หมู่บ้านเซียงเหอ อำเภอเซียงกวนใกล้ชายแดนแคว้นเจิ้ง เป็หมู่บ้านเล็ก ๆ ในแคว้นจ้าวที่สงบมานานหลังผ่านาแบ่งแยกแคว้นเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้ในแคว้นจ้าวมีเด็กกำพร้าที่ครอบครัวถูกภัยาอยู่เป็จำนวนมาก
ติงกวนกับเสี่ยวชิงเป็เด็กกำพร้าในหมู่บ้านที่ซัดเซพเนจรจากภัยาในสมัยนั้นและมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านเซียงเหอพร้อมกับชาวบ้านหลายครอบครัว เด็ก 2 คน ช่วยกันสร้างกระท่อมพักที่ท้ายหมู่บ้านตามกำลังของเด็กอายุ 10 ขวบ จะทำออกมาได้ ทั้งคู่ไม่สนใจชาวบ้านที่ครหาว่าเด็กชายกับเด็กหญิงที่ไม่ใช่ญาติอยู่ร่วมกันนั้นไม่เหมาะสม ในเมื่อพวกเขาไม่มีผู้ใหญ่รับไปเลี้ยงดู พวกเขาสองคนจึงต้องพึ่งพากันและกันเท่านั้น
กระทั่ง 7 ปีผ่านไป ติงกวนกับเสี่ยวชิงอายุ 17 ปี ไม่มีลูกหลานคนในหมู่บ้านอยากขอพวกเขาไปเป็เขยหรือสะใภ้ ติงกวนเห็นว่าเสี่ยวชิงถูกครหามานานมากแล้ว เขาจึงไปบอกผู้ใหญ่บ้านว่าจะแต่งเสี่ยวชิงเป็ภรรยา ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าทั้งคู่กำพร้าพ่อแม่ ผู้ใหญ่บ้านจึงช่วยทำพิธีแต่งงานให้พวกเขาโดยมีภรรยาช่วยหาสิ่งของจำเป็มาให้เด็กทั้งคู่เพื่อทำตามประเพณี
หลังแต่งงานได้ปีครึ่ง เสี่ยวชิงก็คลอดลูกคนแรกเป็หญิง พวกเขาตั้งชื่อให้ว่าติงม่านหรู โดยหวังให้ลูกสาวเกิดมาแล้วไม่ต้องลำบากเหมือนพวกเขาที่รับจ้างทำไร่ไถนาให้ชาวบ้านในหมู่บ้าน มี่หลังคลอดที่เสี่ยวชิงไม่ได้ไปช่วยสามี หลังจากเลี้ยงลูกสาวได้ 3 เดือน เสี่ยวชิงก็กระเตงลูกไปที่ไร่เพื่อทำงานช่วยสามี ทั้งคู่ทำงานมานานจึงเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งซึ่งเพียงพอที่จะสร้างบ้านเล็ก ๆ สักหลัง ติงกวนจึงไปติดต่อผู้ใหญ่บ้านขอแรงชาวบ้านสักหลายคนมาช่วยสร้างบ้านในครั้งนี้ หลังจากการสร้างบ้าน 3 ห้อง เสร็จแล้ว ติงกวนกับภรรยาก็กลับมาตั้งใจทำงานเก็บเงินกันอีกครั้งโดยมีม่านหรูคอยติดตามไปด้วย
หลังจากทำงานเลี้ยงลูกได้ 2 ปี เสี่ยวชิงก็ตั้งท้องอีกครั้ง ทั้งคู่ต่างแปลกใจที่ครั้งนี้ท้องของเสี่ยวชิงใหญ่กว่าท้องแรกอย่างผิดปรกติ ติงกวนกลัวว่าภรรยากับลูกจะเกิดอันตราย เขาจึงนำเงินเก็บพาเสี่ยวชิงที่กำลังท้องเข้าไปตรวจครรภ์ในอำเภอที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก
หมอตรวจครรภ์ของเสี่ยวชิงเสร็จก็แสดงความยินดีกับติงกวนที่เขากำลังจะมีลูกแฝด แต่แทนที่ติงกวนจะดีใจ เขากลับเป็ห่วงเื่การคลอดลูกของภรรยา เขาจึงถามวิธีดูแลภรรยากับลูกรวมทั้งเื่การทำคลอดกับหมอก่อนจะจ่ายค่าตรวจและพาภรรยากลับหมู่บ้าน ติงกวนเป็เด็กความจำดีมาแต่ไหนแต่ไร เขาจดจำได้ทุกอย่างที่หมอบอกเอาไว้ ติงกวนจึงไม่ยอมให้เสี่ยวชิงออกไปทำงานกับเขาจนกว่าจะคลอดลูกออกมาเสียก่อน เสี่ยวชิงเห็นสามีเป็ห่วง นางจึงไม่ดื้อรั้นและเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ตอนนี้ม่านหรูอายุ 2 ขวบแล้ว เสี่ยวชิงจึงไม่ต้องดูแลลูกมากเหมือนตอนม่านหรูยังแบเบาะ
