ตอนที่ 13 :นิทาน
“น้องสาม ทำไมนายไม่ใช้โอกาสที่ดีนี้เปิดช่องเว่ยป๋อไปเลยล่ะ !” ไป่เหลียนเฉิงขัดจังหวะขึ้นมา “ฉันคิดว่ามันน่าจะดีสำหรับพวกเรา”
“เว่ยป๋องั้นหรือ ? ”หลิวจือเซียเท้าคางและรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
เนื่องจากพวกเขาตกลงที่จะมีส่วนร่วมในการแสดงของแผนกแล้ว ดังนั้นเขาจะต้องถูกกำหนดให้เข้าสู่วงการบันเทิงในอนาคตและเว่ยป๋อนั้นก็เป็สิ่งที่จำเป็
“พี่ไป่พูดถูก ! ”ชายอ้วนพยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง “พี่สามพี่จะต้องหาสตูดิโอบันทึกเสียงเพื่อทำเพลงและอัปโหลดไปยังเพนกวินมิวสิคจากนั้นพี่ก็สามารถลิงค์เพลงเข้ากับเว่ยป๋อและประกาศตัวตนของพี่ ไม่นานพี่ก็จะดังะเิไปเลย ว่าไหม ? ”
“อืม ไว้ฉันจะทำมันก็แล้วกัน”หลิวจือเซียพยักหน้าเป็การเห็นด้วย
“คุณพ่อคะ ? ”
ทันใดนั้น เสี่ยวเยว่เยว่ก็ถูกปลุกขึ้นมาจากเสียงรบกวนภายนอกเธอออกมาจากห้องนั้นพร้อมกับตุ๊กตากระต่ายที่อยู่ในอ้อมแขน
เมื่อเห็นว่าเหล่าคุณอาทั้งสามอยู่ในห้องนั่งเล่นเธอก็กรีดร้องและหันหลังวิ่งไปยังห้องนอน
เ้าอ้วนมีสายตาที่ว่องไวเขารีบเดินเข้าไปอุ้มเธอและกล่าวขึ้นว่า “เยว่เยว่ นี่ลุงเอง วิ่งหนีทำไมล่ะ ? ”
เสี่ยวเยว่เยว่บิดร่างกายเล็ก ๆของเธอในอ้อมแขนของชายอ้วน จากนั้นเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “ลุงอ้วนวางหนูลงค่ะ หนูยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า”
เฮ้อหนูน้อยยังคงอยู่ในชุดนอนรูปกระต่ายของเธออยู่เลย เธอเป็คนที่ชอบแต่งตัวดังนั้นเธอจะมาพบกับผู้คนในสภาพแบบนี้ได้อย่างไรกัน ?
“จะเปลี่ยนอะไร ? ”หลิวจือเซียอุ้มเอาเสี่ยวเยว่เยว่มาจากแขนของชายอ้วน เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“เยว่เยว่ หนูดูดีอยู่แล้วไม่ว่าจะสวมชุดอะไรก็ตามทำไมจะต้องเปลี่ยนให้มันยุ่งยากอีก ? ”
ขณะกล่าวเช่นนั้นเขาก็หันหน้าไปมองซู่ปางจือแล้วกะพริบตา
ซงจิงจ้านเป็คนแรกที่ตอบกลับ “ใช่แล้วเยว่เยว่น้อย หนูสวยที่สุดแล้วลูก ! ”
“โอ้ว ใครกันหนอที่เป็เ้าหญิงตัวน้อย? ” ไป่เหลียนเฉิงเองก็ชอบชุดสีชมพูนี้เช่นกัน
“ก็ได้ค่ะ”
การชมเชยของทั้งสามคนนั้นทำให้หนูน้อยเยว่เยว่เขินอายจนใบหน้าแดงก่ำ
“เอาล่ะ เยว่เยว่พ่อจะไปอาบน้ำให้หนูก่อนก็แล้วกัน จากนั้นหนูค่อยมาทานอาหารกับพวกอานะ ! ”หลิวจือเซียมองดูท่าทางเขินอายของเ้าตัวเล็กแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
เสี่ยวเยว่เยว่พยักหน้าอย่างเชื่อฟังเธอหันมาหาซงจิงจ้านและคนอื่น ๆ
รูปลักษณ์ของเด็กน้อยที่ชาญฉลาดทำให้ชายทั้งสามแอบสาบานในใจว่าพวกเขาจะต้องแต่งงานและมีลูกสาวแบบนี้ให้ได้สักคน!
