จากนั้นเซียนอินจึงนึกขึ้นได้ ยามนี้นางเป็คนครัวของที่แห่งนี้ก็จริง แต่สถานะเป็เพียงผู้ช่วย หรือก็คือผู้ที่จัดการวัตถุดิบต่างๆ เป็ลูกมือให้กับพ่อครัวจางก็เท่านั้น ที่ฉวี่ตงถามด้วยความไม่แน่ใจเช่นนี้ก็ไม่แปลก
เมื่อกวาดสายตามองคำรบหนึ่งแต่ไม่เห็นเงาของพ่อครัวจาง ร่างเล็กก็พอจะปะติดปะต่อสถานการณ์ได้ หอบตะกร้าสานเข้าไปตั้งบนโต๊ะครัวด้วยท่าทีทะมัดทะแมง นางหยิบวัตถุดิบออกมาวางอย่างเป็ระเบียบพลางเอ่ยสุ้มเสียงจริงจังไปด้วย
“รายละเอียด”
หวังฉวี่ตงสูดลมหายใจ อกกระเพื่อมขึ้นลงรัวเร็วอย่างตื่นเต้น
“มีกองคาราวานเข้าพักทั้งหมดยี่สิบคน เป็บุรุษสิบหกคน สตรีสี่คน ้าอาหารแบบพื้นถิ่นชาวิ่สำหรับยี่สิบที่ กับข้าวหกอย่าง มีผู้หนึ่งแพ้อาหารทะเล ผู้หนึ่งทานเจไม่ทานเนื้อ”
คนฟังส่งเสียงอืมในลำคอทีหนึ่ง ขณะที่มือยังคงไม่หยุดแยกวัตถุดิบในตะกร้า เอ่ยถามต่อ “เป็คาราวานจากที่ใด”
ฉวี่ตงอึ้งไปชั่วครู่ เื่นี้ต้องรู้ด้วยหรือ แต่ก็ยังตอบไป “ดูสำเนียงการพูดแล้ว พวกเขาเป็ชาวิ่ สินค้าที่นำมาก็เป็พวกของทะเลแช่ถังเย็นมา”
“ชาวิ่ที่แพ้อาหารทะเลรึ” เซียนอินพึมพำ
ชาวิ่ตั้งรกรากอยู่ติดชายทะเล ทางเหนืออยู่ติดูเา ประเภทอาหารจึงเน้นที่วัตถุดิบจำพวกของป่าและอาหารทะเลเป็หลัก อาหาริ่มีรสค่อนข้างเบา เบนไปทางเปรี้ยวหวาน เด่นเื่ศิลปะการหั่นอันยอดเยี่ยม มีชื่อเสียงเลื่องลือกันว่า ‘หั่นเส้นเล็กราวปอยผม ฝานแผ่นบางราวกระดาษ’ เช่น หอยเซียงหลัวแผ่นผัดเซียงเจา นอกจากนี้ยังมีอาหารประเภทต้มมากหลาย จนมีคำกล่าวกันว่า ‘หนึ่งแกงแปรสิบรูปแบบ’ ที่โด่งดังก็คือ พระะโกำแพงนั่นเอง
ตอนนี้นางยังไม่ทันได้เรียนรู้สูตรอาหารของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ดังนั้นตอนนี้จำเป็ต้องทำตามรสมือดั้งเดิมของนางไปก่อน นางคิดอาหารออกมาหกอย่าง จากนั้นจึงถามหวังฉวี่ตงโดยไม่เงยหน้า
“ที่นี่ยังมีคนครัวอีกหรือไม่”
ฉวี่ตงตอบอย่างฉะฉานซื่อตรง “ไม่มีแล้ว”
เซียนอิน “...”
