เซียวหรง มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง
ชายหนุ่มวัยที่เพิ่งจบมหาลัยเข้าทำงานที่บริษัทชั้นนำแห่งหนึ่งในเมืองหลวงประเทศหวา จ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
เขาใกล้ตกงานแล้ว
ใช่ ตกงาน ทั้งที่เวลานี้ควรจะเป็่ที่ไฟในการทำงานกำลังลุกโชนแท้ๆ แต่เขากลับจะตกงานซะอย่างนั้น
สาเหตุเป็เพราะ่นี้เขามีความคิดฟุ้งซ่านกระจัดกระจายรวบรวมสมาธิไม่ค่อยได้ ทำอะไรก็หลงๆ ลืมๆ ติดขัดไปหมด ครุ่นคิดดูก็น่าจะเป็เพราะงานรูทีน ซ้ำซาก จำเจ ไร้เป้าหมาย แถมเขายังไร้เพื่อน ไร้คนรัก ใช้ชีวิตไปวันๆ น่าเบื่อมาก
คิดไปคิดมาหลายตลบก็เหม่อลอยจนทำงานพลาดโดนหัวหน้างานตำหนิเข้าจนได้ นานวันเข้าสุดท้ายเขาก็โดนสั่งพักงาน โดยที่บอสได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า หากกลับมาทำงานแล้วเขายังปรับปรุงตัวไม่ได้อีก บริษัทจะพิจารณาเลิกจ้างแล้ว
เื่นี้จะโทษใครก็ไม่ได้ ได้แต่โทษตัวเอง เขาหมดไฟแล้วจริงๆ
วันนี้เป็วันที่เขาถูกพักงานเป็วันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานที่สุดแสนจะน่าเบื่อกับเพื่อนร่วมงานสุดดราม่าพวกนั้นอีก เฮ้ย!ชีวิตหนอ! เหตุใดจึงลำเค็ญปานนั้น
ระหว่างครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตตัวเองอยู่นั้นเขาก็เดินทอดน่องั้แ่หอพักยาวไปจนถึงแถบย่านเมืองเก่าที่คาดว่าใกล้จะมีคำสั่งรื้อถอน ระแวกนี้ที่จริงแล้วมีบ้านคนและร้านค้าเล็กๆ มากมาย แต่ด้วยความที่ประเทศพัฒนาไปเร็วมากใน่นี้และพื้นที่ในเมืองก็เจริญหมดแล้วดังนั้นคาดว่าในไม่ช้าที่นี่จะต้องถูกรื้อถอนและสร้างขึ้นใหม่แน่
เนื่องจากเขาถูกพักงานหลายวัน จึงถือโอกาสมาระลึกความหลัง ตระเวนกินแหลกแถวย่านเมืองเก่าที่เคยพักอยู่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ถึงแม้ร้านค้าแถบนี้จะดูค่อนข้างทรุดโทรม แต่รสชาติอาหารดั้งเดิมนี้ขอบอกว่าอร่อยสุดยอดชนิดที่ว่าร้านอาหารหรูในเมืองหลวงเทียบไม่ติด
ถึงแม้เขาจะไม่เคยกินอาหารหรูในเมืองเพราะไม่มีเงินก็เถอะ แต่!คอมเมนท์ในเน็ตต่างก็พูดแบบนี้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นไม่ผิดจากนี้แน่!