……………………….
หลังจากที่เสี่ยวเยว่เยว่ถูกพาไปอาบน้ำอาหารเช้าชุดใหญ่ก็ถูกจัดวางโดยซงจิงจ้าน
เ้าอ้วนไม่เคยปฏิบัติกับพวกเขาราวกับว่าเป็คนอื่นหลิวจือเซียที่เพิ่งย้ายออกมาได้ไม่กี่วันก็ถูกทั้งสามติดตามมาที่นี่ไม่ต่ำกว่า 20ครั้งแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ทุกอย่างภายในห้องของหลิวจือเซียเป็อย่างดี
แต่วันนี้ก็ถือว่าไม่ได้เลวร้ายอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้มามือเปล่า อาหารเช้าทุกอย่างก็มีราคาอย่างน้อย 70-80หยวนแล้ว
ทั้งเกี๊ยวปู แป้งทอด ซุปพริกและถั่วแดง
ที่ผ่านมาเสี่ยวเยว่เยว่อยู่แต่กับหลี่เมิ้งอีมาโดยตลอดเธอมักจะได้กินแซนวิช ขนมปังปิ้งไม่ก็แฮมเบอร์เกอร์หรือนมเป็อาหารเช้า จึงทำให้เธอไม่คุ้นชินกับอาหารเช้าแบบจีนมาก่อน
เด็กหญิงตัวน้อย ๆที่ได้กลิ่นหอมของอาหารก็แอบกลืนน้ำลายลงไปหลายอึก
“เยว่เยว่ บอกลุงมาสิว่าหนูอยากกินอะไรคุณลุงจะไปซื้อมาให้” ไป่เหลียนเฉิงถือว่าเป็พี่ใหญ่ที่ค่อนข้างอ่อนโยนเขามองดูเสี่ยวเยว่เยว่ด้วยความรักและความเอาใจใส่
ในสายตาของพวกเขานั้นลูกของน้องสามก็เหมือนลูกสาวของพวกเขาเอง ถ้าพวกเขาไม่ดูแลเธอแล้วใครกันที่จะมาดูแล ?
เสี่ยวเยว่เยว่ไม่พูดอะไรแต่เธอกลับมองขึ้นไปที่หลิวจือเซีย
เมื่อเห็นว่าพ่อของเธอพยักหน้าเสี่ยวเยว่เยว่ก็ชี้ไปที่อาหารเช้าบนโต๊ะ เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า“ลุงไป่ หนูอยากกินอันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนั้นด้วยค่ะ....”
“โอ้โห ทำไมหนูกินเยอะจังเยว่เยว่ไม่กลัวอ้วนหรือ ? ” ซงจิงจ้านมองเสี่ยวเยว่เยว่ด้วยรอยยิ้มเขาชี้ไปที่ฝั่งตรงข้าม “หนูจะกลายเป็เหมือนลุงอ้วนเลยนะหนูจะไม่สวยเหมือนกับตอนนี้ ! ”
“อ๊ะ ? ? ”
เสี่ยวเยว่เยว่รู้สึกใกับคำพูดของซงจิงจ้านเธอเหลือบมองชายอ้วนที่กำลังกินอย่างเมามันอย่างไม่รู้ตัวคิ้วของเธอขมวดติดกันเป็ปม “หนู หนูไม่อยากกินเนื้อก็ได้ ?หนูไม่อยากอ้วนเหมือนลุงคนนั้น ! ”
“หือ ? ” ชายอ้วนพึมพำด้วยความกังวลทำไมต้องโกหกเด็ก ?
