ทะลุมิติมาเป็นสาวน้อยปากแซ่บ ผู้ใช้วาจานำโชคในยุค 70 [จบ]

    เล่มที่ 1 บทที่ 22 ถลาเข้าอำเภอ คว้าเสื้อผ้า

            ในยุคสมัยนี้ การเดินทางออกนอกบ้านต้องมีหนังสือรับรองการซื้อของต้องใช้สารพัดคูปอง แม้แต่การซื้อเสื้อผ้าก็เช่นกัน

            ห้างสรรพสินค้าในตัวเมือง ถึงอย่างไรก็คงเทียบกับห้างในยุคปัจจุบันไม่ได้แต่ก็ยังดีกว่าเสื้อผ้าปะชุนของเ๯้าของร่างเดิมมากนัก อีกทั้งผู้หญิงส่วนใหญ่ในหมู่บ้านมักจะซื้อผ้ามาตัดเย็บเองรูปแบบจึงค่อนข้างธรรมดา

            สวี่จือจือดูอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกซื้อเพียงเสื้อผ้าฝ้ายลายดอกไม้เล็กๆสีชมพูตัวหนึ่ง กับกางเกงขายาวสีดำตัวหนึ่ง ที่จริงแล้วเธอชอบชุดกระโปรงระบายชายอีกตัวมากกว่าแต่ราคาแพงเกินไป อีกทั้งยังไม่เหมาะกับการใช้งานในชนบท

            ในใจพลันเกิดความมุ่งมั่นว่าเมื่อนโยบายเปิดกว้างกว่านี้เธอจะต้องหาเงินให้ได้มากๆ อยากใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็ซื้อ อยากได้อะไรก็ซื้อ หรือแม้แต่จะซื้อเสื้อผ้าแบบเดียวกันแต่คนละสีมาใส่สลับกันเลย!

            “เมื่อกี้ชุดกระโปรงตัวนั้นก็สวยดี ทำไมคุณไม่เอาล่ะ?”ลู่จิ่งซานถาม

            “แพงเกินไป ไม่ค่อยได้ใช้” สวี่จือจือตอบ

            ลู่จิ่งซานมองเธอแวบหนึ่งแล้วกล่าว “งั้นก็ซื้อเสื้อผ้าเพิ่มอีกสักสองชุดเถอะ”

            เดิมทีสวี่จือจือตั้งใจจะบอกว่าไม่เป็๞ไร เธอคิดว่าจะซื้อผ้ากลับไปตัดเสื้อเองแต่ก็ต้องได้ยินลู่จิ่งซานพูดต่อว่า “ตามธรรมเนียมบ้านเรา อย่างน้อยต้องซื้อเสื้อผ้าให้ฝ่ายหญิงชุดหนึ่งคุณจะให้ตระกูลลู่ขายหน้าไม่ได้หรอกใช่ไหม?”

            แต่ธรรมเนียมนั้นมักจะเป็๲ตอนก่อนไปจดทะเบียนสมรสซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ใส่ไปจดทะเบียน จะมีบางคนที่ไม่อยากซื้อให้ภรรยาก็จะอ้างนู่นอ้างนี่แล้วพอแต่งงานไปก็ไม่มีอะไรเลย มีธรรมเนียมแบบนี้ด้วยเหรอ?

            แต่ใครจะไม่ดีใจเมื่อได้เสื้อผ้าใหม่ใส่กัน?สวี่จือจือจึงเลือกเสื้อผ้าแบบเรียบง่ายอีกสองชุดแม้จะเรียบง่ายแต่ราคาก็ไม่ถูกเลย

            เพียงเท่านี้ก็ได้เสื้อผ้ามาสามชุดแล้ว สวี่จือจือเสียดายอยู่สามวินาทีจากนั้นก็หัวเราะร่า

            มีความสุขดีนี่นา!

            จนกระทั่งลู่จิ่งซานบอกว่าจะพาเธอไปร้านอาหารของรัฐความสุขนั้นก็พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด

            กินบะหมี่เนื้อสับไปคนละชาม สวี่จือจือก็ลูบท้องอย่างอิ่มเอมใจแล้วกล่าว“คุณนี่เป็๞คนดีจริงๆ” นี่เป็๞มื้อที่เธออิ่มและอร่อยที่สุด๻ั้๫แ๻่ทะลุมิติมาเลย

            ลู่จิ่งซานถึงกับจนใจ รู้สึกว่าเธอยิ่งเหมือนเด็กเข้าไปทุกที

            ตอนกลับหมู่บ้าน คนที่นั่งคุยกันอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านต่างก็ทักทายเมื่อเห็นทั้งคู่“จิ่งซานพาน้องสะใภ้คนใหม่ไปเที่ยวมาเหรอ?”

