เช้าของวันที่ 3 ที่เว่ยซินเหลียนเข้ามายังโลกนิยายแห่งนี้
เสียงนกด้านนอกห้องเริ่มส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วเสียงของพวกมันดังก่อนที่แสงพระอาทิตย์จะทอแสงเข้ามาภายในห้องแต่ไม่นานรัสมีสีทองของแสงแห่งรุ่งอรุณก็สาดส่งเข้ามากระทบกับใบหน้าของเว่ยซินเหลียน
เว่ยซินเหลียน เอามือขยี้เปลือกตาของตัวเองไปมาเขาพยายามลืมตาให้ตื่นขึ้น จากนั้นก็ลุกนั่งบนเตียงไม้ของเขาเขายังคงเหยีดยาวอยู่กับที่ พร้อมมือที่เริ่มบิดี้เีก็ตามไปพร้อมๆ กัน
เขาเริ่มดึงจิติญญากลับเข้าสู่ร่างกายที่ยังคงงัวเงียและดวงตากลมโตของเขาก็สว่างจ้าขึ้นทันที พร้อมกับที่มองไปยังเตียงอีกฝั่งที่ตอนนี้มันว่างเปล่าบุคคลที่เคยนอนเมื่อคืนนี้ไม่อยู่แล้ว
“ตื่นแต่เช้าจังเฮะ”
เขาบิดี้เีอีกครั้ง เขาลุกจากเตียงผมที่ยังไม่ได้จับมัด ก็สยายอยู่เต็มแผ่นหลังของเขา เขาห่วงนึกถึงเื่เมื่อคืนพร้อมเอามือตัวเองสางผมไปด้วย
“เฮ้ย~เมื่อคืนทำเอาตกอกใไปหมดหมดเลย คนอะไรมายังกะผี”
ในตอนที่เขาคุยกับระบบเสร็จเมื่อระบบปิดตัวลง เพื่อนร่วมห้องของเขามายืนที่ข้างเตียงเขาตอนไหนก็ไม่ทราบได้เขาดันมองไม่เห็นนี่สิ!!!
“มาได้ไงวะ!”
เมื่อคืนในตอนที่เฉินิถามเว่ยซินเหลียนว่าเขาเป็อะไรไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า? เขาก็บอกว่าไม่เป็ไร เขาสบายดีแต่เพียงแค่เขาละเมอคิดถึงบ้านก็เท่านั้น มันเป็ข้อแก้ตัวที่ฟังดูดีเพราะเขาเป็ลูกคุณหนู ไม่เคยที่จะออกจากบ้านมาก่อน ดังนั้นเฉิงเจียลี่จึงเชื่อว่าเขานั้นละเมอคิดถึงบ้านจริงๆจากนั้นเฉินเจียลี่ก็กลับไปที่เตียงของตัวเอง
เื่ราวเมื่อคืนก็จะประมาณนี้
เว่ยซินเหลียนน เมื่อกลับมานึกดูดีๆผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้เป็คนเ็าอย่างที่เห็น เขาดูเอาใจใส่เพื่อนแถมยังลุกขึ้นมาดูว่าเพื่อนร่วมห้องเป็อย่างไร เพียงแค่แสดงออกไม่เป็ก็เท่านั้น
“สมกับเป็พระเอกของเื่เดี๋ยวนางเอกก็ชอบนาย ช่างเหมาะสมกับคุณหนูกู่ผู้ร่าเริงเสียงจริงเดี๋ยวนางก็คงเป็คนทำให้ชีวิตที่จืดชืดของนายมีชีวิตชีวาขึ้น ... อะ! เลิกคิดได้แล้ว ... เลิกคิดได้แล้ว ไปเตรียมตัวเข้าเรียนดีกว่า”
เมื่อเห็นว่าแสงอาทิตย์เริ่มแรงขึ้นเว่ยซินเหลียนที่มัวแต่คิดถึงเื่เมื่อคืนนี้อยู่ ก็เดินไปทำธุระส่วนตัวในตอนเช้าพร้อมกับเริ่มบ่นกับตัวเองอีกรอบ
“ไม่มีแปรงสีฟันนี่มันรู้สึกไม่มั่นใจเลยแฮะ”
ถึงจะบ่นไป แต่เว่ยซินเหลียนก็ยังหาวิธีการสร้างความมั่นใจให้กับช่องปากของตนเองด้วยการม้วนปากด้วยน้ำเกลือ
ส่วนเกลือนี้เขาแอบไปขโมยมาจากเรือนครัวให้ใครรู้ไม่ได้!! เพราะเกลือในสมัยนี้หายากดังทอง
ส่วนแปรงสีฟัน เขาก็ใช้ก้านต้นหลิวแช่เป็แปรขัดฟันแทนอันนี้ก็แอบไปหักมาเมื่อคืนตอนเดินกลับเรือนนอน
ส่วนใบหน้ายังคงต้องใช้น้ำเปล่าล้างเพราะเขายังหาสมุนไพรที่จะมาทำเป็สบู่ไม่ได้
สำหรับร่างกายของเขาในตอนเช้าด้วยอากาศที่เย็นประกอบกับยุคสมัยนี้ห้องอาบน้ำไม่ค่อยสะดวกสบายเหมือนสมัยใหม่เขาจึงต้องละเว้นไปก่อน เดี๋ยวค่อยเป็ค่อยไป
วันนี้เว่ยซินเหลียนรวบผมแบบง่ายๆ คือ รวบผมส่วนหน้าไปมัดรวมไว้ด้านหลังโดยปล่อยผมส่วนหลังให้ทิ้งตัวลงมา เขาไม่ได้ใส่เครื่องประดับศีรษะ เพราะมันไม่ถนัดดูเทอะทะ กลัวจะหลุด และขายหน้าเอาได้ อีกอย่างเขาลองทำแล้วแต่ทำไม่เป็ทำทีไรที่ครอบผมหลุดทุกที
เมื่อเขาแต่งตัวเสร็จ ก็พร้อมจะออกจากห้องเพื่อไปยังห้องครัวและหาอะไรกินเพื่อรองท้องก่อนไปเข้าชั้นเรียน
เขาเดินออกจากห้องไปตามทางเดินก่อนที่จะถึงลานกลางของเรือน เว่ยซินเหลียนก็เห็นเฉินิที่กำลังนั่งอยู่ตรงม้านั่งบริเวณลานหน้าเรือนพัก
“อาิเ้ากินข้าวเช้าหรือยัง?”
