“คุณ มันน่าสนใจดีนะ แต่…ฉันเต้นไม่ค่อยเก่งน่ะซี” เฟรย่ามีสีหน้าตื่นเต้นเมื่อได้ยินรางวัลของผู้ที่จะชนะเลิศ แต่ก็ต้องถอดสีหน้าเปลี่ยนใบหน้าหงิกงอแทนเมื่อเธอรู้ตัวเองดีว่าเต้นรำไม่เก่ง
“ถ้าไม่ลองฝึกเต้นแล้วมันจะเต้นเป็รึไง”
หมับ
“เดี๋ยวสิคุณ ค่อยๆ เดินช้าๆ”
ฝ่ามืออบอุ่นจากอีริคคว้ามือเรียวเล็กนุ่มนิ่มที่บอบบางราวกับขนนกเพื่อจูงเธอออกมา ร่างหญิงสาวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลจนในที่สุดทั้งคู่ก็ออกมาอยู่ตรงกลาง เสียงเพลงแจ๊สเริ่มบรรเลง แขกคนอื่นๆ เริ่มขยับเขยื้อนร่างกายเต้นรำในแบบของตน
มือหนาประสานกันกับมือเรียวของหญิงสาว เขายกมือเธอขึ้นมาเกาะกล้ามอกแน่นตึงข้างขวาก่อนที่จะปล่อยมือเธอแล้วคว้าเอวกิ่วลากเธอเข้ามาแนบชิดจนใบหน้าแนบชิดจมูกจรดกัน หญิงสาวเริ่มใช้มือเคลื่อนขึ้นมาเกาะแขนของเขาอย่างแ่เบา ใบหน้าของทั้งคู่สบั์ตากันตลอดเวลาทำไออุ่นไร้รูปร่างที่ไม่อาจบรรยายได้เอ่อล้นขึ้นมาเต็มหัวใจทีละเล็ก รอยยิ้มจางๆ จากโครงหน้าหล่อเหลาที่ส่งผ่านดวงตาคมกริบสีน้ำตาลคู่นั้น ทำหญิงสาวรู้สึกราวกับโดนดูดเข้าไปในห้วงแห่งทุ่งหญ้าสีเขียวสลับกับดอกหญ้าสีเหลืองที่ปลิวสไวไปกับสายลมยามบ่าย เป็โลกที่มีแค่เขาและเธอยืนพลอดรักกันอย่างอบอุ่น สองร่างโยกย้ายตามจังหวะเพลงอย่าวแ่เบา รอยยิ้มพราวเสน่ห์ค่อยๆ ถูกคลี่ออกจากใบหน้าหล่อเหลา ทำหัวใจของหญิงสาวพลันอบอุ่นและดื่มด่ำกับ่เวลาอันแสนหวาน
“คุณเต้นรำเก่งมากอีริค เป็ไปได้ยังไง”
“ก็ธรรมดานะ ท่าของผู้ชายมันมีไม่มากหรอก ผมก็เต้นได้แต่สไตล์คลาสสิคนี่แหล่ะ”
มาถึง่สุดท้ายของการเต้นรำ พลันร่างสูงโน้มตัวลงโดยที่แขนแกร่งโอบแผ่นหลังขาวเนียนของเธอ เขียนเรียวเล็กของเธอโอบคล้องคอแกร่งในขณะที่อีกมือยกมาจับโครงหน้าหล่อเหลาที่ใกล้ชิดดวงหน้าสาว ขาเรียวถูกยกขึ้นมาโดยมือของเขากุมสะโพกเธอไว้ ชายหนุ่มสบั์ตาสวยหวานคู่นั้นก่อนจะทนไม่ไหวพลันประกบริมฝีปากจูบเธออย่างดูดดื่ม เสียงปรบมือจากผู้คนที่พร้อมใจกันเมื่อการเต้นรำจบปลุกให้สองร่างตื่นจากห้วงภวังค์แห่งความหวาน เธอส่งรอยยิ้มหยาดเยิ้มขึ้นมองใบหน้าเขาจนหัวใจชายหนุ่มพลันร้อนวูบวาบ ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏสีแดงก่ำทำให้เขารีบเอ่ยสนทนากับเธอเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว
“คุณก็เต้นได้เหมือนกันนิ”
“ขอบใจนะ ฉันก็แค่เคยเห็นผ่านๆ ในหนัง ในคลับน่ะ เลยเต้นตาม”
“เอาล่ะครับ ทุกคู่ต่างเต้นรำกันได้ดีทีเดียว แต่จะมีเพียง 1 คู่รักเท่านั้นที่จะได้รับรางวัล และคู่รักที่โดนใจคณะกรรมการของเราที่สุดคือ….”
