อีกด้านหนึ่งเป็ฝูงปลา มีนกน้อยสีชมพูอ่อนบินอยู่เหนือน้ำ ส่งพลังกดดันออกไป ทำให้ฝูงปลาถอยออกไป
จระเข้ที่ถูกตี นอนหงายท้องทันที มันไม่ได้ตาย แต่ว่าร่างกายหยุดทำงานชั่วคราว ประสาทไม่รับรู้สิ่งใด
“พวกเ้าหาทางขึ้นจากน้ำได้แล้ว จระเข้พวกนี้แค่สลบไปเท่านั้น”
“เป็เ้าที่มาช่วยพวกเรายามสิ้นหวัง คนที่ข้าไม่อยากเจอที่สุด กลับช่วยชีวิตข้าไว้ ต่อไปข้าจะระลึกถึงบุญคุณของเ้าในครั้งนี้!”เป่าเป้ยพูดขึ้นมา พร้อมน้ำตาไหลอาบแก้ม
“พวกเ้าไม่ต้องมารำลึกถึงบุญคุณข้าหรอก ช่วยกันขึ้นจากน้ำ ก่อนที่จระเข้มันจะตื่นขึ้นมา!”
“หน้าผาสูง ถ้าปีนขึ้นไป ต้องใช้วิชาตัวเบา”เซียวเหยาไม่อยาก แสดงวิชาตัวเบาให้ใครเห็น แค่ะโเหยียบหัวจระเข้ พวกเขาก็ใแล้ว
“ผิงผิงเอาเชือกไปผูกกับต้นไม้ ให้พวกเขาปีนขึ้นไป”เซียวเหยายืนอยู่บนตัวจระเข้ ที่นอนหงายท้องอยู่
“พวกเ้าเตรียมตัวปีนขึ้นไป ข้าจะยืนเฝ้าตรงนี้ เผื่อจระเข้มันจะฟื้นขึ้นมา”คำพูดของเซียวเหยา ทำให้พวกเขาใจชื้นขึ้นมา ถึงปีนได้ช้าก็ยังมีคนยืนเฝ้าอยู่ด้านล่าง
นกน้อย เอาไปวนกับต้นไม้ใหญ่ ด้วยความที่เชือกเส้นเล็ก กลัวว่าพวกเขาจะไม่มีความสามารถ ปีนได้เหมือนเซียวเหยา ผิงผิงแค่เอาไปวนหนึ่งรอบ แล้วคาบเอาปลายเชือกสองด้านลงมา
“เ้าเก่งมากผิงผิง เชือกคงจะยาวและเ้าคงเป็ห่วง พวกเขาจะปีนขึ้นลำบากใช่ไหม ได้! เดี๋ยวข้าจะทำมันประกบคู่ พวกเขาจะได้ปีนขึ้นง่ายขึ้น”
“พวกเ้าทยอยปีนขึ้นกันได้แล้ว ส่วนใครที่ไม่ไหว ให้โคจรพลังอยู่ด้านล่าง ตรงนั้นสามารถนั่งได้ แต่ต้องปีนขึ้นไปก่อน ประมาณสาม่ตัว มีแรงแล้วค่อยปีนต่อ เริ่มปีนกันได้แล้ว”
พวกเขาปีนไปนั่งพักโคจรพลัง ตรงหน้าผาที่พอจะนั่งกันได้ พอคนข้างล่างมาถึง คนที่ไปถึงคนแรก ก็ปีนขึ้นไปต่อ กว่าคนสุดท้ายที่จะขึ้นจากน้ำได้ ใช้เวลาไปหนึ่งก้านธูป
‘คนสุดท้ายขึ้นจากน้ำ คนบนสุดยังไม่ถึงอีก พลังพวกเขาหายไปไหนกันหมด ไม่ใช่ว่านั่งโคจรพลังไปแล้ว ปกติก็เห็นมีพลังกันเยอะนี่นา หรือว่า’ เซียวเหยามองคนปีนขึ้นไป เหมือนไม่มีเรี่ยวแรง
“พวกเ้าเร็วเข้า! จระเข้กำลังจะฟื้นแล้ว!”ะโเสร็จ นางก็ปล่อยพลังให้จระเข้ รู้สึกตัวจากการเป็อัมพาต
