลังทำกับหนูอยู่ตอนนี้ ใช่ไหมคะ?" เธอถามกลับด้วยแววตาที่ท้าทายไม่แพ้กัน "ท่านก็กำลังยั่วหนู กำลังสอนหนูด้วยวิธีที่ ตื่นเต้นที่สุด"

     

    อิซาเบลล่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คาดคิดว่าเอลาร่าจะเรียนรู้ได้เร็วขนาดนี้ และจะกล้าท้าทายเธอกลับได้ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เสียงหัวเราะของนางเต็มไปด้วยความพอใจและความภาคภูมิใจ "ฉลาดนี่ เรียนรู้เร็วกว่าที่คิดไว้เยอะเลย และกล้าด้วย ฉันชอบ"

     

    ตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เอลาร่ายืนอยู่ตรงกลางโดยมีคาอินและอิซาเบลล่ายืนขนาบข้าง ทั้งสองคนต่างจับจ้องเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความเป็นเจ้าของ แต่ครั้งนี้ เธอไม่ใช่เหยื่อที่ถูกล่า เธอคือนักล่าที่กำลังเลือกเป้าหมาย

     

    เอลาร่ามองหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมา แวมไพร์ผู้เย็นชาที่พร้อมจะหลอมละลายได้ทุกเมื่อ และซัคคิวบัสผู้ร้อนแรงที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน เธอเห็นความปรารถนาในดวงตาของพวกเขา เห็นการต่อสู้ระหว่างเหตุผลกับสัญชาตญาณ เห็นความรักและความหึงหวงที่พวกเขามีต่อเธอ

     

    เธอรู้แล้วว่าเธอไม่ต้องเลือก เพราะเธอสามารถมีได้ทั้งสองคน และพวกเขาก็ต้องการเธอทั้งคู่

     

    เธอค่อยๆ ยื่นมือทั้งสองข้างออกไป ข้างหนึ่งจับมือที่เย็นเฉียบของคาอิน และอีกข้างหนึ่งจับมือที่อบอุ่นของอิซาเบลล่า การสัมผัสของทั้งสองคนทำให้พลังภายในตัวเธอสั่นไหวและเพิ่มขึ้น เหมือนกับการได้เติมเชื้อเพลิงให้กับไฟที่กำลังลุกโชน

     

    "บทเรียนวันนี้ พอแค่นี้ก่อนดีไหมคะ?" เธอยิ้มอย่างมีเลศนัย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความเย้ายวน "หนูคิดว่า หนูเริ่มเข้าใจแล้ว และตอนนี้ หนูอยากจะ 'ทบทวนบทเรียน' กับอาจารย์ทั้งสองคน เป็นการส่วนตัว"

     

    คำพูดนั้น คือการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเธอไม่ใช่เด็กสาวที่อ่อนแออีกต่อไปแล้ว เธอไม่ใช่คนที่ต้องการการปกป้อง แต่เธอคือคนที่มีพลังและรู้จักใช้มัน

     

    เธอคือผู้คุมเกม และเกมรักสามเส้าที่ร้อนแรงที่สุด เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องลิขิตเลือด พันธการหลานสาว ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663