“เ้านั่งรออยู่ตรงก่อนนะเดี๋ยวข้าไปรายงานท่านพ่อของข้าก่อน”หยางโม่จื่อให้หยางฉินเทียนนั่งรอที่ห้องรับรองแล้วเดินออกไปสักพักก็มีคนรับใช้เอาน้ำชามาเสิร์ฟสองที่
ครืดด
เสียงประตูเปิดออก ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องเขาแต่งกายภูมิฐาน บุคลิกสง่าผ่าเผย ท่วงท่ากิริยาสมกับเป็พ่อค้าใหญ่แห่งตระกูลหยางเพียงแค่เห็นหน้าก็รู้สึกถึงความน่าเชื่อถือ
“ขอโทษที่ทำให้เ้ารอนาน”
เด็กรับใช้เดินตามเข้ามาเปลี่ยนน้ำชาและเพิ่มน้ำชาอีกชุดหนึ่งให้นายใหญ่ของบ้าน
“ข้าชื่อหยางโมชิว เป็พ่อหยางโม่จื่อข้าได้ยินเื่ราวของเ้าแล้ว เกรงว่าครอบครัวของเ้าจะไม่ปลอดภัย ข้าจึงส่งคนไปรับปู่ของเ้ามาพักที่นี่ชั่วคราวเพราะลำพังแค่ตัวเ้าเองคงไม่อาจป้องกันตัวเองได้ หากเป็กังวลกับปู่ของเ้าเกรงว่าสิ่งที่เขาทุ่มเทให้เ้า และสิ่งที่เ้าได้เผชิญมาทั้งหมดจะสูญเปล่า”
“ขอบคุณท่านาุโ” หยางฉินเทียนคารวะจากใจ
“ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจ คู่ค้าอย่างเ้าหาได้ยากนักข้าได้ยินจากจื่อเอ๋อว่าเ้าจับแมลงแห่งเต๋าได้เป็จำนวนมากและจะขายแมลงที่เ้าไม่้าให้กับตระกูลโม่”
“ใช่ขอรับ ว่าแต่ท่าน้าทักษะเต๋าแบบไหนข้าจะได้เลือกให้ท่านได้ถูก” เขาพูดเหมือนเป็เื่ธรรมดา
“ทักษะเต๋า?” น้ำเสียงของเขาดูประหลาดใจอย่างสุดขีด“เ้าหมายถึงหมายถึงทักษะของแมลงแห่งเต๋าอย่างนั้นรึ!?”
ภาพความสุขุมที่เคยมีมาทั้งหมดพังทลายนี่เป็เพราะการเลือกทักษะเต๋าอย่างนั้นรึ? หยางฉินเทียนนั่งพิจารณาอาการของพ่อค้าใหญ่จนเกิดความสงสัย
“ใช่ขอรับข้าสามารถตรวจดูทักษะในแมลงแห่งเต๋าได้”
“ถ้าอย่างนั้นเ้ามีพลังจักษุทิพพเนตรอย่างนั้นรึ!?”
“จักษุทิพพเนตร?”
หยางโม่ชิวเห็นใบหน้าอันงงงวยของหนุ่มน้อยจึงอธิบาย
“พลังในตำนานจะมีอยู่สี่อย่างคือ จักษุทิพพเนตรกายาวัชระ สวาปามฟ้าดิน และมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง เหอจิงหลานมีพลังจักษุทิพพเนตรจึงสามารถมองออกว่าแมลงแห่งเต๋าแต่ละตัวจะให้ทักษะอะไรแก่ผู้”
“จักษุทิพพเนตรที่ว่านี้ทำให้เห็นทักษะในแมลงแห่งเต๋าอย่างนั้นหรือขอรับ”หยางฉินเทียนถามเพื่อความมั่นใจ
“ใช่นอกจากจะเห็นสิ่งนั้นแล้วยังเห็นอย่างอื่นได้อีก ซึ่งส่วนนี้เป็ความลับที่เหอจิงหลานไม่เปิดเผยเขาแค่แสดงพลังส่วนที่เขาจะหาผลประโยชน์ได้เท่านั้น”
“ข้าไม่ได้รู้ข้อมูลนั้นจากการเห็นแต่เป็การัั มันเป็ทักษะซึ่งเรียกว่า ‘สถานะ’ ที่ทำให้ข้ามีความสามารถดังกล่าว เมื่อพิจารณาดูแล้ว สิ่งที่ข้ามีคงไม่ใช่จักษุทิพพเนตร”
“ว่ายังไงนะ!?”
