แสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ เริ่มสาดส่องเข้ามาในห้องสวีทหรูชั้นระฟ้า ไอยวริญที่ปกติติดนิสัยตื่นเช้าอยู่แล้วค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นกับร่างกาย
ครั้งแรกของเขาไม่ได้เ็ปอย่างที่คิด แค่รู้สึกหน่วงนิดหน่อยบริเวณช่องทางหลังและสะโพก คงต้องขอบคุณคนตัวโตที่ทำรักเขาอย่างละมุนละม่อม มิได้ใจร้ายกับร่างกายเขาเกินไปนัก
ว่าแล้วมือเล็กก็เริ่มควานหาเ้าของกลิ่นหอมเย็นตัวโตที่มอบความรู้สึกวาบหวามแสนเร่าร้อนให้เขาเมื่อคืน หวังจะได้ซุกกอดแผงอกแกร่งอีกสักครา แต่สิ่งที่พบกลับเหลือแต่เพียงความว่างเปล่า
เขาออกไปแล้วหรือ?
ความรู้สึกน้อยใจตีตื้นขึ้นมาปกคลุมจิตใจของไอยวริญ จะอยู่พูดคุยกันสักคำสองคำไม่ได้เลยหรือ ใจร้ายเกินไปแล้ว
แต่ช่างเขาเถอะ ไอยไม่รู้จะเอาสถานะไหนไปน้อยใจอัลฟ่าคนนั้นด้วยซ้ำ พวกเขาต่างก็เป็คนแปลกหน้าของกันและกัน
แค่ชื่อยังไม่ทันได้ถามกันเลย ตลกสิ้นดี
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว ในสถานการณ์งง ๆ นึกย้อนกลับไปเขาเองก็ใตัวเองไม่น้อยเหมือนกัน ที่ตัดสินใจชั่ววูบทำอะไรแบบนี้ ครั้นจะโทษฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไอยเองก็ตอบได้ไม่เต็มปากนัก เพราะรู้ตัวดีว่าตนไม่ได้สิ้นสติเสียจนคิดวิเคราะห์ไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะอัลฟ่าคนนั้นน่ะ มีกลิ่นหอมเย็นซะจนไอยแทบระทวยลงตรงนั้น แค่ได้กลิ่นก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
ถึงไอยวริญอยากจะสานต่อแค่ไหน แต่ในเมื่อเขาจงใจจากไปไม่แม้แต่จะเสียเวลาถามชื่อแซ่ขนาดนี้ ก็คงเป็คำตอบที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดเห็นเช่นเดียวกัน
07.15 น.
ก๊อกๆ...ก๊อกๆ...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นครั้งหนึ่ง ไอยที่กำลังแต่งตัว รีบสวมเสื้อผ้าออกไปเปิดประตู สงสัยนักว่าจะเป็ใคร หวังว่าอัลฟ่าหน้าหล่อนั่นคงจ่ายค่าห้องแล้วนะ ค่าห้องโรงแรมนี้น่ะแพงยิ่งกว่าเงินเดือนเขาทั้งเดือนเสียอีก!
แค่คิดถึงเื่เงินหัวใจไอยก็เต้นแรงยิ่งกว่าตอนตกเป็ของอัลฟ่าคนนั้นซะอีก เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ไม่ใช่ว่าหิ้วผู้ชายเข้าโรงแรมครั้งแรกก็โดนแจ็กพอตนะ
หลังจากเปิดประตู ไอยวริญก็พบกับร่างสมส่วนของผู้ชายคนหนึ่งดูท่าทางจะอ่อนกว่าไอยสักสองสามปี แต่แต่งตัวภูมิฐานใช่ได้ทีเดียว
“ผมขออนุญาตเข้าไปนะครับ”
“ห้ะ..คะ...ครับ เชิญครับ” มือเล็กผายมือให้คนแปลกหน้าเข้ามาอย่างงงๆ นี่เขาใจกว้างเกินไปไหมเนี่ย หางตาเหลือบไปเห็นเลขห้องที่หน้าประตู
5603 ชั้น 56 ห้อง 03 ?
Shit!? นี่มันชั้นบนสุด ที่พักพวกผู้บริหารนี่!!!
ตายโหง เมื่อคืนเขาแอบแซ่บกับใครกันแน่วะเนี่ย หรือว่าไอ้หนุ่มหน้ามนคนใส่สูทนี่จะมายื่นซองขาวบีบบังคับให้เขาออกจากงาน เพราะไปแอบแซ่บกับนายจ้างน่ะ
ในละครหลังข่าวนี่พวกผู้บริหารที่แอบไปมีอะไรกับพนักงานใต้บังคับบัญชาของตัวเอง สุดท้ายก็มาระแวงกลัวว่าตัวเองจะโดนแบล็คเมล์ทีหลัง เลยมาบีบบังคับให้ลูกจ้างตัวเล็ก ๆ ลาออกน่ะ หนักสุดก็ถึงขั้นฆ่าปิดปาก!
