ฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่ 1 สัปดาห์ที่ 1 บทที่ 1 : คอร่า กับฟาร์มสปริงฟิลด์ที่รกร้าง
ท่ามกลางทุ่งหญ้ารกร้าง ที่เต็มไปด้วยวัชพืชสีเขียวบ้าง สีเหลืองบ้าง งอกเงยปกคลุมไปทั่วผิวดินที่ดูอุดมสมบูรณ์ บางต้นมีหิมะปกคลุมอยู่บ้าง เป็นสัญญาณว่าที่ดินแห่งนี้เพิ่งผ่านพ้นฤดูหนาวมาได้ไม่นาน แต่น่าแปลกที่ต้นไม้รอบ ๆ นั้นใบเขียวใสดูสดชื่นมาก ไม่เหมือนต้นไม้ที่เพิ่งผ่านฤดูหนาวมาเลยแม้แต่น้อย เศษหิน ตอไม้ เถาวัลย์ รากไม้ พบเห็นได้ทั่วไปในทุ่งรกร้างแห่งนี้ บ่งบอกได้ว่าขาดการดูแลมานาน จนธรรมชาติเติบโตกันเองจนดูขาดความเป็นระเบียบ อันเป็นสิ่งที่ฟาร์มควรจะมี และตอนนี้ข้าก็กำลังยืนกระพริบตาปริบๆดูทัศนียภาพเหล่านี้อย่างงุนงงในโชคชะตาตัวเอง ท้องฟ้ายามใกล้รุ่ง ดวงตะวันยังไม่ขึ้นความมืดจึงยังปกคลุมอยู่ แต่ก็มีแสงแรกของวันเป็นเสาสีทองอำไพสาดส่องไปทั่ว เป็นช่วงเวลาที่กลางคืนใกล้จะลาลับ และกลางวันใกล้จะรุ่งโรจน์ และข้าก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอะไรก่อนดีในสถานการณ์ที่ไม่มีอะไรเข้าใจสักอย่าง ข้ากระพริบตาอีกหลายครั้ง ก่อนจะลองเปล่งเสียงในคอด้วยประโยคสุดคลาสสิคดู “ ข้า อยู่ ที่ ไหน ” เสียงที่เปล่งออกมาหาใช่เสียงชายวัยกลางคนแบบที่ข้าเคยเปล่งออกมาในทุกเมื่อเชื่อวัน หากแต่มันกลายเป็นเสียงสาววัยรุ่นที่สดใส แม้จะฟังดูเต็มไปด้วยอารมณ์สงสัยก็ตาม จากนั้นข้าก็ดูร่างกายตัวเองที่ไม่ใช่ร่างเดิมอีกต่อไป แม้ตอนนี้ข้าใส่ชุดทูนิคสีขาวสไตล์กรีกที่ข้านิยมใส่ก็จริง . . . แต่ชุดนี้กลับบางมากจนแทบจะมองทะลุเห็นผิวกายสีขาวอมชมพู ทว่ารูปร่างที่เพรียวบาง ร่างน้อยเอวคอด มีหน้าอกใหญ่พอประมาณ ผมสีทองยาวถึงเอวจนสามารถปิดหน้าอกได้ นี่คือสตรีเพศชัดๆ ข้ากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอื้อมมือขวามาลอดผ่านเสื้อทูนิคเพื่อสัมผัสหน้าอกซ้าย ชั่วขณะที่ฝ่ามือสัมผัสโดนหน้าอกหน้าใจที่ไร้ชุดชั้นในนั้น ข้ารู้สึกเสียวแปล๊บไปทั่วอก มันรู้สึกดีมากจริง ๆ การได้สัมผัสหน้าอกของสตรี และคราวนี้ก็รู้สึกดีขึ้นกว่าอีกเพราะได้สัมผัสอารมณ์ของสตรีที่ถูกจับหน้าอกไปด้วย “ รู้สึกดีแบบแปลกๆ เหมือนตอนเข้าไปเล่นเกมในร่างผู้หญิงเลย