เดินไปเดินมา ในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่ร้านบะหมี่เ้าประจำสมัยเรียน ถึงแม้ร้านนี้จะชื่อว่าร้านบะหมี่ แต่ที่จริงแล้ว เมนูเด็ดต้นตำรับของร้านกลับเป็หนิวโร่วเฟิ่นซือ (ก๋วยเตี๋ยววุ้นเส้นเนื้อวัว) และชงโหยวปิ่ง (โรตีต้นหอม)
อันที่จริงอาจจะไม่ใช่เมนูเด็ดแต่เป็ความชอบส่วนตัวของเขาเอง วุ้นเส้นของที่นี่ใช้เส้นที่ส่งโดยตรงจากมณฑลอันฮุยซึ่งเป็บ้านเกิดของเ้าของร้าน เขาชอบกินมากและตระเวนกินไปเกือบทั่วทั้งเมือง แต่ก็ไม่มีร้านไหนสู้ที่นี่ได้เลยจริงๆ มีแต่ร้านนี้เท่านั้นที่สามารถคงความอร่อยได้เหมือนต้นตำรับเป็สิบๆ ปี
“โย่ว ไม่ได้มานานเลยนะ เอาเหมือนเดิมไหม” เขายิ้มและพยักหน้าให้เ้าของร้าน จ่ายค่าอาหาร จากนั้นก็เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างที่ประจำ
ตอนนี้เป็เวลา่บ่ายแต่ยังไม่ใช่เวลาเลิกเรียนหรือเลิกงาน ดังนั้นในร้านจึงโล่งมาก เขานั่งเหม่ออยู่ไม่ถึงห้านาทีอาหารก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะ
กลิ่นหอมของน้ำแกงเนื้อวัวที่ลอยอยู่ในอากาศทำให้กระเพาะของเขาร้องโครกครากและกระตุ้นความอยากอาหารจนน้ำลายสอ น้ำแกงเนื้อสีน้ำตาลอ่อนใส่น้ำมันพริกเล็กน้อย โปะด้วยเนื้อน่องลายตุ๋นสไลด์โปะอยู่พร้อมต้นหอมเพิ่มสีสันความน่ากิน
เขาหยิบน้ำมันพริกที่วางอยู่บนโต๊ะตักเพิ่มใส่เข้าไปอีกหนึ่งช้อน ใช้ตะเกียบคนๆ และคีบวุ้นเส้นใสเหนียวนุ่มสูดเข้าปาก กลิ่นหอมของน้ำมันพริกและรสเผ็ดที่แทรกอยู่ในรสกลมกล่อมของน้ำซุปเนื้อทำให้ความอยากอาหารเพิ่มเท่าตัว
เนื้อวัวที่หั่นสไลด์อย่างสวยงามเห็นเอ็นแทรกอยู่ช่างตุ๋นได้อย่างพอดิบพอดี รสชาติน้ำแกงซึมเข้าสู่เนื้อได้อย่างหมดจดแต่ไม่ทำให้เนื้อยุ่ย เนื้อเอ็นที่แทรกอยู่ในเนื้อยังมีความกรุบกรอบเพิ่มมิติของอาหารได้อย่างลงตัว
ทานไปหลายคำเขาก็หันมาใช้มือหยิบโรตีต้นหอมขึ้นมากัด ทันทีที่กัดก็มีเสียงดังเพราะความกรอบ แต่เคี้ยวไปก็พบว่าข้างในก็ยังคงมีความนุ่มของแป้งอยู่ และกลิ่นต้นหอมและงาก็อบอวลไปทั่วปาก เขาลิ้มรสอาหารมื้อนี้อย่างพออกพอใจ
ว่าแล้วก็จัดการอาหารตรงหน้าและซดน้ำซุปจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว โหยหาประดุจภูตผีที่ไม่ได้ลิ้มรสอาหารดีๆ มาหลายร้อยปี
หลังซดน้ำซุปจนหยดสุดท้าย เขาวางชามลงแล้วก็ถอนหายใจ รำพึงในใจว่า ได้กินอาหารอร่อยๆ แบบนี้ต่อให้ตายไปวันนี้ก็ไม่เสียดายแล้ว
กินเสร็จนั่งอยู่สักพักก็ลุกขึ้น เตรียมออกจากร้าน เ้าของร้านเห็นเขาจะกลับแล้วก็เรียกเขาเอาไว้
“เ้าหนู ได้ข่าวว่าโรงเรียนเก่าที่เธอเคยเรียนจะรื้อถอนแล้วนะ”
