หลังจากที่หลี่ลู่เอินพาทุกคนเดินออกมาจากร้านยาแล้วจึงชักชวนกันไปซื้อของใช้ที่จำเป็กันต่อ ในตอนนี้ไม่ว่าสิ่งใดก็ล้วนแต่จำเป็สำหรับครอบครัวนางทั้งสิ้น
“เราไปซื้อของกันต่อเถิดเ้าค่ะท่านแม่”
“อืม เช่นนั้นก็ไปกันเถิดออกมานานเช่นนี้เกรงใจท่านลุงเจิน”
“เช่นนั้นเราก็ซื้อรถเทียมเกวียนกันดีหรือไม่ท่านแม่! พี่ใหญ่!”
“แต่รถเทียมเกวียนคงแพงมากเลยนะลู่เอิน”
"ท่านแม่ลืมไปแล้วหรือว่าตอนนี้บ้านเรามีเงินกันแล้ว และอีกอย่างบ้านเรามีความจำเป็ต้องเข้าเมืองอยู่บ่อยๆจะไปเช่าเกวียนเสียทุกครั้งก็เป็การสิ้นเปลืองนะเ้าคะ”
หลี่ลู่หลินครุ่นคิดตามคำพูดของบุตรสาวก็รู้สึกเห็นด้วยอยู่ไม่น้อย ทุกคนจึงมองไปที่หลี่ลู่เสียน อย่างรอคำตอบ เด็กชายได้แต่มองหน้ามารดาและน้องสาวของตนไปมาเมื่อเห็นว่าทุกคนต่างมองมาที่ตนอย่างรอคอยและคาดหวังกับคำตอบของเขา จึงได้แต่กล่าวออกไปด้วยความเก้อเขิน
“เอ่อ คือว่า…คือว่าข้าขับเกวียนไม่เป็ขอรับ”
หลังจบคำพูดที่ทุกคนต่างก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อน เกิดเป็ความเงียบอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง ในที่สุดหลี่ลู่เอินจึงหาเสียงของตนเองเจอ
“หากมีคนสอนท่านจะสามารถขับมันได้หรือไม่พี่ใหญ่!”
หลี่ลู่เอินเอ่ยถามอย่างคาดคั้น ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความคาดหวัง
เด็กชายนิ่งคิดชั่วครู่ก็ตอบออกไปด้วยความไม่มั่นใจ
“นั่นข้าคงต้องลองดูก่อน แต่ข้าจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด”
“หากเป็เช่นนี้เราจะขอร้องให้ท่านลุงเจินช่วยสอนพี่ใหญ่จะได้หรือไม่เ้าคะท่านแม่”
“ประเดี๋ยวแม่จะลองไปพูดคุยกับท่านลุงเจินดูก่อน”
“เช่นนั้นเื่ซื้อเกวียนคงต้องรอไปก่อน ระหว่างนี้หากวันใดต้องเข้าเมือง เราก็เช่าเกวียนของท่านลุงเจินและให้พี่ใหญ่หัดเกวียนกับท่านลุงเจินในตอนนั้นดีหรือไม่เ้าคะ”
“คงต้องเป็เช่นนั้น”
เมื่อหาข้อสรุปได้แล้ว หลี่ลู่เอินจึงเปลี่ยนเื่คุย โดยการชวนทุกคนไปซื้อของแทน
“พวกเราไปดูผ้าร้านนั้นกันเถิดเ้าค่ะ ไปกันเถอะเสี่ยวชิงพี่สาวคนนี้จะซื้อชุดสวยๆให้เ้าเยอะๆเลย”
“เย้ๆๆ!พี่รองดีที่สุดเลยเ้าค่ะ”
เดินเข้ามาในร้านได้ไม่นานพนักงานที่ทำงานประจำที่ร้านขายผ้าจึงเดินออกมาต้อนรับ
“หาผ้าชนิดใดอยู่หรือเ้าคะร้านเรามีทั้งผ้าที่ตัดสำเร็จแล้วและม้วนผ้าหลากหลายแบบ”
“ชุดที่ตัดเย็บแล้วพวกนี้ ขายอย่างไรหรือเ้าคะ”
ภายในร้านขายผ้านั้นต่างเต็มไปด้วยม้วนผ้าหลากสี มีทั้งชุดที่ถูกตัดเอาไว้เรียบร้อยแล้วทั้งของบุรุษและสตรีมีทั้งของเด็กเล็กและของผู้ใหญ่ต่างก็มีให้เลือกหาทั้งสิ้น ละลานตาไปหมด
“ชุดผ้าฝ้ายล้วนขายที่ชุดละ 150 อีแปะทั้งสิ้น”
“ของเด็กก็ราคาเท่ากันหรือเ้าคะ”
"ของเด็กชุดละ100อีแปะ"
"หากข้าอยากจะตัดเย็บผ้าห่มผืนหนึ่งต้องใช้ผ้ามากน้อยเพียงใดหรือเ้าคะ"
"ร้านเรายังมีผ้าห่มยัดนุ่นที่ตัดเย็บเรียบร้อยแล้วด้วย หากเ้าสนใจก็เชิญเลือกดูได้ตามสบาย"
"เช่นนั้นข้าขอดูสักหน่อย ไม่ทราบว่าขายอย่างไร"
"ผืนละ 200อีแปะ"
