วันต่อมา
“ครับ แม่ผมจะดูแลน้องอย่างดี ครับ หลังจากเอากะโหลกนั่นไปทำพิธีผมจะรีบโทรรายงานอีกทีนึง ครับบบบ รักแม่”
ธีรวิชญ์โทรรายงานประจำวันกับมารดาหลังจากวางสาย เขาเดินไปที่รถเพื่อจะไปวัดตามที่ตกลงกัน
“เธอจะไปด้วยหรือมะลิ ทำไมไม่พักผ่อน ถ้าไม่อยากพักที่นี่ไปเปิดโรงแรมก็ได้ไปทำไมตัวเองไม่สบายอยู่” เขาบ่นปะล่อมปะแล่มไปเรื่อยเมื่อเห็นว่ามาลิณีจะไปด้วย
“ไม่อ่ะ ฉันอยากไปดูแลไอรัก ถ้าสวดส่งิญญาอีผีนั้นไปลงนรกได้ฉันก็อยากยืนสมน้ำหน้ามัน
“ตามใจและกัน แต่อย่าลืมใส่พระเอาไว้ล่ะเดี๋ยวเธอจะบ้าเอามีดมาไล่แทงน้องสาวฉันอีก”
“ฉันคืนไอรักไปแล้ว แต่ไม่เป็ไรหรอกเดี๋ยวก็ถึงวัดแล้วนี่ ว่าแต่ไอรักล่ะ”
“ไปเข้าห้องน้ำน่ะ” เวทิศพูด
ศศิธรหลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จเธอเดินมาหน้าบ้านแต่จังหวะที่เธอออกมาหน้าบ้านเธอเห็นแมวดำตัวหนึ่งนั่งอยู่ด้วยความที่เธอรักสัตว์เหมือนกับแม่เธอจึงเกิดจิตใจเมตตาเดินเข้าไปหา
“เป็ยังไงเ้าแมวน้อยหลงมาหรอไหนดูซิ” เธออุ้มมันขึ้นมาดู เธอเห็นว่าที่คอมันไม่มีปลอกคอสวมอยู่ “แมวหลงหรอเนี่ย หิวไหมเดี๋ยวฉันไปหาอะไรให้กิน” เธออุ้มมันเข้ามาแนบอกและพามันเดินไปหาอะไรกินในห้องครัว เธอพบกับขวดนมแพะอยู่ในตู้เย็นเธอจึงหยิบมันมาขวดหนึ่ง หยิบถ้วยมาวางหนึ่งใบจัดการเทนมลงใส่จานข้างหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ หวังให้แมวกินเสร็จแล้วกลับออกไปง่ายๆ เ้าแมวน้อยดิ้นตะปบไปมาเหมือนดีอกดีใจพร้อมกับส่งเสียงร้องเหมียวๆ
ศศิธรเห็นมันกินได้เธอก็ยิ้มและลูบหัวมัน 2-3 ครั้ง
“ฉันจะไปธุระ กินเสร็จแล้วรีบไปนะที่นี่มันอันตรายรู้ไหมเ้าแมวน้อย” พูดจบแล้วเธอเดินกลับออกไปหาคนข้างนอก ปากเธอรำพึงรำพันออกมาเบาๆ “ทับทิมเธออย่าไปทำร้ายมันนะ สงสารมัน”
หลังจากศศิธรมาถึงแล้วเธอขึ้นรถขับออกไปทันทีร่างของทับทิมปรากฏตัวขึ้น “กูไม่ทำมันหรอกมันทำความดีให้กูถึงเพียงนี้” เธอมองไปที่สร้อยพระที่ถูกแมวน้อยตะปบร่วงอยู่ที่พื้น ตัวแมวสั่นกลัวเมื่อเห็นร่างของทับทิมมันกระโจนหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
รถวิ่งมาตามเส้นทางที่มารดาเขียนให้จาก เมืองเข้าสู่ป่า
“โหยอยู่ในป่ามาเป็ชั่วโมงแล้วเนี่ยวัดป่าหรืออุทยานแห่งชาติกันแน่วะ แผนที่มันไม่ผิดใช่ไหม” ธีรวิชญ์บ่น