แต่นี่มันสื่ออารมณ์ชัดเจนกว่าตอนนั้นมาก. . . ” ข้าพูดเบาๆก่อนจะลองลูบๆคล้ำๆหน้าอกทั้งสองข้าง แล้วล้วงมือลากผ่านหน้าอก หน้าท้อง สะดือลงไปจับส่วนข้างล่างดู ก็พบว่าไร้กางเกงใน “ เอ๊อะ ! ร่างใหม่ของข้าทำไมเป็นสตรีที่ไร้ยางอายเช่นนี้นะ แทบจะนุ่งลมห่มฟ้าเลย ” ข้าจัดชุดตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะหมุนรอบตัวเอง 360 องศาเพื่อดูทิวทัศน์รอบ ๆ เผื่อจะมีอะไรพอช่วยตอบข้าได้บ้างว่า ข้าถูกเทพ เทพีส่งมาที่ไหน และภารกิจที่พวกท่านมอบหมายให้คืออะไร และข้าก็ได้เบาะแสที่ต้องการเมื่อหันหลังมาพบบ้านไม้ชั้นเดียวตั้งอยู่ โดยมีทิวทัศน์ภูเขาสูงหลายลูกสีเขียวเป็นพื้นหลัง บ้านไม้ชั้นเดียวสีน้ำตาลเข้ม มันขลับวิ้งวับ กว้างประมาณ 10 เมตร สูง 4 เมตรเห็นจะได้ ส่วนความยาวนั้นข้าลองเอี้ยวคอดูผ่านมีระเบียงบ้านยื่นมาจากประตูประมาณ 2 เมตร พบว่าบ้านหลังนี้ยาวประมาณ 5 เมตรได้ มีบันไดขึ้นระเบียงบ้านสามขั้นเตี้ยๆ หน้าต่างข้างประตูไม้สองบานซ้าย ขวา เป็นทรงกลม วงกบหน้าต่างเป็นลวดลายเถาวัลย์สีเขียวสดใส มีดอกไม้สีม่วง สีแดง สีเหลืองสลักตามมุมต่าง ๆ และมีลูกกรงหน้าต่างเป็นเส้นตรงสีน้ำตาลลากระหว่างดอกไม้เป็นสามเหลี่ยม หลังคาเป็นทรงหน้าจั่วที่มีปล่องควันก่อจากอิฐสีแดงอยู่ทางขวา ซึ่งมีควันลอยขึ้นมา ทำให้ข้าสงสัยว่า บ้านหลังนี้มีคนอยู่ใช่ไหม ถ้าใช่ ข้าก็จะไม่ต้องอยู่คนเดียวในสถานที่รกร้างแห่งนี้สินะ ก๊อก ๆ ๆ
ข้าเดินไปเคาะประตูบ้านสามครั้งตามธรรมเนียมการเคาะประตูที่คนส่วนใหญ่ในโลกเดิมข้าหลงลืมกันไปแล้ว เพราะเวลาจะไปเยี่ยมใครที่บ้าน หรือจะไปหาคนแปลกหน้า จะต้องส่งคำขอทักทายผ่านอุปกรณ์ส่วนตัว เลยไม่มีการเคาะประตูกันแบบนี้แล้ว เงียบ . . . ไม่มีการตอบรับ ข้าเลยถือวิสาสะลองหมุนลูกบิดประตูเข้าไป แม้ในใจตอนแรกคิดว่ามันจะล็อคอยู่ แต่ข้ากลับสามารถเปิดมันเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ภายในบ้านดูอบอุ่นมาก หรือเพราะความร้อนจากเตาผิงที่กำลังปะทุอยู่ก็ไม่ทราบได้ ทว่าบ้านกลับดูโล่งเกินไป ด้วยเหตุที่ว่ามีเฟอร์นิเจอร์เพียง 3 ชิ้น ได้แก่ เตาผิงที่มุมขวาไกลสุดจากประตูของห้อง เตียงนอนไม้ที่ไม่มีผ้าห่มและหมอนขนาดสูง 