ขจรรู้รายละเอียดเช่นนี้แล้ว ก็เลยไม่รู้ว่าจะบอกกล่าวกับพวกตำรวจอย่างไรดี ขืนพูดไปคงไม่มีใครเชื่อแน่
“ ขอบคุณที่บอก แต่เื่ไปเกิดใหม่ ผมสามารถสวดส่งิญญาให้หม่อมไปเกิดได้นะครับ”
“ ไม่ ข้ายังไม่้าจากเ้าพี่ไปในตอนนี้”
“ หม่อมไม่มีทางได้อยู่ร่วมกับอาจารย์ธิเบศได้อยู่แล้ว จะดื้อรั้นไปทำไม”
“ ข้าขอได้เพียงเห็นหน้าเขา อยู่ใกล้กับเขา เท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว”
ขจรได้แต่ส่ายหัว แล้วเดินจากไปในทันที
เพื่อนๆ ถามกันใหญ่ว่าทำไมนานนัก แล้วก็มีรถตำรวจขับเข้ามาที่มหาลัยอีกสองคัน มีตำรวจมากันประมาณสิบคน มีผู้กองนพพรเดินนำหน้าเข้ามา
“ มีอะไรหรือเปล่าคะ ผู้กอง” กิ๊ฟเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ผลชันสูตรออกมาแล้ว ผู้ตายขาดอากาศหายใจ เราได้พบกับเชื้ออสุจิของคนร้ายแล้ว”
“ ใครกัน”
“ อาจารย์ธิเบศ”
“ ฮ้า !!”
ทุกคนร้องพร้อมกัน ยกเว้นขจรเท่านั้น
ตำรวจหลายคนขึ้นไปบนอาคารเรียน แล้วล็อคกุญแจมือ พาตัวอาจารย์ธิเบศออกมาพาไปขึ้นรถทันที
“ เดี๋ยวก่อนครับ ผู้กอง”
ขจรเดินออกมาขวางหน้าเอาไว้
“ ผมว่า อาจารย์ธิเบศไม่ได้เป็คนทำแน่ อาจเป็การใส่ร้ายกันก็ได้นะครับ”
“ ผมแค่ทำตามหลักฐานและพยานที่มี หากคุณมีหลักฐานแย้งก็บอกผมมาได้”
ขจรได้แต่นิ่งเงียบ มองเห็นิญญาของหม่อมสังวาลย์ที่ทำหน้าใ แล้วร้องไห้ออกมา แล้วเดินตามอาจารย์ธิเบศขึ้นรถตำรวจไป
“ ไม่อยากเชื่อเลย ว่าอาจารย์ที่รูปหล่อสมาร์ท จะกลายเป็ฆาตกรโรคจิต คนอย่างเขาสามารถหาสาวๆ สวยๆ ที่ไหนก็ได้ ไม่เห็นต้องทำเื่แบบนี้เลย”
ซีเอามือทาบอก แล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ รู้หน้าไม่รู้ใจ คนเรียนมาเยอะแบบนี้ บางทีก็มีด้านมืดที่ไม่เปิดเผยให้ใครได้รู้ จนกระทั่งระงับอารมณ์ของตนเองไม่ได้ จึงเกิดเื่ขึ้น” กิ๊ฟวิเคราะห์ออกมา
“ ตระกูลเจียง ไม่ปล่อยให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นแน่” กรกันต์เอ่ยอย่างมั่นใจ
“ อาจารย์ธิเบศบริสุทธิ์” ขจรเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วกำลังจะหาวิธีช่วย แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มที่จุดไหนก่อนดี
ทุกคนพอได้ฟัง ก็หันควับมาหาขจรทันที
