บทที่ 21 พลังเทพจุติ!
"หากพวกเ้ากล้าพ่นวาจาส่งเดชออกมาอีกเพียงครึ่งคำ ข้าจะล้างบางพวกเ้าให้สิ้น!"
เ้าั์ปักหลั่นเอี้ยวตัวกลับมาจ้องมองเหล่าอวี้เฉิง ดวงตาของเขาแดงฉานดั่งโลหิต จิตสังหารที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนแทบจะกลายเป็รูปร่าง คมปลาบดุจใบมีดที่ทิ่มแทงจนอวี้เฉิงเ่าั้รู้สึกหนังหัวชาหนึบ แข้งขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่!
"เหล่าหวง... ข้าเข้ามาที่นี่ด้วยความสมัครใจเอง ไม่เกี่ยวกับพวกเขา" ฟางเฉินกล่าวพร้อมร้อยยิ้ม
อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาผู้นี้ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ต่อให้ต้องระเห็จมาอยู่ในสถานที่อับโชคเช่นนี้ นอกจากน้ำหนักจะไม่ลดลงแล้ว ดูเหมือนร่างกายจะกำยำล่ำสันขึ้นกว่าแต่ก่อนเสียด้วยซ้ำ
หวงซื่อไห่ ผู้นี้คือหนึ่งในสี่ขุนพลัใต้บัญชาของเขา แม้จะเป็เพียงสามัญชนที่ไม่เคยฝึกฝนวิถียุทธ์ แต่กลับมี ‘พลังเทพแต่กำเนิด’ ซี่งกล้าแกร่งเทียบชั้นได้กับยอดฝีมือขอบเขต ‘อวี้ชี่’ ในศึกนองเืครั้งนั้น ขุนพลัสิ้นชีพไปสาม เหลือเพียงเขารอดชีวิตมาได้พร้อมาแฉกรรจ์ แต่ด้วยดวงแข็งดุจเหล็กกล้า เพียงครึ่งปีเขาก็หายสนิทราวกับไม่เคยต้องอาวุธใด ๆ
"ท่านแม่ทัพ ข้า..."
"ตอนนี้ข้ามิใช่แม่ทัพแล้ว เรียกว่าท่านชายเถิด"
"ท่านชาย! ข้าหลงเชื่อคำลวงของพวกมัน พวกมันบอกว่าหากข้ายอมสงบเสงี่ยมอยู่ที่นี่ พวกมันจะไม่แตะต้องท่าน ฝ่าาจะไม่ขัดเคืองท่าน... พวกมันบังอาจหลอกลวงข้า!" หวงซื่อไห่เบิกตากว้างจ้องมองฟางเฉิน โทสะในแววตายังคงเดือดพล่านมิอาจสะกดกลั้น
"อะไรนะ! ที่แม่ทัพหวงยอมติดคุกไม่หนีไปไหน แท้จริงแล้วเป็เพราะเหตุนี้หรือ?"
เหล่านักโทษและอวี้เฉิงต่างตะลึงงัน พวกเขาย่อมรู้ดีว่าคุกแห่งนี้ไม่มีทางกักขังพยัคฆ์ร้ายอย่างหวงซื่อไห่ได้ หากเขา้าจะจากไปจริง ๆ
"พวกเขามิได้หลอกเ้าหรอก ห้าปีมานี้ไม่มีใครกล้ามาตอแยข้าจริง ๆ" ฟางเฉินยิ้มบาง ๆ เขาตระหนักดีว่าห้าปีที่ผ่านมา มีคนมากมายยอมแบกรับภาระ และฉุดรั้งตัวเองไว้ภายใต้แรงกดดันเพื่อเขา... ม้าเหล็กก็คนหนึ่ง หวงซื่อไห่ก็คนหนึ่ง และบัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะทำลายพันธนาการเ่าั้ด้วยมือตนเอง
"ท่านชาย ในเมื่อเป็เช่นนั้น เหตุใดท่านถึงต้องเข้ามาที่นี่? เป็ฝีมือเ้าสารเลวหลี่หัวเฟิงใช่หรือไม่? มารดามันเถอะ... ข้าจะไปบิดคอเขาทิ้งเสีย!" หวงซื่อไห่คำรามต่ำ เสียงกระดูกนิ้วมือลั่นกรอบแกรบจนอวี้เฉิงเสียวสันหลังวาบ ใครจะคิดว่าในสายตาหวงซื่อไห่ รองเ้ากรมศาลต้าหัวผู้ยิ่งใหญ่จะมีค่าเพียงลูกไก่ที่รอการปลิดชีพ! ได้ทุกเมื่อ
"สองวันที่ผ่านมาข้าฆ่าคนไปไม่น้อย สังหารพวกนักสู้แคว้นชิงซงไปหลายคน พวกเขาเลยคุมตัวข้ามาไว้ที่นี่เพื่อรอการตัดสินใจว่าจะจัดการอย่างไรดี" ฟางเฉินกล่าวอย่างอารมณ์ดี "ข้าเลยคิดว่า ไหน ๆ เราก็ไม่ได้พบกันมาห้าปีแล้ว ถือโอกาสนี้มาเยี่ยมเ้าเสียเลย"
สังหารนักรบแคว้นชิงซงไปมากมาย!?
