สุดยอดพ่อบ้าน HERO กู้โลก

    ตอนที่ 14 เลเวลที่เพิ่มขึ้น

    ตอนที่ 14

    เมื่อสตีฟเดินออกมาจากห้องนอนก็กวาดสายตาหากรงที่ใส่เจ้ากระรอกน้ำแข็งอยู่เอาไว้ทันทีก่อนจะเห็นมันนั่งอยู่ในกรงอย่างสงบเสงียม

    “โอ้ !! เอ็งอยู่เรียบร้อยดีนี่นา” สตีฟพูดก่อนจะเดินเข้าไปหามัน

    จี๊ด !! ทันทีที่เจ้ากระรอกน้ำแข็งได้ยินเสียงสตีฟมันก็ร้องออกมาก่อนจะถอยไปติดกรงดักหนูนั่นจนชิดขอบกรง มันมองสตีฟด้วยสายตาที่หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จริงๆแล้วกรงนี่มันไม่ได้แข็งแรงอย่างที่คิดเลย แค่มันใช้พลังน้ำแข็งของมันนิดหน่อยก็ทำลายกรงออกไปได้ง่ายๆแล้ว

    แต่มันนั้นไม่กล้าทำเพราะมันกลัวสตีฟวิ่งไล่มันทั้งคืนอีก มันนั้นตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครวิ่งไล่มันได้มาก่อน แต่เมื่อคืนนั้นกลับมีมนุษย์หรือสตีฟนั่นเองที่สามารถวิ่งไล่มันได้ทั้งคืนจนมันหมดแรงที่จะหนี

    “หึ !! ดีแล้วที่เอ็งไม่หนี เพราะถ้าหนีล่ะก็จะตามเอ็งไปทุกที่เลย รู้หรือเปล่าฉันน่ะแอบเอา GPS ติดเอาไว้ที่ขาแกด้วยนะ” สตีฟพูดออกมาพลางมองดูเครื่อง GPS เล็กๆที่แอบติดเอาไว้ที่ขาตอนจับได้เมื่อคืน

    จี๊ด !!! เจ้ากระรอกน้ำแข็งดูเหมือนจะฟังที่สตีฟพูดรู้เรื่องอยู่บ้างมันร้องออกมาก่อนจะพยายามใช้ฟันแทะเข้าเครื่องมือที่ติดอยู่ที่ขาออก

    “อ๊ะอย่านะเฟ้ยเครื่องนั้นหลายร้อยเหรียญเลยนะถ้าพังเอ็งโดนดีแน่” สตีฟรีบขู่เพราะเครื่องนี้นั้นเป็นของซาร่าถ้าพังไปต้องไปหาซื้อมาคืนให้อีก

    เจ้ากระรอกที่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจทำตัวสงบเสงียมทันที

    “เออแบบนั้นล่ะดี” สตีฟพยักหน้าหลังจากเห็นมันทำตัวดีๆ เขาเดินไปทำอาหารเช้าของตัวเองโดยไม่ลืมทำเผื่อมันด้วย

    “กินซะเดี๋ยววันนี้จะพาไปส่งที่สมาคมฮีโร่” สตีฟพูดพลางเอาชิ้นปลาแซลม่อนที่ทำเอาไว้ใส่ในกรงดักหนูนั่น

    เมื่อกินอาหารเช้าเสร็จสตีฟก็รีบไปอาบน้ำก่อนจะแต่งตัวด้วยเครื่องแบบฮีโร่ของเขานั่นก็คือผ้ากันเปื้อนของเขานั่นเอง

    สตีฟนั้นเอาผ้ามาห่อกรงดักหนูที่มีร่างของเจ้ากระรอกอยู่ด้านในเอาไว้เพราะเขากลัวว่าถ้าถือมันไปโต้งๆแบบนี้อาจจะเจอคนขโมยเอาได้เพราะเจ้านี่มีราคาตั้งหนึ่งล้านเหรียญ หลังจากห่อเสร็จสตีฟไม่ลืมเจาะรูให้มันมีรูสำหรับอากาศหายใจเอาไว้และเดินออกจากคอนโดไป