            ลู่จิ่งซานเป็๲เด็กบ้านอื่นที่เก่ง๻ั้๹แ๻่เล็กตอนนี้เข้าไปอยู่ในกองทัพยิ่งเก่งกาจมากยิ่งขึ้น

            เขาจอดรถแล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “ครับ คุณยายสาม”

            “คือว่าตอนก่อนแต่งงานยังไม่มีเวลาพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าวันนี้เลยชดเชยให้น่ะครับ”

            สวี่จือจือรู้สึกอบอุ่นในใจ ลู่จิ่งซานกำลังให้หน้าเธออยู่

            ถึงแม้คนในชนบทจะใสซื่อ แต่ก็มีการเปรียบเทียบกัน

            สะใภ้ใหม่ที่มีสินสอดเยอะ หรือตอนจดทะเบียนสมรสซื้อเสื้อผ้าไปกี่ชุดก็จะเอามาเปรียบเทียบกัน

            ยิ่งมีสินเดิมเยอะก็แสดงว่าบ้านเดิมรักลูกสาวมาก

            ยิ่งซื้อเสื้อผ้าเยอะก็แสดงว่าบ้านสามีให้ความสำคัญกับว่าที่ลูกสะใภ้มาก!

            สวี่จือจือไม่มีสินสอดจะอวด ตอนก่อนแต่งงานก็ไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าที่หมู่บ้านผานสือก็ถือเป็๲รายแรก

            ตอนนี้ได้ยินว่าลู่จิ่งซานพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าทุกคนก็เลยเข้ามามุงดูกัน

            “จุ๊ๆ...ซื้อไปตั้งสามชุดเลยนะ” มีสะใภ้คนหนึ่งพูดด้วยความอิจฉา“ต้องใช้เงินเยอะแค่ไหนกัน?”

            ไม่ใช่แค่เงินเท่านั้น ยังต้องมีคูปองผ้าอีกด้วยนะ!

            บ้านที่มีฐานะดีในหมู่บ้าน อย่างมากก็ซื้อแค่ชุดเดียวก็สุดยอดแล้ว

            เมื่อก่อนยังมีคนที่ดูถูกสวี่จือจืออยู่บ้างตอนนี้กลับอิจฉาจนทนไม่ไหว

            “จิ่งซานนี่รักเมียจริงๆ” มีชายคนหนึ่งพูดติดตลก

            ทุกคนก็พากันแซวตาม

            สวี่จือจือเห็นว่าโจวเป่าเฉิงก็ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนถึงแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของเขา แต่แววตานั้นก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

            ตอนกลับถึงบ้านก็เงียบเหงา ยังได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ แว่วมา

            สวี่จือจือเลิกคิ้ว ไม่รู้ว่าตอนที่พวกเขาไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ตอนนี้เธออยู่ในฐานะสะใภ้ใหม่ ถึงแม้ว่าในบ้านจะมีเ๱ื่๵๹อะไรก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่เธอต้องไปยุ่ง

            “ฉันขอตัวกลับห้องก่อนนะ” สวี่จือจือพูดเบาๆยังไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงคนพูดขึ้น

            “ใช่สวี่จือจือกลับมาแล้วหรือเปล่า?”เสียงของเหอเสวี่ยฉินดังมา“ซื้อเสื้อผ้าใหม่มาไหม?”

            “ค่ะ กลับมาแล้ว” สวี่จือจือตอบเสียงใส

            “เอาเข้ามาให้พวกเราดูหน่อยสิ”

            “ได้เลยค่ะ” สวี่จือจือกลอกตา

            ลู่จิ่งซานอยากจะหัวเราะ

            อย่างไม่รู้ตัว เขากลับรู้สึกว่าสวี่จือจือที่กลอกตาแบบนี้ช่างน่ารักเสียจริง

            ตอนที่สวี่จือจือเข้าไปก็ไม่คิดว่าในห้องจะมีคนอยู่หลายคน

            เหอเสวี่ยฉินนอนอยู่บนเตียง มีป้าใหญ่ลู่ไห่เสียนั่งอยู่บนขอบเตียงและยังมีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่สวี่จือจือไม่รู้จัก

            ลู่หลิงซานกับลู่ซื่ออวี่ก็อยู่ด้วย ตอนที่เห็นของในมือของเธอลู่หลิงซานถึงกับแทบจะพ่นไฟออกมา

            “นี่ซื้อเสื้อผ้าไปกี่ชุดเหรอ?” เหอเสวี่ยฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆ

            “สามชุดค่ะ” สวี่จือจือตอบ

            “อะไรนะ?” ลู่หลิงซานพูดเสียงดัง “ซื้อตั้งสามชุด ทำไมเธอถึงได้โลภมากแบบนี้!”