“พวกเราจระเข้ฟื้นแล้วจริงด้วย พวกมันกลับตัวไม่นอนหงายท้องแล้ว รีบปีนกันเร็วเข้า!” เซียวเหยาขึ้นมาอยู่ตรงที่ บอกเขานั่งโคจรพลัง
“ต้องมีแรงกระตุ้นสิน่ะ ถึงได้มีแรงขึ้นมาขนาดนั้น”นางเอามือกอดอก ยืนมองทุกคน ที่ต่างรีบปีนแบบไม่คิดชีวิต
“ผิงผิงทุกคนขึ้นไปหมดแล้ว เ้าตามไปเก็บเชือกด้วย ข้าไม่อยากตอบคำถามคนพวกนั้น แค่นี้ก็เสียเวลาเยอะแล้ว”นกน้อยรีบบินไปเก็บเชือก
“นกน้อยมาเก็บเชือก แสดงว่านางไปที่อื่นแล้ว”
“เลยไม่ได้ขอบใจนาง อีกครั้งหนึ่งเลย”
“นกน้อยขอบใจเ้ามาก ฝากไปขอบคุณเ้านาย ของเ้าด้วย”ผิงผิงคาบเชือกหันมามอง ครู่หนึ่งก่อนจะบินออกไป
“พวกเขาฝากมาชอบใจเ้าด้วย”นกน้อยวางเชือกลงในมือ
“ไปกันเถอะอย่าไปสนใจเลย เราทำประโยชน์ให้พวกเขาก็บอกว่าดี ขนาดข้าอยู่เฉยๆยังพูดไม่ดีใส่เลย ถึงข้าจะช่วยพวกเขา แต่ข้าก็จำทุกอย่างที่พวกเขาทำกับข้าไว้”
เซียวเหยาขี่ไม้กายสิทธิ์ มุ่งไปข้างในสุดของป่าไร้นาม “เราจะไม่แวะที่ไหน ไปให้สุดทางเลย เดี๋ยวจะเสียเวลาในการสำรวจป่า”
“ผิงผิงทำไมตรงนี้หมอกหนาจัง อากาศก็ปกติเท่ากับทั่วไปในป่านี้ หรือเป็เพราะว่าตรงนี้ มันอยู่สุดขอบป่าแล้ว ถึงได้มีหมอกปกคลุมแบบนี้”
เซียวเหยาสร้างลูกไฟ นั่งไม้กายสิทธิ์เข้าไปในป่าหมอก มีผิงผิงเพราะอยู่ที่หัวไหล่ เพราะหมอกหนา มันกลัวบินชนต้นไม้
“ถ้าหมอกหน้าขนาดนี้คงไม่เจออะไร เข้าไปอีกหน่อยถ้ายังไม่สว่าง ก็เลิกสำรวจแล้วจะไปทางอื่น สำรวจทางที่พวกเราผ่านมาดีกว่า”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ความอยากรู้ ทำให้เซียวเหยายังไม่กลับทางเดิน ยังเดินหน้าต่อไป “มันต้องมีแสงสว่างบ้างสิ เป็ไปไม่ได้ จะมีหมอกปกคลุมระยะยาวไกลแบบนี้”
นางกำลังลังเลว่าจะกลับหรือไปต่อ ก็เห็นแสงสว่างข้างหน้า “โอ๊ะ! ข้างหน้าเริ่มแสงสว่าง ผิงผิงเ้าดูสิ”
“แต่…ทำไม อากาศมันถึงได้หนาวเย็นขนาดนี้ ตอนอยู่กลางป่ายังไม่หนาวเลย เราต้องระวังตัวให้มากขึ้น”เซียวเหยาพูดพร้อมกับ เตรียมตัวลงพื้นดิน เพื่อเดินสำรวจ
“แปลกจังที่นี่ พลังไม่เหมือนป่าที่สำรวจมา อย่างกับอยู่กันคนละโลก และไม่ใช่แดนเซียนอย่างนั้นแหละ หรือว่าหุบเขาไร้นาม เป็เขตชายแดนที่ติดต่อกับแดนอื่น แล้วเป็แดนไหนกันล่ะ”