หวังฉวี่ตงแม้จะตื่นเต้นจนมือเย็นแต่ไม่ลนลาน เขาออกไปขอให้หนึ่งในคนดูแลห้องพักมาช่วยจัดการโต๊ะอาหารรอ ก่อนจะเร่งเฉดหัวตนเองกลับเข้ามาช่วยดรุณีน้อยแซ่จ้าวในโรงครัว พบว่านางกำลังใช้มือมัดผ้าผืนหนึ่งโพกหัวเอาไว้จนไม่เห็นเส้นผม แล้วหันไปล้างมือที่อ่างไม้อย่างคล่องแคล่ว เด็กหนุ่มงุนงงไปชั่วขณะ เขาไม่เคยเห็นคนโพกหัวแ่ามิดชิดขนาดนี้ตอนทำอาหารมาก่อน
พระะโกำแพงถูกแม่ครัวสาวตัดทิ้งไปทันทีโดยแทบจะไม่ต้องคิด เพราะอาหารชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็อาหารที่รวมวัตถุดิบราคาแพงสูงลิ่วเอาไว้จำนวนมาก เช่น ปลิงทะเล หอยเป๋าฮื้อ โสม ถั่งเช่า เป็ต้น ซึ่งค่าอาหารได้รวมอยู่กับค่าที่พักแล้ว หากทำเข้าจริงๆ เหลาชิงฝูคงไม่ต้องพยุงกิจการรอฟื้นตัวอีก เจ๊งตอนนี้ได้ทันทีแบบสิ้นเนื้อประดาตัว
“พี่ตง วานท่านเอาแป้งถั่วเหลืองใส่น้ำแล้วนวดให้ข้าที”
นางเอ่ยพลางหั่นผักไปด้วยในระดับความเร็วที่ฉวี่ตงมองไม่ทัน ราวกับภาพพร่ามัวที่ขยับไหวอยู่ตลอดเวลา
“อ้อ ได้” เด็กหนุ่มหันไปหยิบแป้งถั่วเหลืองในตู้ไม้ออกมาจัดการตามที่สั่งทันที
เซียนอินเริ่มต้นที่อาหารเรียกน้ำย่อยสี่สหายตามแบบอาหาริ่ โดยใช้วัตถุดิบเป็เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลิ้นหมู ปลาหมึก และเนื้อคอหมู เมื่อนึกถึงผู้ที่กินเจและแพ้อาหารทะเลแล้วร่างบางจึงกวาดสายตามองรอบครัว เห็นว่ามีหัวบุกที่ขูดแล้วถูกต้มอยู่ในหม้อเตรียมนำมาทำเป็เส้นบุกพอดี ดวงตากลมใสสว่างวาบ เดินตรงไปที่หม้อนั้นทันที
หัวบุกเป็ส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินของต้นบุก มีการใช้มาทำวุ้นและเส้นบุกกันอย่างแพร่หลาย เป็อาหารที่ปรุงรสได้ดี รสชาติคลับคล้ายปลาหมึก นางสามารถนำเอามาทำให้ผู้ที่กินเจและแพ้อาหารทะเลกินแทนได้
เซียนอินตักออกมาวางบนเขียง ลงมือสับอย่างชำนิชำนาญ จนเห็นว่าละเอียดดีแล้วจึงเทน้ำแช่เอาไว้ก่อน
มือขาวยื่นไปหยิบเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงทอดในกระทะ สีเนื้อนวลเริ่มเข้มขึ้นจนเป็สีแสงแดดยามเย็นน่ารับประทาน กลิ่นถั่วทอดโชยฟุ้ง ระหว่างรอถั่วได้ที่ก็หันไปจัดการตั้งกระทะใส่น้ำมันอีกใบเล็กน้อย ใส่น้ำตาลกรวดผัดจนกลายเป็สีน้ำตาล เทน้ำเปล่าลงเป็สายราวน้ำตก ตามด้วยเครื่องปรุงรสต่างๆ แล้วจึงใส่ลิ้นหมูลงไป