    สมาคมฮีโร่

    “คือผมจะมาส่งภารกิจน่ะครับ” สตีฟบอกความต้องการแก่ประชาสัมพันธ์ไปซึ่งวันนี้ประชาสัมพันธ์ไม่ใช่คนเดิมที่สตีฟเคยคุยแสดงว่าวันนี้เธอคงหยุด

    “เชิญชั้น 4 เลยครับคุณพ่อบ้าน” เจ้าหน้าที่คนนั้นพูด

    “ขอบคุณครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเดินไปขึ้นลิฟท์

    “ฉายาคุณพ่อบ้านงั้นเหรอไม่เคยได้ยินแฮะ แต่เลเวลสูงไม่เบาคงเป็นฮีโร่มาหลายปีแล้วมั้ง” เจ้าหน้าที่คนนั้นพูดเบาๆกับตัวเองก่อนจะหันไปคุยกับฮีโร่คนอื่นที่มาใช้บริการต่อ

    ชั้นที่ 4

    หลังจากออกมาจากลิฟท์สตีฟก็เห็นเคาน์เตอร์มากมาย มีฮีโร่หลายคนยืนอยู่ตามเคาน์เตอร์นั่น

    “พวกนั้นคงมาส่งภารกิจสินะ” สตีฟพูดก่อนจะมองหาเคาน์เตอร์ว่างๆก่อนจะเดินไปเข้าที่เคาน์เตอร์นั้นทันที

    “สวัสดีครับคุณพนักงาน” สตีฟทัก

    “สวัสดีครับคุณพ่อบ้านมาส่งภารกิจสินะครับ” พนักงานเมื่อตรวจชื่อสตีฟเสร็จก็ถามทันที

    “ใช่ครับผมดูกระดานที่ด้านล่างและไปจับเจ้านี่มา” สตีฟพูดก่อนจะวางกรงเจ้ากระรอกน้ำแข็งนั่นบนเคาน์เตอร์

    “ขออนุญาติเปิดผ้านี่ออกนะครับ” พนักงานถาม

    “เชิญเลยครับ” สตีฟพยักหน้า

    “ว้าวนี่มันกระรอกน้ำแข็งนี่ครับ ไม่น่าเชื่อคุณจะจับมันมาได้เจ้าตัวนี้ผมจำได้ว่ามันเข้าไปอยู่ในกระดานภารกิจมาหลายเดือนแล้ว คุณนี่โชคดีจริงๆเลยนะครับเนี่ยที่จับมันมาได้” พนักงานคนนั้นพูด

    “ก็ครับ” สตีฟพยักหน้าตามคำพูดของพนักงานไป

    “ถ้าอย่างนั้นขอเวลาสักครู่นะครับ” พนักงานพูดก่อนจะนำอะไรบางอย่างมาจากใต้เคาน์เตอร์ซึ่งจากที่สตีฟเห็นมันเป็นเหมือนสร้อยข้อมือหรืออะไรทำนองนั้น

    “นั่นอะไรเหรอครับ” สตีฟถามเพราะไม่เคยเห็น

    “อ๋อนี่เรียกว่าสร้อยจำกัดพลังน่ะครับ สร้อยเส้นนี้ถูกสร้างโดยช่างฝีมือดี มันเอาไว้ใช้จำกัดพลังของเป้าหมายให้เหลือหนึ่งในสิบน่ะครับ เพราะเจ้ากระรอกนี่มีความไวสูงมากผมจึงต้องจำกัดพลังมันเอาไว้” พนักงานพูด

    “ว้าวแบบนี้ดีมากเลยนะครับเนี่ย” สตีฟพูด

    “ไม่หรอกครับมันใช้กับมนุษย์ไม่ได้ อีกทั้งยังใช้กับสัตว์กลายพันธ์มากกว่าเลเวลหกสิบก็ไม่ได้ แถมราคาเองก็ไม่ใช่ถูกๆด้วยนะครับเส้นละตั้งสองแสนเหรียญ” พนักงานพูด

    “ที่แท้ก็มีข้อจำกัดนี่เอง” สตีฟพยักหน้าเข้าใจหลังจากฟังคำอธิบายของพนักงาน

    แกร๊ก !! เสียงสร้อยถูกใส่เข้าที่คอของเจ้ากระรอกน้ำแข็งกลายพันธ์มันยอมยืนอยู่นิ่งๆให้ใส่อย่างง่ายดายโดยไม่ขัดขืน พนักงานเมื่อใส่สร้อยจำกัดพลังเสร็จแล้วก็ส่งมันต่อไปให้พนักงานอีกคนก่อนจะหันมาคุยกับสตีฟ