“แม่ผมเขียนให้ไม่ผิดหรอกแม่ผมมาตั้งหลายครั้งแล้ว” เวทิศตอบ
“งั้นแสดงว่ามึงขับผิดทางสิ”
“…”
“ไม่ตอบคืออะไรอย่าบอกนะว่ามึงหลงทาง ไอ้บ้ากลางป่ากลางเขาลดน้ำมันหมดขึ้นมาจะทำยังไงวะเนี่ย” ธีรวิชญ์เขย่าคอคนที่ขับรถอยู่ข้างหน้า
ธีรวิชญ์พยายามแกะมือของคนที่ทำร้ายตัวเองออกโดยไม่สนใจทางข้างหน้า แต่เมื่อหันกลับอีกครั้งพบว่าตัวเองกำลังจะขับรถพุ่งชนผู้หญิงคนหนึ่งเข้าเสียแล้ว เวทิศกดหัวศศิธรที่นั่งอยู่ข้างๆ ลงและหักหลบเข้าข้างทาง แต่ด้วยรถที่มาด้วยความเร็วพอสมควรทำให้พุ่งเข้าชนต้นไม้คนในรถกระแทกกับกระจกอย่างแรงหมดสติไปทันที
“โอ๊ยยยย”
“เจ็บฉิบหายขับรถยังไงวะเนี่ย” ธีรวิชญ์ที่เพิ่งตั้งสติ หันมองทางเบาะข้างคนขับหวังจะดูอาการน้องสาวแต่พบว่ามันว่างเปล่าเมื่อมองข้างกายที่นั่งที่ควรจะมีมาลิณีนั่งอยู่ก็ไม่มี เขามองไปข้างหน้าก็ไม่เห็นมีเวทิศเขามองไปรอบๆ ตัวเห็นตัวเองกำลังนั่งอยู่ในรถเพียงลำพังอากาศบริเวณรอบๆ เป็เวลาใกล้ถ้ำเขาเปิดประตูลงจากรถลงไปตามหาทั้งสาม
“มะลิ ไอรักอยู่ไหน ไอ้หมอเวรมึงอยู่ไหนวะ”
เขาเดินไปบริเวณไหล่ทางก็ไม่พบ เขาจึงเข้าป่าเผื่อว่าทั้งสามจะเข้าไปหลบอยู่ในป่า
“ไอรัก มาลิอยู่ไหนกัน ถ้าได้ยินพี่ตอบหน่อย”
“อยู่นี่~” เสียงผู้หญิงเล็กตอบกลับมาเป็เสียงที่เย็นะเื
“มะลินั่นเธอหรือเปล่า”
“ช่วยด้วย~ เจ็บ! เจ็บเหลือเกิน!!!!” จากเสียงเย็นๆ แปลเปลี่ยนเป็เสียงร้องขอความช่วยเหลือ น้ำเสียงเริ่มมีความร้อนรนและความเ็ป เท้าของธีรวิชญ์ที่ขยับตามต้นเสียงนั้นไปทันทีเพราะคิดว่ามาลิณีตัวเองอาจจะเกิดเื่อะไรอยู่ก็ได้ เขาวิ่งมาจนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งพับเพียบอยู่ที่พื้นรอบตัวเธอมีเืไหลออกมาเป็วงกว้าง ธีรวิชญ์วิ่งเข้าไปดูมาลิณีแต่ก็ต้องถึงกับทั้งชะงับ เมื่อเห็นร่างนั้นกำลังนั่งยัดไส้ตัวเองกลับเข้าไปในท้อง
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย!!! ช่วยด้วย!!!! ช่วยด้วย!!!!!” เสียงขอความช่วยเหลือ จากช้าเปลี่ยนเป็เร็ว เร็วขึ้น เร็วจนฟังแทบไม่ทัน ธีรวิชญ์คิดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่มาลิณีแน่ เขารีบสาวเท้าวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต ก่อนกลับไปมองข้างหลังและเห็นร่างของมาลิณีนอนจมกองเือยู่กับพื้นสภาพเหมือนตอนนั้น