“ นายรู้ได้ไง” ทุกคนตั้งคำถามพร้อมๆ กัน
ขจรพาเพื่อนๆ มาดูที่สถานที่ คนร้ายปีนเข้าไปในชั้นสอง ซึ่งอยู่ไม่ห่างกับที่ยืนคุยกันอยู่นัก พบเห็นเศษกระจก หล่นลงมากองกับพื้น
“ ข้อแรก ไม่มี ใครเข้าไปในหอหญิงได้อย่างแน่นอนกระจกที่แตกนั้นไม่ได้ตกอยู่ด้านในห้องน้ำ แต่เศษกระจกหล่นออกมาด้านนอก แสดงว่า คนร้ายต้องทุบจากด้านในออกมา
ข้อสอง นักศึกษาแพทย์และอาจารย์ทุกคนต้องมีการเก็บน้ำอสุจิเอาไว้ที่ธนาคารอสุจิของโรงพยาบาล หากคนร้ายไปขโมยเอามาแล้วฉีดใส่ไป ก็ไม่ใช่เื่ยากที่จะใส่ความอาจารย์ธิเบศ
ข้อสุดท้าย คนร้ายอาจเป็ผู้หญิง สาเหตุที่ทำเช่นนี้อาจเป็เพราะความหึงหวง หรือไม่ก็คงแค้นอาจารย์ธิเบศฝังรากลึก อาจารย์ธิเบศน่าจะรู้เื่ราวลึกๆ ดีกว่าพวกเรา”
“ ข้อ1 กับ ข้อ2 ยังพอเชื่อถือได้มีเหตุผล แต่ข้อ 3 นายว่าคนร้ายเป็ผู้หญิงแล้วต้องเป็เื่ชู้สาวนี่ ขาดหลักฐานมายืนยัน ทุกคนก็ต่างรู้ว่า น้องสาถูกข่มขืนแล้วฆ่าตาย”
“ แต่ก็น่าแปลก คนอื่นๆ ที่อยู่ในหอพัก กลับไม่ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลืออะไรเลย”
“ คนร้ายอาจใช้ยานอนหลับฉีดเข้าไปก่อน น้องสาเลยไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้”
ขจรบอกไปตามที่ผีหม่อมสังวาลย์เล่ามา
“ นายเป็โคนันหรือไง ถึงได้รู้ไปหมด” ซีเริ่มสงสัยขจรมากขึ้น
“ ปล่อยให้เื่นี้เป็เื่ของตำรวจดีกว่า หากว่าอาจารย์ธิเบศไม่ผิด ก็คงทำอะไรเขาไม่ได้” กิ๊ฟสรุป ขจรก็ต้องปล่อยเื่นี้ให้เป็ไปตามกรรม
วันนี้เขากลับไปซ้อมมวยที่ค่าย คราวนี้ซาซ่า มากับ เอ็ดการ์ ซาซ่าซ้อมกับ กระสอบทรายธรรมดา แต่ให้เอ็ดการ์ ลงนวมกับขจร
วันนี้เอ็ดการ์อยากซ้อมจริง ขจรเลยจัดให้ เอ็ดการ์เริ่มชกจริงแบบคราวก่อน ซึ่งครั้งนี้ขจรก็ไม่ได้ออมมือให้ เอ็ดการ์ตั้งการ์ดมวยป้องกัน แล้วเริ่มเย็บใส่ขจรอย่างระมัดระวังตัว ไม่กล้าผลีผลามโฉ่งฉ่างเหมือนกับ ครั้งก่อน แต่พอเย็บออกมาหมัดขวาออกไปเท่านั้น ขจรที่ตัวเล็กกว่ามาก กลับพุ่งตัวเข้ามาหลบหมัดแย็บ แล้วยิงหมัดตรงเข้าระหว่างกรามกับต้นคอ เอ็ดการ์ถึงกับเซถลาค่อยๆล่วงไปนอนกับพื้นหลับไปในทันที
ทุกคนที่เพิ่งจะเดินเข้ามายังไม่เห็นอะไรเลย เอ็ดการ์ก็ร่วงลงไปนอนซะแล้ว
