ทันทีที่ประตูปิดออกร่างบุรุษและสตรีตระกูลเฉินต่างเขามาพร้อมๆ กันโดยมีหลิวหลงและเซียวอี้ตามเข้ามาภายหลัง
“ท่านลุงเห็นหรือไม่เ้าคะน้องรองถึงกับทำเื่น่าอายเช่นนี้ได้”
“ใช่แล้วเ้าค่ะน้องรองถึงกับพาบุรุษเข้ามานอนด้วย”
เสียงที่เฉินฟางซินได้ยินนั้นแน่นอนนางย่อมรู้ว่ามาจากใครหญิงสาวพยายามลืมตาก่อนจะมองไปรอบ ๆ
“ท่านพ่อท่านแม่ ท่านอา ท่านอาสะใภ้ พี่ ๆ พวกท่านมาได้อย่างไรกัน”
หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงอันเบาก่อนจะหันมองไปทางบ่าวรับใช้ของตน
“ทำไมพวกเ้าไปหาพี่หญิงนานเช่นนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายรอพวกเ้าทั้งคืน…แต่กลับไม่พบพวกเ้า”
หญิงสาวเอ่ยขึ้นนั่นได้ทำให้จางหยุนผิงผู้เป็มารดารีบเข้ามาหาบุตรสาวและหันไปทางบ่าวรับใช้ของบุตรสาว
“เถียนเถียนของข้าตัวร้อนถึงเพียงนี้พวกเ้าไปที่ใดกันทั้งคืนเหตุใดถึงไม่ดูแลนาง”
บ่าวทั้งสองรีบคุกเข่ารายงานในทันที
“พวกบ่าวถูกคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองเรียกให้ไปเอาของ….และ…”
ก่อนบ่าวรับใช้ของเฉินฟางซินจะพูดจบเฉินเจียวอวี่ได้พูดแทรกขึ้นมาในทันที
“เมื่อวานข้าเห็นน้องสาม้าลายแบบชุดของข้าข้าจึงได้ให้หลิวหลงและเซียวอี้มาลอกลายเ้าค่ะ”
“ทั้งคืนเลยงั้นหรือ”
คำถามนี้ได้ทำให้หญิงสาวอึกอักและพูดไม่ออกมือน้อยที่ถูกกุมโดยมารดาขยับเล็กน้อยก่อนจะสบตาของสตรีมีอายุที่หันมามองบุตรสาว
“ที่พวกท่านมาเพราะรู้ว่าข้าไม่สบายใช่หรือไม่”
หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นนั่นได้ทำให้สีหน้าของคนที่มาถึงกับเปลี่ยนไปก่อนจะมองหน้าและหยักหน้าให้แก่กันในทันที
“ท่านพ่อข้าจะพาเถียนเถียนกลับจวนนางป่วยเช่นนี้คงจะไม่สามารถชมการล่าสัตว์ได้อย่างแน่นอน”
“ท่านพี่ข้าจะกลับไปกับลูกหากอยู่ต่ออีกนิดข้าคงจะได้ฉีกปากคนที่ใส่ร้ายเถียนเถียนของข้าอย่างแน่นอน”
สตรีมีอายุเอ่ยขึ้นก่อนที่ร่างที่พวกเขาเอ่ยถึงจะถูกอุ้มและเดินออกไปจากที่นั่นไปในทันทีเฉินซีฮันหันมองเฉินเจียวอวี่และเฉินลี่ิรวมถึงน้องชายทั้งสองของเขา
“เื่นี้พวกเ้าคงต้องให้คำตอบข้าว่าเหตุใดถึงได้ใส่ร้ายเถียนเถียนเช่นนี้”
บุรุษมีอายุสะบัดแขนเสื้อออกจากกระโจมหญิงสาวด้วยความโกรธ
“ท่านพ่อ”
สองสตรีหันมองบิดาของตนเองเฉินหลิงและเฉินเฉิงมองบุตรสาวของตนเองก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“พวกเ้าก็รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรครั้งนี้พวกเ้าทำเกินไปแล้ว หากไม่มีข้อแก้ตัวดี ๆ ก็เตรียมรับกฎบ้านก็แล้วกัน”
สองบุรุษมีอายุเดินจากไปก่อนที่สองสตรีจะเดินออกมาจากกระโจมนั้นไกลออกไปร่างบุรุษที่ถูกพามาเมื่อคืนได้ยืนดูเหตุการณ์อยู่หลังต้นไม้ใหญ่แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าด้านในพูดอันใดกันแต่เขากลับมั่นใจว่านี่เป็แผนการของหญิงสาวด้านในอย่างแน่นอน