    “ไม่ทราบว่าจะรับเป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีครับ” พนักงานถาม

    “โอนแล้วกันครับ” สตีฟพูดพนักงานได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าก่อนจะเปิดระบบของตัวเองและโอนเงินให้สตีฟทันที

    ติ๊ง !! เสียงเตือนของระบบดังขึ้นในหัวสตีฟก่อนสตีฟจะเปิดดูและเห็นเงินเข้าบัญชีถึงหนึ่งล้านเหรียญทำให้สตีฟยิ้มออกกว้างทันที

    “ได้รับเงินเรียบร้อยครบถ้วนนะครับ” พนักงานถามสตีฟ

    “เรียบร้อยครับ” สตีฟบอก

    “มีธุระอะไรอีกหรือไม่ครับ” พนักงานถามต่อ

    “คือผมจะขายซากสัตว์กลายพันธ์น่ะครับ สามารถขายได้ที่ไหน” สตีฟถามต่อเขานั้นต้องการขายซากสัตว์กลายพันธ์ออกไปให้หมดเพราะมันเต็มกระเป๋าเขาไปหมดแล้ว

    “ที่นี่แหละครับแต่ต้องไปที่ด้านหลังเพราะเคาน์เตอร์นี่เล็กเกินไปครับ” พนักงานพูดเพราะเขารู้ดีว่าสัตว์กลายพันธ์แต่ละตัวนั้นมีขนาดใหญ่เคาน์เตอร์เล็กแค่นี้ไม่พอให้วางศพพวกมันหรอก

    “ครับ” สตีฟพยักหน้าจากนั้นพนักงานก็พาสตีฟไปที่ด้านหลังของชั้นนี้เมื่อไปถึงสตีฟก็พบกับห้องโล่งๆ กับเตียงสแตนเลศขนาดใหญ่ ซึ่งมันใหญ่พอจะวางช้างได้ทั้งตัวสบายๆ และด้านหลังนั้นยังมีประตูเหล็กขนาดใหญ่ซึ่งถ้าสตีฟเดาไม่ผิดหลังประตูนั้นน่าจะเป็นห้องแช่แข็งหรือห้องแช่เย็น

    “เชิญคุณพ่อบ้านนำซากของสัตว์กลายพันธ์ออกมาได้เลยครับ” พนักงานคนนั้นพูด

    “ครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเปิดกระเป๋าผ้ามิติระดับ A ของตัวเองและล้วงมือลงไปหยิบศพของสัตว์กลายพันธ์ในกระเป๋าออกมา

    วู่บ !! เสียงสัตว์กลายพันธ์ในกระเป๋าถูกหยิบออกมา

    “ว้าวนี่มัน !! นกฮูกกลายพันธ์ เลเวล 37 พบได้ที่เซ็นทรัลปาร์คเท่านั้น คุณพ่อบ้านไปล่าที่นั่นมาเหรอครับแถมนี่มันสภาพเหมือนพึ่งตายเลยขอเสียมารยาทนะครับกระเป๋านั่นเป็นกระเป๋ามิติระดับ A เหรอครับ” พนักงานถาม

    “ใช่ครับนี่กระเป๋าระดับ A ส่วนเจ้านกฮูกนี่พอดีผมไปตามหาเจ้ากระรอกนั่น แล้วบังเอิญเจอมันพอดีน่ะครับ” สตีฟพูดเจ้านกฮูกตัวนี้ไม่ใช่ตัวเดียวกับที่เกือบจะจัดการเขาตอนแรกเพราะตัวแรกนั้นโดนคุณลี้คิมฮวงเก็บซากไปแล้ว นี่เป็นอีกตัวนึงที่เจอทีหลัง พอสตีฟเจอมันก็ซัดมันก่อนที่มันจะเรือนแสงทันที เพราะเขารู้พิษสงมันแล้ว