“เอ๊ะ จริงเหรอครับ” เซียวหรงเลิกคิ้วสงสัย โรงเรียนซื่อจงของเขาถึงแม้ว่าจะไม่ใช่โรงเรียนอันดับหนึ่งของเมืองแต่ก็พอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง เขาจึงแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่จะมีการรื้อถอน
“ใช่แล้ว แต่จะว่าไปจะบอกว่ารื้อถอนก็ไม่ถูกนัก เพราะที่จะรื้อน่ะมีแค่ตึกเก่าเลยจะสร้างใหม่อะไรนี้แหละ”
ตึกเก่า? ถ้าจำไม่ผิดห้องเรียนเราตอนนั้นจะอยู่ที่ตึกเก่านะ อืม ไหนๆ ก็มาไกลถึงนี้แล้ว ไปดูหน่อยดีกว่า
“อ่อ ตึกนั้นก็เก่าจริงๆ นะครับ น่าจะหลายสิบปีแล้ว เถ้าแก่ ผมไปล่ะ อาหารอร่อยเหมือนเดิมเลย ขอบคุณนะครับ” เซียวหรงยิ้มโบกลาเ้าของร้าน
“อื้อ ว่างๆ ก็แวะมาอีกล่ะ!” เ้าของร้านยกมือขึ้นโบกตอบทั้งที่ถือตะหลิวอยู่ ท่าทางเป็ธรรมชาตินั้นชาวให้รู้สบายตาอย่างบอกไม่ถูก
เหมือนได้แวะกลับมาบ้านเก่าเลยแฮะ
เซียวหรงสาวเท้ายาวๆ เดินต่อไปจนถึงโรงเรียน เขตนี้ร่มรื่นมากข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ลมพัดโกรกเบาๆ นำพากลิ่นหอมอ่อนๆ ของธรรมชาติและดอกไม้ประจำฤดูให้พัดผ่าน
อยู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าใจสงบขึ้นมาก ทำให้ทางที่คิดว่าไกลกลับสั้นกว่าที่คิด เพียงครู่เดียวก็เดินมาถึกตึกเรียนแล้ว
ถึงแม้ว่าโรงเรียนจะจัดให้มีการทำความสะอาดอยู่บ่อยครั้ง แต่อาคารเก่านี้ ก็ยังดูซอมซ่ออยู่ดี ต่างกับอาคารใหม่ที่อยู่ข้างๆ ลิบลับ
ถึงว่าทำไมจะต้องรื้อ
โรงเรียนซื่ออีจง เป็โรงเรียนมัธยมที่มีทั้งมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย
ชีวิตสมัยเรียนของเขาก็ไม่มีอะไรต่างไปจากตอนนี้สักเท่าไหร่ พ่อแม่บอกให้เรียนก็เรียน แทบจะไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง เรียกได้ว่า ทั้งๆ ที่ชีวิตของเขาผ่านมาเกือบสามสิบปีแล้วกลับแทบจะไม่เคยทำเื่อะไรที่น่าตื่นเต้นเลยสักเื่
ภายในห้องเรียนยังคงเหมือนสมัยที่เขาเรียนอยู่ไม่มีผิด เขาเดินไปยังที่ที่เคยเป็ที่นั่งของเขา
เขามองโต๊ะเรียนพินิจดูว่าใช่โต๊ะเก่าของตัวเองหรือไม่ และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงเบนสายตามมองไปยังโต๊ะเรียนตัวสุดท้ายริมหน้าต่างแล้วจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้เื่หนึ่ง
ตอนปีสาม ในขณะที่ทุกคนกำลังคล้ำเคร่งอยู่กับการสอบจงเข่านั้น อยู่ๆ ก็มีนักเรียนคนหนึ่งย้ายมากลางคัน
เป็นักเรียนชายท่าทางเย่อหยิ่งเ็า บรรยากาศที่ปล่อยออกมารอบตัวบ่งบอกว่าห้ามเข้าใกล้ แต่ว่าหมอนั้นในความทรงจำของเขา คือ สวย โครงหน้าเรียว จมูกคมโด่งเป็สัน ดวงตาหงส์ขนตายาวเป็แพ ริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ ผิวขาวราวกับเปล่งประกายได้