สีหน้าแววตาและเสียงของหยางโม่ชิวดูใยิ่งกว่าเดิมเพราะจักษุทิพพเนตรเป็พลังในตำนาน ยากที่ใครจะมีได้แต่ถ้าพลังที่หยางฉินเทียนได้มาเป็อย่างอื่น เขาก็มีสิทธิ์ที่จะครอบ-ครองมันได้ พ่อค้าใหญ่ตื่นเต้นถึงกับลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าอย่างนั้นถ้าเ้าเจอแมลงแห่งเต๋าที่มี ‘ทักษะสถานะ’อย่างที่เ้าว่า เ้าจะขายให้ข้าได้มั้ย! ข้าขอซื้อในราคา 5 ล้าน!
ไม่สิ ข้าให้ 10 ล้านหลงเฉียนเลย!”
“ได้ขอรับ” หยางฉินเทียนเผยรอยยิ้มเจื่อน ๆมันก็เป็เื่ดีที่หยางโม่ชิวเข้าใจว่าเขาได้ทักษะมาจากแมลงแห่งเต๋าแต่นั่นก็หมายความว่าเขาหมดโอกาสที่จะได้เงินสิบล้านไปด้วย
“ขอบใจเ้ามาก”
ได้ยินอย่างนั้น เขาจึงสงบสติอารมณ์ลงได้สีหน้าเข้าสู่ภาวะปกติ เขานั่งลงก่อนจะเข้าประเด็นใหม่
“เหอจิงหลานรับตรวจทักษะในแมลงแห่งเต๋าโดยคิดราคาเท่ากับมูลค่าของแมลงราคาขายแมลงแห่งเต๋าที่บอกข้อมูลทักษะจึงดีดตัวสูงขึ้นไม่ต่ำกว่าสามเท่าแต่เขามีเงื่อนไขว่าหากมีแมลงแห่งเต๋าตัวใดที่เขา้าเ้าของ้าขายให้เขาในราคาต้นทุนโดยไม่มีข้อแม้ หากไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้เหอจิงหลานจะไม่รับเป็ธุระ”
หยางโม่จิบน้ำชาอึกหนึ่งแล้วจึงเริ่มพูดต่อ
“การรู้ข้อมูลเื่นี้เป็ความได้เปรียบเพราะแก่นพลังแต่ละธาตุนั้นจะสามารถเก็บทักษะได้เพียง 5 อย่างเท่านั้น หากแมลงที่สังเวยให้ทักษะอื่นนอกจากทักษะ5 อย่างที่เรามี มันก็จะเป็การเสียเปล่า แต่ที่สำคัญคือความได้เปรียบในการเลือกทักษะทักษะเต๋า ทักษะที่สอดคล้องกับวิถีพลังจะเพิ่มความเก่งกาจแก่ผู้นั้นได้เป็สองเท่าซึ่งพรุ่งนี้เ้าจะเรียนรู้ก่อนจะเข้าไปเลือกคัมภีร์เพื่อฝึกวรยุทธ์ซึ่งต้องอาศัยความสอดคล้องกับทักษะเต๋าเช่นกัน”
หยางฉินเทียนพอจะเข้าใจเป้าหมายของหยางโม่ชิวเขาพูดถึงความสำคัญของการรู้ทักษะในแมลงแห่งเต๋า และกล่าวชี้นำถึงการทำธุรกิจของเหอจิงหลานว่าได้เงินเป็กอบเป็กำจากการเปิดให้บริการดังกล่าวแต่หยางโม่ชิวไม่ได้ขอให้หยางฉินเทียนทำแบบเดียวกับเหอจิงหลานโดยตรงก็เพราะค่าใช้จ่ายจะทำให้ต้นทุนของแมลงแห่งเต๋าสูงขึ้นและเกินกว่าคนในหมู่บ้านตระกูลหยางซึ่งเป็ลูกค้าหลักจะเอื้อมถึง การทำแบบเดียวกันจึงไม่คุ้มค่ากับการลงทุนและมีโอกาสในสร้างกำไรน้อย
“เอาอย่างนี้มั้ย”คำนี้ของหยางฉินเทียนทำให้คู่สนทนาถึงกับหูผึ่งเขารีบวางถ้วยชาแล้วตั้งใจฟังประโยคต่อไป“ข้าจะช่วยท่านตรวจทักษะในแมลงแห่งเต๋าในราคา 1 ใน 10 ของราคาต้นทุนและแมลงตัวไหนที่ข้าสนใจ ท่านก็ขายให้ข้าครึ่งราคา”
“ตกลง!”แววตาของพ่อค้าใหญ่ตาลุกวาว
“แต่ก่อนอื่นข้าขอถามหน่อยว่าท่านมี...”