    ส่วนพนักงานพอได้ยินว่ากระเป๋าของสตีฟเป็นกระเป๋าระดับ A ก็กลืนน้ำลายดังเอือกเพราะกระเป๋ามิติระดับ A นั้นค่อนข้างหายากเพราะด้วยคุณสมบัติหยุดเวลาภายในมิตินั้นดีเป็นอย่างมาก ศพสัตว์กลายพันธ์ที่ถูกใส่เข้าไปนั้นจะถูกหยุดเวลาเอาไว้ ณ ตอนที่เก็บเข้าไปทำให้สภาพศพนั้นจะดูใหม่เป็นอย่างมากนั่นเอง

    “ตัวนี้สมบูรณ์มากเลยครับ ปีกไม่มีร่องรอยของความเสียหายเลย แต่ดูที่หัวจะโดนมาหนักนะครับเนี่ย ดูสิครับกระโหลกยุบไปครึ่งนึงเลย น่าเสียดายเพราะมีบางคนชอบสะสมกะโหลกของพวกสัตว์กลายพันธ์อยู่ แต่ปีกที่สมบูรณ์ขนาดนี้น่าจะนำขนที่ปีกมันไปขายได้ราคาดีอยู่ครับ ผมขอตีราคาครู่หนึ่งนะครับ” พนักงานพูดก่อนจะเริ่มตรวจดูสภาพศพของนกฮูกกลายพันธ์ไม่นานพนักงานก็ตรวจสอบเสร็จ

    “ขายได้เท่าไหร่ครับ” สตีฟถาม

    “ครับเนื่องจากสภาพดีมาก เราขอรับซื้อมันในราคา สี่หมื่นสามพันเหรียญครับไม่ทราบว่าขายหรือไม่ครับ” พนักงานพูดก่อนสตีฟจะพยักหน้าและพนักงานก็โอนเงินให้ทันที

    “ขอบคุณสำหรับคุณพ่อบ้านมากนะครับเอาไว้โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ” พนักงานพูด

    “อ๊ะผมยังขายไม่หมดเลยครับ” สตีฟรีบพูด

    “หือคุณสตีฟมีอีกหลายศพเหรอครับ” พนักงานถาม

    “ใช่ครับผมมีเต็มกระเป๋าเลย” สตีฟพูดก่อนจะค่อยๆหยิบศพสัตว์กลายพันธ์ในกระเป๋าออกมาพร้อมกันถึงสามตัว

    “ดะ ดะ เดี๋ยวก่อนครับ” พนักงานรีบห้ามสตีฟทันทีเพราะว่าพอสตีฟหยิบออกมาสามตัวเขาก็เห็นสตีฟกำลังจะหยิบออกมาเพิ่มอีก

    “หือมีอะไรเหรอครับ หรือว่าไม่รับแล้ว” สตีฟถาม

    “เปล่าครับ คือผมกลัวเตียงนี่มันจะหักเอาซะก่อนครับ เอ่อไม่ทราบว่าคุณสตีฟมีอีกกี่ศพครับถ้ามีเยอะผมจะได้เรียกคนอื่นมาช่วยกันตรวจสอบเพราะถ้าผมคนเดียวกลัวจะทำงานไม่ทันครับ” พนักงานพูด

    “ก็อีกเกือบสามสิบศพได้ครับ” สตีฟพูดออกมา

    “สามสิบ !!!” พนักงานอุทานออกมาอย่างตกใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่แน่ว่าฮีโร่คนนี้อาจจะไปล่าเป็นกลุ่มก็ได้ส่วนเพื่อนๆก็ให้คุณพ่อบ้านคนนี้เป็นคนเก็บศพทั้งหลายเอาไว้เพราะคนๆนี้มีกระเป๋ามิติระดับ A นั่นเอง

    “ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะครับ ส่วนศพพวกนี้คุณพ่อบ้านเอาออกมาทีละสามตัวนะครับ” พนักงานพูดก่อนจะวิ่งไปตามเพื่อนอีกสองคนมาช่วยกันตรวจสอบ

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

    “ศพสัตว์กลายพันธ์ทั้งหมดเป็นเงิน เก้าแสนแปดหมื่นเหรียญครับ” พนักงานพูดหลังจากคิดคำนวณเงินจากซากศพทั้งหมดแล้ว