            หน้าไม่อายจริงๆ

            “ก็ใช่” สวี่จือจือพูดอย่างจนปัญญา “ฉันก็ไม่อยากซื้อหรอกแต่พี่ชายของเธอไม่ยอม”

            ลู่หลิงซานถึงกับพูดไม่ออก คนหน้าไม่อายคนนี้!

            “จิ่งซานเป็๞คนรักภรรยา” เหอเสวี่ยฉินพูดด้วยรอยยิ้ม“ไม่คิดเลยว่าจะซื้อเสื้อผ้าให้เธอถึงสามชุด”

            “ถึงเธอจะเป็๲สะใภ้ใหม่ แต่เ๱ื่๵๹นี้ในฐานะผู้ใหญ่ฉันก็ต้องพูดหน่อย”ลู่ไห่เสียหน้าตาบึ้งตึงแล้วกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย “เงินช่วยเหลือของจิ่งซานนั้นเป็๲เงินที่เขาแลกมาด้วยชีวิตเธอจะเอาไปใช้จ่ายอย่างนี้ได้ยังไง...”

            “เฮ้อ!”

            ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบก็ได้ยินเสียงเหอเสวี่ยฉินถอนหายใจแล้วขัดคำพูดของลู่ไห่เสีย “เพิ่งแต่งงาน จิ่งซานก็รักภรรยา มันก็เป็๲เ๱ื่๵๹ที่เข้าใจได้”

            “รักภรรยาแต่ก็ไม่ควรใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ฉันได้ยินมาว่าเมื่อก่อนที่บ้านเดิมเธอไม่ได้เป็๞แบบนี้นี่” หญิงวัยกลางคนพูดเยาะเย้ยต่อ“จิ่งซานของเราเป็๞คนรักภรรยา แต่ในฐานะคนเป็๞ภรรยา เธอก็ควรจะเห็นใจสามีตัวเองไม่ใช่หรือไง?”

            “ก็จริง เมื่อก่อนที่บ้านเดิมยังใส่เสื้อผ้าปะชุนอยู่เลยพอมาอยู่บ้านตระกูลลู่ก็สำออยขึ้นมาเลย?” ลู่ไห่เสียพูดอย่างขุ่นเคือง

            “นี่...” เหอเสวี่ยฉินมองสวี่จือจือด้วยท่าทางลำบากใจแล้วพูดกับลู่ไห่เสียและพี่สะใภ้ “พี่สาว พี่สะใภ้สาม อย่าโกรธเลย จือจือไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ”

            “ทำไมจะไม่ใช่?” ลู่ไห่เสียกล่าว “เพิ่งแต่งเข้ามาก็เป็๲แบบนี้แล้วอีกหน่อยไม่รู้จะเอาของบ้านสามีไปจุนเจือบ้านเดิมของตัวเองหรือเปล่า”

            เพราะฐานะของทั้งสองบ้านนั้นแตกต่างกันมาก บ้านตระกูลสวี่เป็๞ยังไง คนทั้งประชาคมชีหลี่คงไม่มีใครไม่รู้

            “แล้วพวกคุณจะให้ทำยังไงล่ะคะ?” สวี่จือจือพูดด้วยรอยยิ้ม

            นี่ไม่ได้มาดูเสื้อผ้าใหม่สักหน่อย นี่มันเป็๞การไต่สวนสามฝ่ายชัดๆ!

            “พี่สาว ว่าไงดี?” เหอเสวี่ยฉินทำท่าทางลำบากใจ “เสื้อผ้าเราก็ซื้อมาแล้วจะให้เอาไปคืนคงไม่ได้หรอกมั้ง”

            “ทำไมจะคืนไม่ได้?” ลู่ไห่เสียสีหน้าตาบึ้งตึง “พี่สะใภ้ที่บ้านเดิมของเธอไม่ได้ทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้าเหรอ?ลองไปบอกดูสิว่าจะคืนได้ไหม?ถ้าคืนไม่ได้เราก็เอาไปเปลี่ยนให้เด็กสองคนนี้คนละชุดก็ยังได้”

            “จือจือ เธอว่ายังไง?” เหอเสวี่ยฉินมองเธอด้วยความเอ็นดู

            “เสวี่ยฉิน เธอใจดีเกินไปแล้วนะ เธอเป็๞แม่สามีคนแล้วทำไมยังต้องถามความคิดเห็นลูกสะใภ้อยู่อีก?”

            “ไอ๊หยา มีแม่สามีแบบเธอ สงสัยจะโชคดีเหมือนได้ขึ้น๼๥๱๱๦์”

            ลู่ไห่เสียกับสะใภ้สามพูดด้วยรอยยิ้ม

            .............................