มีครูทิม เอาแอมโมเนียมาให้ เอ็ดการ์ดม เพื่อให้ฟื้นสติ แต่คราวนี้เขาไม่มีอาการเมาหมัด ได้แต่มองไปรอบๆ แล้วสะบัดหัวตัวเอง
“ นี่ไอโดนหมัดน็อคอีกแล้วใช่ไหม”
“ ใช่ ไม่ถึง 10 วินาทีเลย ยูก็โดนอัดไปกองกับพื้นแล้ว” ซาซ่าเอ่ยเป็ภาษาอังกฤษกับ เอ็ดการ์
“ ไอยอมแพ้แล้ว ไม่ท้าต่อยอีกแล้ว แต่ต่อไปยูต้องช่วยสอนไอบ้างนะ”
“ ไม่มีปัญหา” ขจรเอ่ยยิ้มๆ
“ โธ่ ก็แค่มวยวัด เหวี่ยงมั่วๆ ไปพอถูกจังหวะหน่อย ก็ทำเป็คุย เจอของจริงเข้าไป ก็คงไม่พ้นยกแรก” พี่เอกพล แชมป์เปี้ยนราชดำริเอ่ยข่มขจรอย่างไม่ไว้หน้า
“ ยูแน่จริง ต่อยกติกามวยสากล กับ มิสเตอร์จอน ไหมล่ะ ไอกล้าเดิมพันห้าแสนข้างมิสเตอร์จอน” เอ็ดการ์เอ่ยออกมาอย่างไม่ทน พี่เอกพลไม่เคยต่อยมวยสากล จึงไม่กล้าต่อยด้วย
“ ฉันเป็มวยไทย ไม่ใช่มวยสากล หากแน่จริง ก็มาต่อยกติกามวยไทยซิ เอาไหมเล่า”
“ เอ้าก็ได้ มิสเตอร์จอน ลุยกับเขาเลย ไอลงเงินให้ แพ้ไอจ่าย ชนะยูเอาไป”
ขจรหันไปมองหน้าพี่เอกพล แล้วก็เชิดหน้าขึ้นแล้วบอกว่า
“ ก็ได้ ลองกันสักยกจะเป็ไรไป”
“ เฮ้ย อยากชก ก็ต้องให้มันครบ ห้ายกไปเลย มึงกล้าไหมล่ะ”
“ ้าอย่างนั้นก็ได้” ขจรก็กลัวซะที่ไหน
ครูทิมกำลังเดินออกไปเพื่อห้าม แต่ครูยอดได้จับแขนห้ามเอาไว้
“ ปล่อยมัน”
“ แต่ไอ้จรมันเพิ่งชกไม่กี่ครั้งเอง ขืนถูกเอกพลอัดไป ต่อไปมันจะเสียมวยเอานะพี่”
“ ไม่หรอก หากถึง่เวลานั้น ครูก็ห้ามมัน ตอนนี้ออกไปเป็กรรมการให้พวกมันจะดีกว่า”
แล้วการชกระหว่าง นักชกร่วมค่ายก็เริ่มขึ้น ระหว่างแชมป์มวยรุ่นเฟเธอเวท ไม่เกิน 126 ปอนด์ กับขจรที่อยู่ในน้ำหนักแค่ ซุปเปอร์ฟรายเวท น้ำหนักเพียง 115 ปอนด์เท่านั้น ห่างกันตั้ง 11 ปอนด์ ครูทิมขึ้นมาเป็กรรมการ
“ พวกเอ็งอย่าลืม นี่คือการประลองรุ่นพี่กับรุ่นน้องค่ายเดียวกัน ไม่ใช่คนอื่น ไม่ว่าผลจะเป็อย่างไร สุดท้ายก็คือพี่น้องกัน จำเอาไว้ ชกได้”
ด้านล่างเวที ซาซ่า ต่อว่าเอ็ดการ์ที่ไปท้าเดิมพันแบบนี้ ทำให้ขจรต้องแบกน้ำหนักกว่าตัวเขาเองไปถึงสามรุ่น
“ ไอมั่นใจว่า มิสเตอร์จอนต้องชนะแน่”
“ ยูก็อย่ามั่นใจอะไรนัก ทีหลังต้องใจเย็นเข้าไว้ คนอื่นเขาจะเดือดร้อน”
บนเวที ทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้กัน รุ่นพี่เอกพลยิ้มให้อย่างมั่นใจแล้วบอกว่า
“ คุกเข่าขอร้องกูซะตอนยังมีโอกาส”