    “กะ กะ เก้าแสนแปดหมื่น !!!” สตีฟอุทานออกมาเพราะไม่นึกว่าจะได้เงินเยอะขนาดนี้

    “ใช่ครับมีอะไรหรือเปล่าครับถ้าไม่มีอะไรขอโอนเงินเข้าบัญชีเลยนะครับ” พนักงานถาม

    “มะ มะ ไม่มีอะไรครับ” สตีฟตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงพลางคิดในใจ โธ่นี่ศพพวกนี้ได้เงินดีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยนี่ขนาดแค่สามสิบนะ แล้วเมื่อคืนเราทิ้งซากพวกนั้นไว้กี่สิบตัวกันเนี่ย สตีฟร่ำร้องในใจเพราะเมื่อคืนพอกระเป๋าเต็มเขาก็เลิกเก็บศพพวกมันแล้วตอนแรกเขานึกว่าศพพวกมันจะทำราคาได้ไม่เท่าไหร่ซะอีก แต่นึกไม่ถึงสัตว์กลายพันธ์บางตัวกระดูกมีค่า ลูกตามีค่า ฟันมีค่า

    “ผมว่าวันหลังคุณพ่อบ้าน หาคนชำแหละซากพวกมันอยู่ในกลุ่มซักคนก็ดีนะครับถ้ากลุ่มพวกคุณจะล่ากันเยอะขนาดนี้ เพราะถ้าชำแหละแล้วเก็บใส่กระเป๋ามิติ มันจะประหยัดเนื้อที่ได้มากเลยครับ” พนักงานพูด

    “เอ่อ..แล้วแบบนั้นตอนตรวจสอบจะรู้เหรอครับว่าชิ้นไหนเป็นของตัวอะไร” สตีฟถาม

    “รู้สิครับก็ใช้ระบบตรวจเอาไงครับ มันจะบอกทั้งหมดเลยว่าชิ้นส่วนไหนเคยเป็นของตัวอะไรมาก่อน” พนักงานพูดพลางทำหน้าแปลกใจที่สตีฟไม่รู้เรื่องพวกนี้ราวกับเป็นมือใหม่ ทั้งๆที่สตีฟก็เลเวลตั้งมากขนากนั้น

    “อ๋อผมลืมไปเลยว่ามันตรวจสอบได้” สตีฟร้องอ๋อออกมาทันทีก่อนจะขอตัวลาไปดูกระดานภารกิจด้านล่างต่อ

    ในลิฟท์

    “นึกไม่ถึงเลยว่าฮีโร่จะหาเงินง่ายขนาดนี้ ไหนใครบอกว่าเป็นงานอันตรายที่เสียงตายสูงยังไงล่ะ ไม่เห็นจะอันตรายตรงไหนเลย สัตว์กลายพันธ์ก็ไม่ได้เก่งอย่างที่คิดด้วย ว่าแต่ไหนดูค่าสถานะเราหน่อยสิ” สตีฟพูดก่อนจะใช้ระบบตรวจสอบดูค่าสถานะตัวเอง

    หน้าต่าง ชื่อ : สตีฟ แมคดูวัลล์ Level : 52อาชีพ : สุดยอดพ่อบ้าน (ฮีโร่)อายุ : 29 ฉายา : คุณพ่อบ้านRank : Bสถานะความแข็งแกร่ง 160ความเร็ว 155พลังกาย 159ความฉลาด 43โชค 18

    “เฮ้ย !! ไหงเลเวลเราสูงขนาดนั้นล่ะ แถมสถานะอื่นๆก็เพิ่มมาเป็นสิบ” สตีฟอุทานออกมาอย่างตกใจก่อนจะคิดถึงความเป็นไปได้มากที่สุด

    “หรือว่าไอ้สกิลค่าประสบการณ์คูณสิบนั่นจะคูณค่าประสบการณ์ในการฆ่าสัตว์กลายพันธ์ให้เราด้วย” สตีฟพูดออกมาอย่างตกตะลึง เขานั้นรู้ว่าการที่ฮีโร่จะเลเวลอัพได้นั้นจะต้องฆ่าสัตว์กลายพันธ์ด้วยตัวเองและระบบนั้นจะประเมินค่าประสบการณ์มาอัพเลเวลให้โดยอัตโนมัติ