“ยังไงก็มาแล้ว พวกเราเดินสำรวจกันเถอะ ไว้ใกล้เวลาแล้วค่อยกลับเข้าไปในป่าหมอก”
เซียวเหยาเดินสำรวจ มาไกลประมาณสองลี้ ไม่เจอสิ่งมีชีวิตอยู่ “ทำไมถึงไม่เจอสัตว์อสูร หรือว่าสัตว์อย่างอื่นบ้างเลย ต้นไม้ก็สูงใหญ่ไม่มีสมุนไพร ไม่มีผลไม้ มันเป็ที่แห่งใดกัน”
“ผิงผิงหาที่พักกันก่อนเถอะ วันนี้เดินทางมาเหนื่อยทั้งวัน แถวนี้ก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร”
“แต่ข้าไม่วางใจหลอก ขึ้นไปนอนอยู่บนต้นไม้ก็แล้วกัน ยังไงก็อันตรายน้อยกว่าข้างล่าง”นกน้อยรีบไปหาที่นอนพัก บนต้นไม้ให้เซียวเหยา
“ผิงผิงเอาแบบง่ายๆ เ้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”
คืนนั้นทั้งสองนอนพัก ข้างป่าหมอก บนต้นไม้ที่ไม่สูงมากนัก มีที่ให้เซียวเหยา นั่งโคจรพลังอยู่บนง่ามไม้
“อากาศเย็นจัง ผิงผิงเข้ามานอนในผ้าห่มเถอะ ข้าจะเลิกนั่งโคจรพลัง แล้วนอนเหมือนกัน ขนาดมีพลังปราณยังหนาวเย็นขนาดนี้ กลางดึกต้องหนาวกว่านี้แน่”
ท้องฟ้าใกล้สว่าง ทั้งสองหนาวจนปากสั่น ลูกไฟที่สร้างขึ้นมา ให้แค่แสงสว่าง ไม่ได้ให้ความอบอุ่นมากนัก
“หนาวอะไรขนาดนี้ มันเย็นเข้ากระดูกเลยนะนี่ ไม่ได้หนาวธรรมดาแล้วมีแค่หมอก ไม่ใช่หน้าหนาวหรือมีหิมะตกเสียหน่อย กลับหนาวเย็นเข้ากระดูก ผ้าห่มที่ปกติช่วยได้ ตอนนี้มันเหมือนกับเป็ผ้าผืนหนึ่งเท่านั้น”
เซียวเหยานอนต่อไม่ได้ ต้องลุกมานั่งโคจรพลัง ใช้พลังปราณห่อหุ้มร่างกายไม่ให้หนาว นกน้อยนอนแอบอิง อยู่ในผ้าห่มที่ม้วนหลายชั้น
จนถึง่สาย มีแสงแดดสาดส่องมา เซียวเหยาถึงได้ลุกจากการนั่งโคจรพลัง “ผิงผิงเราหาทางกลับกันเถอะ ข้าไม่ชอบอากาศหนาวแบบนี้เลย”
“ข้าก็ไม่ชอบเหมือนกัน มันไม่ใช่ความหนาว แต่มันเป็ความเย็นเข้ากระดูก เราต้องรีบกลับตอนที่มีแสงอาทิตย์อยู่”นกน้อยกระพือปีกออก บินลงมาจากต้นไม้
“เราออกมาจากตรงนี้ไม่ใช่หรือ เหมือนหมอกมันขยายพื้นที่ ตอนเดินออกมามีต้นไม้ใหญ่ ที่เห็นแต่แรก ตอนนี้ก็ไม่เห็นแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเรากำลังหลงทางอยู่นะ ผิงผิง”
ระหว่างที่เซียวเหยากำลังหาทาง กลับเข้าไปในป่าหมอกอยู่นั้น