“ เอาผมให้ลงได้ก่อน ค่อยพูดเถอะ”
ขจรตั้งการ์ดท่าคชสาร มือแล้วเท้าอยู่ท่าม้าศึกทะยานฟ้า รอโอกาสจู่โจม พี่เอกพล ก้าวเท้าซ้ายและขวา หลอกล่อ คล้ายเต้นฟุตเวิร์ค พอเข้าระยะเท้าก็ดีด
เปรี้ยง ! เข้าใส่ขจรทันที มีหรือขจรจะไม่รู้ ใช้แขนซ้ายรับเอาไว้ แล้วแกล้งเซถลาไปตามแรงเตะ เอกพลมั่นใจว่า น้ำหนักเท้าของเขาเริ่มสำแดงเดชแล้ว เลยะโง้างหมัด ทิ่มตรงเข้าปลายคางของขจร ที่แกล้งปล่อยการ์ดตกลงไปเผยใบหน้าให้เห็น แต่ว่านั่นคือท่ามัจฉาน้อยล่อเหยื่อ พอหมัดของเอกพลปล่อยเข้ามา ขจรก็หมุนตัวหลบ แล้วใช้ศอกซ้ายตีกลับเข้าไปที่ปลายคางอย่างจัง เอกพลเจอลูกศอกกลับดอกนี้เข้าไปทีเดียว หลับกลางอากาศ ลงไปนอนพื้นผ้าใบทันที
ครูทิมไม่นับ รีบจับเอกพลนอนหงาย แล้วให้คนเอาผ้าเย็นมาประคบประหงม พร้อมนำแอมโนเนียม มาทันที
ครูยอดที่ยืนมองข้างเวที ถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่า เอกพลจะเสียท่าให้กับขจรอย่างนี้
เอ็ดการ์กับ ซาซ่า ดีใจะโโลดเต้นอย่างเต็มที่
“ มิสเตอร์จอนสุดยอด ต่อไปไอขอเป็ศิษย์ของยูได้ไหม”
“ ฉันด้วย ท่านี้นี่สุดยอดไปเลย”
ขจรเข้าไปดูอาการเอกพล ที่เริ่มงัวเงีย พอรู้ตักว่าถูกน็อค ก็รู้สึกอับอาย เอา มือถือจะโอนตังให้ขจรตามสัญญา
“ ไม่ต้องหรอกพี่ แค่พี่น้องชกกัน ผมแค่หลอกให้พี่ตายใจ แล้วสวนกลับ ไม่ต้องใส่ใจนักหรอก”
“ ไม่ได้ สัญญาต้องเป็สัญญา”
“ เอาน่า น้องมันไม่เอา เอ็งก็อย่าบังคับมันเลย”
“ ไว้พี่พาพวกเราไปเลี้ยงไก่ย่างอบน้ำผึ้ง สักมื้อก็พอ” ขจรเอ่ยยิ้มๆ แล้วเอื้อมมือไปจับมือ เอกพล ที่ตอนนี้ไม่รู้จะทำสีหน้าอย่างไรดี ได้แต่จับมือกับขจรเอาไว้
“ ดีแล้ว ยังไงพวกเอ็งก็อยู่ค่ายเดียวกัน อย่าให้ต้องทะเลาะกันเพราะเื่เล็กน้อยเลย” ครูทิมกอดทั้งสองคนด้วยความดีใจ
แล้วครูยอดก็เรียกขจรเข้าไปในห้อง
“ ฝีมือเอ็งพัฒนามากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลย ครูคิดว่าจะตอบรับ การต่อสู้ชิงแชมป์รุ่นซุปเปอร์ฟลายเวท ที่เวทีเดอะแชมเปี้ยน”
“ แต่ผมเพิ่งชกแค่สองครั้งเองนะครับ”
“ ใครสนเล่า คราวที่แล้วเอ็งเอาชนะ รองแชมป์ไปแล้ว ดังนั้นเอ็งก็กลายเป็รองแชมป์ ดังนั้น การต่อสู้ ระหว่างแชมป์ กับรองแชมป์ มันก็เป็เื่ปกติ ค่าตัวของเองก็เพิ่มเป็ไฟต์ละห้าหมื่น หากชนะก็จะได้เงิน 1 แสน แล้วยังเป็แชมป์ของสนามเดอะแชมเปี้ยนด้วย”