ติงกวนที่ทำงานคนเดียวไม่ได้คิดมากเื่ค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นหากภรรยามีลูกอีก 2 คนพร้อมกัน เขาสามารถอดได้ แต่ลูกกับภรรยาเขาจะไม่ยอมให้อดเด็ดขาด ติงกวนจึงขยันทำงานั้แ่ก่อนรุ่งสางไปจนมืดค่ำจึงกลับบ้านเพื่อหารายได้เพิ่มเติม เสี่ยวชิงที่ช่วยงานสามีไม่ได้ก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยการปลอบโยนจากติงกวนจึงทำให้เสี่ยวชิงมีกำลังใจเพิ่มขึ้นและคอยดูแลเื่อาหารของสามีอย่างดี นางกับลูกกินอะไรก็ได้ แต่สามีนางต้องใช้กำลังในการทำงาน เสี่ยวชิงนำเงินเก็บออกมาซื้อหมูนิดหน่อยเก็บไว้ทุกสัปดาห์เพื่อทำอาหารให้สามีกินก่อนไปทำงานและหลังกลับบ้าน ทั้งสองดูแลกันและกันจนกระทั่งเสี่ยวชิงคลอดลูกก่อนกำหนด วันนั้นติงกวนรีบวิ่งไปหาหมอตำแยมาช่วยทำคลอดภรรยาจนเหงื่อโทรมกาย เขาเห็นสีหน้าภรรยาที่ดูเ็ปกว่าตอนคลอดลูกสาวจึงเป็ห่วง ตอนนี้เขาได้หมอตำแยมาแล้วและคอยช่วยต้มน้ำร้อนให้หมอตำแยทำคลอดภรรยาของเขา
ม่านหรูที่ยังเด็กเดินเตาะแตะไปส่องดูพ่อที่ห้องครัวว่ากำลังทำอะไร นางหิวมากเพราะแม่ไม่ได้ลุกมาทำกับข้าวให้นางกินเหมือนทุกวัน เมื่อเห็นว่าพ่อยุ่งอยู่กับการต้มน้ำร้อน ม่านหรูไม่กล้าเข้าไปออดอ้อนพ่อเหมือนทุกวัน นางได้ยินเสียงร้องของแม่ที่ดูเหมือนกำลังเ็ปอยู่จึงไม่อยากทำตัววุ่นวายและยืนดูดนิ้วมือมองดูพ่อต้มน้ำที่หน้าห้องครัวอยู่อย่างนั้น
กว่าที่ติงกวนจะจัดการเื่น้ำร้อนให้หมอตำแยเสร็จ เวลาก็ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วยามแล้ว ติงกวนเพิ่งเห็นลูกสาวยืนดูดนิ้วมองมาทางเขาตาปริบ ๆ เขาจึงนึกได้ว่าลูกสาวยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนเขากับภรรยาที่กำลังคลอดลูกอยู่ ติงกวนรีบเดินไปหาลูกสาวแล้วลูบหัวเล็กเบา ๆ อย่างขอโทษ
“ลูกหิวแล้วใช่ไหมม่านหรู พ่อขอโทษที่ทำกับข้าวช้านะลูก ตอนนี้ลูกไปนั่งรอที่โต๊ะก่อน แม่ของลูกกำลังจะมีน้องให้ลูกแล้วนะ พ่อจะไปทำกับข้าวก่อน รอดี ๆ เล่า”
“เ้าค่ะท่านป้อ”
ม่านหรูที่พอจะพูดได้นิดหน่อยตามอายุของนางรับคำพ่อพร้อมรอยยิ้มหวาน นางปีนขึ้นไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเล็กที่พ่อทำให้นางเอาไว้กินข้าวอย่างคุ้นชิน ม่านหรูดูแลตัวเองมาั้แ่เริ่มเดินเตาะแตะได้ นางเคยได้ยินเสียงพ่อแม่คุยกันอยู่บ่อย ๆ ว่าบ้านนางนั้นยากจน ม่านหรูไม่รู้ว่ายากจนคืออะไร แต่นางก็ไม่เคยบ่นที่ต้องกินข้าวต้มกับฟักทองแทบทุกวัน นางรู้แค่ว่ากินอิ่มท้องนางก็พอใจแล้ว