เด็กผู้ชายวัยรุ่นส่วนมากในเมืองนี้ต่อให้ขาวเพราะเป็กรรมพันธุ์อย่างไร เมื่อถึงวัยซุกซนก็มันจะมีผิวคล้ำขึ้น เพราะชอบออกไปเที่ยวเล่น หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง
มีหมอนั้นคนเดียวที่ดูแตกต่าง
ไม่สิ ไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ แต่เป็อะไรกันนะ
เซียวหรงขมวดคิ้วครุ่นคิด สักพักก็ล้มเลิก
ช่างเถอะ อย่างไรก็ไม่มีวันได้มาเจอกันอีกอยู่แล้ว
โรงเรียน่ปิดเทอมช่างเงียบสงบเสียจนน่าหลับตานอน เขาขยับเก้าอี้ลงนั่งมองไปยังนอกหน้าต่าง สายตาเหม่อลอยหวนคิดถึงเื่เก่าๆ
ฉับพลันในหัวก็ปรากฏภาพของเด็กหนุ่มเ้าของที่นั่งริมหน้าต่าง เวลาเลิกเรียน ตอนที่นักเรียนคนอื่นกลับหอพักกันหมดแล้ว ส่วนเขากลับมาเอาของที่ลืมไว้ที่ห้องเรียน กลับพบว่ายังมีคนอยู่
ภายในห้องเรียนที่โต๊ะเรียนสุดท้ายริมหน้าต่าง คนคนนั้นถือบางอย่างอยู่ในมือ ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยอยู่ตลอดเวลากลับแย้มยิ้มน้อยๆ แต่เมื่อทั้งสองสบตากัน รอยยิ้มบนใบหน้างดงามนั้นก็หายไป
เขาหลับตาฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียน ไม่ได้สนใจเลยว่าบางอย่างที่อยู่ใต้โต๊ะเรียนนี้พลันเรืองแสงขึ้นมา
ที่จริงั้แ่เด็กเขาก็ไม่เคยมีความรู้สึกต่อใครเป็พิเศษ แต่ทำไมอยู่ๆ ถึงคิดถึงเ้าหมอนั้นขึ้นมานะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ระหว่างทางกลับที่พักเขาเดินผ่านเขตก่อสร้างคอนโดแห่งหนึ่ง ที่แห่งนี้สร้างได้สักพักแต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ทำให้หยุดการก่อสร้างไปชั่วคราว ตอนนี้ภายในไม่มีคนงานอยู่แล้ว เซียวหรงมองเข้าไปโดยไม่ได้หยุดเดิน ทันใดนั้นจู่ๆ้าก็มีแท่งอะไรสักอย่างตกลงมา
น้ำหนักของวัตถุที่ตกลงมากระทบทำให้เซียวหรงเสียหลักล้มลงกองที่พื้น เืสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากาแบนศีรษะ
เมื่อเขารู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกด้านชาในคราแรกก็เปลี่ยนเป็ความเ็ปที่รุนแรงเมื่อเส้นประสาทเริ่มตอบสนอง
นี่เขา...กำลังจะตายเหรอ?
ทั้งๆที่ตลอดมาเขาคิดว่าชีวิตนี้ไร้ความหมายมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงเวลาความเป็ความตาย เขากลับยังไม่อยากจากโลกนี้ไป...
ความเ็ปที่ได้รับตอกย้ำความจริงที่เ็ป เซียวหรงเบิกตากว้างน้ำตาไหลริน นาฬิกาอัจฉริยะบนข้อมือกะพริบส่งข้อความขอความช่วยเหลือออกไป