“ โอ้ ได้ 1 แสนเลยหรือครับ ก็ได้ครับ ว่าแต่ผมจะได้ขึ้นชกเมื่อไรครับ”
“ เสาร์นี้คงไม่ทัน แต่ครูจะโทรไปบอกกับผู้จัดว่าทางเราตกลง หากไม่มีอะไรผิดพลาด ก็น่าจะเป็เสาร์หน้าเลย”
“ ได้ครับ”
ขจรกลับมาที่วัดยังไม่ได้พักเลย ก็มีรถตำรวจมารอเขาอยู่แล้ว
“ ทำไมไม่เปิดมือถือ”
“ พอดีเพิ่งชกมวยมา เลยลืมเปิดเครื่อง พี่มีธุระอะไรหรือเปล่า”
“ มีซิ ตอนนี้ที่ มีคนคล้ายถูกผีดิบกำลังคลั่งอยู่ในโรงพัก ผู้กองให้รีบมารับท่านอาจารย์น้อย รีบไปเถอะครับ”
ขจระโขึ้นรถตำรวจไปโรงพักทันที พอไปถึงคนก็ต่างหนีลงมาจากโรงพักกันหมด ผู้กองนพพร พอเห็นขจร ก็รีบเรียกเข้ามาหา ขจรเห็นผู้กำกับทรงยศก็ยกมือไหว้ทันที
“ แน่ใจเหรอ ว่าเขาจะจัดการได้ ปืนยังทำอะไรมันไม่ได้เลย” ผู้กำกับเอ่ยอย่างไม่ค่อยเชื่อใจ
“ ผีดีบหรือครับ”
“ ใช่มันมีสองตัว อยู่ในห้องขัง 1 ตัว และอีกหนึ่งถูกล็อคเอาไว้ ไม่ให้ออกมา”
“ อ้าว แล้วพวกนักโทษที่ถูกขังทำไงละครับ”
“ ไม่รู้ พวกเราต้องหนีออกมาก่อน ขืนถูกพวกมันกัดตายไป ใครจะคอยทำหน้าที่เล่า”
ขจรส่ายหัว รีบเดินเข้าไปใน สน. พอเปิดประตูเข้าไป พบว่า ผีดิบกำลังกัดกินหัวใจ ชายโชคร้ายคนหนึ่งอยู่ พอมันเห็นขจร มันก็แยกเขี้ยว แล้วะโเข้าใส่ทันที แต่ว่า ถูกแสงแห่งยันต์เกราะเพชร พุ่งออกมาจนมันกระเด็นไป ขจรก็ท่องคาถาพญามัจจุราช แล้วเป่าใส่ฝ่ามือ
ะโขึ้นเหยียบหน้าอกของผีดิบ แล้ว กระแทกฝ่ามือเข้ากลางหน้าผากของมันทันที
“ ฝ่ามือพญามัจจุราช”
ผีดิบพอถูกฝ่ามือพญามัจจุราชเข้าไป ร่างของมันก็ค่อยๆกลายเป็เถ้าถ่าน ขจรรีบเข้าไปที่กรงขัง พบว่าในนั้น มีนักโทษอยู่ห้าคน เป็ผีดิบ 1 คน มันกำลังกินตับนักโทษคนหนึ่งอยู่ ส่วนอีกสามคน ปีนหนีขึ้นไปบนลูกกรง ติดหลังคา แข้งขาสั่นกันไปหมด
“ ผู้กองให้คนมาไขกุญแจห้องขังด้วย” ขจระโเสียงดังลั่น ผู้กองนพพรกับ ลูกน้องห้าคนเข้ามาด้านในเห็นซากศพผีดิบ ถูกเผาไปแล้วหนึ่งก็อุ่นใจ พยักหน้าบอกผู้กำกับว่าปลอดภัย ท่านผู้กำกับเลยเข้ามาด้วย
“ เปิดประตูเร็ว” ขจรพอเข้าไป ผีดิบก็หันหน้ามา ตัวนี้มีเขี้ยวโง้ว มันอ้าปากะโงับเข้าที่คอของขจรทันที แต่ก็ถูกต่อยเข้าไปที่หน้าผาก
