ตอนที่ 28 ค่าแรงที่ชวนให้อิจฉา
พวกหลิวกุ้ยหย่งเดินไปตามทางก็อดพูดคุยกันขึ้นมาไม่ได้
“ท่านพ่อ เฉินเสี่ยวหมี่ผู้นั้นไม่เลวเลย! ไม่เหมือนที่คนอื่นพูดกัน” หลิวเหวินพูด
พวกหลิวกุ้ยหย่งมาจากหมู่บ้านต้าวานที่อยู่ติดกับหมู่บ้านต้าสือ มีคนของหมู่บ้านต้าสือแต่งมาที่หมู่บ้านต้าวาน เื่ของเฉินเสี่ยวหมี่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง แค่สอบถามดูก็รู้แล้ว
เพราะการที่เฉินเสี่ยวหมี่มาจ้างพวกเขานั้นดูแปลกอยู่บ้าง ดังนั้นหลังกลับไป หลิวกุ้ยหย่งจึงสอบถามดู หลังจากรู้เื่ เขาก็พอเข้าใจเหตุผลที่เฉินเสี่ยวหมี่ไม่ได้ต่อรองราคา
พวกเขาคิดดูหลายตลบแล้วก็รู้สึกว่างานนี้ยังพอรับได้ เฉินเสี่ยวหมี่จะร้ายกาจแค่ไหน ในบ้านก็ยังมีเด็กอีกสองคน พวกเขามีกันตั้งห้าคนนะ! หากอีกฝ่ายไม่จ่ายเงินตามที่ตกลงกันในวันนั้น อย่างมากพวกเขาก็เลิกทำเท่านั้น
แต่หลังจากได้คลุกคลีด้วยตลอดทั้งวันนี้ หลิวกุ้ยหย่งพบว่าสถานการณ์ดีกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก
เฉินเสี่ยวหมี่อัธยาศัยดีทีเดียว ส่วนลู่หลินก็ใจกว้างมากที่ต้มโจ๊กหม้อใหญ่ขนาดนั้นให้พวกเขา ทั้งยังมีผักและเนื้อสัตว์ เงินค่าแรงนั้นก็สูง จ่ายตามรายวันที่ตกลงกันไว้ จะมีก็แต่เดินไกลไปสักหน่อย แต่เื่นี้ทำอะไรไม่ได้
เซียวต้าลี่เกาศีรษะพูดว่า “โจ๊กนั่นอร่อยมากเลย”
ก่อนหน้านี้เซียวต้าลี่ติดตามหลิวกุ้ยหย่งไปปลูกบ้านให้ตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง เขาเป็ลูกมือฝึกงาน วันหนึ่งได้ค่าแรงแค่สิบห้าอีแปะ เลี้ยงอาหารกลางวันหนึ่งมื้อ แต่มีแค่โจ๊กข้าวกล้องเท่านั้น กินไม่อิ่มด้วยซ้ำ กินลงไปไม่นานท้องก็ว่างอีกแล้ว
เทียบกันแล้วเฉินเสี่ยวหมี่มีน้ำใจกว่าจริงๆ
คิดไม่ถึงเลยว่าการใส่ท่อนดินลงในโจ๊กจะทำให้อร่อยขนาดนี้ ทันใดนั้นเซียวต้าลี่ก็คิดได้ว่า ไว้เสร็จงานของเฉินเสี่ยวหมี่เมื่อไร เขาก็สามารถขึ้นูเาละแวกหมู่บ้านต้าวานเพื่อขุดมันมากินได้
เซียวต้าลี่รู้สึกว่าชาวบ้านของหมู่บ้านต้าสือช่างโง่นัก! เื่ดีๆ เช่นนี้กลับให้คนนอกรู้
เฉินเสี่ยวหมี่ซื้ออิฐจากโรงงานทำอิฐมาไม่น้อย ลูกมือฝึกงานสองคนจึงช่วยกันขนอิฐมา
ชาวบ้านหวาดกลัวเฉินเสี่ยวหมี่ แต่ไม่กลัวลูกมือฝึกงานสองคนของอีกฝ่าย
“พวกเ้าสองคนทำงานให้บ้านเฉินเสี่ยวหมี่สินะ!” ชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายสองพี่น้อง
เซียวต้าลี่พยักหน้ารับ