“หยุดนะ! ใครกันที่บุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของข้า”เสียงเข้มดุดัน ดังจากบนต้นไม้ ก่อนจะปรากฏร่างออกมา ท่ามกลางหมอกหนา
เซียวเหยายืนตกตะลึงอยู่กับที่ มองชายชุดแดงขลิบดำ ในมือถือพัดสีดำลอยมาจากต้นไม้ จู่โจมมาที่นางด้วยความไว แต่…ชายคนนั้น ไม่ได้เอาอาวุธหรือสิ่งใด ออกมาเพื่อมาสังหารนาง
เขาเดินมาใกล้ แล้วทำจมูกฟุตฟิต เหมือนต้องหากลิ่นบางอย่างรอบตัวนาง
“กลิ่นนี้ที่ข้าตามหามานาน หอมหวาน เ้าคือตัวที่ออกมาจากไข่งูใช่หรือไม่?”
เซียวเหยาตาโต ‘เขารู้ได้ยังไง ว่าเราออกมาจากไข่งู แม้แต่อาจารย์ยังไม่รู้เลย รู้แม้กระทั่งกลิ่น ที่เราปกปิดั้แ่อยู่ป่าสีเขียว ที่นั่นมีสมุนไพรที่ทำให้กลิ่นหายไป แต่ชายผู้นี้กลับรู้’
ผ้าปิดหน้าของนาง ถูกดึงออกโดยชายชุดแดง เซียวเหยาเหมือนมีบางอย่าง ตรึงตัวนางไว้กับที่ พลังที่ไม่อาจต่อต้านได้ แค่ยืนก็แทบไม่ไหว
“ต้องใช่แน่ๆ เ้าออกมาจากไข่ หน้าตาดีกว่าที่คิดไว้ นึกว่าจะออกมาเป็งูเสียอีก ที่แท้ก็เป็กลิ่นของเ้า แยกแทบไม่ออก ระหว่างมนุษย์อสูรเทพและเซียน”
ดวงตาสีแดงทับทิม ระยิบระยับจ้องมองนางระยะประชิด ก่อนที่นางจะรู้สึกตัว เขาก็หอมแก้มนางไปฟอดใหญ่ “กลิ่นนี้แหละใช่เลย สาวน้อยเ้าเรียกข้าว่าพี่ชาย แล้วข้าจะคายมนต์สะกดให้เ้า”
“ถ้าเ้ายังจำไม่ได้ข้าจะเล่าให้ฟัง ข้าเห็นไข่ของเ้าอยู่ในพงหนาม ที่เต็มไปด้วยอสรพิษ ไข่ของเ้าตั้งโดดเด่นอยู่ ข้ากลัวเ้าจะหนาวหรือเปียกฝนและอาจจะร้อน พี่ชายเลยใช้ผ้าสีแดง ห่อไข่ใบนั้นเอาไว้”
“จนเวลาผ่านไป พี่ชายได้กลับไปเยี่ยมอีกครั้งหนึ่ง แต่ไข่ใบนั้นร้อนเหมือนถูกไฟเผามา พี่ชายได้ใช้พลังส่งเข้าไปในไข่ เพื่อไม่ให้ร้อน แต่ตอนที่เ้าออกจากไข่มา ข้าได้กลิ่นหอมและกลับไปที่นั่น เห็นแต่เปลือกไข่เท่านั้น แต่ไม่เห็นเ้า”
ไม่พูดเปล่า เขากอดกระชับร่างที่ยังยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ อากาศที่หนาวเย็นกับอ้อมกอดที่อบอุ่น นางไม่ได้รับอ้อมกอดอันอบอุ่นแบบนี้มานานแล้ว เลยยื่นนิ่งให้ชายหนุ่มกอดไว้แนบกับหน้าอก
“ที่นี่อากาศเป็พิษไม่ค่อยดี ไปกับข้าเถอะ ข้าจะพาเ้าไปกินของอร่อยในแดนเทพอสูร รับรองว่าเ้าต้องติดใจ ไหนเรียกพี่ชาย ให้ชื่นใจหน่อยสิ!”