1 เมตรจากพื้น กว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร และโต๊ะไม้สูง 1 เมตร ยาว 2 เมตร กว้าง 3 เมตร ที่น่าจะเป็นได้ทั้งโต๊ะทำงานและโต๊ะทานอาหาร ซึ่งตั้งอยู่มุมซ้ายข้างประตู “ มีหน้าต่างแค่สองบานข้างประตู . . . ดูอุดอู้ ขาดแสงไปหน่อยนะ ” ข้าพูดอย่างไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย ด้วยความวิสาสะ ถือว่าบ้านนี้คือบ้านของข้าแน่แล้ว และข้าชอบอะไรที่สว่างๆ ไม่ชอบที่มืด “ อ๊ะบนโต๊ะมีสมุดกับกำไลข้อมือด้วย? จำได้ว่าตอนแรกที่มองไปไม่เห็นนะ ” ข้าเดินไปหยุดยืนหน้าโต๊ะที่มันเงางามเหมือนไม้สร้างบ้าน ทำให้เห็นภาพสะท้อนใบหน้าข้าได้บ้างว่าข้าตอนนี้มีดวงตาสีฟ้า แม้จะไม่เห็นละเอียดนักแต่ก็รู้ได้ว่าข้าสวยประหนึ่งบุตรีแห่งเทพีเพอร์ซีโฟเน่เลยด้วยโครงสร้างใบหน้าที่คล้ายๆกัน
จากนั้นข้าก็เปิดสมุดสีขาว ขอบสีเขียวออก ข้างในมีกระดาษแค่แผ่นเดียวและเขียนเพียง “ ยินดีต้อนรับ คอร่า อวตารแห่งเพอร์ซีโฟเน่ สู่สปริงฟิลด์ ”
ข้าอ่านในใจจบ ตัวอักษรก็เรืองแสงสีทอง ก่อนจะพุ่งเข้าหน้าผากข้า จนข้าตกใจจะโยกหัวหลบตามสัญชาติญาณ แต่ก็ไม่ทัน และพอข้าตั้งสติได้ก็เห็นสมุดสีขาวค่อยๆสลายเป็นละอองแสงเข้าไปยังกำไลสีขาว ที่ค่อยๆลอยขึ้นมาและพุ่งเข้าหาข้อมือขวาข้า ซึ่งคราวนี้ข้าไม่หลบเพราะคิดว่ายังไงก็ไม่น่าหลบพ้นเหมือนดั่งการพยายามขอต่อรองกับเทพีจ้าวยมโลก ที่ไม่สามารถทำได้ ขณะข้าเหม่อมองกำไลสีขาวที่สวมใส่ข้อมือขวาของข้าอยู่นั้น ข้าก็นึกย้อนไปตอนกำลังจะถูกส่งตัวมาที่นี่ เสียงอันทรงอำนาจของเทพ เทพีคู่รักแห่งยมโลก ภาพสตรีที่ดูอ่อนเยาว์และงดงาม กับบุรุษผู้เข้มแข็งและดุดัน สายตาสีเขียวสดใสดั่งใบไม้แรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ กับสีแดงเจิดจ้าดั่งไฟแห่งนรกที่มองข้าอย่างกดดันนั้นยังประทับตราตรึงในใจได้ดี โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย “ จงทำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ ไม่งั้นต้องเป็นคนสวนให้ตลอดกาล. . .สินะ ” ข้าพูดเบาๆก่อนจะใช้มือซ้ายลูบไล้กำไลข้อมือเบาๆ “ แล้วภารกิจคืออะไรกันล่ะ ไม่มีอะไรบอกข้ามาเลย ” กิ๊ง เสียงสดใสดังกังวาลดุจการใช้นิ้วดีดแก้วดังขึ้น พร้อมกับกำไลที่เปลี่ยนรูปร่างไปกลายเป็นนาฬิกาข้อมือสีเขียว ที่สายรัดเป็นเถาวัลย์เกี่ยวพันกันอย่างวิจิตร ตัวหน้าปัดเป็นวงกลมสีใสในกรอบสีทอง ข้าลองจิ้มไปตรงกลมๆนั่น มันก็เรืองแสงสีเขียว ก่อนจะฉายหน้าจอขนาด 10 นิ้ว พื้นหลังสีเขียว ที่แสดงข้อมูลส่วนตัวของข้าออกมา ข้ายิ้มเบาๆที่อย่างน้อยเทพ เทพีทั้งสองก็ไม่ได้ใจร้ายกับข้า ผู้มาจากโลกที่วิทยาการล้ำหน้ามากเกินไป ข้าลองขยับมือขวาไปมา หน้าจอตรงหน้าก็ขยับตาม โดยมีเสาแสงสีเขียวเชื่อมระหว่างหน้าจอกับนาฬิกาข้อมือ และพอข้าลองใช้มือซ้ายดึงหน้าจอออกดู ก็พบว่าทำได้ เลยใช้สองมือจับยืดหน้าจอให้ใหญ่ขึ้น และมันก็ลอยค้างกลางอากาศ “ อืม . . . มีแท็บข้อมูล 4 อัน ข้อมูลส่วนตัว กระเป๋ามิติ ภารกิจ และสมุดบันทึกสินะ ” ข้าพูดขึ้นขณะลองจิ้มๆแท็บต่าง ๆ เพื่ออ่านข้อมูลดู
“ ส่วนใหญ่ขึ้น ??? หมด คงต้องปลดล็อคจากการทำภารกิจ. . .ไหนดูสิ ภารกิจแรกของข้าคืออะไรกัน. . . อ๊ะ ต้องออกสำรวจฟาร์มสปริงฟิลด์ พร้อมนับก้าวให้ครบ 10,000 ก้าว ! โอ๊ย ใครจะไปเดินนับกันตั้งหมื่นก้าว อ๊ะ พอจิ้มภารกิจนี้แล้วมีภารกิจย่อยด้วย ให้นับก้าวเดินให้ครบ 1,000 ก้าวด้วยตัวเอง จะได้เครื่องนับก้าวมาด้วย . . . ก็ ไม่ถือว่าใจร้ายกับข้าเกินไป ” ข้าพยักหน้ากับตัวเองช้า ๆ ก่อนจิ้มแท็บมาตั้งใจอ่านข้อมูลส่วนตัวของข้าอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้มีระบุไว้แค่ 2 บรรทัดคือ ข้ามีนามใหม่ในร่างนี้ว่า “คอร่า” และเป็น “อวตารแห่งเทพีเพอร์ซีโฟเน่ เจ้าของฟาร์มสปริงฟิลด์คนปัจจุบัน” นอกนั้นเป็นข้อมูลปกปิด เครื่องหมาย ? ติดกันเป็นพรืดจำนวน 4 บรรทัด และข้าคิดว่าน่าจะมีบรรทัดเพิ่มแน่ หากข้าปลดล็อคความสามารถเพิ่มผ่านภารกิจ ส่วนหน้าไอเทมนั้น 10 ช่องล้วนว่างเปล่า หน้าภารกิจก็มีแค่ภารกิจหลักกับภารกิจย่อย ส่วนหน้าสมุดบันทึกนั้น เป็นเหมือนสมุดไว้ให้ข้าจดอะไรก็ได้ลงไป รวมทั้งมีข้อมูลสำคัญที่ข้าจำเป็นต้องใช้ไว้ให้ด้วย แม้ตอนนี้จะมีเพียงข้อมูลแนะนำการฝึกนับก้าวและการสร้างแผนที่ของฟาร์ม ด้วยการสังเกตจุดต่าง ๆ แล้ววาดลงไป “ เอาล่ะ. . . ก้าวแรกของข้าในฟาร์มสปริงฟิลด์แห่งนี้ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ! ”