“ หมัดพญามัจจุราช”
ร่างของผีดิบก็ค่อยๆ กลายเป็เถ้าถ่านไปในทันที
ทุกคนต่างโล่งใจกันทั้งหมด
“ มันเกิดขึ้นได้ยังไงครับเนี่ย ปกติมันต้องตายก่อนไม่ใช่หรือครรับ ถึงจะกลายเป็ผีดิบได้”
“ ไม่รู้เหมือนกัน คนแรกเพิ่งถูกจับตัวมา ข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนอีกคนถูกจับมาเมื่อวาน ข้อหาเดียวกัน พวกมันไม่เห็นต้องตายเหมือนคราวก่อนเลย”
ขจรเดินไปดูที่ซากศพ ที่เหลืออีกสองศพ แล้วไม่รอให้มันกลายเป็ผีดิบอีก เลยสวดมนตร์คาถาบูชาพญามัจจุราชออกไป ศพทั้งสองก็ค่อยๆ เกิดไฟลุกพรึบ สุดท้ายกลายเป็ขี้เถ้าไปในทันที
“ แล้วนี่จะไปบอกกับ ญาติคนตายยังไงวะเนี่ย” ผู้กำกับทรงยศเห็นแบบนี้ก็ใ
“ เราเอากล้องวงจรปิดให้พวกเขาดู พวกเขาน่าจะเข้าใจนะครับ”
“ เออ จริง พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ เอาคลิปนี้แนบไปกับสำนวนด้วย ฉันคงต้องไปรายงานผู้บัญชาการด้วยตัวเองแล้ว”
ขจรเห็น อาจารย์ธิเบศนั่งอยู่ในกรงขังอีกกรงหนึ่ง ด้วยท่าทีหมออาลัยในชีวิต โดยมีผีหม่อมสังวายล์คุกเข่า ใช้มือพัดอยู่ข้างๆ เห็นขจร ก็พุ่งตัวมาหาทันที
“ มหาดเล็กน้อย ได้โปรดช่วยเ้าพี่ด้วย เขาบริสุทธิ์นะ”
“ จะให้บอกตำรวจยังไง ในเมื่อไม่มีหลักฐานสักอย่าง”
“ มีซิ ข้าจะพาไปเอา มันอยู่บนดาดฟ้า ในห้องเก็บของ”
“ แล้วทำไมเพิ่มมาบอกตอนนี้ อืม บางทีอาจค้นหาดีเอ็นเอ บนเสื้อผ้าได้ แต่จะบอกกับตำรวจอย่างไรดีนะ”
“ ก็บอกไปตามตรงซิ”
“ เอาล่ะ ๆ ผมจะจัดการเอง”
ขจรเดินเข้ามาหาผู้กองนพพร ซึ่งตอนนี้มีคนของตระกูลเจียงมากันหลายคน มีทนายมากันสองคน มีสาวแต่งกายด้วยชุดทำงานสีแดงฉาน สวมกระโปรงสั้น เผยหน้าอกตูม ออกมา แสดงสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก
“ ผู้กองคะ ไม่ทราบว่า หากจะต้องประกันตัว พี่ชายของฉันออกไป ใช้เงินเท่าไรก็บอกมาได้เลยนะคะ”
“ ผมยังไม่ทันได้สอบสวน อาจารย์ธิเบศเลย พอดีเกิดเื่ยุ่งๆ อยู่ ขอเวลาผมสอบสวนสักวันหนึ่ง แล้วค่อยให้คำตอบดีกว่าครับ”
“ ถ้าเช่นนั้น ฉันขอเข้าไปฟังการสอบสวนด้วยได้ไหมคะ”
“ ให้เข้าไปได้แค่ทนายคนเดียว คนอื่นต้องรอด้านนอกนะครับ”
หญิงสาวไม่ค่อยพอใจเท่าไร รีบโทรไปบอกคนในตระกูล ไม่นานผู้กำกับทรงยศก็เดินออกมา