“พี่ชาย! ข้าจำพลังของท่านได้ ตอนที่ข้าดวงจิต ได้รับการเผาไหม้จากไฟที่ข้าทำผิดพลาดไป มันเ็ปและทรมานมาก มีพลังสายหนึ่งถูกส่งมาจากข้างนอก มันทำให้ความเ็ปทรมานของข้าหายไป พี่ชายขอบคุณท่านมาก”
“ไปพี่ชายจะพาเ้า ไปเที่ยวที่แดนเทพอสูร”เขาอุ้มนางขึ้น เท้าแตะพื้นพานางลอยออกมาจากป่าหมอก เป็ที่ตรงข้ามกับเขาไร้นาม
‘ยังพอมีเวลา ไปกับพี่ชายสุดหล่อก่อน กินเสร็จแล้วค่อยให้เขากลับมาส่ง น่าจะยังทัน’คิดได้แค่นั้น นางต้องรีบกอดคอเขาไว้แน่น เพราะความเร็วที่เพิ่มขึ้น
“พี่ชายยังไม่ได้คายมนต์สะกดให้ข้าเลย ถ้าขยับได้แต่ปากและแขนเท่านั้น”
“ใครบอกล่ะ เ้าถูกหมอกพิษเร่งงานเข้าให้แล้ว ดูเหมือนนกของเ้าจะบินตามมาด้านหลัง ได้รับพิษเหมือนกัน ไว้ไปถึงที่ตำหนัก ข้าจะถอนพิษให้พวกเ้า”
“พิษหรือทำไมข้าถึงไม่รู้ คืนที่ผ่านมาข้าก็นอนอยู่ในป่านั้น ไม่น่าล่ะถึงไม่เจอสัตว์เลย ที่แท้ก็มีพิษนี่เอง แต่ทำไมข้าถึงััไม่ได้กันนะ”
“ถ้าไม่ใช่คนของแดนเทพอสูร จะไม่รู้ว่าม่านหมอกนั่นมีพิษ”
ใช้เวลาไม่นานเซียวเหยา ถูกว่างลงที่เตียงข้างโต๊ะหนังสือ “เ้ารอตรงนี้ก่อน ข้าจะเข้าไปเอายาแก้พิษ บอกนกของเ้าด้วย ว่าต้องกินยาเหมือนกัน”
เซียวเหยาได้แต่มองตาม ตอนนี้แขนขาไม่มีแรงแล้ว “ผิงผิงพวกเราโดนพิษหมอกเย็น ชายผู้นั้นกำลังไปเอายาถอนพิษ เ้าก็รออยู่ตรงนี้แหละอย่าไปไหน”นกน้อยไม่ตอบแต่ มันนอนลงและนิ่งไป
“ผิงผิงเ้าเป็อะไรไป เราต้องใช้พลังปราณ รักษาชีวิตตัวเองไว้ก่อน เดี๋ยวยาถอนพิษก็มาแล้ว”นางพูดได้เท่านั้นร่างกายเริ่มชา
“สาวน้อยยามาแล้ว เ้าลืมตามากินยาหน่อย”
เซียวเหยารับรู้ แต่ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้ นางรู้ว่าชายหนุ่มพยายามเรียก แล้วเอามือมาจับที่ปากของนาง เพื่อจะกรอกยา นางรู้สึกปากของตัวเองแข็งไปหมด แม้จะอ้าปากยังไม่ได้