เหล่านักโทษต่างมองหน้ากันด้วยความฉงน มิใช่ว่าวรยุทธ์ของฟางเฉินถูกทำลายไปแล้ว ทั้งดวงตายังบอดสนิทจากาเขาสามภพหรอกหรือ?
"ท่านชาย วรยุทธ์ของท่าน..." หวงซื่อไห่สงบลงฉับพลัน เขากวาดสายตามองฟางเฉินอย่างละเอียด
"ฟื้นคืนกลับมาแล้ว" ฟางเฉินพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ !" หวงซื่อไห่ชะงักไปครู่ก่อนจะแหงนหน้าหัวร่อร่าอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดีสุดระงับ เขาประจักษ์แจ้งแล้วว่า เวลาที่เขาจะต้องทนอุดอู้อยู่ในคุกแห่งนี้เหลือน้อยเต็มที!
"เทพาฟางเฉินกู้วรยุทธ์กลับมาได้แล้วหรือ?"
"มิน่าเล่า... สองวันนี้พวกตุลาการศาลฎีกาหลวงต้าหัวถึงได้หน้าถอดสีกันเป็แถว!"
"์... เมืองหลวงกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว"
เสียงกระซิบกระซาบดังระงมไปทั่วคุก
"หลังจากนี้ข้าไม่มีใจจะยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักอีก หากเ้าออกจากที่นี่แล้วยังอยากติดตามข้า ข้าคงไม่มีตำแหน่งแม่ทัพให้เ้านั่งหรอกนะ"
"ท่านชาย ตำแหน่งแม่ทัพเฮงซวยนั่นมีดีอะไรนักหนา? ต่อให้วันข้างหน้าท่านไปขายซาลาเปา ข้าหวงซื่อไห่ผู้นี้ก็จะยอมเป็คนนวดแป้งให้ท่านเอง!" หวงซื่อไห่หัวเราะเสียงดังลั่น
เหล่าอวี้เฉิงมองภาพนั้นด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ยอดฝีมือที่มีพลังเทียบเท่าขอบเขตอวี้ชี่ ผู้ที่ไม่เคยไว้หน้าแม้แต่อวี้เฉิงอย่างพวกเขา กลับยอมลดตัวลงไปนวดแป้งให้บุรุษผู้หนึ่งได้อย่างเต็มใจ... ช่างเป็ภาพที่เหนือจินตนาการโดยแท้
"แม่ทัพหวง หลายปีมานี้ข้าประเคนข้าวปลาอาหารดี ๆ ให้ท่านตลอด ไม่เคยแสดงกิริยาต่ำช้าหรือลบหลู่ท่าน อย่างน้อยท่านก็ควรไว้หน้าข้าบ้าง" อวี้เฉิงที่เดินจากไปก่อนหน้านี้ เดินกลับมาพร้อมสีหน้าปั้นยาก
"เฒ่าเหอ... มิใช่ข้าไม่ไว้หน้าเ้า แต่เ้ากล้าขังท่านชายของข้าไว้ที่นี่โดยไม่บอกกล่าวข้าสักคำ หากท่านชายไม่อธิบายเหตุผลให้ฟัง ข้าคงบี้หัวเ้าเละไปแล้ว" หวงซื่อไห่กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
อวี้เฉิงผู้นั้นหน้าเปลี่ยนสีไปมา เขาคาดไม่ถึงเลยว่ากาลเวลาผ่านไปห้าปี ความจงรักภักดีของหวงซื่อไห่ที่มีต่อฟางเฉินจะยังคงหนักแน่นดั่งขุนเขาไม่คลอนแคลน
"ในเมื่อท่านชายอธิบายแล้ว เช่นนั้นท่านกลับไปที่ห้องคุมขังของท่านได้หรือไม่?"