“ ผู้กองรีบสอบสวนคุณมีเวลา 1 ชั่วโมง หากไม่มีหลักฐานเพิ่มเติม ก็ให้ประกันตัวออกไปซะ”
ผู้กองนพพรถึงกับอึ้ง 1 ชั่วโมงจะไปได้อะไรกันเล่า แต่เขาก็ไม่กล้าเถียงออกไปได้แต่รับคำสั่ง
“ ขจร คุณอย่าเพิ่งกลับ รอผมก่อนเรามีเื่ต้องคุยกันต่อ”
ขจรเองก็ยังไม่อยากกลับอยู่แล้ว เขาเดินไปขอบันทึกประจำวันกับร้อยเวร เพื่อขอดูประวัติผีดิบทั้งสองตัว ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันไหม เพื่อหาสาเหตุว่าทำไมมันถึงกลายเป็ผีดิบ ทั้งๆที่ยังไม่ตาย
นายร้อยเวร รีบจัดให้ความร่วมมือ แถมจัดที่นั่งอย่างดีให้กับขจร แล้วตำรวจทุกคนก็เรียกขจรกันว่า อาจารย์น้อยกันทุกคน
ขจรอ่านไปก็พบว่าทั้งสองล้วนเสพยาเสพยาอีคล้ายกัน แต่ว่าคนที่เสพยาอี แล้วถูกจับมาก็มีมากว่าสองคน ซึ่งมีภูมิลำเนาต่างกันอีก ทำไมคนอื่นก็เสพเหมือนกันแต่ไม่เป็อะไร น่าเสียดายที่ไม่ได้จับเป็พวกมัน เพื่อจะได้ตรวจสอบว่า พวกมันใช้วิธีอะไร สร้างผีดิบพวกนี้ขึ้นมา
ระหว่างนั้นเอง ก็มีชายคนหนึ่งเดินตัวแข็งเข้ามาในโรงพัก พอตำรวจคนหนึ่งเข้าไปทัก ดวงตาของมันกล่ายเป็สีเื มันอ้าปากมีเขี้ยวโง้ง จะงับคอตำรวจ ดีที่เขาไหวตัวทัน หงายหลังหกล้มไปเสียก่อน แล้วกระหน่ำยิงใส่ ชายคนนั้นทันที
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !!
ผีดิบกลับไม่เป็อะไรไม่ มันหันเห็นหญิงสาวตระกูลเจียงนั่งอยู่ใกล้ ก็คว้าร่างเข้ามาหาตัว แล้วกำลังจะกัด แต่ขจรก็ใช้แม็คเย็บกระดาษยัดปากของมัน แล้วหักข้อมือของมันจนหัก แล้วดึงร่างของหญิงสาวตระกูลเจียงออกมา แล้วเขาก็ะโบอกว่า
“ ทุกคนถอยไป ผมจะจับมันเป็ๆ”
“ อาจารย์น้อย ระวังตัวด้วย” ตำรวจทั้งโรงพักะโให้กำลังใจ
ขจรใช้มือผลักผู้หญิงตระกูลเจียงให้ถอยไป แต่ไม่ทันมอง มือไปโดนหน้าอกของเธอจนเธอสะดุ้ง มองหน้าขจรด้วยความไม่พอใจ แต่ไม่กล้าพูดอะไร รีบถอยออกไปไกลจากผีดิบ
ผีดิบคายแม็คเย็บกระดาษออกมา แล้วมันก็โจมตีใส่ขจรด้วยมือข้างเดียวที่ใช้ได้ของมัน แต่ว่ามันช้ากว่าขจรนัก ถูกจับล็อคแขน แล้วกดเข้าไปที่พื้น ขจรเห็นสัญลักษณ์แปลกๆ ที่ตรงท้ายทอยของมัน เป็รูปหัวกะโหลก
“ นี่มันตราประทับหัวกระโหลกนี่” ขจรเลิกสงสัย แล้วใช้ฝ่ามือมัจจุราชประทับเข้าที่หัวของผีดิบ ร่างของมันก็กลายเป็เถ้าถ่านไปในทันที