หลี่ลู่เอินเลือกชุดให้กับเสี่ยวชิงสามชุดสำหรับตนเองสามชุด เมื่อหันไปมองที่มารดากับพี่ชายตน จึงเห็นว่าทั้งสองคนต่างก็ยืนนิ่งเฉยมองนั่นมองนี่ไม่ยอมเลือกชุดของตนเองไปเสียที นางจึงจัดการเลือกให้กับทุกคนเสียเลย เหตุนี้ทุกคนจึงได้ชุดกลับไปคนละสามชุดและผ้าห่มอีกคนละหนึ่งผืนอย่างเท่าเทียมกัน
"ทั้งหมด 2 ตำลึงเงิน 450 อีแปะ"
หลี่ลู่เอินยื่นส่งตั๋วแลกเงินราคา10ตำลึงทองออกไป พนักงานแสดงสีหน้าแปลกใจเพียงเล็กน้อยก่อนจะรับตัั๋วแลกเงินมาตรวจสอบเมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาใดจึงทอนเงินจำนวน 9ตำลึงทอง 7ตำลึงเงินกับอีก550อีแปะกลับคืนไปให้หนูน้อยตรงหน้าตนด้วยใบหน้าเบิกบานใจ
"พวกข้ารบกวนฝากของเอาไว้ที่ร้านท่านไม่ถึงหนึ่งชั่วยามพวกเราจะกลับมาเอา"
"ได้ๆข้าจะเก็บเอาไว้ให้"
หลี่ลู่เอินเดินนำทุกคนไปที่ร้านอื่นต่อในทันทีเป็ร้านขายข้าวสารอาหารแห้งขนาดใหญ่ร้านหนึ่ง นางสำรวจข้าวสารแป้งสาลีและเกลืออยู่ชั่วครู่เมื่อเห็นว่ามีทั้งของที่มีคุณภาพดีและคุณภาพรองลงมาจึงรีบสั่่งซื้อด้วยความเร่งรีบ
"ข้าเอาข้าวสารอย่างดี20จิน แป้งสาลีอย่างดี10จิน น้ำตาลและเกลืออย่างละ2จิน แล้วก็น้ำปรุงรสนี่อีกหนึ่งไห คิดเงินเลยเ้าค่ะ"
หลงจู๊ประจำร้านที่เดินเข้ามายังไม่ทันได้เอ่ยคำใดก็ได้รับคำสั่งซื้อมากมาย ก็รีบลนลานสั่งให้พนักงานจัดของตามคำสั่งซื้อของหลี่ลู่เอินแทบไม่ทัน
"ข้าวสารอย่างดีจินละ 25อีแปะ 20จิน 500อีแปะ แป้งสาลีจินละ 20อีแปะ10จิน 200อีแปะ น้ำตาลจินละ 100อีแปะ 2จิน 200อีแปะ เกลือจินละ 150อีแปะ 2จิน 300อีแปะ ส่วนน้ำปรุงไหละ 40อีแปะ ทั้งหมด 1ตำลึงเงิน กับอีก 240อีแปะ"
หลี่ลู่เอินรีบจ่ายเงินและฝากของเอาไว้ที่ร้านอีกเช่นเคย
"เวลาก็ไม่เช้าแล้วพี่ใหญ่ท่านไปตามท่านลุงเจินมาเอาของพวกนี้ขึ้นเกวียนเถิด ประเดี๋ยวเราจะไปซื้อของที่ร้านนั้นอีกเล็กน้อยก็พอแล้วล่ะ"
หลี่ลู่เอินชี้ไปที่ร้านขายเครื่องใช้ขนาดใหญ่ หลี่ลู่เสียนรับคำแล้วเดินจากไปด้วยความเร่งรีบ
"ได้"
หลี่ลู่เอินพามารดากับเสี่ยวชิงเดินเข้าร้านขายเครื่องใช้ เลือกซื้อหม้อดิน กระทะและจานชามอีกจำนวนหนึ่ง เหลือบไปเห็นเตาเผาสำเร็จรูปจึงเลือกซื้อกลับไปด้วย นางยังซื้ออุปกรณ์สำหรับทำสวนทำไร่
เมื่อนึกถึงอุปกรณ์สำหรับทำงานเกษตรของที่บ้านแล้วนางก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปากออกมา ทำงานสวนงานไร่ก็ว่าเหนื่อยมากโขอยู่แล้วแถมอุปกรณ์ที่ใช้สอยยังชำรุดอีกทั้งยังมีสนิมขึ้นเกอะกรังซึ่งส่งผลให้การทำงานของมารดาและพี่ชายต้องล่าช้าและใช้แรงมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นใจในชีวิตความเป็อยู่ของครอบครัวนี้มากขึ้นไปอีก
พวกนางนั่งรอหลี่ลู่เสียนกับท่านลุงเจินเพียงชั่วครู่ก็เห็นคนทั้งสองนั่งคู่กันมาบนรถเทียมเกวียนโดยมีท่านลุงเจินเป็คนขับและหลี่ลู่เสียนที่นั่งด้านข้างคนขับคอยสังเกตการเคลื่อนไหวของท่านลุงเจินโดยที่ไม่ให้คาดสายตาเลยแม้เพียงน้อย
ทุกคนช่วยกันขนของขึ้นเกวียน เสร็จแล้วจึงมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านของพวกตน ในระหว่างทางกลับบ้าน หลี่ลู่เอินก็ขบคิดอยู่ภายในหัวตลอดเวลาว่าจะนำเงินที่ได้มาไปต่อยอดทำสิ่งใดต่อดี ถึงจะสามารถนำพาครอบครัวของนางครอบครัวนี้หลุดพ้นจากความทุกข์ยากลำบากเหล่านี้ไปได้