“อย่าไปฟังลุงซงมากนัก ! ”หลิวจือเซียจ้องมองไปที่ซงจิงจ้าน เขาเทอาหารในถุงเล็ก ๆใส่ในชามและส่งให้กับเสี่ยวเยว่เยว่ “เยว่เยว่ เมื่อหนูโตไป แม้ว่าหนูจะกินมากขึ้นแต่เราก็ยังสวยได้ ! ”
ดวงตาของเสี่ยวเยว่เยว่นั้นเปล่งประกายขึ้นมาทันที“จริงหรือคะคุณพ่อ ? ”
“พ่อเคยโกหกหนูเมื่อไหร่กัน ? ”หลิวจือเซียตบหน้าอกด้วยความมั่นใจ “กินในสิ่งที่หนูอยากกินอย่าปล่อยให้ท้องของหนูต้องหิวเป็อันขาด ตกลงไหม ? ”
“ค่ะ ! ”
เสี่ยวเยว่เยว่พยักหน้าอย่างมีความสุขเธอคว้าเกี๊ยวปูที่อยู่ตรงหน้าและกัดมันลงไปทันที
“ว้าว มีแต่ของอร่อย ๆ ทั้งนั้นเลยนะ !”
รสชาติที่นุ่มนวลของเกี๊ยวปูทำให้ดวงตาของหนูน้อยเสี่ยวเยว่เยว่โค้งเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว
...................
ใน่การสนทนากลุ่มพวกเขาก็เพลิดเพลินกับอาหารเช้ามื้อใหญ่
หลังจากกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญแล้วหลิวจือเซียก็สั่งให้ชายอ้วนไปล้างจาน ขณะที่เขาก็วุ่นอยู่กับการชงชา
เสี่ยวเยว่เยว่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาหลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ แต่ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ไม่ค่อยดีนักเธอแอบมองไปที่หลิวจือเซียเป็ครั้งคราว สีหน้าของเธอก็ดูซับซ้อนอย่างมากมันมีทั้งคาดหวังและเป็กังวลอยู่ในนั้น
หลังจากดูทีวีอยู่สักพักเสี่ยวเยว่เยว่ก็วิ่งเข้าไปหาหลิวจือเซีย เธอเรียกเขาเสียงดัง “พ่อคะ ! ”
“เกิดอะไรขึ้น ? ” หลิวจือเซียกำลังชงชาเมื่อเห็นใบหน้าที่ยุ่งเหยิงของเสี่ยวเยว่เยว่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
“เยว่เยว่ เกิดอะไรขึ้น ? ”ซงจิงจ้านถามด้วยความเป็ห่วง
“พ่อคะไหนพ่อสัญญากับหนูแล้วไงว่าพ่อจะพาหนูไปดูสัตว์และลูกเป็ดขี้เหร่ ? ”เสี่ยวเยว่เยว่ถามด้วยความหวัง “แล้วหนูจะได้เห็นมันเมื่อไหร่คะ ? ”
“อยากออกไปหรือ”หลิวจือเซียจับท้องน้อยของตัวเองแล้วหัวเราะออกมา“พ่อจะบอกว่าพ่อจะชวนพวกนั้นมาเล่นกับหนู”
ขณะที่พูดเื่นี้หลิวจือเซียก็กลับไปที่ห้องนอนของเขา จากนั้นเขาก็หยิบกระดาษสองสามแผ่นในมือออกมา
“ว้าว ! ”
เมื่อเสี่ยวเยว่เยว่เห็นว่ามีรูปวาดในกระดาษที่หลิวจือเซียถืออยู่ เธอจึงะโขึ้นยืนบนโซฟาและยื่นมือน้อยๆ ออกมา “พ่อคะ เอามันมาให้หนูดูหน่อยค่ะ”
หลิวจือเซียยิ้มพร้อมทั้งยื่นกระดาษให้กับเธอทันที
เสี่ยวเยว่เยว่วางกระดาษลงบนโต๊ะน้ำชาด้วยใบหน้าที่มีความสุขเธอมองมันด้วยสายตาที่เป็ประกาย
“น้องสาม อะไรคือลูกเป็ดขี้เหร่ ? ”
ซงจิงจ้านและไป่เหลียนเฉิงไม่รู้ว่าพ่อลูกคู่นี้กำลังพูดถึงอะไรพวกเขามีสีหน้างุนงง
“ไม่มีอะไรหรอก”หลิวจือเซียส่ายหัวและกล่าว “มันก็แค่รูปวาดการ์ตูนน่ะ”