"เอาของที่ข้า้ามาให้ก่อน แล้วจัดห้องพักส่วนตัวให้ข้า แล้วเขาถึงจะกลับไป" ฟางเฉินเอ่ยแทรก
"เ้าได้ยินที่ท่านชายของข้าสั่งหรือไม่?" หวงซื่อไห่สำทับ อวี้เฉิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า "คนของท่านรออยู่ที่หน้าศาลฎีกาหลวงต้าหัวใช่หรือไม่?"
ที่หน้าศาลฎีกาหลวงต้าหัว สวี่เกอยืนนิ่งสงบดุจขุนเขา ในมือถือห่อสัมภาระ แม้ภายนอกจะดูเหมือนเหม่อลอย แต่สายตากลับจดจ้องวิเคราะห์ชัยภูมิของศาลฎีกาหลวงต้าหัวอย่างละเอียด
'หากข้ามีนักสู้ขอบเขตอวี้ชี่สักสิบคน และขอบเขตป้าวชี่สักห้าสิบคน คงจะพังศาลฎีกาหลวงต้าหัวแห่งนี้ให้พินาศได้ไม่ยาก ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็น่าจะบุกไปถึงคุกใต้ดินได้'
"ดาบวายุเมฆา สวี่เกอ!?" เสียงอุทานขัดจังหวะความคิดของเขา
อวี้เฉิงมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ยอดฝีมืออย่างสวี่เกอที่โด่งดังในเมืองหลวง่ไม่กี่ปีมานี้ แท้จริงแล้วก็เป็คนของฟางเฉินด้วยหรือ! และคำพึมพำเมื่อครู่ของอีกฝ่ายช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
'เ้านี่... กำลังคิดจะบุกถล่มศาลฎีกาหลวงต้าหัวงั้นหรือ!? หรือนี่จะเป็บัญชาของเทพาฟางเฉิน?' เพียงแค่คิด อวี้เฉิงผู้นี้ก็รู้สึกเสียวสันหลังจนแทบยืนไม่อยู่
"เ้าเป็คนของศาลฎีกาหลวงต้าหัว? ท่านชายสั่งให้มารับของใช่หรือไม่?" สวี่เกอขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย เหตุใดอวี้เฉิงคนนี้ถึงได้ดูขวัญอ่อนนัก เห็นหน้าข้าแล้วทำท่าเหมือนเห็นผี
"ชะ... ใช่" อวี้เฉิงพยักหน้ารับ
"เอาไป มอบให้ท่านชาย" สวี่เกอยื่นห่อของให้
"ข้าทำเช่นนี้ถือว่าผิดกฎคุก ข้าจำเป็ต้องตรวจสอบของข้างใน" เมื่อเปิดออกเขากลับพบเพียง พู่กันขนหมาป่า, ชาดสีโลหิต และกระดาษยันต์เหลือง เขาเริ่มไม่เข้าใจว่าฟางเฉิน้าของพวกนี้ไปทำสิ่งใดในคุก
"ส่งของให้ถึงมือท่านชาย อย่าได้เล่นตุกติก มิเช่นนั้นข้าจะทำให้ชีวิตเ้าไม่มีความสุขแม้แต่ตอนเดินถนน" สวี่เกอกล่าวทิ้งท้าย
เมื่อกลับมาถึงคุก ฟางเฉินได้รับของและเข้าพำนักในห้องแยกส่วนตัวตามที่ตกลง หวงซื่อไห่จึงยอมกลับเข้าห้องขังตนเองแต่โดยดี
"ท่านแม่ทัพฟาง... การบุกถล่มศาลฎีกาหลวงต้าหัวมิใช่แผนการที่ดีนัก หวังว่าท่านจะไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน" อวี้เฉิงทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะรีบจากไป
บุกถล่มศาลฎีกาหลวงต้าหัว?
ฟางเฉินงุนงงกับคำพูดไร้ต้นสายปลายเหตุนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกสนใจ เขาเริ่มจัดวางอุปกรณ์เพื่อเตรียมสร้าง ‘ยันต์อสนีม่วง’ และตั้งสมาธิเพื่อควบแน่น ‘ชีพจรเซียนสายที่สอง’ ในวันนี้ หากระดับบำเพ็ญเพียรสูงขึ้น อานุภาพของยันต์ที่เขาสร้างก็จะยิ่งร้ายกาจขึ้นทวีคูณ