นางตักมะม่วงหิมพานต์ออกมาสะเด็ดน้ำมัน แล้วหันไปลงมือหั่นลิ้นหมูต่อทันที
ต่อมาจึงจัดการย่างคอหมู ลวกปลาหมึกและเส้นบุก เมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพมือเรียวขาวก็จัดแจงวางอาหารเรียกน้ำย่อยสี่สหายลงจานกลมจำนวนสามจานใหญ่ เรียงรายแบ่งเป็สี่ส่วน สีเนื้อนวลแซมน้ำตาลของเม็ดหิมพานต์ไล่มายังสีน้ำตาลสดของลิ้นหมูผัดและคอหมูย่าง กลิ่นเนื้อเย้ายวนชวนกัดเคี้ยวเป็ที่สุด กระทั่งไล่ระดับสีมาถึงปลาหมึกลวกสีขาววาววามเนื้อกรุบ
จากนั้นจึงจัดอีกสองจานเล็ก จานหนึ่งเป็หัวบุกต้ม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ลิ้นหมูผัดและคอหมูย่าง อีกจานมีเพียงหัวบุกต้มและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ นางชี้ไปที่สองจานนั้นบอกแก่ฉวี่ตงว่า
“จานนี้เป็ของคนแพ้อาหารทะเล จานนี้เป็ของคนทานเจ ท่านนำออกไปได้เลย“
หวังฉวี่ตงค่อยๆ ยกออกไปวางตามโต๊ะจนเรียบร้อย เมื่อกลับมาอีกทีก็พบว่าดรุณีน้อยแซ่จ้าวผู้นี้ทำอาหารจนเสร็จไปอีกสามอย่างแล้ว เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มอดมึนงงไม่ได้ นางแอบใช้วิชาแยกเงาพันร่างระหว่างเขาออกไปหน้าร้านรึ!
อาหารอย่างแรกที่แม่ครัวจำเป็ทำเสร็จนั้นคือ หอยเซียงหลัวแผ่นผัดเซียงเจา หอยเซียงหลัวสีขาวที่ถูกฝานจนบางเฉียบซึมซับน้ำเซียงเจาจนกลายเป็สีแดงงามตา กรุบนุ่มรสสดอร่อย
อาหารจานที่สองคืออกไก่ผัดหน่อไผ่ฝอย เนื้อไก่ขาวนวลถูกหั่นเป็เส้นราวปอยผมสีขาว หน่อไผ่เหมันต์หั่นฝอยสีอำพันแทรกแซมปนเปไปกับเนื้อไก่ สดนุ่มสีงามตา
อาหารจานที่สามคือปลานึ่งข้าวหมากแดง เนื้อปลาที่นึ่งเสร็จแล้วกลายเป็สีชาดสดใส ความนุ่มนิ่มของเนื้อปลาผสมผสานกับรสเค็มของข้าวหมากแดงให้รสกลมกล่อมชุ่มคอ
กลิ่นอาหารสามอย่างโชยไอขาวออกมาทั่วห้องครัว ฉวี่ตงกลืนน้ำลายดังอึก ยามก้าวเข้ามาด้านในนี้ราวกับกำลังข้ามมาสู่แดน์ชั้นอาหารก็มิปาน
เด็กหนุ่มออกไปเรียกคนอื่นๆ ที่เริ่มว่างหลังจากจัดเก็บของเสร็จพอดีให้เข้ามาช่วยกันยกจานอาหารออกไปแจกจ่ายด้วยรอยยิ้ม ดูท่าวันนี้โรงเตี๊ยมพวกเขาคงจะรอดแล้ว!
ปล.1 การหาข้อมูลอาหารเป็ภาษาจีนทำไรท์ปางตายมาก ฮือ
ปล.2 ตอนแรกจะอธิบายขั้นตอนการทำอาหารอีกสักอย่างสองอย่าง แต่กลัวจะได้เปลี่ยนชื่อนิยายเป็ “คู่มือการทำอาหารจีนByเซียนอิน”