“พวกเ้ารู้หรือไม่ เฉินเสี่ยวหมี่ที่เป็ซวงเอ๋อร์ผู้นั้นไม่ธรรมดาหรอกนะ...” ชาวบ้านพูดด้วยท่าทางที่แสร้งทำเป็ลึกลับ
เซียวต้าลี่ตอบรับว่า “อ้อ” คำหนึ่ง เนื่องจากสอบถามเื่ราวมาล่วงหน้าแล้ว เขาจึงไม่ได้อยากรู้เื่ซวงเอ๋อร์ไม่ธรรมดาที่ชาวบ้านพูดถึงกันเท่าไรนัก
เฉินเสี่ยวหมี่จะเป็อย่างไร แล้วเกี่ยวอะไรกับพวกเขาเล่า ขอเพียงจ่ายเงินก็พอ ก่อนหน้านี้เซียวต้าลี่เคยทำงานให้ตระกูลใหญ่ ค่าแรงตกลงกันไว้ก่อนก็จริง แต่ตอนคำนวณเงินที่ต้องจ่ายหลังเสร็จงาน มักตำหนิว่าตรงนั้นตรงนี้ทำได้ไม่ดี กดค่าแรงลงไปอีก
แต่เฉินเสี่ยวหมี่ไม่เหมือนกัน อาหารการกินดี ค่าแรงก็จ่ายตามตรงทุกวัน ตอนทำงานอีกฝ่ายก็ไม่ค่อยจู้จี้อีกด้วย ทำงานแบบนี้ทำแล้วรู้สึกสบายใจ
ยังมีเตียงเตาของบ้านตระกูลเฉินอีก นั่นเป็ของดีจริงๆ หากเรียนรู้ได้ ต่อไปก็จะมีทักษะเพิ่มขึ้นอีกอย่าง
แต่ว่าตอนนี้พวกเขาเพิ่งทำงานที่บ้านตระกูลเฉินได้ไม่กี่วัน ย่อมไม่สะดวกจะเอ่ยปากถามเื่เตียงเตา
ชาวบ้านเห็นว่าสองพี่น้องไม่สนใจ ก็รู้สึกร้อนใจอยู่บ้างทันที “พวกเ้าเคยได้ยินแล้วกระมัง เฉินเสี่ยวหมี่ที่เป็ซวงเอ๋อร์ผู้นั้นมีเรี่ยวแรงมหาศาล สามารถฆ่าเสือให้ตายได้ เขายังทำร้ายคนไม่เลือก ตระกูลเฉินจนปัญญา จึงให้เขาแยกออกมา พวกเ้าไม่กลัวหรือ!”
เซียวต้าลี่มองชาวบ้านแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “พวกเรารับจ้างทำงาน เื่ของบ้านนายจ้างไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา แค่ยอมจ่ายเงินให้ก็พอแล้ว”
เซียวต้าลี่รู้สึกว่าชาวบ้านของหมู่บ้านต้าสือใเกินกว่าเหตุ แค่ซวงเอ๋อร์คนเดียวไม่ใช่หรือ ถึงแม้บอกว่าเคยฆ่าเสือมาก่อน แต่ไม่แน่ว่าเสือตัวนั้นอาจตายอยู่แล้ว เขาแค่ลากมันลงมาจากูเาเท่านั้น
ชาวบ้านเห็นว่าเซียวต้าลี่กับเซียวต้าสือไม่ฟังคำเตือน ก็ส่ายศีรษะแล้วเดินจากไปด้วยความผิดหวัง
เซียวต้าลี่สองพี่น้องทำงานที่บ้านเฉินเสี่ยวหมี่มาสามวันแล้ว ได้เจอชาวบ้านหลายคนที่เข้ามาถามไถ่ และมีคนไม่น้อยที่มองสองพี่น้องด้วยสายตาเห็นใจอยู่บ้าง ทำเอาพวกเขาพูดไม่ออกอย่างยิ่ง แต่พอเจอหลายครั้งเข้าพวกเขาก็ชินไปเอง
ลู่หลินรู้พฤติกรรมของชาวบ้านเป็อย่างดี พอเห็นว่าพวกหลิวกุ้ยหย่งไม่ถอยหนีกลางคันก็วางใจ
แน่นอนว่าถ้าพวกหลิวกุ้ยหย่งไม่ยินดีทำงานจริงๆ เขาก็ไม่ถือสา อย่างมากเขาแค่เพิ่มเงินอีกนิด แล้วไปจ้างคนอื่นแทน
เดิมทีชาวบ้านหลายคนของหมู่บ้านต้าสือคิดว่า คนงานเหล่านี้ไปทำงานที่บ้านเฉินเสี่ยวหมี่ไม่กี่วันก็คงเลิกแล้ว กลับนึกไม่ถึงว่ายังทำต่อไป