ธนากรุ๊ปยิ่งใหญ่คับประเทศขนาดนี้ สวัสดิการก็ดีงามจนน่าใจหาย พนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างไอยไม่รู้หรอกนะว่าธนากรุ๊ปจะมีเื่สีเทาซุกไว้ใต้พรมบ้างรึเปล่า ถึงได้มีส่วนแบ่งการตลาดสูงมาหลายสิบปีแบบนี้ พวกธนากรุ๊ปนี่เป็มาเฟียด้วยรึเปล่านะ ?
ไอยวริญเริ่มกังวลฟุ้งซ่านไปต่าง ๆ นานา แค่เปิดซิงครั้งแรกกับคนแปลกหน้า กลายเป็เื่น่าคอขาดบาดตายไปแล้วเหรอเนี่ย
พ่อทิพย์แม่ทิพย์ช่วยไอยด้วย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกที่ไอยนับถือ และยังไม่ได้นับถือโปรดคุ้มครองไอยด้วย ไอยยังไม่อยากเดือดร้อนตอนนี้!
“คือว่‒”
“อย่าไล่ผมออกเลยนะครับ! ผมสัญญาว่าจะไม่บอกใคร จะปิดปากเงียบเหมือนคนตายแล้ว จะไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปล่อยผมไปสักครั้งเถอะนะครับ”
หนุ่มหน้ามนตรงหน้าไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยสารจากผู้เป็นาย ร่างบางก็กระวีกระวาดลงไปนั่งคุกเข่าบนพื้นห้อง พนมมืออ้อนวอนอย่างกับเขาจะมาเอาชีวิตยังไงอย่างงั้น เล่นเอาชายหนุ่มใรีบกุลีกุจอเข้ามาพยุงร่างเล็กไปนั่งบนเก้าอี้ให้เข้าที่เข้าทาง
“ใจเย็นนะครับ ผมไม่มีสิทธิ์ไปไล่คุณออกหรอก ว่าแต่คุณเป็พนักงานของธนากรุ๊ปหรอกหรือครับ?”
“...” ฉิบหาย เขาไม่รู้นี่ ไอ้ไอย ไอ้โง่ไปบอกเขาก่อนทำไมเนี่ย ขุดหลุมฝังศพตัวเองชัดๆ
“มะ...ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ๆๆ ถือซะว่าไม่ได้ยินที่ผมพูดเมื่อกี้นะครับ เอาใหม่ ๆ คุณมีธุระอะไรกับผมรึเปล่าครับ” ถึงจะสายไปแล้วแต่ก็หาแคร์ไม่ อย่างน้อยพูดกลับไปกลับมาไอ้หนุ่มนี่มันคงสับสนบ้างล่ะวะ
“ก่อนอื่นสวัสดีอย่างเป็ทางการนะครับ ผมปรานต์ เป็คนจากธนากรุ๊ปจริง ๆ แต่ไม่ได้มาทำอะไรอย่างที่คุณคิดหรอกครับ ไม่ต้องกังวลไป”
ปรานต์หยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ ใบหนึ่งวางตรงหน้าของไอยวริญ ก่อนจะเริ่มกล่าวสารที่รับมาจากผู้เป็นาย ให้คนตรงหน้ารับฟัง
“นี่เป็คำขอโทษจากธนากรุ๊ปหวังว่าจะพอชดเชยความรู้สึกไม่ดีของคุณได้บ้าง และหวังว่าคุณช่วยเก็บเื่เมื่อคืนเป็ความลับ แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าน้อยเกินไปสามารถบอกผ่านผมได้เลยครับ หรืออยากให้เราชดใช้ยังไงก็บอกได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”
ไม่พูดเปล่าคนรับหน้าที่ส่งสารลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โค้งแสดงความขอโทษจนหน้าผากแทบจะโขกโต๊ะอยู่แล้ว
ไอยเอื้อมมือไปหยิบกระดาษตรงหน้ามาอ่านอย่างใคร่สงสัย พบว่าเป็แคชเชียร์เช็คมูลค่าสูงถึงสิบล้านบาท
“สะ...สิบล้าน!”
แม่เ้า ผมว่าวันนี้แจ็กพอตแตกแล้วล่ะ ส่งฝาชาเขียวชิงโชคมาทั้งชีวิตไม่เคยได้รางวัลสักยี่สิบ แต่เสียซิงครั้งแรกได้เช็คสิบล้านเลยเนี่ยนะ! รวยแล้วไอยเอ๊ย ใครอยากเป็เศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ!
“คือว่ามันเยอะเกินไปผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ”
“โปรดรับไว้เถอะครับ ผมเพียงแต่ทำตามคำสั่งเ้านาย ถ้าคุณไม่รับไว้ผมอาจจะเดือดร้อนก็ได้นะครับ”
“แต่ว่า‒” ปฏิเสธพอเป็พิธีแล้ว รับไว้เลยดีไหมนะ
“รับไว้เถอะครับ อย่าเกรงใจเลย”
ไม่ได้อยากจะเกรงใจโว้ย
แต่พอมาคิดดูดีๆ มนุษย์เงินเดือนต๊อกต๋อยอย่างไอย อยู่ๆ เงินในบัญชีเพิ่มมาสิบล้านภายในวันเดียว จะไม่โดนสรรพากรสงสัยเอาเหรอวะ เกิดโดนยัดข้อหาฟอกเงินติดคุกหัวโตขึ้นมาจะทำยังไง
ถึงตอนนั้นถ้าธนากรุ๊ปไม่อยากให้สืบสาวราวเื่ไปถึงตัวเอง ส่งคนมาฆ่าปิดปากเขาในเรือนจำอีกรอบจะทำยังไง!
“ไม่ดีกว่าครับ คุณเอาเช็คนี่คืนไปเถอะ”
“แต่‒”
“ไม่งั้นผมก็จะวางไว้ที่นี่แหละ เดี๋ยวแม่บ้านขึ้นมาทำความสะอาดคงเป็เศรษฐีไม่ทันตั้งตัว ส่วนเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน...” อ่า พูดเองหน้าร้อนเห่อขึ้นมาเองซะงั้น น่าขายหน้าชะมัด
“ฝากไปบอกเ้านายคุณด้วยว่าผมจะปิดปากให้สนิท จะไม่มีใครรู้แน่นอน อีกอย่างเมื่อคืนผมก็มึน ๆ งง ๆ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาหน้าตาเป็ยังไง”
ไอยวริญโกหกคำโต จำไม่ได้อะไรล่ะทุกััทั้งรูป รส กลิ่น เสียง เรียกได้ว่าชัดเจนในสมองยากที่จะลืมอีกต่างหาก ถ้าไม่กระดากอายคงฝากไปบอกคนแปลกหน้าคนนั้นแล้วว่า เซ็กส์เมื่อคืนน่ะทำเอาเขาเหลือแต่ก้านเลย
เพราะคุณมันโคตรเด็ด!
“ก็ได้ครับ ถ้าคุณพอใจอย่างนั้นผมก็จะไม่บังคับ” ไม่คะยั้นคะยออีกหน่อยเหรอตั้งสิบล้านเลยนะ
“งั้นเดี๋ยวผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็จะรีบออกไปเลย”
“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ครับ อีกครึ่งชั่วโมงจะมีมื้อเช้าขึ้นมาเสิร์ฟ คุณทานรองท้องก่อนกลับก็ได้ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อน”
เมื่อกล่าวจบปรานต์ก็ลุกขึ้นพร้อมคำนับผู้เสียหายในนามอีกครั้งก่อนที่จะลาไป แต่ยังไม่ทันได้เปิดประตูก็โดนอีกคนเอ่ยรั้งไว้เสียก่อน
“ดะ...เดี๋ยวครับ คือว่าค่าห้องนี่จ่ายไว้แล้วใช่มั้ยครับ” ถามอะไรออกไปเนี่ย ดูเป็ไอ้โง่ขี้งกมาก ยื่นเช็คให้สิบล้านคงยังไม่จ่ายมั้งค่าห้องน่ะ เผลอๆเป็ห้องส่วนตัวเขาด้วยซ้ำ
“จัดการเรียบร้อยแล้วครับ ไม่ต้องเป็ห่วง ขอตัวก่อนนะครับ” ปรานต์เผลอยิ้มหวานให้ร่างเล็กอย่างนึกเอ็นดูในความน่ารักของคนตรงหน้า
“อ่า งั้นก็เดินทางปลอดภัยนะครับ”
“เช่นกันครับ”
หลังจากส่งแขกกำมะลอกลับไปแล้ว ร่างบางก็ทรุดลงทันทีที่บานประตูปิดลง ถอนหายใจอย่างโล่งอกอย่างกับไปทัวร์นรกมายังไงอย่างงั้น
“เฮ้อ เกือบไปแล้วมั้ยละ ฉลองอายุสามสิบได้ถึงพริกถึงขิงจริงๆ”
ไหนๆ ก็ถูกหวยรางวัลใหญ่ได้ขึ้นมาพักถึงชั้นบนสุดในโรงแรมหรู พร้อมมื้อเช้าแสนธรรมดาแต่ราคาแพงหูฉี่นี่แล้ว ก็ขอดื่มด่ำกับทิวทัศน์สวยๆ เป็อีลิทกำมะลอสักหนึ่งวัน ยังไงชีวิตนี้ไอยคงไม่มีปัญญาขึ้นไปพักโรงแรมชั้นสูงๆ แบบนี้อยู่ดี
แต่ถึงมีปัญญาจ่ายก็ไม่จ่ายหรอกนะ ราคาสูงเสียดฟ้าขนาดนี้ เอาไปกินบุฟเฟ่แซลมอนได้เป็ร้อยมื้อ!
แอบเซลฟีไว้สักรูปคงไม่เป็ไรหรอกมั้ง.
TBC.