    “โหเรานี่โกงชะมัด ได้ยินมาว่าการอัพเลเวลแต่ละเลเวล ใช้เวลากันเป็นสัปดาห์ แถมเลเวลยิ่งมากก็ยิ่งใช้เวลามากขึ้นเท่านั้นด้วยสกิลเรานี่เทพชะมัดเลย” สตีฟพูดอย่างดีใจก่อนจะตรวจสอบเงินในบัญชีตัวเอง

    หน้าต่างเงินคงเหลือ : 1,998,540 เหรียญ (ดอลล่า)

    “โอ้วเงินจ๋า” สตีฟร้องออกมาหลังจากเห็นยอดเงินของตัวเอง

    ติ๊ง !! เสียงลิฟท์เปิดออกก่อนสตีฟจะเดินไปดูที่กระดานภารกิจอย่างอารมณ์ดี

    อีกด้านหนึ่ง

    “แอนนาอยู่ไหนลูก !!” ทรัมป์ตะโกนไปทั่วบ้าน

    “อยู่ห้องนั่งเล่นค่ะคุณพ่อกำลังให้พี่อลิเชียร์อ่านหนังสือให้ฟังอยู่” เสียงใสของลูกสาวตัวน้อยตอบกลับมา

    “นี่แอนนาพ่อมีข่าวดีด้วยนะ” ทรัมป์เดินเข้าไปในห้องก่อนจะเอ่ยกับลูกสาว

    “อะไรเหรอคะคุณพ่อ” แอนนาหันไปถาม

    “เมื่อครู่พ่อพึ่งได้รับโทรศัพท์จากสมาคมฮีโร่ ว่าสัตว์เลี้ยงที่แอนนาอย่างได้มีคนจับได้แล้ว ทางสมาคมจะเอามาส่งให้เย็นนี้” ทรัมป์พูด

    “สัตว์เลี้ยงเหรอคะ อ๊ะอย่าบอกนะว่าเป็นเจ้ากระรอกตัวสีขาวๆ นั่นที่แอนนาเคยเห็นมันมาวิ่งเล่นในสวน แล้วคุณพ่อจับมันไม่ได้เพราะมันเร็วเกินไป” แอนนาพูด

    “ใช่จ๊ะตัวนั้นล่ะหลังจากพ่อจับมันไม่ได้มันก็หนีไปทางเหนือจนพ่อได้ข่าวว่ามันหนีไปอยู่ในเซ็นทรัลปาร์ค เจ้ากระรอกนั่นมันไวจริงๆนะ แถมยังตัวเล็กด้วย แต่พ่อล่ะสงสัยจริงๆใครกันนะที่มีความเร็วขนาดไล่จับมันได้น่ะ” ทรัมป์เอ่ยขึ้นอย่างสงสัย

    “อาจจะบังเอิญจับมันได้ตอนที่มันหลับก็ได้มั้งคะนายท่าน เพราะกระรอกตัวนั้นต่อให้ เจ้าแห่งความเร็วฮีโร่ระดับ S ก็ใช่ว่าจะจับมันได้ง่ายๆนะคะ” อลิเชียร์พูด

    “นั่นสินะ เจ้านั่นก็มีความเร็วมากกว่าฉันแค่ยี่สิบเอง เจ้านั่นถือเป็นคนที่เร็วที่สุดในเมืองนี้แล้ว ฉันเคยขอให้เจ้านั่นไปจับมาให้เมื่อเดือนก่อนเจ้านั่นลองดูแล้วยังจับมันไม่ได้เลย เจ้านั่นบอกว่าถึงแม้สกิลของตัวเองจะทำให้ความเร็วสูสีกับเจ้ากระรอกนั่น แต่เจ้านั่นมันอึดเกินไป เจ้าแห่งความเร็วจึงยอมแพ้ถอดใจที่จะตามจับต่อ” ทรัมป์พูดก่อนจะขอตัวเดินไปทำงานต่อหลังจากมาบอกข่าวดีลูกสาวเสร็จ

    จบ... ปล. ถ้าชอบหรือถูกใจยังไงฝากกดติดตาม กดใส่ชั้นหนังสือ ฝากรีวิวเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะครับขอบพระคุณครับ