#วันจันทร์สีชมพู 12
“ตั้งใจงานนะครับ” คนที่อาสามาส่งเอ่ยบอกเมื่อรถจอดหยุดนิ่งที่หน้าบริษัท เช้านี้เขามีเคสด่วนจึงออกตอนเช้าเหมือนกับฉัน
“ค่ะ เจอกันเย็นนี้นะ”
“ครับ ถึงแล้วเดี๋ยวพี่โทรหา”
“ค่ะ”
วันนี้หลังจากคุณหมอมาส่ง เขากลับถึงคลินิกก็ส่งข้อความมาบอกว่าถึงแล้ว เราคุยกันนิดหน่อยก่อนจะเริ่มทำงานของตัวเอง เฮียไชน์เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องใบเล็กสีเข้ม
“ซื้อมาฝากครับคนสวย” เฮียไชน์ยื่นกล่องในมือมาให้ ฉันยิ้มกว้างรับของมา
“ขอบคุณค่ะ”
“เย็นนี้เฮียไม่ได้ไปด้วยนะครับ แต่คิดว่าเธิร์สคงจะตามไปด้วย”
“ค่ะไม่มีปัญหา แล้วตอนบ่ายเฮียอยู่นี่ต่อหรือไปบริษัทคุณลุงคะ”
“ตอนบ่ายไปที่นู่นครับ ไปทานข้าวด้วยกันก่อนไหม ชวนเธิร์สมันด้วย ่นี้หายหน้า” เฮียไชน์นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มือล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดแล้วก็อมยิ้ม ไม่ต้องไปสืบหาอะไรเลยค่ะว่าเฮียคุยกับใคร มีคนเดียวที่ทำให้เฮียยิ้มกว้างและแววตาประกายไปด้วยความสุขแบบนี้ ซ้อแน่ ๆ มีคนเดียวที่ทำให้เฮียเสียอาการแบบนี้
“คุยกับซ้อแล้วทำไมถึงเขินแบบนั้นคะเฮีย” อดที่จะเอ่ยแซวผู้เป็พี่ชายไม่ได้จริง ๆ เขินอย่างกับหนุ่มแรกแย้ม เฮียเงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างเขินอาย
“ไม่รู้อ่ะ เขินตลอดเลยเวลาคุยกับซ้อเรา เหมือนเพิ่งรักกันเลยทั้งที่จะลูกสามแล้วอ่ะ” เฮียยิ้มเขิน ก้มหน้ากดโทรศัพท์ต่อ
“เฮียบอกเธิร์สด้วยนะคะ หนูเคลียเอกสารใกล้เสร็จแล้ว”
“ได้ครับเดี๋ยวเฮียบอกเอง” เกือบยี่สิบนาทีกว่าที่จะเคลียเอกสารเสร็จ เราสองพี่น้องเดินทางไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากนัก เมื่อไปถึงก็เริ่มสั่งอาหาร รอไม่นานเธิร์สก็ตามมาที่ร้าน เหงื่อซกเลยน้องชายฉัน
“ขับมอเตอร์ไซค์มาเหรอ” ฉันถามมือก็ยื่นทิชชูให้น้องซับเหงื่อ
“ใช่ครับ ร้อนมากอ่ะ”
“แข่งอีกทีตอนไหน ทำไม่นี้ซ้อมเข้ม”
“ก็อีกสองเดือนอะเฮีย แค่อยากซ้อมเฉย ๆ ...”
“ใช่ว่าตามเฝ้าสาวกราฟฟิกของสนามนะ”
“มันเดย์! เขินนะอย่าแซว” เธิร์สเอียงหน้ามาซบไหล่อาย ๆ
“ซันมีงานเหรอ โทรหาไม่รับเลย”
“น่าจะใช่ค่ะ แต่ศุกร์หน้านัดกันหมดนี่นา กลับบ้านใช่ไหมคะ” ฉันถามพี่ชายและน้องชาย
“ใช่ครับ เดี๋ยวเฮียจะโทรบอกซันเดย์เอง รายนั้นทำทั้งงานที่บริษัทแล้วยังจะรับงานในวงการอีก ไม่รู้เอาเวลาไหนไปพักเหมือนกัน”
“เอาน่า แฟนเขาก็ดูแลอยู่ขนาดนั้น ไม่มีอะไรต้องห่วงเลย”
“ก็จริง” เราสามพี่น้องนั่งทานข้าวด้วยกันจนถึงบ่ายสองเมื่อถึงเวลาแยกย้ายเฮียไชน์ไปบริษัทอีกที่ ส่วนฉันกลับมาทำงานโดยมีเธิร์สตามมาด้วย ระหว่างที่รถติดไฟแดงฉันก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาคุณหมอที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ทำงานหรือกำลังพักอยู่กันแน่ พอต่อสายติดก็กดเปิดลำโพงเพื่อคุยกับคุณหมอ
(ครับมันเดย์) เสียงทุ้มเอ่ยทักทันทีที่รับสาย
“คุณหมอว่างไหมคะ?”
(ว่างครับ ยังไม่มีเคส)
“คือว่าเย็นนี้น่ะค่ะ เธิร์สเดย์จะไปด้วยและจะพากลับมาส่งที่คอนโด...”
(ครับ?)
“คือจะบอกว่าเย็นนี้คุณหมอไม่ต้องพาเราไปแล้วนะคะเพราะเธิร์สเดย์จะไปด้วย”
(ก็ได้ครับ) อีกฝ่ายรับปากเสียงหงอย ฮื่อ เขานอยด์อะไรฉันหรือเปล่า
“แต่ว่ามีเื่รบกวนด้วยค่ะ”
(ว่าไงครับ)
“ฝากเข้าไปดูเ้าหญิงหน่อยได้ไหมคะ น้องชอบหิวตอนเย็น”
(ได้ครับ เดี๋ยวเลิกงานพี่จะดูลูกเอง แล้วหนูกลับมาถึงประมาณกี่โมงดึกมากหรือเปล่า) ปลายสายเอ่ยถาม
“ไม่มั่นใจค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เธิร์สไปด้วย”
(ถ้ามีอะไรรีบโทรหาพี่นะ พี่จะรอที่ห้องนะครับ)
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ เจอกันตอนดึก ๆ นะคะ”
(ครับ ตั้งใจทำงานครับคนเก่ง)
“เช่นกันค่ะ”
สายฝนที่ปรอยปรายลงมาใน่เย็นทำให้ฉันที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้าข้างคนขับออกอาการง่วงงุน เธิร์สทำหน้าที่ขับรถและคุยโทรศัพท์กับแฟนไปด้วยก่อนโทรหาแฟนน้องหันมาขอฉันก่อนด้วยนะ ฉันพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเอนหลังพิงกับเบาะง่วงนอนมาก รถก็ติด ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงเริ่มหลับตาลงเบา ๆ พอเอาเข้าจริงก็นอนไม่กลับอยู่ดี
“ทำอะไรอยู่...”
“ทานข้าวหรือยัง”
“ดีแล้ว ฝนตกหนักมากเลยที่นี่ ที่นั่นตกไหม”
“งั้นเหรอ ห้ามออกไปโดนฝนนะยิ่งไม่สบายง่ายอยู่”
“ครับ ๆ รู้แล้วครับว่าเก่ง แต่เป็ห่วงเข้าใจหน่อยนะครับ”
“หึหึ ดื้อเอ๊ย พรุ่งนี้จะเข้าไปหานะแล้วออกไปสนามด้วยกัน”
“อะไรล่ะ ทำความผิดอะไร ถ้าไม่เชื่อมาคุยกับพี่เราเลย”
“พอจะให้คุยก็ไม่คุย แล้วก็ชอบคิดไปเอง”
“ขอโทษที่ตอนนั้นทำตัวแย่ ๆ ”
“ใกล้ถึงแล้วล่ะ เดี๋ยวถ้ากลับจะโทรหานะครับ รักพี่นะ” เสียงน้องชายโทรคุยกับแฟนน่ารักจนฉันจั้กจี้ที่ใจเลยล่ะ น่ารักมาก ๆ เหมือนเห็นเฮียไชน์กับซันเดย์ย่อส่วนเลย สามคนนี้นะน่ารักมากหลงแฟนสุด เปย์ทุกอย่าง ฉันเลยตั้งสเปคไว้สูงไม่น้อยเพราะอย่างน้อยคนที่จะเข้ามาหาฉันต้องดีและให้เกียรติฉันอย่างที่พี่ ๆ ให้เกียรติภรรยาของเขา อย่างน้อยดูแลฉันให้ถึงครึ่งที่พี่กับน้องชายฉันดูแลแค่นั้นก็น่าจะผ่านเกณฑ์ล่ะมั้งนะ
“แฟนอายุเยอะกว่าเหรอได้ยินเรียกว่าพี่” ฉันถามน้องชาย ที่เริ่มอารมณ์ดีหลังจากได้คุยกับแฟนเป็เวลานานถึงจะอย่างนั้นรถเราก็แทบจะไม่ขยับเลยสักนิด รถก็ติดฝนก็ยังจะมาตกอีก เจริญละ
“ใช่ มากกว่าเกือบห้าปี”
“ช่องว่างอายุมีปัญหาไหมอ่ะ”
“สำหรับนี่ไม่มีนะ แต่ถ้าเป็เขาก็น่าจะมี เขาคิดว่า เพราะว่านี่อายุน้อยกว่าเลยยังกลัว ขนาดผู้ใหญ่รับรู้ก็ยังกลัว เลยต้องค่อย ๆ ปรับค่อย ๆ เรียนรู้กันไปนี่แหละ”
“โตเป็หนุ่มแล้วสินะน้องพี่ ดูแลเขาดี ๆ ล่ะ เป็ผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิงเข้าใจไหม อย่าทำให้เขาเสียใจ”
“รับทราบครับคุณผู้หญิง น้องชายคนนี้จะดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยครับ”
“ดีมากเ้าน้องชาย แต่ตอนนี้หิวมาก เมื่อไหร่เราจะถึงกัน ไม่ไหวแล้วอ่ะ”
“มีขนมหลังรถ หยิบมาทานรอเลย” เธิร์สเดย์บอกมือก็ยื่นมาปรับแอร์ให้เมื่อเห็นฉันนั่งขดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเล็ก
“ซื้อมาเหรอ?”
“ครับ แฟนพี่บอกว่าให้ซื้อติดไว้บอกว่ากลัวพี่จะหิว” อ่า แฟนเหรอ
“มีแฟนแล้วก็พาไปเจอน้องเจอพี่บ้าง เก็บเงียบเลยนะ”
“ก็มันเขินนี่นา อีกอย่าง...” ข้อความพวกนั้นฉันก็เริ่มได้รับมากขึ้นเหมือนคนรั้นไม่พอใจที่รู้ว่าฉันมีแฟน เลยไม่กล้าที่จะบอกคนอื่นกลัวว่ารักครั้งนี้จะไม่ยืดยาว
“มีอะไรที่ยังไม่ได้บอกไหม?” เธิร์สถามอย่างจับผิด เชื่อว่าน้องรู้แต่แค่รอให้ฉันพูด ดังนั้นก็ช่วยรออีกหน่อยแล้วกันถ้ามันยังไม่ดีขึ้นฉันจะบอก จะพูดกับทุกคนเอง
“รอหน่อยนะ”
“ได้ ไม่ว่ายังไงผมกับทุกคนก็อยู่ข้าง ๆ พี่รู้ใช่ไหม”
“รู้”
“ดังนั้นถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็ให้บอก ถ้ากลัวซันเดย์ดุก็ปรึกษาเฮียไชน์ไม่ก็ซ้อ”
“รู้แล้วค่า ถ้าไม่ไหวจะบอกทุกคนเอง แต่ตอนนี้ขอเวลาทานอะไรรองท้องก่อนนะ” เธิร์สพยักหน้ารับรู้แล้วเงียบไป ฉันเองระหว่างทานขนมรองท้องโทรศัพท์ก็มีข้อความจากคุณหมอแต่ฉันยังไม่ได้ตอบเพราะมือเลอะ แต่ชื่อบนหน้าจอที่ส่งข้อความมาอีกครั้งทำให้ฉันเริ่มใจไม่ดี เป็ชื่อที่ฉันไม่รู้จักและประโยคที่โชว์ขึ้นมาบนหน้าจอก็ไม่ใช่ประโยคที่ดีอะไร
Unknown :: คิดว่าจะหนีเราพ้นเหรอ?
Unknown :: เรามองคุณทุกวันเลยนะ
Unknown :: รีบเลิกกับมันซะ! เราไม่ชอบให้เธอใกล้ใคร
Unknown :: เราจะเตือนครั้งสุดท้ายแล้วนะ ถ้ายังไม่เลิก อย่าหาว่าไม่เตือนนะที่รัก...
ฉันว่า บางทีควรจะถึงเวลาที่ฉันต้องบอกพี่ชายและน้องชายแล้วล่ะ