ติงกวนรีบทำข้าวต้มผสมฟักทองให้ลูกสาว ส่วนของเขาก็เป็ข้าวต้มผสมธัญพืชง่าย ๆ เท่านั้น วันนี้เขาไม่ไปทำงานจึงไม่อยากนำเนื้อออกมาผสมข้าวต้มให้สิ้นเปลือง เพราะเขายังต้องจ่ายค่าหมอตำแยหลังจากภรรยาคลอดลูกอีก ติงกวนทำอาหารเสร็จในเวลาครึ่งชั่วยาม พอดีกับที่เขาได้ยินเสียงร้องอุแว๊ดังออกมาจากห้องที่ภรรยาเขากำลังคลอดลูกอยู่ ติงกวนรีบยกถ้วยข้าวต้มไปให้ลูกสาวและวางถ้วยของตนเองเอาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปรอหมอตำแยที่หน้าประตู
ม่านหรูเห็นพ่อวางถ้วยข้าวต้มที่มีควันโชยขึ้นมาก็รู้ว่ามันยังร้อนอยู่ นางไม่สนใจว่าพ่อจะทำอะไรเพราะตอนนี้นางหิวมาก ม่านหรูค่อย ๆ ตักข้าวต้มคำเล็ก ๆ แล้วเป่าเบา ๆ อยู่สักพักจนน่าจะหายร้อนแล้ว นางจึงเอาเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย สำหรับม่านหรูแค่ได้กินอาหารแบบนี้นางก็มีความสุขแล้ว
ไม่นานนักหลังจากได้ยินเสียงเด็กร้อง หมอตำแยรีบทำความสะอาดเด็กและตัดสายสะดืออย่างชำนาญ ก่อนจะห่อตัวเด็กแล้วรีบเดินออกไปเปิดประตู
“นี่ลูกชายคนแรกของเ้าติงกวน ข้าจะเข้าไปดูเสี่ยวชิงคลอดลูกอีกคนเสียก่อน เ้าก็ดูแลลูกชายเ้าก่อนก็แล้วกันนะ”
“ขอบคุณขอรับท่านป้า ข้าฝากท่านป้าดูแลภรรยากับลูกข้าด้วยนะขอรับ”
“อืม เ้าไม่ต้องกังวลไป ดีที่เมียเ้าเคยคลอดม่านหรูมาก่อน การคลอดลูกแฝดครั้งนี้จึงไม่อันตรายเท่ากับท้องแรก เอาล่ะ ข้าขอตัวก่อน”
“ขอรับท่านป้า ถ้าท่าน้าอะไรอีกก็เรียกข้าได้นะขอรับ ข้ารอที่โต๊ะหน้าห้อง”
หมอตำแยพยักหน้าให้แล้วรีบปิดประตูเดินกลับเข้าไปดูเสี่ยวชิงที่กำลังปวดท้องอีกครั้ง นับว่าเด็กคนที่สองช่างรู้ความเสียจริง ๆ เขาไม่ได้รีบออกมาเหมือนเด็กคนแรก ทำให้หมอมีเวลาทำความสะอาดและส่งตัวเด็กให้ติงกวนดูแลก่อนได้
“เอาล่ะเสี่ยวชิง ลูกคนที่สองของเ้ากำลังจะออกมาแล้ว เ้าเบ่งให้แรง ๆ”
“แฮ่ก… เ้าค่ะ… ท่านป้า”
ฮึ้บ...ฮ่า...ฮึ้บ...ฮ่า
อุแว๊!!!
“โอ้ เก่งมากเสี่ยวชิง เ้าได้ลูกชายอีกคนแล้ว ข้าดีใจด้วยนะ ตอนนี้เ้าพักผ่อนก่อน ข้าจะนำเด็กไปล้างตัวสักหน่อยแล้วจะเอามาให้เ้านะ”
“แฮ่ก… เ้าค่ะ…” หมอตำแยตัดสายสะดือและนำเด็กไปล้างตัวด้วยน้ำอุ่นทันที ก่อนที่นางจะพันผ้าแล้วนำตัวเด็กไปวางไว้ข้างตัวเสี่ยวชิงอย่างรวดเร็ว
“นี่ลูกชายคนรองของเ้า ตอนนี้หมดหน้าที่ข้าแล้ว เดี๋ยวข้าจะบอกสามีเ้าให้เข้ามาดูเ้ากับลูกต่อก็แล้วกัน”
“ขอบคุณ… ท่านป้า… เ้าค่ะ”
หมอตำแยพยักหน้ายิ้มส่งให้เสี่ยวชิงก่อนที่จะออกไปนอกห้องพร้อมกับรับค่าทำคลอดที่นางเก็บสองผัวเมียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นางรู้ดีว่าครอบครัวนี้ยากจนจึงไม่อยากรีดเืกับปูให้โกรธเคืองใจกันไปเปล่า ๆ
หลังหมอตำแยจากไป ติงกวนหันไปบอกลูกสาวที่กำลังกินข้าวอยู่ว่าให้รอที่โต๊ะหลังจากกินเสร็จ เขาจะพาลูกชายคนโตไปส่งให้ภรรยาก่อนค่อยออกมานำถ้วยข้าวต้มของภรรยาเข้าไปให้นาง