“ช่วยด้วย~”
เห็นแบบนั้นขาก็ไม่มีแรงขึ้นมาทันที เขาทิ้งตัวลงกับพื้นดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าไปด้วยน้ำตาแห่งความรู้สึกผิด
“อืมมม”
มาลิณีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในรถบรรยากาศรอบๆ ที่มีหมอกปกคลุมทั่วบริเวณบรรยากาศเย็นะเื เธอมองไปไม่เห็นใครภายในรถเธอจึงเดินลงมาจากรถตามหาทุกคน
“ไอรักกกก คุณเลิฟ คุณเวทิศ”
ทันทีที่เสียงเรียกเธอสิ้นสุดลงมีเงาของคนเดินออกมาจากหมอกที่ปกคลุมหนาแน่น เงานั้นค่อยๆ เดินเข้ามาหาเธอชัดขึ้น จนเห็นว่าเป็ร่างของศริธร แต่แปลกไปจากทุกครั้งใบหน้าที่เคยอ่อนหวานมีแต่รอยยิ้มสดใสแปลเปลี่ยนเป็นิ่งเฉยราวกับคนไม่มีความรู้สึก
“ไอรักเป็อะไร ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ”
“เราเจ็บ~ มะลิทำเราทำไม” ร่างนั้นชูแขนขึ้นแขนนั้นไม่มีมือ บริเวณปากแผลนั้นเห็นกระดูกสีขาวๆ เืที่ไหลออกมาจากปากแผลนั้นไหลออกมาราวกับก๊อกน้ำ
“เราขอโทษ เราขอโทษนะ...ฮือ...ขอโทษ”
“งั้นเป็เพื่อนกันนะ”
มาลิณีพยักหน้า
ร่างนั้นยกมืออีกข้างขึ้น ในมีมีดเล่มหนา ร่างนั้นยกมือขึ้นจะฟันข้อมือมาลิณีแต่โชคดีที่เธอชักมือกลับได้ทัน หญิงสาวรีบหมุนตัววิ่งกลับไปที่รถ เมื่อถึงเธอรีบปิดประตูล็อกรถ เธอมองไปทางเพื่อนสนิทมองเห็นสายตาอาฆาตมาดร้าย
“ขอโทษ...ฮือออ...ขอโทษ”
ศศิธรรู้สึกตัวตื่นในห้องสี่เหลี่ยม ห้องนี้เธอจำได้ดีจะ เธอมองไปรอบๆ และพบว่าข้อเท้าตัวเองมีโซ่ล่ามอยู่ ศศิธรพยายามใช้มือแกะแต่มันไม่ขยับ
เสียงกระทบกันของเหล็กดั่งขึ้น เธอมองตามต้นเสียงเห็นผู้หญิง คนนั้นเห็นทับทิมกำลังถึงโซ่มาในมือ ศศิธรเริ่มหวาดกลัว เธอเข้าไปหลบมุมสุดของกำแพงแต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้เธอหลีกหนีเพชฌฆาตตรงหน้าได้ ทับทิมยกโซ่ขึ้นฟาดร่างเล็กของศศิธรร่างเล็กล้มลงกับพื้น พอศศิธรลงทับทิมเหยียบซ้ำจนใบหน้าเธอจมลงไปในกองอาจมและเมื่อทับทิมยกเท้าออก ศศิธรสำลักอย่างเอาเป็เอาตาย ยังไม่ทันทีเธอจะได้พักหายใจหายคอเหล็กร้อนๆ ก็ถูกนาบลงบริเวณแผ่นหลัง
“กรี๊ดดดดด”
“ฮ่า….ฮ่า...ฮ่าา”
เสียงหัวเราะอย่างสะใจดังกังวานไปทั่วบริเวณสลับมากับเสียงกรีดร้องและร่ำไห้สะอึกสะอื้นของศศิธร