ทุกคนมองอย่างตกตะลึง ไม่คิดว่า แค่ใช้มือเท่านั้น ก็สามารถทำให้ร่างกายและเืเนื้อกลายเป็ ขี้เถ้าไปอย่างง่ายดาย แต่ละคนนำมือถือถ่ายคลิปกัน เหมือนเป็นักข่าวเลย
ผู้กำกับเดินออกมาแล้วะโสั่งว่า
“ ทุกคนห้ามออกจากที่นี่ หมวด เก็บมือถือของทุกคน แล้วลบคลิปที่ถ่ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขอให้ทุกคนเก็บเป็ความลับ ห้ามเพร่งพรายออกไปขจรตามฉันมา”
ขจรเดินตามเข้าไปในห้องส่วนตัวของ ผู้กำกับทรงยศ
“ บอกมา ฉันเห็นเธอพูดถึง ตราประทับหัวกระโหลก มันคืออะไร?”
“ มันเป็ตราประทับของสาวกบูชาจอมปีศาจอนันตกาล เหล่าสาวกของมันทุกคนล้วนมีตราประทับหัวกะโหลก มันมีหัวหน้าสาวกเป็พราหมณ์ที่มีอาคมแก่กล้ามาก สามารถทำให้คนธรรมดากลายร่างเป็ผีดิบ แล้วไว้ใช้งานได้ ผมว่าพวกมันกำลัง้าอะไรบางอย่างที่โรงพักนี้แน่”
“ หรือว่า มันจะมาชิงตัวนักโทษสำคัญไป”
“ นักโทษ?”
“ ใช่ เมื่อเช้าเราได้จับนักโทษแหกคุกมาได้คนหนึ่ง มันขับรถชนคนตาย แล้วกำลังจะหนี เลยถูกชาวบ้านรวมตัวกันจับ พอตรวจสอบประวัติของมัน ที่แท้มันคือ ราชมันต์ เป็นักโทษปะา มันแหกคุกมาจากเกาะใต้ ไม่รู้มันมาโผล่กลางกรุงได้ยังไง เช้ามืดวันนี้จะมีเ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากเกาะใต้จะมารับตัวมันกลับไป หรือว่าจะเป็พรรคพวกมัน คิดจะมาชิงตัวไป”
“ ราชมันต์ เป็ใครกัน ทำไมถึงได้มีผู้ช่วยที่มีอาคมแข็งกล้าเช่นนี้ เป็พรรคพวกได้”
“ ความจริงแล้วมันคือ เ้าชายแห่งเกาะลังกา แต่มาก่อคดีฆ่าผู้หญิงไทยตายไปหลายศพที่ประเทศไทย เลยถูกจับตัว แม้นว่า ศาลจะตัดสินปะาชีวิตของมัน แต่ก็ยังไม่สามารถปะาได้ ทางรัฐบาลลังกา ได้ทำการยื่นข้อเสนอบางอย่าง เพื่อต่อรองกันอยู่”
“มิน่า ถึงได้มีตัวตนระดับนี้ช่วยเหลือ”
“ แล้วนี่จะทำยังไงดี เธอพอจะสู้มันได้ไหม ฉันจะแจ้งเ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เกาะใต้ ให้รีบส่ง คนมารับมันกลับไป และขอกำลังหน่วยรบพิเศษให้มาคุ้มครองด้วย”
“ ก็ดีครับ แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งให้ใครออกไปจากที่นี่ ผมเกรงว่า พวกมันจับได้ อาจถูกพวกมันจับไปทำผีดิบ แล้วส่งกลับมาทำร้ายพวกเราอีก”
“ ได้ ฉันจะออกไปสั่งการเดี๋ยวนี้”...