“ชาติก่อนเ้าก็ทำเช่นนี้กับข้าจนสุดท้ายหลังเ้าตายข้าได้ประสบอุบัติเหตุตายตามเ้าไปชาตินี้เ้าอย่าหวังว่าข้าจะให้เ้าได้สมหวัง”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อครึ่งชั่วยามเฉินฟางซินได้พยายามฝืนร่างกายที่ระบมและปวดร้าวของตนให้ลุกขึ้นก่อนจะมองไปทางบุรุษที่นางมิเคยรู้จักมาก่อน
“หากข้าไม่พบเขาข้าคงไม่รู้มาก่อนว่า…ข้าถูกหลอกมาตลอด”
หญิงสาวคิดก่อนจะสวมเสื้อผ้าและหอบสังขารของตนเองออกไปจากกระโจมต้นเหตุนั้นและมุ่งตรงไปยังกระโจมของนางแต่ยังมิทันก้าวเข้าไปในกระโจมนางถึงกับหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างร่างหนึ่งออกมาจากกระโจม
“เื่ยังคงดำเนินไปเหมือนชาติที่แล้วสินะ…แต่ข้าไม่มีทางให้เ้าสมหวังหรอก”
คำพูดของชายที่ออกมาจากกระโจมนางได้ทำให้หญิงสาวใและแปลกใจระคนกัน
“หรือว่าเขาเองก็กลับมา”
หญิงสาวคิดก่อนจะหลบให้พ้นจากสายตาชายผู้นั้นแล้วแอบเข้ากระโจมตนเองทันทีที่ร่างของนางได้นอนลงบนเตียงความรู้สึกไม่สบายตัวรวมถึงความปวดร้าวได้ถาโถมเข้ามาต่างจากชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง
มือใหญ่เริ่มรับรู้ได้ถึงความเย็นจากข้างกายต่างจากเมื่อคืนดวงตาเรียวลืมขึ้นก่อนจะมองหาสตรีที่เคย…นอนกับเขาทั้งคืนนั้นร่างใหญ่ลุกขึ้นนั่งและรับรู้ได้ถึงอาการแสบบริเวณแขนและไหล่รวมถึงรอยกัดที่คอสายตาคมที่กำลังมองหาร่างบางนั้นได้หยุดลงเมื่อสังเกตเห็น….คราบเืที่คล้ายดอกโบตั๋นบนเตียงนั้น
“นี่นางกล้าชิงความบริสุทธิ์ของข้าแล้วหนีไปงั้นหรือ”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะฉีกผ้าที่มีรอยเืนั้นออกมากำไว้แน่น
“ฮุ่ยเหอ”
“ขอรับ”
“จงไปตามหาสตรีที่เข้ากระโจมข้าเมื่อคืนมา”
“ขอรับ”
แม้ว่าชายหนุ่มจะแปลกใจที่มีคนกล้าล่วงเข้ามาและไม่ถูกฆ่าขณะที่นายของเขาถูกพิษกำเริบด้วยเพราะทุกครั้งที่พิษนี้กำเริบแม้แต่คนสนิทเช่นพวกเขาก็ต้องหลบด้วยว่าความทรมานนั้นสามารถทำให้นายของเขาฆ่าคนนับร้อยได้เลยก็ว่าได้
“ฮุ่ยเจียงเรียกเฉาหรงมาที”
“ขอรับ”
เพียงไม่นานบุรุษรูปงามที่เป็ทั้งเพื่อนและคนสนิทของชายหนุ่มได้ก้าวเข้ามาทั้งสองเป็เพื่อนกันั้แ่เด็กแน่นอนว่าเขาย่อมรู้อาการของชายหนุ่มตรงหน้าเป็อย่างดีแต่หลังจากที่เขาตรวจชายหนุ่มแล้วใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดเพราะเป็ห่วงถึงกับแสดงออกถึงความแปลกใจ
“อาการของเ้าทุเลาลงมากเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”
“ข้าเองก็ไม่รู้…แต่มีสตรีนางหนึ่งได้เข้ามา…และ…..”
“หรือว่านางทำให้เ้าอาการดีขึ้น”
“เื่นั้นข้าเองก็ไม่แน่ใจ…”
“เช่นนั้นเ้ารู้หรือไม่ว่านางเป็ใคร”
ชิวจิ้นอันส่ายหน้าไปมานั่นได้ทำให้ทั้งเฉาหลงและองครักษ์คนสนิทของเขาถึงกับทำหน้าไม่ถูกกันเลยทีเดียว
“แต่ข้าได้…ให้ของสิ่งนั้นแก่นางแล้ว”