ใน่นี้คนส่วนใหญ่ต่างว่างงาน มีหลายคนที่คิดจะหางานทำ ยุคสมัยนี้งานมีน้อยแต่คนมีมาก
บางครั้งไปรอในเมืองทั้งวันก็ไม่มีใครมาจ้าง แต่เดินมาไกลขนาดนั้นย่อมต้องกินอาหารมากสักหน่อย บางคนเจออุปสรรคไม่กี่ครั้งก็ไม่พอใจแล้ว
ชาวบ้านหลายคนลองถามแบบอ้อมๆ ถึงค่าแรงของพวกช่างหลิว แล้วพากันอ้าปากค้างทันที
พอรู้ว่าลูกมือฝึกงานสองคนได้เงินค่าแรงวันละยี่สิบอีแปะ ส่วนช่างผู้ชำนาญงานนั้นได้ค่าแรงวันละสี่สิบอีแปะ คนไม่น้อยก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง
เฉินเสี่ยวหมี่จ่ายค่าแรงสูงกว่าคนทั่วไป ทั้งยังเลี้ยงอาหารอีกมื้อด้วย
ในหมู่บ้านมีหลายบ้านที่ไม่มีที่ดิน ทำไมเื่ดีขนาดนี้ถึงปล่อยให้คนนอกหมู่บ้านมาทำ ลู่หลินก็ดึงผู้ใหญ่บ้านมาเป็เกราะกำบังโดยไม่กระดากใจแม้แต่น้อย เขาบอกกับคนอื่นว่า ผู้ใหญ่บ้านพูดเองว่าคนในหมู่บ้านต่างยุ่งมาก ไม่มีใครยินดีมาทำงาน
ชาวบ้านหลายคนสนใจเงินค่าแรง แต่ก็มีบางคนสนใจวิธีทำเตียงเตา เมื่อไม่มีเหตุผล ย่อมไม่สะดวกจะถามเฉินเสี่ยวหมี่ว่าเตียงเตานี้สร้างอย่างไร แต่หากได้ไปทำงานให้เฉินเสี่ยวหมี่ ไม่เพียงได้เงิน บางทีอาจได้เรียนรู้วิธีสร้างเตียงเตานี่อีกด้วย
ไม่กี่วันต่อมาก็มีคนไปหาผู้ใหญ่บ้านถึงที่บ้าน บอกว่าเฉินเสี่ยวหมี่จ้างคนจากนอกหมู่บ้าน ทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม
เื่แบบนี้ควรหาคนในหมู่บ้านเดียวกัน ในหมู่บ้านใช่ว่าจะไม่มีคน ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ควรปฏิเสธโดยไม่ถามพวกตนก่อน ทำให้คนนอกหมู่บ้านได้ประโยชน์ไปเปล่าๆ ซึ่งจางเฉิงก็โมโหไม่น้อย
จางเฉิงคิดว่าด้วยชื่อเสียงของเฉินเสี่ยวหมี่ ต่อให้ก่อนหน้านี้เขาบอกว่า้าหาคนมาช่วยต่อเติมบ้านให้คนคนนี้ ก็คงไม่มีคนยอมไป แต่ตอนนี้พอเห็นเงินค่าจ้างตกเป็ของคนนอกหมู่บ้าน ทุกคนก็ไม่พอใจขึ้นมา
พวกหลิวกุ้ยหย่งทำงานที่บ้านเฉินเสี่ยวหมี่ได้หกวัน ชาวบ้านมากมายก็มาหาถึงบ้าน บอกว่าก่อนหน้านี้ผู้ใหญ่บ้านเข้าใจผิดไป คนในหมู่บ้านจะไม่มีใครยินดีมาทำงานให้พวกเขาได้อย่างไร เื่การต่อเติมบ้านเช่นนี้ในหมู่บ้านมีคนทำได้เยอะแยะ
ลู่หลินกับเฉินเสี่ยวหมี่ปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเลือกชาวบ้านหกคนจากในหมู่คนที่มาหาก่อนหน้านี้ให้มาช่วยทำงาน
เื่ต่อเติมบ้านมอบหมายให้พวกหลิวกุ้ยหย่งทำแล้ว แต่ลู่หลินยังคิดจะสร้างคอกเลี้ยงลา และขยายเล้าไก่กับเล้าห่านอีกหลายเล้า ยังมีงานอีกมากให้ทำ