“ยังขอรับ ข้ารอพี่ชายนะขอรับ”เฉิงิยืนขึ้นเมื่อเห็นเว่ยซินเหลียนเดินเข้ามาหาตน พร่อมฉีกยิ้มจนตาหยี
“เ้าคงหิวแย่เลย ถ้างั้นเราไปหาอะไรกินกันที่ห้องครัวกันเถอะ”เว่ยซินเหลียนเดินไปจูงมือเด็กน้อย
เฉินิรู้สึกใ ปนดีใจที่เห็นเว่ยซินเหลียนทำเช่นนี้กับตนรอยยิ้มพลันเกิดขึ้นเต็มใบหน้าของเด็กชายอีกครั้ง
เฉิงิมองไปยังใบหน้าของเว่ยซินเหลียนที่ตอนนี้เขารวบผมส่วนหน้าไปไว้ด้านหลัง ทำให้เห็นโครงหน้าของเว่ยซินเหลียนได้อย่างชัด และเมื่อยิ่งมองด้านข้างยิ่งรู้สึกดีเป็พิเศษ
(พี่ชายช่างเป็บุรุษที่งดงามยิ่ง)ความคิดของเด็กน้อยที่จ้องมองใบหน้าด้านข้องของเว่ยซินเหลียนอย่างไม่วางตา
ใบหน้าที่ได้รูป มีสันกรามที่เห็นได้เด่นชัดสันจมูกที่รับกับหน้าผาก เมื่อสะท้อนกับแสงแดดยามเช้า ขนตางอนยาว ดวงตากลมโตชวนให้หน้ามองเป็ที่สุด ช่างงดงามราวภาพวาด
หลังจากที่ทั้งคู่กินข้าวเช้าเรียบร้อย เฉินิและเว่ยซินเหลียนก็พากันเดินไปยังห้องเรียนส่วนของระดับขั้นหลอมรวมลมปราณ
้าของประตูทางเข้าชั้นเรียนมีป้ายอักษรที่ถูกเขียนไว้
//ความอดทน นำไปสู่ความสำเร็จ//
ภายในชั้นเรียน มีโต๊ะสำหรับศิษย์ใหม่ 20 ตัวโต๊ะแต่ละตัวจะมีป้ายหยกของศิษย์ใหม่แต่ละคนวางอยู่
การจัดเรียงโต๊ะนั่งสำหรับเหล่าศิษย์ใหม่ทางสำนักจะจัดเรียงเป็แถวคู่ ฝั่งซ้ายมีทั้งหมด 5 แถว แถวละ 10 โต๊ะฝั่งขาวก็เช่นเดียวกัน โดยมีทางเดินตรงกลางกั้นระหว่างแถวซ้ายขาวไว้
อาจารย์ประจำชั้นของพวกเขามีโต๊ะอยู่ด้านหน้าสุดที่หันหน้ามาทางพวกเขา พร้อมอุปกรณ์เครื่องเขียนตามแบบนิยายจีนโบราณเป๊ะๆและตกแต่งด้วยเครื่องลายครามฉบับราชวงศ์ถัง
เมื่อเว่ยซินเหลียนเดินเข้ามาภายในห้อง เขาก็มองไปยังโต๊ะแต่ละตัวและหยกของแต่ละคนจะสะท้อนชื่อของเ้าของให้ปรากฏได้เห็นเมื่อเ้าของเดินเข้ามาภายในห้อง
และเมื่อเว่ยซินเหลียนเดินเข้ามาภายในห้อง เขาก็เห็นโต๊ะของตนเองมันอยู่หน้าสุดฝั่งซ้าย นั้นเพราะป้ายหยกของเขาเริ่มทำหน้าที่ของมันมันส่องแสงสีเขียวอ่อน ๆ และเหมือนมีเสียงเรียกเขาให้เข้าไปหาจากมันด้วย
“นั่งหน้าสุดเลยหรือเนี่ยเรา? “
ลักษณะการจัดโต๊ะสำหรับเหล่าศิษย์ใหม่จะมีโต๊ะนั่งคู่ซ้ายขวา และมีทางเดินตรงกลาง
โต๊ะคู่ที่นั่งกับเขา คือ เฉินเจียลี่ที่ตอนนี้เ้าของโต๊ะนั่งประจำในที่ของตัวเองเรียบร้อย เขามองไปรอบๆ ห้อง
ดูท่าทางสำนักจะจัดให้ศิษย์แต่ละคนที่นั่งคู่กันคือคนที่นอนห้องเดียวกัน มันเป็การจัดการที่ง่าย และสะดวกที่สุดเว่ยซินเหลียนคิดพลาง เดินไปยังโต๊ะของตัวเอง