แท่น แท้น แท๊น
พริบ
พลันแสงไฟสว่างสีส้มฉายวาบลงตรงตำแหน่งที่อีริคและเฟรย่ายืนอยู่ ทำสองใบหน้าฉายแววประหลาดใจและลอบมองไปรอบๆ กาย
“คู่นี้ครับ! ขอแสดงความยินดีด้วยครับ ขอเสียงปรบมือดังๆ ให้แก่คู่ของคุณอีริคครับ!”
เสียงเฮลั่นพร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ จากหมู่คนรอบข้างที่แสดงความยินดี ร่างบางกระโจนกอดชายหนุ่มอย่างดีอกดีใจจนใบหน้าเธอซุกซบอยู่กับแผงอกกำยำ ดวงหน้างามประดับด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าที่เคย
“คู่เราเหรอ กรี๊ดดด อีริค เราทำได้ ขอบคุณนะที่ร่วมเต้นรำกับฉัน!!”
“หึๆ ยัยบื้อเอ้ย”
มือหนายกขึ้นลูบบนกลุ่มผมนุ่มและขยี้เบาๆ ด้วยความเอ็นดูในความน่ารักและทะเล้นของเธอ ชายหนุ่มหลุบตามองหญิงสาวและได้แต่คิดไม่ตกว่า สาวสวยมาดเซ็กซี่อย่างเธอจะมีมุมน่ารักแบบนี้ให้เห็นด้วย
เวลาล่วงเลยมาถึง 23:45 นาที สองร่างเดินก้าวทอดน่องออกมาจากตึกสูงระฟ้าอย่างสบายอารมณ์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม สองมือประสานกันแน่นอย่างกับคีมล็อคแกว่งไปมาอย่างสบายอารมณ์
“ไหนคุณลองหมุนแบบตอนเต้นรำให้ผมดูสิ ฮ่าๆ”
อีริคเอ่ยออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พลางจับมือเธอยกขึ้น ร่างบางไม่รอช้าจึงหมุนจนชายกระโปรงชีฟองพริ้วไสว ใบหน้าหวานแย้มรอยยิ้มพราวเสน่ห์พร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก ชายหนุ่มลอบมองใบหน้าเธอด้วยสายตาชื่นชมหลงไหล ริมฝีปากบางของเขาแย้มรอยยิ้มอ่อนละมุน เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าผู้หญิงที่เจอกันแค่ชั่วข้ามคืน กลับกลายเป็คนที่เข้ามาเปลี่ยนโลกของเขา
ประตูรถถูกปิด เสียงหัวเราะถึงความสนุกสนานที่เพิ่งเกิดขึ้นดังระงมทั่วห้องโดยสารรถ
“เหลือเชื่อจริงๆ ที่เราชนะการเต้นรำ ขอบคุณนะสำหรับค่ำคืนนี้ มันสนุกมากจริงๆ อีริค”
“ง่วงรึยังล่ะ อยากจะไปเดินเล่นหรือสนุกต่อที่ไหนมั๊ย?”
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนเลื่อนสายตามาไปมองยังใบหน้าสวยหวานพลางกระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ อย่างเ้าเล่ห์
“ไปสิ แล้วแต่คุณเลย แต่อย่าดึกนักนะ”
เฟรย่าเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเริงร่าก่อนจะเอนแผ่นหลังขาวเนียนแนบติดกับเบาะ เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดพลันเกิดขึ้น สายตาเธอดันเหลือบไปเห็นจีสตริงสีครีมม้วนเป็เลข 8 ตกอยู่ตรงที่วางเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา ดวงตากลมพราวเสน่ห์พลันเบิกโพลงและกะพริบปริบๆ คิ้วเล็กขมวดและริมฝีปากอิ่มเอิบค่อยๆ อ้าค้างก่อนจะกัดริมฝีปากกลั้นใจโพล่งออกไป
“ให้ตายสิ ทุเรศที่สุด!”
“หือ อะไรของคุณ? อยู่ๆ ก็โพล่งออกมา”
“จีสตริงของใครม้วนอยู่ตรงเท้าฉันกันเนี่ย?”