ณ ก้นบึ้งของหุบเหวมรณะแห่งนี้ ฤดูกาลไม่มีอยู่จริง... กาลเวลาสูญสิ้นความหมาย... มีเพียงความมืดมิดอันเป็นิรันดร์และความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงไขกระดูกเท่านั้นที่คงอยู่ชั่วนิรันดร์
วันแล้ววันเล่า... เดือนแล้วเดือนเล่า...
ภาพที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ณ สุสานโบราณแห่งนี้คือ เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำที่ขาดรุ่งริ่ง กำลังฝึกฝนเคล็ดวิชาของเขาอย่างบ้าคลั่งและไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยราวกับปีศาจที่ถูกจองจำ ท่ามกลางกองซากกระดูกมหึมาที่ค่อยๆ ผุพังและสลายไปตามกาลเวลา
การบ่มเพาะพลัง:"ห้วงิญญาอสูรา" และ "คัมภีร์อสูรกลืนตะวัน" ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบราวกับถูกสร้างขึ้นมาคู่กันั้แ่แรกเริ่ม เฟิงหลงได้กลายเป็ศูนย์กลางของวังวนพลังงานอันน่าสะพรึงกลัว เขาไม่ต้องกังวลเื่ความบริสุทธิ์ของพลังงานเหมือนผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็พลังลมปราณที่ตกค้างอยู่ในซากกระดูก, พลังิญญาอันแ่เบาที่ยังคงหลงเหลือ, หรือแม้แต่ไอพิษจางๆ จากซากอสูรบางชนิด... ทั้งหมดล้วนถูกดูดกลืนเข้ามาอย่างตะกละตะกลามและหลอมรวมเป็ "ปราณอสูร" สีดำสนิทที่บริสุทธิ์และรุนแรงที่สุด!
ไอพลังสีดำทมิฬที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหมุนวนอยู่รอบตัวของเขาราวกับพญาัที่กำลังหลับใหล ทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจเข้า พลังงานมหาศาลจากรอบทิศก็จะไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขา ก่อให้เกิดเสียงดังครืนๆ ราวกับเสียงฟ้าร้องในวันที่มืดมน
ขั้นก่อเกิดรากฐานระดับหนึ่ง...
ขั้นก่อเกิดรากฐานระดับสอง...
ขั้นก่อเกิดรากฐานระดับห้า!
ในเวลาเพียงหกเดือน เขาก็ทะลวงผ่านระดับพลังที่ยอดอัจฉริยะทั่วไปต้องใช้เวลาฝึกฝนหลายสิบปี และมันยังไม่หยุด! พลังงานที่สะสมอยู่ในหุบเหวแห่งนี้มานานนับหมื่นปีนั้นมหาศาลเกินกว่าจะจินตนาการได้ และมันกำลังจะกลายเป็รากฐานอันแข็งแกร่งที่สุดให้แก่เขา
การฝึกฝนวิชา:เฟิงหลงไม่ได้มีเพียงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แต่ประสบการณ์การต่อสู้และสัญชาตญาณนักฆ่าของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ "ห้วงิญญาอสูรา" ไม่เพียงแค่ดูดกลืนพลังงาน แต่มันยังดูดกลืน "เศษเสี้ยวความทรงจำ" และ "สัญชาตญาณการต่อสู้" ที่หลงเหลืออยู่ในซากกระดูกของยอดฝีมือเ่าั้ด้วย!
ทุกครั้งที่เขาหลับตาลง ภาพการต่อสู้อันดุเดือดนับพันนับหมื่นครั้งของเ้าของร่างเหล่านี้จะฉายชัดขึ้นในหัวของเขา เขาได้เห็นเคล็ดกระบี่ที่พลิ้วไหวราวกับสายน้ำ, ท่วงท่าทวนที่หนักหน่วงดุจขุนเขา, และวิชาสังหารที่อำมหิตและไร้ร่องรอย... ประสบการณ์เหล่านี้ได้หลอมรวมเข้ากับจิติญญาของเขา ทำให้เขากลายเป็นักรบที่เจนจบศึกราวกับผ่านสมรภูมิมานับร้อยปี ทั้งที่อายุจริงของเขายังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับภูตพรายในความมืด "มายาอสูร" ถูกเขาฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุด เขาสามารถเคลื่อนที่จากเงาหนึ่งไปยังอีกเงาหนึ่งได้ในชั่วพริบตา หลบหลีกเศษหินที่ร่วงหล่นลงมาจากปากเหวได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
ตูม! ตูม! ตูม!
หมัดขวาของเขาะเิออกเป็ชุด พุ่งเข้ากระแทกโครงกระดูกของอสูรเต่าั์ในตำนานที่ครั้งหนึ่งเคยแข็งแกร่งที่สุดในบริเวณนี้ "อัสนีบาตอสูร" แต่ละหมัดที่ปล่อยออกไปนั้นรุนแรงและควบแน่นไปด้วยปราณอสูรสีดำทมิฬจนเกิดเป็ประกายแสงสีเื ทำลายกระดองที่เคยแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าจาก์จนเกิดเป็รอยร้าวและแหลกสลายกลายเป็ผุยผงในที่สุด!
นี่คือการฝึกฝนในวิถีแห่งอสูร... โเี้, รุนแรง, และบ้าคลั่งอย่างถึงที่สุด! เขากำลังหลอมรวมความแค้น, ความเ็ป, และความโดดเดี่ยวให้กลายเป็พลังที่แท้จริง
...และแล้ว... หนึ่งปีเต็มก็ได้ผ่านไปในที่สุด...
ในส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำโบราณ ร่างของเฟิงหลงนั่งขัดสมาธิอย่างเงียบงัน ไอพลังรอบตัวของเขาสงบนิ่งจนน่ากลัว ราวกับพายุก่อนที่มันจะโหมกระหน่ำ รูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ผมสีดำที่เคยสั้นบัดนี้กลับยาวสยายถึงกลางหลัง ดวงตาของเขาเมื่อลืมขึ้นมานั้นลึกล้ำดุจรัตติกาลที่ไร้ซึ่งดวงดาว แต่ก็มีประกายแสงสีเือันเย็นเยียบซ่อนอยู่ภายใน ร่างกายสูงขึ้นกว่าเดิมและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบ แผ่ไอสังหารที่เยือกเย็นและจับต้องได้ออกมาตลอดเวลา หากมีคนจากเหมันตนครมาเห็นเขาในตอนนี้ คงไม่มีผู้ใดจดจำได้ว่านี่คือ "นายน้อยขยะ" ผู้อ่อนแอคนเดิม
ทันใดนั้น เขาก็ลืมตาขึ้นช้าๆ
ครืนนนน!
ไอพลังที่น่าสะพรึงกลัวที่ถูกกดข่มเอาไว้ได้ะเิออกจากร่างของเขาจนถ้ำทั้งใบสั่นะเือย่างรุนแรง! ฝุ่นผงและเศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดาน
ขั้นก่อเกิดรากฐาน... ระดับที่เก้า!
ในเวลาเพียงหนึ่งปี! เขาได้ทะยานจากคนพิการโดยสมบูรณ์ มาสู่จุดสูงสุดของขั้นก่อเกิดรากฐาน! ความเร็วในการบ่มเพาะพลังเช่นนี้ หากแพร่งพรายออกไปสู่โลกภายนอก คงจะทำให้ทั้งทวีปต้องตกตะลึงจนสิ้นสติและมองว่าเขาเป็ปีศาจกลับชาติมาเกิดอย่างแน่นอน!
"พลังงานที่นี่... ใกล้จะหมดสิ้นแล้ว" เฟิงหลงพึมพำกับตัวเองเสียงเรียบ ซากกระดูกมหึมาที่เคยสุมกันเป็ูเาเลากา บัดนี้กลับกลายเป็สีขาวซีดและเปราะบางราวกับเศษฝุ่น เพราะพลังงานทั้งหมดได้ถูกเขาดูดกลืนไปจนเกือบหมดสิ้นแล้ว ที่นี่ไม่มีอะไรจะมอบให้เขาได้อีกต่อไป
เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากถ้ำ เงยหน้าขึ้นมองปากเหวที่อยู่สูงลิบลิ่ว แสงสว่างเพียงจุดเล็กๆ ราวกับปลายเข็มนั้นคือเป้าหมายเดียวของเขาในตอนนี้
ดวงตาของเขาหรี่ลง... ภาพของใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความหยิ่งผยองของเซียวเทียนอี้... และแววตาอันเ็าของหลันซูเหยา... ปรากฏขึ้นในใจอย่างชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
"หนึ่งปีแล้วสินะ..."
"บิดาข้า... ท่านยังคงรอข้าอยู่หรือไม่?"
"ตระกูลเซียว... ตระกูลหลัน... พวกเ้าคงจะมีความสุขกับการเหยียบย่ำชื่อเสียงและเกียรติยศของตระกูลเฟิงของข้าสินะ"
รอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่นใดๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา มันคือรอยยิ้มที่เย็นเยียบและอำมหิตที่สุด
"ความสุขของพวกเ้า... มันกำลังจะจบลงแล้ว"
เขาเดินไปที่ผนังหุบเหวที่สูงชันและขรุขระ ปลายนิ้วมือของเขาที่บัดนี้แข็งแกร่งดุจกรงเล็บอสูร จิกลึกลงไปในเนื้อหินราวกับมันเป็เพียงเต้าหู้ก้อนหนึ่ง
"ถึงเวลา... ที่อสูรจะปีนกลับขึ้นไปจากขุมนรกแล้ว"
สิ้นเสียงพูด ร่างของเฟิงหลงก็เริ่มไต่ขึ้นไปบนหน้าผาอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ท่ามกลางความมืดมิดและลมที่กรีดร้อง มีเพียงร่างเดียวที่กำลังมุ่งหน้าขึ้นไป... เพื่อนำพาค่ำคืนที่ยาวนานและโหดร้ายที่สุดไปสู่เหมันตนคร...
การเดินทางกลับสู่โลกภายนอกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!